เปิดประสบการณ์ “ทีเฮ้าส์” สไตล์พม่ากับเมนูหลากหลายที่อิ่มอร่อยได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
กว่าสิบปีแล้วที่ Rangoon Tea House เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวเอเชียและชาวตะวันตกที่ได้ไปเยือนย่างกุ้ง ด้วยความที่เป็นร้านอาหารพม่าที่ยังคงความเป็นต้นตำรับและสอดแทรกความทันสมัยเข้าไปได้อย่างมีเสน่ห์ ผ่านการนำเสนอเรียบง่ายมีกลิ่นอายวินเทจ และการตกแต่งร้านที่อบอุ่น เชื้อเชิญ และยังมีกลิ่นอายของ “ทีเฮ้าส์” หรือร้านน้ำชาแบบดั้งเดิมที่พบเห็นได้ทั่วไปในพม่า
ตอนนี้ Rangoon Tea House เดินทางมาถึงไทยแล้ว และมาปักหลักที่ซอยแสงชัยในซอยสุขุมวิท 38 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเพียงเดินไม่กี่นาทีถึง ในบ้านเก่าสองชั้นขนาดกว้างขวางที่นำมาปรับปรุงใหม่ เพิ่มเติมกลิ่นอายความเป็นพม่าจนให้รู้สึกเหมือนว่าได้นั่งรับประทานอาหารในย่างกุ้งเลยทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม: เปิดแล้ว Le Du Kaan ร้านอาหารไทยบนรูฟท็อปแห่งแรกของโลกโดยเชฟต้น
Rangoon Tea House อาจฟังดูเหมือนร้านชาที่เสิร์ฟขนมและของว่างชิ้นเล็กๆ ให้ผู้คนได้เข้ามานั่งหย่อนใจและพูดคุยกันรอบวงน้ำชา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร้านชาในวัฒนธรรมพม่าเป็นทั้งร้านอาหาร ร้านชา คาเฟ่ และบาร์ รวมกันอยู่ในที่เดียวกัน
Htet Myet Oo ผู้ร่วมก่อตั้ง Rangoon Tea House บอกกับ Tatler ว่าลูกค้าบางคนเข้ามารับประทานอะไรง่ายๆ ช่วงกลางวัน บางคนเข้ามานั่งชิลล์คุยกับเพื่อนพร้อมสั่งของว่างมาแบ่งกัน หรือบางกลุ่มเข้ามารับประทานมื้อเย็นแบบจริงจัง หรือแม้แต่เข้ามาดื่มค็อกเทลหรือไวน์ที่มีให้เลือกมากมายของทางร้านในช่วงค่ำ กลุ่มลูกค้าของร้านจึงหมุนเวียนแตกต่างกันไปตลอดวัน และไม่จำเป็นเลยที่ต้องเข้ามาดื่มชาเสมอไป

Above ชาดำใส่นมแบบพม่าที่มีให้หลายแบบทั้งร้อนและเย็น
แน่นอนว่าใน “ร้านชา” สมัยใหม่อย่าง Rangoon Tea House ก็ยังมีชาเป็นพระเอก ชาวพม่านิยมดื่มชาดำใส่นมและมีกรรมวิธีการชงแตกต่างกันหลายแบบ เพื่อให้ได้ชาที่มีรสชาติเข้มอ่อนแตกต่างกันไป ที่นิยมกันมากคือชาซีลอนร้อนใส่นมที่ต้มอยู่นานกว่าสิบชั่วโมงจนเกิดแผ่นฟองนมที่มีรสชาติหอมนวลและมีรสละมุน เวลาเสิร์ฟจะใส่นมและตักฟองนมที่ว่าใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มสัมผัสและกลิ่นหอมของนม ส่วนชาพม่าหรือ Laphet Yay นั้นเป็นชาดำที่ผสมนมข้น มีให้เลือกหลายแบบต่างความเข้มตามความชอบ เสิร์ฟทั้งแบบร้อนและเย็น

Above Duck Empanadas

Above Mote Limayar & Caviar
ในส่วนของเมนูอาหารเมื่อเห็นแล้วอาจจะแปลกใจ ที่อาหารพม่าในร้านชานั้นได้รับอิทธิพลจากจีนและอินเดียไม่น้อย Rangoon Tea House Bangkok นำเมนูยอดนิยมส่วนใหญ่ของร้านในย่างกุ้งมาเสิร์ฟที่สาขากรุงเทพฯ และบางส่วนเป็นเมนูที่คิดขึ้นมาใหม่เพื่อกรุงเทพฯโดยเฉพาะ ด้วยความที่ Htet Myet Oo นั้นคุ้นเคยกับประเทศไทยและอาหารไทยเป็นอย่างดี จึงสามารถออกแบบเมนูที่ถูกปากคนไทยได้อย่างลงตัว
อ่านเพิ่มเติม: 4 ร้านไฟน์ไดนิ่งระดับโลกที่ EA แลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ
เมนูเรียกน้ำย่อยและของว่างของร้านก็มีให้เลือกหลากหลาย เมนูแนะนำคือ Duck Empanadas พายแป้งนุ่มร่วนสอดไส้เป็ดฉีกผัดกับหัวหอมและปรุงรสด้วยเครื่องเทศอ่อนๆ เหมาะกับชาร้อนๆ อีกเมนูที่ผสานความหรูหราสมัยใหม่เข้ากับเมนูดั้งเดิมได้อย่างน่าสนใจคือ Mote Limayar & Caviar ที่เป็นการเอาไข่นกกระทาไปทอดกับแป้งข้าวเจ้าหมัก ปรุงรสด้วยเกลือ งา และโรยหน้าด้วยคาเวียร์ อย่าลืมสั่งแชมเปญหรือเครื่องดื่มที่มีความซ่ามาจิบเคียงด้วย
เมนูที่พลาดไม่ได้สำหรับร้านอาหารพม่าคือสลัดใบชา ซึ่ง Rangoon Tea House Bangkok ก็มีให้เลือกหลายแบบ นอกจากแบบดั้งเดิมแล้วยังมีแบบที่ใส่ปูนิ่ม และแบบที่มีบูราต้าชีสเต็มก้อนโปะอยู่ด้านบนและยังมีเนื้อเค็มแดดเดียวฝอยคลุกในสลัด เรียกว่าเป็นเมนูตะวันออกพบตะวันตกที่รสชาติไปกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เจ้าของร้านบอกเราว่าหัวใจสำคัญของเมนูนี้คือการเลือกใบชาหมักคุณภาพดีที่ให้รสเค็ม เปรี้ยว และฝาดที่กลมกล่อม ทางร้านใช้ใบชาที่เด็ดด้วยมือและผ่านกรรมวิธีหมักตามธรรมชาติแบบไม่มีสารเคมี เมนูนี้นิยมรับประทานเป็นจานล้างปากเพราะผักสดต่างๆ ถั่ว พริก และน้ำมะนาวเล็กน้อยช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังมื้ออาหารได้ดี นอกจากนี้ในใบชายังมีคาเฟอีนเล็กน้อยช่วยให้กระปรี้กระเปร่าด้วย
นอกจากนี้ยังมีเมนูแกงอย่าง Kengtung Mee Shay with Braised Pork Belly ใส่ถั่วหมัก เลือดไก่ต้ม และหมูสามชั้นที่ตุ๋นจนเข้าเนื้อแต่รสชาติไม่หนักจนเกินไป Mohinga สูตรเด็ดของร้าน และ Mom's King Prawn Curry ที่ใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตเสิร์ฟกับแกงเนื้อข้นที่เคี่ยวจากมันหัวกุ้งและปรุงด้วยหญ้าฝรั่น

Above ข้าวหมกเนื้อวากิว

Above ข้าวหมกกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่
อีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้คือ เมนูบริยานีชื่อดังของทางร้านที่มีให้เลือกทั้งเนื้อไก่หมักข้ามคืน กุ้ง และเนื้อวากิวออสเตรเลียที่มีเฉพาะที่สาขากรุงเทพฯ เท่านั้น จุดเด่นของเมนูนี้คือการใช้เครื่องเทศปริมาณน้อยทำให้กลิ่นไม่แรง และการใช้แผ่นแป้งผสมธัญพืชคลุมหม้อดินขณะอบ เวลาเสิร์ฟต้องกระเทาะแผ่นแป้งออก ซึ่งสามารถรับประทานกับเนื้อในบริยานีหรือแกงอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีผักดอง น้ำซุปผักกาดจอแบบพม่า น้ำพริกพม่าเสิร์ฟเคียงมาด้วย

Above Burnt Cheesecake เสิร์ฟพร้อมวิปครีมสด
อย่าลืมเผื่อที่ในท้องสำหรับของหวานที่มีให้เลือกมากมาย ที่ทางร้านแนะนำคือ Burnt Cheesecake ก้อนโต เผาไฟจนหน้าไหม้เป็นคาราเมลสไตล์บาสก์ เป็นชีสเค้กเนื้อนุ่มเนียนไม่หนัก เสิร์ฟพร้อมวิปครีมตีสดๆ
Rangoon Tea House Bangkok
ที่อยู่: 6 ซอยแสงชัย (สุขุมวิทซอย 38) พระฃโนง คลองเตย กรุงเทพฯ, 064-060-3536
อ่านเพิ่มเติม:
Jim Thompson, A Thai Restaurant เปิดตัวเมนูอาหารไทยร่วมสมัยใหม่ยกเล่ม
สัมผัสความอร่อยผ่านกาลเวลา กับ 4 ร้านอาหารเก่าแก่ของกรุงเทพฯ
เชฟนูรอ กับความสำเร็จของร้าน Blue Elephant ธุรกิจอาหารไทยระดับโลกที่ย่างเข้าสู่ปีที่ 44
Credits
ภาพ: Rangoon Tea House Bangkok















