Tatler+
Le Cercle by Pernod Ricard รังสรรค์ประสบการณ์เหนือระดับ นำเสนอผลิตภัณฑ์ล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในท้องตลาด พร้อมเปิดประตูสู่การเยี่ยมชมเมซงอันทรงเกียรติของแบรนด์ และมอบพาสปอร์ตสู่โลกแห่งไวน์และสปิริตที่เหนือจินตนาการ
ในโลกแห่งความหรูหรา มีเพียงไม่กี่ชื่อที่สามารถสื่อถึงความประณีตของสปิริตชั้นยอดได้เทียบเท่า Pernod Ricard ผู้ครอบครองแบรนด์อันทรงเกียรติอย่าง Royal Salute, Martell และ Perrier-Jouët ล่าสุด แบรนด์ที่เป็นประตูสู่สปิริตชั้นเลิศของโลกนี้ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว Le Cercle by Pernod Ricard คลับสุดพิเศษที่เชิญชวนเฉพาะผู้ที่มีรสนิยมละเมียดละไม ให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์หรูหราและเอ็กซ์คลูซีฟของการใช้ชีวิตที่รุ่มรวยและงดงาม พร้อมร่วมเฉลิมฉลองหัตถศิลป์และความสร้างสรรค์ที่มีเพียงสมาชิกซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงจากแวดวงธุรกิจ วัฒนธรรม และสังคมชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถสัมผัสได้
Le Cercle by Pernod Ricard สร้างความแตกต่างจากคลับหรูอื่นๆ ที่อาจพิจารณาสมาชิกภาพจากปัจจัยทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่คลับแห่งนี้จะมอบคำเชิญชวนพิเศษให้กับผู้ที่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับแบรนด์ที่มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษ รวมทั้งผู้ที่มีความชื่นชอบต่อมรดกอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาอย่างแท้จริง ตลอดจนผู้ที่มีแพสชั่นในการทำความเข้าใจศาสตร์แห่งการผลิตเครื่องดื่มชั้นเลิศ
ความพิเศษของคลับแห่งนี้ยังอยู่ที่การรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด โดย Le Cercle by Pernod Ricard จะไม่เปิดเผยรายชื่อสมาชิกต่อสาธารณะ และสำหรับผู้ที่ได้รับเกียรติให้เป็นส่วนหนึ่งของ Le Cercle ความหรูหราเหนือระดับจะไม่ใช่เพียงคำที่พูดกันจนเกร่อ แต่คือประตูสู่โลกแห่งสิทธิพิเศษ ที่ผสานงานอีเวนต์ระดับอัลตร้าลักซ์ชูรีเข้ากับศิลปะการสร้างสรรค์เครื่องดื่มชั้นเลิศและหาได้ยากยิ่ง
อ่านเพิ่มเติม: ผู้เชี่ยวชาญทั่วเอเชีย เผยองค์ประกอบการสร้างบรรยากาศบาร์ที่สมบูรณ์แบบ
สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่มีรสนิยมและความชอบอันเป็นเอกลักษณ์ของคลับจะได้รับสิทธิพิเศษในการสัมผัสเครื่องดื่มชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นอันทรงคุณค่า พร้อมการเข้าร่วมประสบการณ์การเทสติ้งแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นระดับตำนาน และกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ซึ่งผสมผสานกีฬา ศิลปะ และศาสตร์แห่งการทำอาหารเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นี่ไม่ได้เป็นเพียงการดื่มด่ำกับวิสกี้และคอนยัคชั้นยอดเท่านั้น แต่ยังเป็นการถักทอสายสัมพันธ์ล้ำค่ากับสมาชิกผู้มีความสนใจในระดับเดียวกัน ที่หลงใหลประสบการณ์สุดพิเศษในบรรยากาศที่ได้รับการรังสรรค์มาอย่างประณีต
โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา การแข่งขัน F1 Singapore Grand Prix 2024 ได้ถูกยกระดับให้เป็นเวทีอันตระการตาในการเปิดเผยสิทธิพิเศษของ Le Cercle ที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ 25 ท่านจากแปดประเทศในเอเชียได้รับเชิญให้ร่วมการเดินทางสุดพิเศษเป็นเวลาสามวัน ที่ผสานความตื่นเต้นเร้าใจของการแข่งขัน F1 Singapore Grand Prix เข้ากับความสง่างามของเครื่องดื่มระดับตำนานได้อย่างไร้ที่ติ
Curated Affairs
ในวันรอบคัดเลือกของการแข่งขันอันน่าตื่นตาตื่นใจ ขณะที่เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องและรถแข่งพุ่งทะยานไปรอบสนาม บรรดาสมาชิกผู้ทรงคุณค่าของ Le Cercle by Pernod Ricard ต่างก็ได้รับเกียรติพิเศษในการรับรู้ข้อมูลเชิงลึกจากทีม Scuderia Ferrari นำโดย Frédéric Vasseur หัวหน้าและผู้จัดการทั่วไปของทีม พร้อมการรับโอกาสเหนือความคาดหมายในการพบปะนักแข่งระดับตำนาน Charles Leclerc ระหว่างทัวร์สุดพิเศษในโรงจอดรถของทีม ตลอดจนการรับของที่ระลึกล้ำค่าพร้อมลายเซ็นอันทรงคุณค่า และได้รับชมการแข่งขันในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เผยภาพเส้นทางการแข่งขันในมุมมองอันตระการตาจากโรงแรม Mandarin Oriental Singapore ที่เพิ่งได้รับการรังสรรค์ใหม่อย่างงดงาม
ห้องเพรซิเดนเชียลสวีทอันหรูหราได้รับการออกแบบให้มอบความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับการสนทนาและการสร้างคอนเน็กชั่นอันทรงคุณค่า ที่มาพร้อมกับบาร์ลับสุดพิเศษและบุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมียม เมนูที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ เป็ดย่างสไตล์ลอนดอนที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเมื่อจับคู่อย่างลงตัวกับค็อกเทล The Sussex ที่เป็นการผสมผสานอย่างน่าหลงใหลของวิสกี้ Royal Salute อายุ 21 ปี เหล้ามาราสชิโนที่อินฟิวส์กับใบโหระพาและพริกแดง
สำหรับแขกผู้ทรงเกียรติที่ต้องการดื่มด่ำโลกของการแข่งรถให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทางคลับก็ได้จัดเตรียม F1 Simulator อันล้ำสมัยไว้ให้ทดลองทักษะการขับบนสนามแข่งกลางคืนที่โด่งดังของสิงคโปร์ ผ่านจอภาพแบบพาโนรามาที่สร้างประสบการณ์สุดเร้าใจให้สามารถสัมผัสความตื่นเต้นของการแข่งรถโดยไม่ต้องลุกจากที่นั่ง นอกจากนี้เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ล้ำค่าในการจิบวิสกี้ชั้นเลิศ Sandy Hyslop มาสเตอร์เบลนเดอร์ผู้เชี่ยวชาญจาก Royal Salute ยังได้มาจัดมาสเตอร์คลาสและถ่ายทอดศิลปะอันทรงคุณค่าที่อยู่เบื้องหลังเครื่องดื่มชั้นยอดเหล่านี้ โดยเขาได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญมาเติมเต็มให้ค่ำคืนที่น่าตื่นเต้นอยู่แล้ว กลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก

Above Les Remarquables de Martell ใน dame-jeanne ที่สวยงาม
ยิ่งไปกว่านั้น เซอร์ไพรส์อันเหนือความคาดหมายที่มีเพียง Le Cercle by Pernod Ricard เท่านั้นที่สามารถมอบให้ได้ ยังถูกซ่อนไว้ได้น่าตื่นเต้นในห้องลับเบื้องหลังบาร์ในห้องสวีทของโรงแรม ที่เผยให้เห็น Les Remarquables de Martell คอนยัคที่แพงที่สุดในโลกด้วยมูลค่าอันน่าตื่นตะลึงกว่า 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งถูกจัดแสดงในภาชนะ dame-jeanne อันตระการตาและการตกแต่งด้วยงานศิลปะล้ำค่าที่สร้างสรรค์โดย Laurentine Perilhou จนกล่าวได้ว่าการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้ยกระดับนิยามของความหรูหราในยุคปัจจุบันให้สูงขึ้นไปอีกขั้น พร้อมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ Martell ที่มีต่อศิลปะแห่งการผลิตคอนยัคที่หรูหราโอ่อ่าในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตคอนยัคที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
เมซง Martell ยังได้สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ที่สืบทอดกันมายาวนานกว่าสามศตวรรษ โดยมี คริสตอฟ แวลโตด์ (Christophe Valtaud) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบ่มคอนยัคผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำกำหนดทิศทางของแบรนด์ด้วยความหลงใหลในคอนยัคและความมุ่งมั่นในการรักษามรดกอันทรงคุณค่านี้
อ่านเพิ่มเติม: จิบ Maya Pistola Agavepura เตกีลาแบรนด์แรกของเอเชียจากที่ราบสูงในอินเดีย
พร้อมๆ กับการเปิดตัวระดับโลกของ Les Fûts Uniques de Martell ยังมีโปรแกรมไพรเวทคาสก์ (private cask) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คริสตอฟ แวลโตด์ เชิญชวนเหล่านักดื่มผู้มีรสนิยมเข้าสู่การเดินทางอันน่าตื่นตาที่ผสานมรดกด้านประเพณีและอนาคตของคอนยัคไว้เป็นหนึ่งเดียว ในงาน Martell Cellar Experience ที่จัดขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงที่ 1-Arden โดยแขกผู้เข้าร่วมได้รับโอกาสอันหาได้ยากยิ่งในการลิ้มรสคอนยัคของตนเองจากคาสก์พิเศษที่ผ่านการบ่มอย่างพิถีพิถัน ด้วยอายุการบ่ม 27, 30 และ 32 ปี
"คอลเล็กชั่น Les Fûts Uniques de Martell ช่วยทำให้ผู้ดื่มได้เชื่อมโยงกับต้นกำเนิดอันแท้จริงของคอนยัค" แวลโตด์อธิบายด้วยความภาคภูมิใจ

Above ดินเนอร์สุดพิเศษของ Royal Salute ที่จัดโดยเชฟ Ivan Brehm จากร้านอาหาร Nouri ที่ได้รับหนึ่งดาวมิชลิน และจัดขึ้นในโบสถ์เก่าที่ Chijmes เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

Above ดินเนอร์เอ็กซ์คลูซีฟพร้อมการปรากฏตัวของ Sandy Hyslop มาสเตอร์เบลนเดอร์ของ Royal Salute ที่พาแขกผู้ร่วมงานสัมผัสการแพริ่งกับวิสกี้
Experiential Dinners
เมื่อพูดถึง Royal Salute ที่ครองตำแหนงผู้นำด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 238 ปีในฐานะโรงกลั่นเก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดใช้งานในที่ราบสูงอันทรงเกียรติของสกอตแลนด์ ก็มีเพียงความสง่างามของโบสถ์ Chijmes เท่านั้นที่คู่ควรแก่การจัดงานดินเนอร์สุดพิเศษเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของ Chijmes ได้รับการแปลงโฉมให้เป็นห้องอาหารที่สะกดทุกสายตา ประดับประดาด้วยดอกไม้สดและการฉายภาพบนเพดานที่สร้างบรรยากาศอันเหนือจินตนาการ
แขกผู้ทรงเกียรติที่ร่วมงานได้ลิ้มรสเมนูหกคอร์สสุดหรูซึ่งได้รับการรังสรรค์โดย Ivan Brehm เชฟจากร้าน Nouri ที่ได้รับหนึ่งดาวมิชลิน Brehm ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากปรัชญาการทำอาหารที่เขาพัฒนาขึ้นเองชื่อ Crossroads Thinking ที่นำเสนอมุมมองอันลึกซึ้งในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมมนุษย์ผ่านจานอาหารที่ซับซ้อนและประณีต แต่ละคอร์สได้รับการจับคู่กับวิสกี้ Royal Salute อย่างวิจิตรบรรจง
นอกจากสถานที่ที่ได้รับการแปลงโฉมให้กลายเป็นพื้นที่รับประทานอาหารที่น่าหลงใหล ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สดและโปรเจ็กชั่นบนเพดานเพื่อสร้างบรรยากาศอันน่าตื่นตาแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟของประสบการณ์ Royal Salute คือการปรากฏตัวของ Sandy Hyslop มาสเตอร์เบลนเดอร์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Royal Salute ที่สร้างความประทับใจให้กับแขกผู้ร่วมงานด้วยเรื่องราวจากประสบการณ์อันล้ำค่า 40 ปีในวงการวิสกี้ รวมถึงการเทสติ้งวิสกี้กว่า 1,500 ตัวอย่างต่อสัปดาห์ และปิดท้ายด้วยการเซ็นชื่อบนขวดวิสกี้ให้กับแขกเป็นที่ระลึกอันทรงคุณค่า
Royal Salute ถูกรังสรรค์ขึ้นครั้งแรกในปี 1953 เพื่อมอบเป็นของขวัญอันทรงเกียรติแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และยังคงสืบทอดมรดกอันทรงคุณค่านี้ด้วยการเฉลิมฉลองยุคใหม่ของราชวงศ์ร่วมสมัยผ่านวิสกี้รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ล้ำค่า ค่ำคืนดังกล่าวถูกยกระดับให้หรูหราสง่างามขึ้นด้วยกลิ่นอายแห่งราชสำนัก เมื่อเสียงแตรและออร์แกนกังวานไพเราะบรรเลงเพลง God Save the King เพื่อประกาศการมาถึงของไฮไลต์สำคัญ นั่นก็คือการเปิดตัววิสกี้ The Coronation of King Charles III Edition ซึ่งเป็นวิสกี้ที่ได้รับเกียรติสูงสุดในพิธี ตามมาด้วยการลิ้มรสวิสกี้ลับที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการชิมนอกโรงกลั่นในสกอตแลนด์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

Above Le Cercle ของ Pernod Ricard ช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึง Les Fûts Uniques de Martell ซึ่งเป็นโครงการถังคอนยัคแห่งแรกของโลก

Above Christophe Valtaud เซลลาร์มาสเตอร์ของ Martell
Exclusive Access
ในโลกแห่งความหรูหราระดับสูงสุด การบริการที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคลคือหัวใจสำคัญอันดับหนึ่ง เพราะผู้บริโภคระดับพรีเมียมไม่เพียงต้องการสิ่งที่อยู่ในแก้วเท่านั้น แต่ยังปรารถนาประสบการณ์ที่เติมเต็มความต้องการอันพิเศษของตนเองด้วย นอกเหนือไปจากงานเฉลิมฉลองอันตระการตาในช่วง F1 Singapore Grand Prix 2024
ตัวอย่างที่โดดเด่นของประสบการณ์ส่วนบุคคลที่รังสรรค์โดย Le Cercle by Pernod Ricard คือประสบการณ์สุดพิเศษในการเลือกซื้อ Les Fûts Uniques de Martell ซึ่งลูกค้าผู้ทรงเกียรติจะได้เลือกคาสก์และรายละเอียดขวดตามที่ปรารถนาในขั้นตอนคัดเลือกแบบส่วนตัวที่ Martell Maison สามารถจัดเตรียมให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ในอดีตคอนยัคซื้อขายกันเป็นคาสก์" แวลโตด์เล่าด้วยความภาคภูมิใจ "แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จากการปลอมแปลงคอนยัคอย่างแพร่หลายจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ แต่วันนี้เราต้องการนำประสบการณ์แบบคาสก์อันทรงคุณค่านั้นกลับมา"
แต่ละคาสก์ในโปรแกรมพิเศษนี้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบได้กับไวน์แบบซิงเกิลวินยาร์ดที่ไม่สามารถผลิตซ้ำหรือทดแทนได้ สมาชิกผู้โชคดีที่เข้าร่วมในประสบการณ์นี้จะได้รับเชิญไปยังการเฉลิมฉลองสามวันอันน่าตื่นตาในปารีสและการดื่มด่ำคอนยัคในฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงสุดพิเศษที่แวลโตด์ร่วมกับ Alexandre Mazzia เชฟเจ้าของร้านอาหาร AM par Alexandre Mazzia ที่ได้รับสามดาวมิชลินในมาร์เซย์ ในการรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษและแพริ่งกับคอนยัคที่คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน
"ลองจินตนาการถึงการรับประทานอาหาร (ในรูปแบบเชฟส์เทเบิล) ในบรรยากาศสุดโรแมนติกของ Château de Chanteloup นะครับ ซึ่งชาโตแห่งนี้เคยเป็นบ้านอันทรงเกียรติของครอบครัว Martell ขณะที่ได้ลิ้มรสคอนยัคที่รินจากคาสก์ที่คุณเลือกสรร" แวลโตด์กล่าวด้วยความภูมิใจ

Above Le Cercle มอบคำเชิญตามความสัมพันธ์ส่วนบุคคล

Above Perrier-Jouët Ode à la Nature Libellule ที่งานปาร์ตี้ชม F1 ซึ่งจัดขึ้นที่ Mandarin Oriental Singapore
นอกจากการแปรเปลี่ยนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ให้เป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่จับต้องได้แล้ว Le Cercle by Pernod Ricard ยังนำเสนอการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่หาได้ยากยิ่งและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งไม่เพียงโดดเด่นในด้านรสชาติและศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกที่ล้ำค่าอีกด้วย
ในปีที่ผ่านมา สมาชิก Le Cercle by Pernod Ricard ในสิงคโปร์ได้ครอบครองวิสกี้สุดพิเศษสำหรับสะสม เช่น Martell Dame-Jeanne 1959 ที่มีเพียงแค่สี่ขวดที่เปิดจำหน่ายทั่วโลก ในมูลค่าที่สูงถึง 175,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (4.4 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังมี Art of Wonder Collection by Royal Salute ที่เป็นเบลนด์วิสกี้อายุ 53 ปีในมูลค่า 156,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (3.9 ล้านบาท) สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงวิสกี้ที่บรรจุในขวดเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าที่รอคอยให้ผู้ที่ชื่นชอบความประณีตบรรจงในชีวิตได้ลิ้มลอง
Le Cercle by Pernod Ricard จึงไม่ได้เป็นเพียงคลับธรรมดาทั่วไป แต่คือประตูสู่โลกแห่งความหรูหราระดับสูงสุดอย่างแท้จริง และในสโมสรอันทรงเกียรตินี้ ทุกการรวมตัวคือโอกาสอันล้ำค่าในการสร้างความสัมพันธ์และเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตด้วยการสร้างสรรค์ที่เหนือระดับและไม่ธรรมดา
หากคุณสนใจเข้าร่วม Le Cercle by Pernod Ricard เพื่อเข้าถึงวิสกี้หายากมีเอกลักษณ์ และวิสกี้สำหรับสะสมได้ กรุณาแชร์ข้อมูลติดต่อของคุณที่ le-cercle.sg/tatler เพื่อรอการติดต่อกลับจากคลับ
This story was originally written in English by Dawson Tan.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2024 โดย Dawson Tan โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
Stage เผยโฉมใหม่ในย่านสาทร พร้อมเมนูฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์น
ชวนดู 6 ภาพยนตร์ไวน์อันน่าหลงใหลที่คนรักไวน์และเหล่านักดื่มควรดู
ปักหมุด 4 บาร์น่าลองในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ แนะนำโดย “เข้ม ธณัช สุทธิรักษ์”
Credits
ภาพ: Pernod Ricard







