Montblanc Summit 3
Cover Montblanc แบรนด์นาฬิกาจากประเทศเยอรมนีที่มีอายุเกือบ 120 ปี ได้นำ AI มาใช้และพัฒนาคอลเล็กชั่นสมาร์ทวอทช์ (ภาพ: Instagram / @montblanc)
Montblanc Summit 3

นาฬิกาหรูและ AI Tatler ชวนคุณไปค้นหาว่าทำไมสองสิ่งนี้จึงสามารถ ‘เดิน’ ไปด้วยกันอย่างลงตัว

นานหลายศตวรรษที่โลกแห่งนาฬิกาหรูถูกยกย่องให้เป็นศิลปะขั้นสูงสุด ที่ซึ่งความแม่นยำถูกวัดกันในระดับไมครอนและขนบธรรมเนียมดั้งเดิมถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วงการนี้ยืนหยัดต่อต้านการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นเลิศของงานฝีมือที่แทบจะไร้กาลเวลา คำถามที่ว่า ‘แล้ว AI จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมที่สร้างขึ้นจากมรดกแห่งประวัติศาสตร์นี้ได้อย่างไร’ กลับได้รับคำตอบที่น่าประหลาดใจ นั่นคือมันสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะแท้จริงแล้ว แบรนด์นาฬิกาหรูที่ทรงอิทธิพลที่สุดสามารถครองความเป็นเลิศได้ก็เพราะพวกเขามีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม แม้ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่จำเป็นก็ตาม

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังปฏิวัติทุกอย่าง ตั้งแต่แฟชั่นชั้นสูงไปจนถึงศิลปะการทำอาหาร แม้แต่นาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่ออิทธิพลนี้

นาฬิกาหรูเป็นมากกว่ากลไกบอกเวลา มันคือสัญลักษณ์ของงานฝีมือ ความพิเศษ และมรดกทางวัฒนธรรม แต่เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมนาฬิกาก็ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในตลาดแมสอีกต่อไป แต่กำลังเข้ามามีบทบาทในโลกแห่ง Haute Horology อย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่การปฏิวัติวิศวกรรมกลไกไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เป็นส่วนตัว AI กำลังนิยามความหมายใหม่ของการเป็นเจ้าของ ออกแบบ และการสัมผัสนาฬิกาหรู

อ่านเพิ่มเติม: MB&F ตีความใหม่ให้ Serpenti อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bvlgari ผ่านศาสตร์การทำนาฬิกาชั้นสูง

ต่างจากวิกฤตการณ์ควอตซ์ในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งเกือบทำให้การผลิตนาฬิกากลไกแบบดั้งเดิมต้องล่มสลาย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่ได้มาเพื่อลบล้างความเชี่ยวชาญด้านกลไก หากแต่เป็นการยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับศาสตร์แห่งการทำนาฬิกา (Haute Horlogerie)

แบรนด์หรูที่เคยภาคภูมิใจในความเป็นอนาล็อกและต่อต้านความก้าวหน้าของดิจิทัล บัดนี้กลับนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาที่เป็นที่ต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเฉพาะบุคคลที่สามารถปรับแต่งตามรสนิยมของลูกค้า การพัฒนากลไกด้วย AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความทนทาน หรือแม้แต่อัลกอริธึมทำนายเทรนด์ ที่ช่วยให้แบรนด์เดินนำหน้าตลาดและเข้าใจความต้องการของนักสะสมก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อ

แล้ว AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนาฬิกาหรูได้อย่างไรกันแน่ มาดูกันว่าปัญญาประดิษฐ์ผสานตัวเองเข้ากับมรดกของนาฬิกาชั้นสูงได้อย่างไร

การหลอมรวมระหว่างประเพณีและนวัตกรรม

ในอดีต การออกแบบนาฬิกาถูกกำหนดโดยรสนิยมของช่างฝีมือที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานและความงามทางศิลปะ ทุกวันนี้ AI ได้เข้ามาเสริมกระบวนการสร้างสรรค์นี้ โดยวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่เกี่ยวกับความชื่นชอบของผู้บริโภค การออกแบบที่ผ่านมา และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น

อัลกอริธึมการเรียนรู้นั้นสามารถประเมินพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น การกระจายน้ำหนักและความทนทาน พร้อมทั้งสร้างต้นแบบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยขยายขอบเขตของความงามแบบดั้งเดิม ความร่วมมือระหว่างมนุษย์และ AI นี้เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ได้ทดลองสร้างโครงสร้างตัวเรือนและกลไกที่แปลกใหม่ นำพาศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาไปสู่ดินแดนใหม่

ตัวอย่างเช่น ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของ G-Shock ทาง Casio ได้เปิดตัว G-D1001 นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นแบบชิ้นเดียวที่เป็นส่วนหนึ่งของ Dream Project #2: Break The Boundary เรือนเวลาทำจากทองคำเรือนนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยและพัฒนาของบริษัทโดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญ

อ่านเพิ่มเติม: Jérôme Cavadini กับทิศทางและการปรับตัวของ Panerai นาฬิกาแบรนด์ดังอายุกว่า 150 ปี

ปฏิวัติวิศวกรรมกลไก

หัวใจสำคัญของนาฬิกาหรูทุกเรือนอยู่ที่กลไก ความสามารถของ AI ในการจำลองกลไกที่ซับซ้อนของเฟืองและสปริงทำให้การออกแบบมีความแม่นยำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ฟังก์ชั่นปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อน ได้รับการปรับปรุงผ่านการจำลองที่ขับเคลื่อนโดย AI ส่งผลให้กลไกมีขนาดกะทัดรัดและเชื่อถือได้มากขึ้น ความก้าวหน้าเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของนาฬิกาด้วย ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับความเป็นเลิศในการผลิตนาฬิกาหรู

การเกิดขึ้นของนาฬิกาไฮบริด

เพื่อตอบสนองต่อยุคดิจิทัล แบรนด์หรูต่างกำลังเปิดตัวนาฬิกาไฮบริดที่ผสานมรดกทางกลไกเข้ากับสมาร์ทฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว ตัวอย่างเช่น ซีรีส์ Connected ของ Tag Heuer ยังคงรักษาการออกแบบโครโนกราฟอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็เสนอความสามารถเต็มรูปแบบของสมาร์ทวอทช์ ในทำนองเดียวกัน Summit คอลเล็กชั่นของ Montblanc ผสมผสานประเพณีการทำนาฬิกาของสวิสเข้ากับคุณสมบัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งความสง่างามและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ นาฬิกาแบบไฮบริดเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานฝีมือคลาสสิกกับเทคโนโลยีร่วมสมัย

อ่านเพิ่มเติม: นาฬิกาเรือนบาง ที่บางที่สุดในโลก ตั้งแต่ Richard Mille จนถึง Bulgari

เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

เบื้องหลัง AI กำลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต โดยหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย machine learning ได้เข้ามาจัดการงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การวางชิ้นส่วนขนาดเล็ก ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพ นอกจากนี้ การวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ (predictive analytics) ยังช่วยในการบริหารจัดการสต็อก โดยคาดการณ์ความต้องการจากยอดขายในอดีตและแนวโน้มในโซเชียลมีเดีย ทำให้สามารถรักษาระดับสต็อกให้เหมาะสมและลดการสร้างขยะ

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบการมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังทำการตรวจสอบชิ้นส่วนของนาฬิกาอย่างละเอียด ระบุข้อบกพร่องได้อย่างแม่นยำ และรักษาคุณภาพสูงสุดตามมาตรฐานของการรังสรรค์นาฬิกาหรู

ประสบการณ์เฉพาะบุคคล

อิทธิพลของ AI ขยายออกไปไกลกว่าการผลิต และเจาะลึกไปที่การมีส่วนร่วมของลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล ด้วยการวิเคราะห์ความชอบส่วนบุคคลและประวัติการซื้อของลูกค้า แบรนด์ต่างๆ สามารถเสนอคำแนะนำที่เหมาะสมให้กับลูกค้าแต่ละรายได้ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ง ยอกตัวอย่างเช่น Rolex และ Omega ที่กำลังใช้เทคโนโลยีการลองสวมนาฬิกาเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วยความจริงเสริมและ AI คุณลักษณะนี้ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพว่านาฬิกาจะดูเป็นอย่างไรเมื่อสวมใส่บนข้อมือโดยไม่ต้องไปที่ร้าน ซึ่งเป็นการผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับบริการเฉพาะบุคคล

หรือนาฬิกา Breitling มาพร้อมกับ NFT ส่วนตัว ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลักฐานการเป็นเจ้าของที่ได้รับการสนับสนุนโดยบล็อคเชน ซึ่งไม่เพียงแต่ปกป้องนาฬิกาของคุณเท่านั้น แต่ยังปลดล็อกประโยชน์อีกมากมาย IWC Schaffhausen ก็มีสิ่งที่คล้ายกัน นั่นคือ My IWC Passport ซึ่งเป็นพาสปอร์ตผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อคเชนและเชื่อมโยงกับนาฬิกา IWC แต่ละเรือน

อ่านเพิ่มเติม: Georges Kern เผย Breitling ยังคงเติบโตในตลาดนาฬิกาหรูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างไร

อนาคตของ AI ในศาสตร์แห่งการทำนาฬิกา

ในขณะที่ AI พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง บทบาทของเทคโนโลยีนี้ในอุตสาหกรรมนาฬิกาหรูก็ขยายตัวไปพร้อมกัน ตั้งแต่การยกระดับความแม่นยำในการออกแบบ ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า AI จึงกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมรดกดั้งเดิมกับนวัตกรรมล้ำยุค

การหลอมรวมนี้ช่วยรักษาแก่นแท้ของศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาไว้ในงานฝีมืออันประณีต ขณะเดียวกันก็เปิดรับเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ทั้งเหนือกาลเวลาและตอบโจทย์ยุคสมัย

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย