Bvlgari และ MB&F ผสานความเชี่ยวชาญ รังสรรค์เรือนเวลาใหม่ ตีความหมายนาฬิกา Serpenti อันเป็นเอกลักษณ์ผ่านมุมมองศิลปะแห่งเรือนเวลาชั้นสูง
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองดีไซน์ความคดเคี้ยวอันเป็นตำนานของ Bvlgari Serpenti คอลเล็กชั่นสุดไอคอนิกนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นหัตถศิลป์อันแจ่มแจ้งของแบรนด์สัญชาติอิตาลีที่ผสานกับวัสดุชั้นเลิศ อาทิ ทองคำ เพชร และอัญมณีหลากสีสัน ส่วน MB&F ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2005 ถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำของโลกที่เป็นที่รู้จักกันดีจากสถาปัตยกรรมแบบคิเนติก (kinetic) บนข้อมือในรูปแบบ 3 มิติ และเมื่อปี 2025 นี้คือปีงู จะมีอะไรเหมาะสมไปกว่าการได้รับมอบหมายให้ตีความ Serpenti ขึ้นใหม่อีกครั้งผ่านวิสัยทัศน์ของ MB&F ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคอลเล็กชั่นนาฬิกา 3 เวอร์ชั่นที่แสนสะดุดตา โดยแต่ละเวอร์ชั่นมีจำนวนจำกัดเพียง 33 เรือนเท่านั้น
“การจับมือกันระหว่าง Bvlgari และ MB&F นั้นเปี่ยมเอกลักษณ์มากในโลกแห่งเรือนเวลา เพราะได้เชื่อมจิตวิญญาณของเมซงของเราทั้งคู่และนำไปสู่การให้กำเนิดผลงานล้ำค่าที่ไร้กาลเวลา อันเป็นชิ้นงานที่ควรค่าแก่การสะสมอย่างแท้จริง กับนาฬิกา Serpenti รุ่นแรกที่ไม่จำกัดเพศ ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย สะท้อนความเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีร่วมสมัย แสดงให้เห็นว่าศาสตร์การทำนาฬิกาขั้นสูงสุดนั้นเกิดขึ้นได้จริงจากการนำผู้ที่เปี่ยมพรสวรรค์ที่ไม่คาดคิดอย่าง Max (Büsser) และ Fabrizio (Buonamassa Stigliani ซึ่งเป็นกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เรือนเวลาของ Bvlgari) มาร่วมงานกัน” Jean-Christophe Babin ซีอีโอของ Bvlgari กล่าว
อ่านเพิ่มเติม: ฉลองปีมะเส็งด้วยเรือนเวลาสุดพิเศษสำหรับคนรักนาฬิกาและนักสะสม

Above Bvlgari x MB&F Serpenti ตัวเรือนสเตนเลส โรสโกลด์ และไทเทเนียม
ตัวเรือนของนาฬิการุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรูปทรงของหัวงู จึงมีเส้นสายคดโค้งอันซับซ้อนหลายเส้นจากตัวเรือนโลหะไปยังคริสตัลแซฟไฟร์ทั้งห้า ซึ่งรวมถึงดวงตางูและด้านหลังด้วย ซึ่งในส่วนด้านหลังนั้นมีการประดับคริสตัลเป็นขั้นๆ ที่ไม่เหมือนใคร ดูละม้ายคล้ายเกล็ดงูหรือไม่ก็กระจกหลังของรถสปอร์ต ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองเห็นว่าเป็นเช่นไร
Büsser อธิบายขั้นตอนการทำเรือนเวลาเรือนนี้ว่าเป็นความท้าทายที่สุดขั้ว “หน้าปัดที่ซับซ้อนนั้นผลิตขึ้นจากเครื่องกัดสามมิติแบบ 5 แกนและประดับคริสตัลแซฟไฟร์ทั้งห้า ซึ่งไม่เพียงซับซ้อนละเอียดอ่อนขั้นสุดในการรังสรรค์มันขึ้นมา แต่ยังท้าทายไม่แพ้กันในการติดตั้งให้เข้าที่ ด้วยความโค้งของตัวเรือนและความต้องการให้นาฬิกาเรือนนี้กันน้ำได้ 30 เมตร” เขากล่าว

Above หน้าปัดหลายเหลี่ยมมุมของนาฬิกา Bvlgari x MB&F Serpenti
Stigliani อยากให้ดวงตาของงูนั้นดูมีชีวิต ซึ่งความปรารถนานี้เป็นจริงได้โดยการวางตำแหน่งของโดมที่บอกชั่วโมงและนาทีซึ่งหมุนรอบตัวได้ภายใต้คริสตัล โดมฝั่งซ้ายซึ่งทำจากอลูมิเนียมทั้งชิ้นจะหมุนครบรอบใน 12 ชั่วโมงในขณะที่โดมทางขวาจะหมุนครบรอบใน 60 นาที ส่วนพรายน้ำแบบซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) แบบทำมือนั้นทำให้ ‘ดวงตา’ ของงูเปล่งประกายเรืองแสงในความมืดได้
ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนากลไกคาลิเบอร์มากว่า 20 รุ่น โดยเฉพาะ HM10 แบบหมุนด้วยมือ MB&F จึงรังสรรค์กลไกอันน่าทึ่งกับฟลายอิ้งบาลานซ์วีลขนาดใหญ่ถึง 14 มิลลิเมตร พร้อมเรกูเลตติ้งสกรูแบบดั้งเดิม 4 ตัวที่ถูกยึดให้เข้าที่ด้วยบาลานซ์บริดจ์แบบ 3 มิติ
ส่วนเม็ดมะยมในการไขและตั้งเวลานั้นติดตั้งอยู่ที่ขาสายนาฬิกาด้านหลัง
อ่านเพิ่มเติม: คู่มือการเลือกนาฬิกาให้เหมาะกับราศีและมีสไตล์ที่สุด

Above บาลานซ์วีลขนาดใหญ่ของนาฬิกา Bvlgari x MB&F Serpenti
นาฬิการุ่นนี้มี 3 เวอร์ชั่น ได้แก่ ตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 พร้อมโดมสีฟ้าบอกชั่วโมงและนาที ตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัตพร้อมโดมสีเขียว และตัวเรือนสเตนเลส PVD สีดำมาพร้อมกับดวงตางูสีแดง

Above มุมมองด้านข้างของนาฬิกา Bvlgari x MB&F Serpenti
“งูนั้นเป็นชิ้นงานอันงดงามที่ดึงดูดนักสะสมหลายราย ผมคิดว่าเราประสบความสำเร็จในการเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับ Bvlgari Serpenti มันไม่ได้เป็นแค่ชิ้นงานที่มีความเป็นผู้หญิงซึ่งเชื่อมโยงกับดีเอ็นเอของแบรนด์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้กลายเป็นชิ้นงานในเชิงเทคนิคที่สื่อถึงความงามในแบบ Bvlgari และความเชี่ยวชาญของ MB&F” Stigliani กล่าว
This story was originally written in English by Brian Cheong.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 โดย Brian Cheong โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
จาก Beckhams จนถึง Jaunceys พบกับ 5 คู่รักคนดังที่จริงจังเรื่องนาฬิกา
Audemars Piguet เปิด AP Café สาขาแรกของโลกที่ Raffles Hotel สิงคโปร์
ศาสตร์แห่งเวลาและศิลปะการทำอาหารกับเชฟ Silvio Germann แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hublot





