Cover ภาพนิ่งจาก 'บริดเจอร์ตัน' (Bridgerton) ซีซั่นสาม (ภาพ: Instagram / @bridgertonnetflix)

ถ้าคุณกำลังอินกับซีรีส์ 'Bridgerton' ทั้งเนื้อเรื่องที่เร่าร้อนน่าติดตาม และเครื่องประดับชิ้นงามตามแบบยุครีเจนซี่ นี่คือเหตุผลที่คุณอาจต้องกลับไปโฟกัสอัญมณีเลอค่าที่ปรากฏบนหน้าจอซีรีส์เรื่องนี้ให้มากขึ้น

ซีรีส์ยอดฮิต Bridgerton ทาง Netflix ที่กลับมาอีกครั้งในซีซั่นที่สาม พาเราเดินทางกลับสู่โลกที่เต็มไปด้วยความระยิบระยับของเครื่องประดับเพชรพลอยแบบชาวอังกฤษในยุคจอร์เจียน (Georgian) และรีเจนซี่ (Regency) ซึ่งดำเนินเรื่องในช่วงปลายทศวรรษ 17 ถึงต้นทศวรรษ 18 เพื่อติดตามเรื่องราวความรักที่กำลังเบ่งบานระหว่าง Penelope Featherington (รับบทโดย Nicola Coughlan) และ Colin Bridgerton (รับบทโดย Luke Newton) ท่ามกลางความฟู่ฟ่าของฉากหลังอย่างงานเต้นรำบอลรูม และกิจกรรม (อย่างว่า) บนรถม้า

นอกจากความโรแมนติก อีกสิ่งที่ดึงดูดแฟนๆ สู่โลกแห่งแพรพรรณสุดหรูหราของซีรีส์เรื่องนี้ก็คือ เสื้อผ้าและเครื่องประดับสุดประณีต ซึ่งเป็นการตีความสไตล์แฟชั่นในประวัติศาสตร์ออกมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ (ซึ่งก็ควรค่ากับแรงลุ่มหลงของแฟนๆ) ต่อไปนี้คือเหตุผลว่าทำไมเครื่องประดับยุคจอร์เจียนและรีเจนซี่จากซีรีส์เรื่องนี้ถึงได้มีความพิเศษและเปล่งประกายจนน่าจับตา

อ่านเพิ่มเติม: 6 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจักรวรรดิโมกุล อินเดีย ในซีรีส์ 'Heeramandi' บน Netflix

1. สร้อยคอกลม (Wreath Necklace)

Tatler Asia
Above ภาพนิ่งจาก Bridgerton ซีซั่นสาม (รูปภาพ: Instagram / @bridgertonnetflix)

ในช่วงยุครีเจนซี่ สร้อยคอ 'rivière' หรือสร้อยคอกลม (Wreath Necklace) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สะท้อนถึงสไตล์การสวมใส่เครื่องประดับในราชสำนักฝรั่งเศส โดยเฉพาะตัวละครจักรพรรดินีโจเซฟีน ซึ่งถือเป็นแฟชั่นไอคอนในยุคสมัยของเธอ

สร้อยคอกลมที่ว่านี้มักจะมีลักษณะเป็นวงอัญมณีที่เรียงร้อยต่อเนื่องกัน หรือมีลวดลายการออกแบบเป็นแพทเทิร์นซ้ำๆ อยู่รอบคอ ด้วยอัญมณีหรือลวดลายของสร้อยคอที่อาจมีขนาดและรูปร่างเท่ากันทั้งหมด หรืออาจจะค่อยๆ ไล่ขนาดขึ้นมาที่ด้านหน้าของสร้อยคอ ตัวอย่างเช่นในซีรีส์ Bridgerton ซีซั่น 3 ตอนที่ 5 เราจะได้เห็น Violet Bridgerton (รับบทโดย Ruth Gemmell) สวมสร้อยคอกลมระยิบระยับในปาร์ตี้งานหมั้นของ Penelope และ Colin

2. เครื่องประดับทำมือ (Handmade jewellery)

ก่อนที่การผลิตเครื่องประดับแบบอุตสาหกรรมจะเริ่มเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นกลางสมัยวิกตอเรียน (Victorian) ยุคจอร์เจียนและรีเจนซี่เป็นยุคสุดท้ายที่เครื่องประดับสุดหรูหราต้องทำด้วยมือเท่านั้น ช่างฝีมือที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจะตีทองและโลหะชนิดอื่นๆ ที่หลอมให้อ่อนตัวแล้ว ก่อนจะนำไปขึ้นรูปอย่างประณีต แล้วฝังอัญมณีล้ำค่าลงไปด้วยมือทีละชิ้น (โดยไม่มีแรงกดอัด)

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเครื่องประดับจากยุคนี้มักจะมีข้อบกพร่องให้เห็น เช่น อัญมณีภายในชิ้นงานเดียวกันอาจมีรูปร่างและขนาดที่ไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ แบบเครื่องประดับอุตสาหกรรมในปัจจุบัน อีกจุดสำคัญคืออัญมณีเหล่านั้นจะต้องได้รับการเจียระไนจนสามารถที่จะสะท้อนแสงเทียนภายในห้องบอลรูมสุดหรูหราอลังการ และดึงดูดความสนใจมาสู่ผู้สวมใส่ได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมาตรฐานระดับสูงของช่างฝีมืออย่างแท้จริง

3. เครื่องประดับแทนใจ (Sentimental jewellery)

Tatler Asia
Above ภาพนิ่งจาก Queen Charlotte: A Bridgerton Story (รูปภาพ: Instagram / @bridgertonnetflix)

เครื่องประดับหรูในยุคนั้นมักเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างมากต่อผู้สวมใส่ เพราะขุนนางจะให้ของขวัญที่เป็นเครื่องประดับระย้าเหล่านั้นแก่นางอันเป็นที่รัก พร้อมด้วยข้อความที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจสะกดเป็นคำต่างๆ เช่น Regard (คนึงหา), Forever (ตลอดไป) และ Love (รัก) ซึ่งจะปรากฏขึ้นเมื่ออัญมณีถูกจัดวางด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ธรรมเนียมในการสวมเครื่องประดับสำหรับไว้ทุกข์ก็แพร่หลายเช่นกัน ตัวอย่างเช่นใน Queen Charlotte: A Bridgerton Story เมื่อเลดี้ Danbury (รับบทโดย Arsema Thomas) สวมเครื่องประดับสีดำหลังจากสามีของเธอเสียชีวิต อัญมณีแห่งการไว้อาลัยเหล่านั้นมักทำจากวัสดุสีดำ เช่น เจ็ท (jet), โอนิกซ์ (onyx), การลงยาสีดำ (black enamel) และยางไม้สีดำ (black rubber) จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

4. เครื่องประดับอัญมณีเทียม (Paste jewellery)

Tatler Asia
Above ภาพนิ่งจาก Bridgerton ซีซั่นสาม (รูปภาพ: Instagram / @bridgertonnetflix)

เครื่องประดับอัญมณีเทียม (Paste jewellery) เป็นงานเครื่องประดับที่ทำด้วยแก้วเจียระไนที่ออกแบบมาให้ดูเหมือนเป็นอัญมณีจริงๆ ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในสมัยจอร์เจียนและรีเจนซี่ เหตุผลนั้นมาจากเหล่าเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่อาจกลัวถูกโจรกรรมในระหว่างเดินทางไกล เลยสวมเครื่องประดับเทียมเหล่านี้แทนเครื่องประดับที่มีราคาแพงกว่า และเครื่องประดับเทียมเหล่านี้ก็มักถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยช่างอัญมณีกลุ่มเดียวกับที่ทำอัญมณีของจริง (พูดง่ายๆ ก็คือ Paste Jewelry เป็นเครื่องประดับตัวก๊อปปี้ในเวอร์ชั่นที่ถูกกว่าที่เอาไว้ใส่แทนชุดเครื่องประดับตัวจริง)

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเครื่องประดับเทียมเหล่านี้จะมองดู (แค่เพียงปราดเดียว) ก็รู้ว่าไม่สมจริงนัก หากคุณยังจำได้ในซีซั่นที่สองของ Bridgerton จะมีพล็อตย่อยเกี่ยวกับแผนการปลอมสร้อยคอทับทิมที่ทำจากแก้ว ซึ่งหลอกคนจำนวนมากได้สำเร็จ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีด้วย แม้จะดูด้วยตาเปล่าแล้วเหมือนจริง แต่ก็ใช่ว่าจะใช้กลอุบายนี้ได้นาน

5. เครื่องประดับหินปะการัง (Coral jewellery)

หินปะการัง (Coral) เป็นตัวเลือกยอดนิยมในยุคจอร์เจียนและรีเจนซี่ เนื่องจากเชื่อว่ามีพลังในการปกป้องคุ้มกัน ภาพวาดมากมายจากยุคสมัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าบรรดาบุคคลที่อยู่ในภาพ (ซึ่งรวมไปถึงเด็กๆ) มักจะสวมใส่สร้อยคอ กำไล และเครื่องรางสำหรับปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่ทำจากหินปะการัง

สีสันสดใสของหินปะการัง ยังกลายเป็นสัญลักษณ์สื่อแทนถึงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สวมใส่ที่ปรากฏในงานศิลปะในยุคสมัยดังกล่าว และใน Bridgerton ซีซั่นที่สามนี้ Cressida Cowper ก็ได้สวมชุดเครื่องประดับหินสีแดง ซึ่งสามารถตีความได้ว่าผู้คนสมัยนั้นชอบสวมใส่เครื่องประดับหินปะการังจริงๆ

6. เครื่องหัวสุดประณีต (Elaborate headgear)

ทั้งเทียร่า มงกุฎ หรือเครื่องประดับผมที่มีขนนกกระจอกเทศ เครื่องหัวในยุคจอร์เจียนและรีเจนซี่ล้วนต้องมีความสูงตระหง่าน และมักจับคู่กับทรงผมที่ประณีตในรูปแบบของลอนแน่นๆ จนได้เป็นลอนผมที่เกินจริงและลอนผมสวยหวาน (romantic curls) โดยผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายของ Bridgerton ซีซั่นสาม ถ่ายทอดศิลปะเครื่องหัวทรงสูงที่โดดเด่นแห่งยุคสมัย ผ่านเครื่องประดับศีรษะเช่นเดียวกับที่เหล่าสตรีชั้นสูงในซีรีส์สวมใส่ สิ่งที่เราชอบคือเครื่องหัวของควีน Charlotte ซึ่งเธอสวมใส่เมื่อเริ่มช่วงเวลาของการเข้าสังคม


This story was originally written in English by Suchetana Mukhopadhyay.

ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2024 โดย Suchetana Mukhopadhyay โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ

Topics

Asa Ngamkala
Digital Writer, Tatler Thailand
Tatler Asia

นักเขียนดิจิทัลที่ต้องการเล่าเรื่องของผู้คน ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรม ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ที่เข้าใจง่ายและมีมุมมองเฉพาะตัว