Cover คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูงของ Van Cleef & Arpels

เจาะลึกถึงคอนเซ็ปต์บูติกล่าสุด คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูงที่ถูกรวบรวมจากทั่วทุกมุมโลก และเหตุผลว่าทำไมพืชพรรณนานาชนิดจึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของ Van Cleef & Arpels อีกครั้ง

การเดินทางสู่ประเทศสิงคโปร์ของ Tatler เป็นการเชื้อเชิญเพื่อเยี่ยมชมบูติกแนวคิดใหม่ และคอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูงของ Van Cleef & Arpels ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1906 นำมาซึ่งชื่อเสียงอันเป็นที่กล่าวขวัญและได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

และดูเหมือนว่าสภาพอากาศแบบเกาะเขตมรสุมจะช่วยชูแนวคิด “เมืองในสวน” หรือ A City in a Garden จากวิสัยทัศน์ของรัฐบาลสิงคโปร์ให้ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งกับชาวเมืองและผู้ไปเยือน เพราะแม้อากาศที่สิงคโปร์จะร้อนอบอ้าว แต่มองไปทางไหนก็เขียวชอุ่มสบายตา ทั้งยังค้นพบว่าเมซงจากฝรั่งเศสแห่งนี้ ซึ่งมีธรรมชาติเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจตลอดประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์ ยังได้ยกให้ ‘สวน’ เป็นธีมเด่นสำหรับการจัดงานในครั้งนี้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: ค้นพบเสน่ห์ความดึงดูดของเครื่องประดับวินเทจ ที่ควรค่าแก่การลงทุน

บูติก Van Cleef & Arpels และพื้นที่จัดนิทรรศการ ณ โรงแรม Raffles Singapore เพิ่งเปิดทำการเมื่อไม่นานมานี้ “เราพูดกันเล่นๆ ว่านี่เป็นร้านของที่ระลึกอันหรูหราค่ะ” พีอาร์สาวบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างน่าฟัง ยิงมุกให้ยิ้มได้ ซึ่งก็เป็นอย่างที่ว่าใครๆ ก็น่าจะอยากมีอัญมณีเลอค่าและเครื่องประดับแสนสวยติดไม้ติดมือ เพื่อย้ำเตือนถึงประสบการณ์การเดินทางมายังมหานครที่ทันสมัยแห่งนี้

เธอพาเราเดินเข้าประตูสีครีมที่กลมกลืนไปกับสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลสีขาวสุดคลาสสิกของโรงแรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในสิงคโปร์ “งานบนฝาผนังที่คุณเห็น ทำขึ้นเพื่อบูติกแห่งนี้โดยเฉพาะ เราตั้งใจกับคอนเซ็ปต์นี้มากค่ะ”

พื้นที่ภายในสำหรับจัดนิทรรศการเชิงประวัติศาสตร์ของเมซงอย่าง Les Jardins Secrets by Van Cleef & Arpels ทำหน้าที่ “สวนลับ” ได้สมชื่อ โดยเชื่อมโยงส่วนของรีเทลขนาดกะทัดรัดเข้ากับด้านหลังของประตูที่กว้างกว่าถึงห้าเท่าสำหรับรองรับบรรดาผลงาน ซึ่งได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันทั้งจากเมซง และจากคอลเล็กชั่นส่วนตัวของนักสะสม ตลอดจนภาพสเก็ตช์และเอกสารชิ้นต้นแบบตามแนวทางนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าชม

“อยากให้คุณได้เห็น Balinese Dancer Clip จากปี 1969 นี้ หากมองใกล้ๆ คุณจะเห็นว่ามือของเธอนั้นอ่อนช้อยมาก” เธอชวนให้ชมชิ้นงานสะท้อนถึงอิทธิพลจากวัฒนธรรมเอเชียที่มีต่อเมซงเก่าแก่ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเชื่อมโชงกับเข็มกลัดนักบัลเล่ต์ที่เป็นดั่งผลงานสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels ที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1940

“นิทรรศการ Les Jardins Secrets by Van Cleef & Arpels ถือเป็นบทสรุปความมุ่งมั่นทุ่มเทที่เรามีต่อศิลปะแห่งความงาม วัฒนธรรม และการใช้ไหวพริบพลิกแพลงทักษะความชำนาญแขนงต่างๆ ทางสาขาอาชีพของเรา ในฐานะเมซงผู้สร้างสรรค์อัญมณีและเครื่องประดับชั้นสูง ซึ่งยืนยงมานานกว่า 110 ปีด้วยความเป็นเลิศเชิงหัตถศิลป์งานฝีมือ เราต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ชื่นชมทั้งหลายของเราอย่างต่อเนื่อง ด้วยบรรดาคอลเล็กชั่นสุดประณีต พิถีพิถัน ผ่านเรื่องราวอันแสนละเมียดละไม เราใส่ใจเป็นอย่างยิ่งในทุกรายละเอียดการออกแบบพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกลมกลืนอย่างลงตัวระหว่างมรดกวัฒนธรรมแห่ง Van Cleef & Arpels กับเสน่ห์ชวนฝันของอุทยานนครแห่งนี้” นิโคลัส ลุคซิงเกอร์ (Nicolas Luchsinger) ประธานบริหารภาคพื้นเอเชียของเมซงแปซิฟิกกล่าว

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 สวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรีจาก Van Cleef & Arpels มี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด
Photo 2 of 6 สวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรีจาก Van Cleef & Arpels มี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด
Photo 3 of 6 สวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรีจาก Van Cleef & Arpels มี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด
Photo 4 of 6 สวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรีจาก Van Cleef & Arpels มี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด
Photo 5 of 6 สวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรีจาก Van Cleef & Arpels มี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด
Photo 6 of 6 สวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรีจาก Van Cleef & Arpels มี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด

สิงคโปร์ห่างหายจากการจัดงานแสดงคอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูงจาก Van Cleef & Arpels ไปหลายปี จึงไม่น่าแปลกใจว่าครั้งนี้ เหล่าแขกคนสำคัญทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะตั้งตารอการเข้าชมชิ้นงานเหล่านี้มากขนาดไหน

“งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงชิ้นงานหายากแบบ one of a kind ทั้งสิ้น 170 ชิ้น โดยแขกที่ได้รับการเชื้อเชิญเป็นกลุ่มลูกค้าของคอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูงแทบทั้งสิ้น แต่แน่นอนว่าลูกค้าใหม่ก็มีโอกาสเข้าชมและเป็นเจ้าของเครื่องประดับอันเป็นเลิศเหล่านี้ด้วย” อูกส์ เดอ ปาส์ (Hugues de Pins) ผู้บริหารของเมซงประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

“พนักงานของเราล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ผมว่าพวกเขามีความสามารถพิเศษที่จะบอกได้ว่า ลูกค้าท่านไหนมีความสนใจและมีความหลงใหลในชิ้นงานที่มีความประณีตระดับสุดยอด จะว่าไปแล้วเปรียบเสมือนงานโอตกูตูร์ของการทำจิวเวลรี เพราะเมื่อชิ้นงานไหนถูกจับจองเป็นเจ้าของแล้ว ก็จะไม่มีชิ้นที่เหมือนกันอีกต่อไป"

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 6 นางแบบชาวสิงคโปร์กับไฮจิวเวลรีน่าตื่นตา
Photo 2 of 6 นางแบบกับไฮจิวเวลรีน่าตื่นตา
Photo 3 of 6 นางแบบกับไฮจิวเวลรีน่าตื่นตา
Photo 4 of 6 นางแบบกับไฮจิวเวลรีน่าตื่นตา
Photo 5 of 6 นางแบบกับไฮจิวเวลรีน่าตื่นตา
Photo 6 of 6 นางแบบชาวสิงคโปร์กับไฮจิวเวลรีน่าตื่นตา

สถานที่เพื่อเป็นเวทีรองรับการจัดแสดงคอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูงอันน่าทึ่ง เป็นโถงจัดแสดงงานภายในรีสอร์ตสุดหรูครบวงจรอย่าง Marina Bay Sands โดยมี จูลี่ โจเซฟ (Julie Joseph) ศิลปินหญิงสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกรายละเอียด เพื่อการเปิดตัวครั้งแรกในสิงคโปร์โดยเฉพาะ โดยผลงานของจูลี่ส่งให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับกำลังเดินทอดน่องท่ามกลางสวนในฝันเบ่งบานด้วยไฮจิวเวลรี การเคลื่อนไหวของมวลพฤกษาเคล้าลีลาโบยบินของนกร่วมกับผีเสื้อและเต่าทองตัวน้อย

การทำงานระหว่างเธอกับเมซงเริ่มต้นเมื่อปี 2018 กับงานสร้างภาพยนตร์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานเบื้องหลังของเหล่าช่างฝีมือ ในการสรรค์สร้างเครื่องประดับอัญมณีคอลเล็กชั่นต่างๆ ตามมาด้วยการร่วมงานครั้งที่สองระหว่างปี 2022 ซึ่งเป็นงานภาพยนตร์ร่วมกับศิลปินผู้กำกับชาวเกาหลี เนื่องในโอกาสการเปิดบูติก Van Cleef & Arpels ที่กรุงโซล

“สำหรับผมแล้วสร้อยคอ ‘Josiah’ จากคอลเล็กชั่นล่าสุดของเราที่เปิดตัวที่โรม อิตาลี การสื่อถึงยุคอาร์ตเดโคนั้นชัดเจน” อูกส์ กล่าว เมื่อ Tatler สอบถามถึงชิ้นงานที่เขาคิดว่าไม่ควรพลาด ซึ่งแน่นอนว่าความอลังการของชิ้นงานที่กล่าวถึงเป็นสร้อยคอกับต่างหูเข้าชุดพร้อมจี้ระย้าปลดออกได้ ตัวเรือนทำจากทองคำขาวฝังเพชรเล่นสีตัดกับไพลินน้ำเงินเจียระไนทรงวงรีสองเม็ดน้ำหนัก 25.10 และ 21.78 กะรัต ที่ตรงกลางเป็นเพชรกลมคุณภาพ DIF น้ำหนัก 1.55 กะรัต จากคอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Le Grand Tour

“การจัดงานครั้งนี้เราได้รวบรวมชิ้นงานสำคัญจากทั่วโลกมารวมไว้ที่แห่งนี้ ทั้งจากร้านในประเทศต่างๆ รวมถึงเวิร์กช็อป เลขที่ 22 Place Vendome ในปารีสด้วย”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 9 สร้อยคอ 'Chevron Mystérieux'
Photo 2 of 9 คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Van Cleef & Arpels
Photo 3 of 9 สร้อยคอ ‘Josiah’
Photo 4 of 9 คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Van Cleef & Arpels
Photo 5 of 9 คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Van Cleef & Arpels
Photo 6 of 9 คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Van Cleef & Arpels
Photo 7 of 9 Poetry of Time อัญมณีบอกเวลาที่เผยการเริงระบำเมื่อกดปุ่มเม็ดมะยม
Photo 8 of 9 คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Van Cleef & Arpels
Photo 9 of 9 คอลเล็กชั่นอัญมณีชั้นสูง Van Cleef & Arpels

การได้ชมเทคนิค Mystery Set ซึ่งเป็นการฝังอัญมณีให้เรียงชิดกันจนมองไม่เห็นโลหะด้วยตาเปล่า อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ยังคงมอบความตื่นตาตื่นใจได้ทุกครั้ง Tatler สะดุดตากับสร้อยคอซ่อนหนามเตย “Chevron Mystérieux พร้อมจี้ประดับปลดออกได้ ตัวเรือนทองคำขาวและทองคำสีกุหลาบ 18 กะรัต รองรับเพชรเจียระไนทรงลูกแพร์คุณภาพ DFL Type 2A สามเม็ดน้ำหนัก 31.24, 12.18 และ 12.07 กะรัต เพชรทั้งสามแยกส่วนมาจากเพชรดิบขนาดใหญ่ ที่มีน้ำหนัก 910 กะรัต โดยแบรนด์ได้เจียระไนออกมาเป็นเพชร 67 เม็ดที่มีขนาดและรูปทรงต่างๆ และสร้างเป็นคอลเล็กชั่นจิวเวลรีชั้นสูง Legend of Diamonds เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว โดยได้นำเสนอเป็นอัญมณีที่น่าทึ่ง 25 ชิ้น อย่างสร้อยคอที่เห็นนี่ครับ” เจ้าหน้าที่ของเมซงเล่าขณะที่สร้อยคอเส้นงามส่องประกายระยิบระยับ

"สร้อยสามารถปรับเปลี่ยนและสวมใส่ได้ถึงหกแบบ ได้แรงบันดาลใจจากคอเสื้อแบบไขว้ของชุดราตรีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 1956”

สำหรับสร้อยคอสายซิปซึ่งสามารถดัดแปลงวิธีสวมใส่ได้ ที่นำมาจัดแสดงยังมีความเป็นเลิศสูงสุดในเชิงของงานหัตถกรรม ที่นอกจากเครื่องประดับแล้วยังมี Poetry of Time อัญมณีบอกเวลาที่เผยการเริงระบำเมื่อกดปุ่มเม็ดมะยม ปากกาประดับเพชรแฟนซีจาก Signature High Jewelry เข็มกลัดนักบัลเล่ต์อ่อนหวานละมุนละไม ตลอดจนมุมของ Heritage Collection ที่ทางเมซงรับซื้อชิ้นงานกลับมาเพื่อคงคุณค่างานหัตถศิลป์ของช่างฝีมือไว้ โดยชิ้นงานได้ถูกเสริมสวยเสียใหม่และนำมาจัดจำหน่ายอีกครั้งในบูติกที่ถูกเลือก ซึ่งถือเป็นวิถีที่แสดงถึงความยั่งยืนของแบรนด์อีกด้วย

เมื่อได้ชมความงดงามท่ามกลางความรื่นรมย์รุ่มรวยแล้ว ชวนให้จินตนาการต่อว่า เมื่องานนี้จบลง…ใครจะได้เป็นเจ้าของชิ้นงานอันทรงคุณค่าชิ้นใดกันบ้าง

 

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย