ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ชิ้นงานของแบรนด์ Cindy Chao The Art Jewel ก็ได้อยู่ในคอลเล็กชั่นสะสมของพิพิธภัณฑ์ระดับโลกถึง 3 แห่ง และบ่อยครั้งที่แบรนด์ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในงานศิลปะนานาชาติ ล่าสุดครั้งนี้ แบรนด์ได้มาจัดแสดงผลงานในประเทศไทย
Cindy Chao The Art Jewel ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 โดย Cindy Chao (ซินดี เชา) ศิลปินเครื่องประดับผู้เติบโตมาในครอบครัวที่มีทั้งสถาปนิกชื่อดังและประติมากรมากความสำเร็จ ผลงานเครื่องประดับงานศิลป์หลายชิ้นยังมีความล้ำค่าจนได้รับการจัดเก็บไว้ในสามสถาบันวัฒนธรรมอันทรงเกียรติที่สุดของโลก ซึ่งนับว่าเป็นศิลปินเครื่องประดับคนแรกในรอบ 200 ปีที่ได้รับเกียรตินี้
นอกจากนี้แบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักและโด่งดังในระดับสากลจากงานประมูลงานศิลป์ชั้นนำ และเทศกาลศิลปะนานาชาติ พร้อมทั้งคว้ารางวัลทรงคุณค่าจากทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง ในเดือนพฤศจิกายน 2021 แบรนด์ยังได้รับเหรียญอิสริยาภรณ์ฝรั่งเศสชั้น “Chevalier de l’Order des Arts des Lettres” จากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของอาชีพการงานด้านสุนทรียะของเธอ
ในสัปดาห์นี้ Cindy Chao จัดเตรียมงานแสดงเครื่องประดับในกรุงเทพ และ Tatler ได้คุยกับเธอถึงเครื่องประดับงานศิลป์ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตจริง
อ่านเพิ่มเติม: เลือกเครื่องประดับอย่างไรให้เข้ากับรูปหน้า

Above Cindy Chao ศิลปินเครื่องประดับผู้ก่อตั้งแบรนด์ Cindy Chao The Art Jewel
เล่าให้ฟังได้ไหมเรื่องนิทรรศการที่กำลังจะเปิดแสดงในกรุงเทพฯ
ฉันตื่นเต้นและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้จัดแสดงงานศิลปะล่าสุดของฉันให้นักสะสมและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะชาวไทยได้ชมกัน ในนิทรรศการที่กำลังจะมาถึงนี้ เราได้เป็นประจักษ์พยานถึงความหลงใหลของนักสะสมชาวไทยที่มีต่อแบรนด์และถนอมรักษาสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับผู้ที่รู้คุณค่าและชื่นชมผลงานของเรา จะมีการคัดสรรชิ้นงานอย่างพิถีพิถันจากคอลเล็กชั่น White Label โดยเฉพาะจาก Black Label Masterpieces ซึ่งฉันอดใจรอแทบไม่ไหวที่จะให้แขกของเราได้ชื่นชมชิ้นงานอันงดงามเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

Above “Pamir Brooch” แรงบันดาลใจจากที่ราบสูงปาร์มี ซึ่งเป็นจุดหยุดพักที่สำคัญบนเส้นทางสายไหม

Above “Pamir Brooch” ประกอบด้วยอัญมณี 5,786 เม็ด
สำหรับคุณแล้ว ผลงานชิ้นไหนมีเรื่องราวที่สำคัญที่สุด ที่ถูกนำมาจัดแสดงในครั้งนี้
เรานำชิ้นงานที่พิเศษมากๆ จากคอลเล็กชั่น Black Label Masterpiece II Pamir Brooch มาจัดแสดง ซึ่งครั้งหนึ่งมิเชลล์ โหย่ว เคยสวมใส่มัน
Black Label Masterpieces เปรียบเสมือนจุดสูงสุดที่แสดงถึงทักษะและความชำนาญของฉัน งานแต่ละชิ้นใช้เวลาทำไม่ต่ำกว่า 10,000 ชั่วโมง นับตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ไปจนถึงการเสร็จสมบูรณ์ของชิ้นงาน โดยชิ้นงาน 3 ชิ้นจากคอลเล็กชั่น Black Label Masterpieces ของฉันได้ถูกจัดแสดงแยกกันในพิพิธภัณฑ์ 3 แห่งที่มีชื่อเสียงและทรงเกียรติที่สุดของโลก ได้แก่ Smithsonian National Museum of Natural History ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Musee des Arts Decoratifs ในนครปารีส และ Victoria and Albert Museum ในกรุงลอนดอน
“Pamir Brooch” ที่แสนวิจิตรนั้นได้แรงบันดาลใจจากที่ราบสูงปาร์มี ซึ่งเป็นจุดหยุดพักที่สำคัญบนเส้นทางสายไหม ที่ซึ่งวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกมาบรรจบกัน รูปทรงของเข็มกลัดนั้นดูคล้ายต้นไม้ที่งอกงามพร้อมด้วยภูมิทัศน์แบบธารน้ำแข็งใสดุจคริสตัล สอดประสานเข้าด้วยกันอย่างประณีตท่ามกลางทิวเขา เลเยอร์และโครงสร้างทั้งหมดนั้น ถูกขึ้นรูปอย่างพิถีพิถันระหว่างการขึ้นแบบด้วยขี้ผึ้ง ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกๆ ของกระบวนการสร้างสรรค์งานของฉัน
เข็มกลัดชิ้นนี้ประกอบด้วยอัญมณี 5,786 เม็ด ซึ่งรวมถึงเพชรกว่า 31 เม็ด ที่น้ำหนักรวมกันกว่า 1 กะรัต เพชร 9 เม็ด น้ำหนักรวมกว่า 3 กะรัต และเพชรเม็ดใหญ่สุดที่มีน้ำหนักถึง 5.26 กะรัต ชิ้นงานศิลป์ที่ซับซ้อนนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความเป็นหัตถศิลป์และการใส่ใจในรายละเอียด
แม้จะซับซ้อน เข็มกลัดนี้หนักเพียง 76 กรัม เพราะใช้ตัวเรือนไทเทเนียม ซึ่งเป็นหนึ่งในโลหะที่เบาที่สุดในโลก ฉันจำได้ตอนที่แสดงมันให้ มิเชลล์ โหย่ว นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ ดูเมื่อปีที่แล้ว เธอตกใจกับน้ำหนักที่เบามากและความบอบบางของมันขณะที่เธอถือมันไว้ในมือ

Above Michelle Yeoh และ Cindy Chao
แบรนด์ของคุณนั้นโดดเด่นอย่างมาก คุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร
ในเดือนพฤศจิกายน 2021 แบรนด์ได้รับเหรียญอิสริยาภรณ์ฝรั่งเศสชั้น “Chevalier de l’Order des Arts des Lettres” จากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส แน่นอนว่าสิ่งนี้ถือเป็นไฮไลต์อาชีพการงานด้านสุนทรียะของฉัน ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในที่กำเนิดของอัญมณีศิลป์ด้วยประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยและมรดกตกทอดทางวัฒนธรรม ได้มอบแรงบันดาลใจอันล้นเหลือให้ฉันอยู่เสมอ รวมถึงหล่อเลี้ยงความมุ่งมั่นและเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ของฉันตลอดมา ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับการยอมรับในแง่ของวิสัยทัศน์และการมีส่วนในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันผ่านศิลปะ และฉันก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าด้วย
ณ ตอนนี้ แบรนด์ของฉันได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็นแบรนด์เครื่องประดับอัญมณีที่เปี่ยมไปด้วยมรดกตกทอดของเอเชีย อำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชียที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ตลาดฝั่งตะวันตกหันมาสนใจความงามและเทรนด์ของโลกตะวันออกมากขึ้น ตลาดทั้งสองฝั่งต่างก็ส่งอิทธิพลต่อกันและกัน สไตล์ส่วนตัวของฉันยังรวมถึงทักษะด้านสถาปัตยกรรมและประติมากรรมแบบตะวันออกที่ฉันได้เรียนรู้และสืบทอดมาจากครอบครัวของฉันเสมอ และฉันนำมันไปอยู่รวมกับงานหัตถศิลป์ของการทำเครื่องประดับอัญมณีตะวันตกที่ย้อนกลับไป 300 ปี การผสมผสานที่ข้ามวัฒนธรรมนี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม

Above ภาพสเก็ตช์พื้นฐานในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน

Above เครื่องประดับที่มีความเป็นสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และออร์แกนิก
คุณจะอธิบายถึงสุนทรียะแห่งผลงานของคุณว่าอย่างไร
ความงามของอัญมณีศิลป์ของฉันนั้น จริงๆ แล้วมาจากมรดกตกทอดในครอบครัว สมัยเป็นเด็กฉันถูกรายล้อมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และฉันก็ใช้วันเวลาส่วนใหญ่ไปกับปรมาจารย์ด้านศิลปะ 2 ท่าน คุณปู่ของฉันคือสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงที่งานของท่านหลายชิ้นได้รับการจัดเป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน ท่านมักจะพาฉันไปที่ไซต์งานก่อสร้างของท่าน และผลที่ตามมาก็คือ ฉันได้รับการฝึกหัดให้มองโลกในแบบที่รู้จักระยะ ความเป็น 3 มิติ และในเชิงโครงสร้างตั้งแต่เด็ก
ส่วนพ่อของฉันเป็นประติมากร ท่านสอนให้ฉันให้ความสำคัญกับมุมแต่ละมุม รูปทรง และการแสดงออกของสิ่งที่ฉันเห็น แล้วเปลี่ยนการสังเกตเห็นนั้นให้เป็นการสร้างสรรค์ที่เหมือนมีชีวิต
ทั้งคุณปู่และพ่อหล่อหลอมให้ฉันเป็นคนในแบบที่ฉันเป็นในวันนี้ ฉันขอบคุณคุณปู่และการฝึกสอนของพ่อซึ่งส่งอิทธิพลที่แข็งแรงมากต่อฉันและมีส่วนในการสร้างแก่นอันเป็นซิกเนเจอร์พื้นฐานในการสร้างสรรค์งานของฉัน นั่นคือ “มีความเป็นสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และออร์แกนิก”
“มีความเป็นสถาปัตยกรรม” นั้นสะท้อนถึงวิธีคิดที่ฉันรับมาใช้ระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์ มันเกี่ยวกับการมองชิ้นงานแต่ละชิ้นด้วยมุมมองแบบ 3 มิติ และความเที่ยงตรงที่ดูเหมือนกับการสร้างตึกนั่นเอง
“มีความเป็นประติมากรรม” แสดงถึงเทคนิคในการแกะสลักหรือปั้นที่ฉันเรียนรู้จากพ่อ ฉันเริ่มต้นกระบวนการสร้างงานด้วยการขึ้นรูปด้วยขี้ผึ้ง ซึ่งส่งผลให้ได้ชิ้นงานที่ดูคล้ายงานประติมากรรมชิ้นจิ๋ว
ด้วยการผสมผสานวิธีคิดแบบสถาปนิกและทักษะของประติมากร ฉันจึงสามารถนำเส้นสายและความโค้งมนเข้าไปไว้ในชิ้นงานได้ ซึ่งเลียนแบบความงามแบบออร์แกนิกของธรรมชาติและจับภาพช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของมันออกมาได้

Above Annual Butterfly คอลเล็กชั่นที่แสดงถึงความเป็นประดิษฐ์กรรมงานศิลป์ของแบรนด์อย่างเห็นได้ชัด

Above Annual Butterfly คอลเล็กชั่นที่แสดงถึงความเป็นประดิษฐ์กรรมงานศิลป์ของแบรนด์อย่างเห็นได้ชัด
คุณมองว่าประเทศไทยเป็นคอมมูนิตี้แห่งใหม่สำหรับ Cindy Chao อย่างไรบ้าง
ตลาดเมืองไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและมีความต้องการงานศิลปะอย่างมาก เป็นธรรมดาที่อัญมณีศิลป์จะดึงดูดนักสะสมที่มองหาการลงทุนและชื่นชมคุณค่างานศิลป์อยู่แล้ว
ในแง่ของความชอบเชิงสุนทรียะ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโบราณที่รุ่มรวยของไทยได้บ่มเพาะรากฐานที่มั่นคงทำให้คนมีความเข้าใจสุนทรียศาสตร์ในตลาดไทย ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ฉันสังเกตเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักสะสมอัญมณีศิลป์ ซึ่งชี้ให้เห็นแนวโน้มที่นักสะสมมีความเข้าใจอัญมณีศิลป์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เชี่ยวชาญในไทยที่เคยให้ความสนใจกับเมกะแบรนด์และขนาดของอัญมณีกำลังเริ่มพัฒนารสนิยมเชิงงานศิลป์และให้ความสนใจกับแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มากขึ้น
มากไปกว่านั้น ฉันสังเกตเห็นว่า ณ ตอนนี้ นักสะสมชาวไทยใส่ใจกับหน้าที่ในการ “สืบทอดมรดก” และความสำคัญของอัญมณีศิลป์มากขึ้น นักสะสมหลายคนมองว่าเครื่องประดับคือชิ้นงานศิลปะที่สามารถส่งต่อให้คนรุ่นต่อรุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ความรู้สึกให้กับชิ้นงานยิ่งขึ้นไปอีก ฉันดีใจและเป็นเกียรติที่ผลงานการสร้างสรรค์ของฉันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของมรดกตกทอดของนักสะสมเหล่านี้ได้

Above Michelle Yeoh สวมใส่เครื่องประดับจาก
Cindy Chao The Art Jewel เข้าร่วมงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 96

Above ต่างหู Diamond Foliage จากคอลเล็กชั่น White Label ออกแบบโดย Cindy Chao
ชิ้นงานไหนของ Cindy Chao ที่คุณเชื่อว่าลูกค้าชาวไทยจะชื่นชอบ
งานทุกชิ้นมีเอกลักษณ์ในฐานะอัญมณีศิลป์ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญพิเศษของเราจะปรับแต่งประสบการณ์สำหรับแต่ละบุคคลหรือนักสะสมแต่ละคนเพื่อเสาะหาสิ่งที่จะสะท้อนรสนิยมและความชอบของเขาได้ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์อัญมณีศิลป์ของฉันมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้นักสะสมเกี่ยวกับการผสมผสานเครื่องประดับกับศิลปะเข้าด้วยกัน โดยเน้นย้ำคุณค่าของงานอัญมณีศิลป์ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในสาขาเครื่องประดับนั้น ขนาดของอัญมณีคือเรื่องสำคัญ สิ่งที่ฉันอยากให้นักสะสมเข้าใจก็คือ นอกเหนือไปจากน้ำหนักที่มีหน่วยเป็น “กะรัต” แล้ว ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอื่นๆ อีก อาทิ ความงามเชิงศิลป์หัตถศิลป์และแบรนด์ หรือประวัติศาสตร์ของศิลปินกับศักยภาพในอนาคตของเขาหรือเธอ ทั้งหมดที่ว่ามาล้วนส่งผลต่อมูลค่าและคุณค่าของอัญมณีศิลป์นั้นๆ
นี่คือการครบรอบปีที่ 20 ของแบรนด์ เราควรคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรบ้าง
การครบรอบปีที่ 20 ถือเป็นหลักไมล์ที่สำคัญของแบรนด์และของตัวฉันเอง ตอนนี้เรากำลังวางแผนแคมเปญและนิทรรศการเพื่อเฉลิมฉลองหลักไมล์ที่สำคัญนี้ทั่วโลกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เพราะฉะนั้นคอยติดตามและคอยดูกิจกรรมต่างๆ ของเราในเดือนต่อๆ ไปกันได้เลย





