Cover โชน ปุยเปีย แฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Shone Puipia (ภาพ: Termsit Siripanich)

Shone Puipia ดีไซเนอร์ไทยที่โดดเด่นในงาน made to order กับการพูดคุยถึงกลุ่มลูกค้า ชุดวิวาห์ และโปรเจ็กต์เชิงพาณิชย์ครั้งแรก โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้

โชน ปุยเปีย เป็นหนึ่งในแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยการผสมผสานศิลปะ งานฝีมือ และความทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แบรนด์ Shone Puipia ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่ม made to order ที่มองหางานออกแบบที่มีความประณีตและความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์

ระหว่างการพูดคุยกับ Tatler โชนได้บอกเล่าถึงกลุ่มลูกค้า ผลงานชุดวิวาห์ และโปรเจ็กต์ในเชิงพาณิชย์ครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ โดยเขายังคงยึดมั่นในแนวทางที่แสดงถึงความเป็นตัวตนและความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจนด้วย

อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย ถึงการนำตัวอักษรและวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานวิถีชีวิตสมัยใหม่ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ The Only Market Bangkok

Tatler Asia
Above การเล่นกับวัสดุและผิวสัมผัสที่หลากหลายเอกลักษณ์ของ Shone Puipia

การเติบโตในครอบครัวที่อยู่ในแวดวงศิลปะ ส่งผลต่อแนวทางการทำงานของคุณอย่างไร
โชนเติบโตมากับพ่อแม่ศิลปิน (ชาติชาย ปุยเปีย และ พินรี สัณฑ์พิทักษ์) ท่ามกลางบรรยากาศของวงการศิลปะ ถึงแม้จะใกล้ชิดกับศิลปะแต่โชนไม่เคยคิดจะทำงานวิจิตรศิลป์เหมือนกับพ่อแม่ กระทั่งช่วงมัธยมปลายโชนได้ค้นพบความหลงใหลในแฟชั่น เมื่อต้องไปเรียนต่อ การเติบโตมาในครอบครัวศิลปินช่วยให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนสอนศิลปะได้ดี โดยเฉพาะเมื่อการเรียนเน้นไปที่การวาดรูปและการสื่อสารผ่านเส้นสายบนกระดาษ เพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการจะสร้างสรรค์ และเมื่อเริ่มทำงานแล้วเราพบว่างานของเรา โดยเฉพาะกับแม่ มีความเชื่อมโยงกัน เรื่องของผู้หญิง เรื่องเพศสภาพ และเมื่อเขาทำงานกับหลายสื่อ กลายเป็นว่าตอนนี้เราสามารถทำงานด้วยกันได้

มองเห็นการพัฒนาด้านสุนทรียะของคุณตลอดหลายปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างไหม
จริงๆ แล้ว โชนไม่ได้มีภาพชัดเจนว่าแบรนด์จะต้องเป็นอย่างไรตั้งแต่แรก แต่เป็นการสร้างสรรค์ผลงาน ปรับปรุง และพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่อาจถูกขัดเกลาให้มีความประณีตและคมชัดมากขึ้น โชนยังรู้จักกลุ่มคนที่สวมใส่ผลงานของเรามากขึ้นด้วย ในช่วงแรกอาจจะมีความฟุ้งฝัน แต่เวลานี้ทุกอย่างดูลงตัวมากขึ้น เน้นการออกแบบที่สามารถสวมใส่ได้จริงๆ ผู้คนมักรู้จัก Shone Puipia จากการใช้สีสันจัดจ้าน ส่วนตัวโชนเองชอบการเล่นกับวัสดุและผิวสัมผัสที่หลากหลาย ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ยังคงอยู่

อ่านเพิ่มเติม: Dennis Karlsson ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Maewkhoo เผยไอเดียการจับสองขั้วตรงข้ามและรื้อวิธีคิดเดิม สู่สุนทรียภาพใหม่แบบไร้รอยต่อ

อัปเดตเราเกี่ยวกับโปรเจกต์และผลงานล่าสุดของคุณสักหน่อย
ผลงานล่าสุด..ยกตัวอย่างจากงานที่ทำร่วมกับแบรนด์ Panpuri เมื่อทีมงานของเขาติดต่อเข้ามาเพื่อให้โชนออกแบบเสื้อผ้าให้กับคาแร็กเตอร์ของตู (ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) ซึ่งจะเป็นตัวแทนของน้ำหอมกลิ่นใหม่ โดยต้องการให้ชุดมีความเป็น oriental และเชื่อมโยงกับประวัติของดอกหอมหมื่นลี้

โชนรู้สึกดีใจที่ได้รับการติดต่อจาก Panpuri เพราะเห็นว่าเขาจริงจังกับการทำงานในแคมเปญต่างๆ มาโดยตลอด และงานนี้ก็มีลักษณะคล้ายการออกแบบชุดคอสตูมสำหรับการแสดง เราใช้ผ้าไหมและออร์แกนซ่า ประกอบกับเทคนิคงานปักมือ โมทีฟที่ใช้ในงานนี้มาจากคอลเล็กชั่นของเราในปี 2019 แต่นำเสนอด้วยเทคนิคใหม่อย่าง appliqué นอกจากนี้ ยังใส่รายละเอียดจากคอลเล็กชั่นล่าสุด เช่น โบว์และการตกแต่งด้วยผ้าซาตินทริม เป็นอีกหนึ่งผลงานที่โชนคิดว่ามีความพิเศษเพราะมีความเป็น Shone Puipia และยังตอบโจทย์เรื่องราวที่เขาอยากจะเล่าด้วย

ช่วยบอกเราได้ไหมว่าตอนนี้กำลังทำงานอะไรอยู่บ้าง
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่โชนกำลังพัฒนาคอลเล็กชั่นใหม่ โดย Shone Puipia จะมีคอลเล็กชั่นใหม่ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งทิศทางของแต่ละคอลเล็กชั่นจะเปลี่ยนไปตามความสนใจของเราในขณะนั้น โชนเองเป็นคนชอบสะสมผ้า โดยเฉพาะล่าสุดคือผ้าที่ได้จากการเดินทางไปอินเดีย ความตั้งใจคือการนำผ้าและงานฝีมือท้องถิ่นของเอเชียมาต่อยอด และตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ผ้าเหล่านี้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ Shone Puipia ได้ด้วย

ในปีนี้ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามา อย่างเช่นการออกแบบยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานโรงแรมแบรนด์ไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์ที่จะเปิดตัวในประเทศสิงคโปร์ช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นโปรเจ็กต์เชิงพาณิชย์ครั้งแรกของเรา นับเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้น นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมาโชนยังได้มีโอกาสออกแบบชุดเจ้าสาว ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก เพราะลูกค้าที่เลือกแบรนด์ Shone Puipia มักจะเป็นคนที่ไม่ยึดติดกับธรรมเนียมดั้งเดิม มองหาสิ่งที่แตกต่าง และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของเรา ทำให้การทำงานร่วมกันมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นเจ้าสาวสวมชุดของเราในวันสำคัญ

ลูกค้าและผู้ชมของคุณเป็นใคร และพวกเขามีความคาดหวังแบบไหน
กลุ่มลูกค้า made to order ของเรา มีหลากหลายช่วงอายุ แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือการมองหาสิ่งที่แตกต่าง ไม่สามารถหาได้จากท้องตลาดทั่วไป พวกเขาให้ความสำคัญกับงานฝีมือ รายละเอียด และคุณภาพ กลุ่มลูกค้านี้รู้จักตัวเองและสไตล์ของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งยังกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ โดยไม่กลัวที่จะโดดเด่นผ่านการแต่งตัวและการใช้สีสัน ไอเท็มที่ได้รับความนิยม มีทั้งกางเกงผ่าข้างที่ผูกโบว์ เสื้อที่ตกแต่งด้วยภาพ abstract ของหน้าอก และเสื้อที่มีการผ่าด้านหน้าเป็นแฉกๆ

เมื่อเราตัดสินใจเปิดตัวแบรนด์และตั้งโชว์รูม เรามีความตั้งใจที่จะนำเสนอประสบการณ์แฟชั่นโดยให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสกับโลกของ Shone Puipia โชว์รูมของเราถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่ในการสร้างสรรค์ชุดเฉพาะตัว แม้ตอนนี้เราได้เปิดช่องทางออนไลน์ช็อปเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลงานของเราได้ง่ายขึ้น แต่การได้พบปะกันก็ยังคงมีความพิเศษกว่าอย่างแน่นอน

Tatler Asia
Above เสื้อที่ตกแต่งด้วยภาพ abstract ของหน้าอก

บอกเราเกี่ยวกับผลงานหนึ่งชิ้นที่มีความหมายพิเศษสำหรับคุณได้ไหม
คอลเล็กชั่น "Hands" ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 5 ปีของแบรนด์ถือเป็นผลงานที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะมันรวบรวมองค์ประกอบจากผลงานที่ผ่านมาหลายชิ้น และยังมีโอกาสได้ร่วมทำงานกับคุณพ่อในโปรเจ็กต์นี้ด้วย หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือ เดรส 3 ชุด ที่เราเรียกว่า "Painting Dress" ซึ่งใช้เทคนิคการภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil on canvas) มาใช้เป็นพาแนล ซึ่งเรารู้สึกว่าได้ผสานศิลปะและแฟชั่นเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เป็นการสร้างสรรค์ที่มีความหมาย

มองเห็นอนาคตของแฟชั่นไทยเป็นอย่างไรบ้าง
รู้สึกยินดีที่เห็นหลายๆ คนเริ่มให้ความสำคัญกับงานฝีมือและแนวคิด slow fashion ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ในประเทศไทยยังมีพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้แสดงผลงาน โชนมองว่าในตลาดยังคงมีลูกค้าที่มองหาอะไรใหม่ๆ และพร้อมที่จะสนับสนุนดีไซเนอร์ที่นำเสนอสิ่งที่แตกต่าง


อ่านเพิ่มเติม:

มุก พรทิพย์ ดีไซเนอร์ที่เชื่ออย่างสุดใจว่าแฟชั่นและความยั่งยืนเป็นเรื่องไปด้วยกันได้

ความกบฏในคอลเล็กชั่นล่าสุดของ ฟ้า จักษุเวช ที่จะสร้างไวป์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทย

คุยกับ หมู Asava ในวันที่ตกตะกอนทางความคิดและวิธีบิดมุมมองให้สร้างสรรค์

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย