Cover กชวรรณ ศรีมณฑา กับมุมที่คัดสรรสินค้าใส่ใจความยั่งยืนและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ของ Decorum Bibliotheque (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

มัลติแบรนด์สโตร์สัญชาติไทย Decorum Bibliotheque ผู้นำเข้าแบรนด์แฟชั่นกับพื้นที่สำคัญสำหรับเครื่องแต่งกายแนวยั่งยืนและเข้าถึงได้

Decorum Bibliotheque ร้านมัลติแบรนด์สุดเก๋ที่ร่วมก่อตั้งและบริหารโดย น้ำว้า กชวรรณ ศรีมณฑา คืออีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของวงการแฟชั่นไทย ที่เน้นความหลากหลายทางสไตล์อย่างแท้จริง เปรียบได้กับ ‘ห้องสมุดแฟชั่น’ ตามความหมายของคำว่า Bibliotheque ซึ่งรวบรวมแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์จากทั่วโลกไว้ในที่เดียว พร้อมกับมุมที่คัดสรรสินค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับ น้ำว้า อดีตข้าราชการกระทรวงการคลังที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการด้านแฟชั่นด้วยมุมมองที่แตกต่างและน่าสนใจ เธอเผยถึงแนวคิดเบื้องหลังการบริหาร Decorum Bibliotheque ตั้งแต่การคัดเลือกแบรนด์แฟชั่นที่สอดคล้องกับตัวตนของร้าน ไปจนถึงการสร้างพื้นที่หมุนเวียนสำหรับสินค้ายั่งยืนที่สะท้อนถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม: 3 หญิงแกร่ง ผู้ร่วมก่อตั้ง HOW คอมมูนิตี้แห่งปัญญาที่สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคม

Tatler Asia
Above คำว่า ‘Bibliotheque’ ซึ่งแปลว่าห้องสมุดหรือห้องหนังสือในภาษาฝรั่งเศส มีความหมายเหมือนกับคอนเซ็ปต์ของร้าน

เมื่อก้าวเข้าสู่ Decorum Bibliotheque จะสัมผัสได้ถึงแนวคิด ‘ห้องสมุด’ ที่เป็นที่มาของชื่อร้านทันที

“ชื่อร้านของเรามาจากคำว่า ‘บิบลิโอเทค’ ซึ่งแปลว่าห้องสมุดหรือห้องหนังสือในภาษาฝรั่งเศส และมีความหมายเหมือนกับคอนเซ็ปต์ของเรา คือการเป็นห้องสมุดเสื้อผ้า” น้ำว้าอธิบาย “ร้านมีกลิ่นอายความเป็นยุโรปผสมผสานกับความฝรั่งเศส” ซึ่งสะท้อนผ่านเสื้อผ้าหลากหลายที่คัดสรรมาอย่างดี บางแบรนด์อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประเทศไทย และยังมีมุมที่โดดเด่นเฉพาะตัวและสำคัญคือมุมสินค้ามุ่งเน้นความยั่งยืน

น้ำว้าเล่าถึงหลักการคัดสรรแบรนด์ว่า “อันดับแรกเลย ต้องเป็นสิ่งที่เราชอบก่อน ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อการค้า แต่จะใช้ความชอบของเราและทีมงานเป็นตัวนำ” กระบวนการคัดเลือกที่ใส่ใจนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าทุกชิ้นในร้านมีความหมายและเอกลักษณ์

“เราพยายามเลือกแบรนด์ที่หลากหลาย ให้ตอบโจทย์ผู้หญิงทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นลุคเรียบๆ ลุคคลาสสิก หรือจะเป็นลุคสนุกที่มีความเป็นตัวเอง แล้วแต่ว่าในวันนั้นคุณอยากเป็นคนแบบไหน”

Decorum Bibliotheque ยังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยน้ำว้าเน้นย้ำว่า “การมีมุมสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เราสวมใส่เสื้อผ้าทุกวัน และถ้าสามารถทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้ ก็ควรทำ”

หนึ่งในแบรนด์ยั่งยืนที่เธอภูมิใจนำเสนอคือ mate-mono แบรนด์กระเป๋าจากประเทศญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยการนำวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมสิ่งทอมาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าดีไซน์สวย “เขามีซีรีส์ที่ชื่อว่า ‘Seamless’ ที่ออกแบบโดยใช้ ‘ผ้าทั้งผืน’ ไม่มีการตัดผ้าทิ้งเลย เพื่อไม่ให้เกิดขยะจากกระบวนการผลิต และมีอีกซีรีส์หนึ่งที่ทำจากวัสดุเหลือใช้จากสนามฟุตบอล” เธออธิบายถึงนวัตกรรมของแบรนด์ที่ “ราคาก็เข้าถึงได้ง่าย และคุณภาพดีมาก”

Mate-mono ไม่ใช่แบรนด์แฟชั่นทั่วไป แต่เป็นแบรนด์ของ Komatsu Matere บริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1943 ซึ่งผลิตสินค้าเกี่ยวกับผ้าและเคมีภัณฑ์ ด้วยความมุ่งมั่นในการจัดการขยะ บริษัทจึงขยายมาทำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ mate-mono ในปี 2021 โดยมีเจตนาที่จะนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นสินค้าที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แบรนด์ Mate-mono ไม่ได้เพียงแค่ต้องการแก้ปัญหาขยะ แต่ยังใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนแนวคิด Wabi-Sabi หรือการโอบรับความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจึงดูภายนอกแล้วแทบไม่รู้เลยว่าทำจากวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมสิ่งทอทั้งชิ้น และไม่ใช่แฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว แต่เป็นการออกแบบที่ใช้เมื่อไรก็ไม่ตกยุค แถมยังคงทนแข็งแรง ช่วยยืดอายุวัสดุที่กำลังจะกลายเป็นขยะให้อยู่บนโลกอย่างคุ้มค่าต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: Philip Huang ผสานวิถีพื้นถิ่นเข้ากับความทันสมัยของชีวิตคนเมือง พร้อมเน้นความยั่งยืนและการออกแบบที่มีความหมาย

Tatler Asia
Above แบรนด์ Mate-mono ไม่ได้เพียงแค่ต้องการแก้ปัญหาขยะ แต่ยังใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนแนวคิด Wabi-Sabi หรือการโอบรับความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ
Tatler Asia
Above Mate-mono เป็นแบรนด์ของ Komatsu Matere บริษัทเก่าแก่ของญี่ปุ่นซึ่งผลิตสินค้าเกี่ยวกับผ้าและเคมีภัณฑ์ ด้วยความมุ่งมั่นในการจัดการขยะจึงหันมาทำแบรนด์ไลฟ์สไตล์

สิ่งที่ทำให้ Decorum Bibliotheque มีเอกลักษณ์ไม่แพ้สินค้าคือทีมงาน น้ำว้าบอกกับ Tatler ว่า “เราไม่ได้ใช้นายแบบหรือนางแบบในการนำเสนอสินค้า แต่เป็นพนักงานของเราเองทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพว่าคนธรรมดาที่อาจไม่ได้สูง 180 เซนติเมตร หรือผอมเพรียวเหมือนเหล่านางแบบว่าจะสามารถสวมใส่เสื้อผ้าพวกนี้ได้อย่างไร” การนำเสนอที่จริงใจนี้ช่วยสร้างความรู้สึกเข้าถึงและเชื่อมโยงกับลูกค้าได้อย่างแท้จริง

จากประสบการณ์ส่วนตัว น้ำว้าแนะนำว่า การสร้าง Wardrobe หรือตู้เสื้อผ้าที่ยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากของแบรนด์เนมหรือสินค้าราคาแพง “เริ่มจากเสื้อผ้าเบสิกที่สามารถใส่ได้หลายโอกาส เช่น เสื้อเชิ้ตขาว เสื้อยืดสีเบสิก ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลาย การลงทุนกับชิ้นที่คุณรักและใส่ซ้ำได้คือการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”

เบื้องหลังความสำเร็จของเธอในวงการแฟชั่นคือประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยน้ำว่าเคยเป็นข้าราชการที่กระทรวงการคลัง ทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจ “ด้วยความที่แบ็กกราวนด์เราไม่ใช่สายแฟชั่นโดยตรง แต่เป็นความชอบส่วนตัว ทำให้มุมมองของเราต่างออกไป เราเข้าใจคนทำงานออฟฟิศที่อยากแต่งตัวมีสไตล์ในชีวิตประจำวัน” 

Tatler Asia
Above กชวรรณ ศรีมณฑา Director ของร้าน Decorum Bibliotheque

การมีมุมสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เราสวมใส่เสื้อผ้าทุกวัน และถ้าสามารถทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้ ก็ควรทำ

- น้ำว้า กชวรรณ ศรีมณฑา -

น้ำว้ามองว่าแฟชั่นในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไป “คนรุ่นใหม่ไม่ได้ตามเทรนด์อีกต่อไป แต่พวกเขาค้นหาตัวตนของตัวเองมากขึ้น ว่าเราเป็นคนสไตล์ไหน และจะนำเสนอตัวตนผ่านการแต่งกายอย่างไร”

สำหรับสไตล์ส่วนตัว น้ำว้าบอกว่าเธอชอบมิกซ์แอนด์แมตช์ระหว่างความเป็นทางการกับความมีสไตล์ “ไม่ใช่คนแต่งตัวตามแฟชั่นโชว์ ชอบสไตล์ที่ค่อนข้างมีความเป็นญี่ปุ่น ผสมผสานกับความเป็นยุโรป และถ้าจะเซ็กซี่ก็เป็นแบบไม่โจ่งแจ้ง แต่ดูมีรสนิยม”

Decorum Bibliotheque จึงเป็นสถานที่ที่แฟชั่นมาบรรจบกับจุดมุ่งหมาย สะท้อนถึงการแต่งกายที่ใส่ใจและมีสไตล์ นำทางโดยวิสัยทัศน์และความใส่ใจสิ่งแวดล้อมของน้ำว้า ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การดูดีและการทำดีสามารถดำเนินไปพร้อมกันผ่านการเลือกสรรสินค้า การเล่าเรื่อง และการทำให้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้อย่างแท้จริง

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย