เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Floétique
Cover บี เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Floétique
เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Floétique

เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรฐานการค้าที่เป็นธรรมระดับโลก ถือเป็นความมุ่งมั่นของ บี เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ ในการก่อตั้งแบรนด์ Floétique ที่สร้างสรรค์ความโดดเด่นด้านการออกแบบ พร้อมสะท้อนความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

Floétique แบรนด์เสื้อผ้าแนว luxury athleisure ที่มุ่งมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเข้มงวด ก่อตั้งและขับเคลื่อนโดย บี เปรมฤดี โลทารักษ์พงศ์ ที่วางรากฐานบนสามเสาหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐาน Fair Trade™ จากสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของพนักงาน ใช้วัตถุดิบพรีเมียมจากอิตาลีและวัสดุที่ยั่งยืนหรือผ่านการรีไซเคิล หนึ่งในนวัตกรรมผ้าที่โดดเด่นของแบรนด์คือ Flocéan™ ซึ่งทำจากแหประมงและขยะทะเล เพื่อลดปริมาณขยะและคาร์บอน พร้อมทั้งใช้หลักการผลิตแบบพอเพียงและงดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์

Tatler ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอถึงแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมแบรนด์ไทย และมุมมองต่อแนวโน้มของ activewear ที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

อ่านเพิ่มเติม: โชน ปุยเปีย เล่าถึงผลงานสร้างสรรค์ กลุ่มลูกค้า ชุดวิวาห์ และโปรเจ็กต์เชิงพาณิชย์ครั้งแรก ตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Shone Puipia

เล่าถึงแรงบันดาลใจและการสร้าง Floétique รวมถึงโอกาสที่คุณเห็นในตลาดเสื้อผ้า Athleisure และว่าอะไรที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงนี้
Floetique (โฟลเอทีค) เป็นแบรนด์ที่ผลิตในประเทศไทย มีจุดเด่นที่คุณภาพและความยั่งยืน ในขณะที่แบรนด์ต่างๆ ทำ athleisure/activewear ยังคงมีการดำเนินการด้านความยั่งยืนเพียงแค่เซ็กเตอร์เดียว แต่สินค้าของเรามีความยั่งยืนตลอดทั้งกระบวนการ โดยให้ความสำคัญกับการค้าที่คำนึงถึงสิทธิสังคมและสิทธิแรงงาน คุณภาพสินค้าของเราสามารถเทียบเคียงกับแบรนด์ระดับโลก ด้วยการเน้นคุณภาพของผ้า การตัดเย็บและประสิทธิภาพสูงสุดของผลิตภัณฑ์

ลูกค้าในอุดมคติของ Floétique คือใคร และพวกเขาคาดหวังอะไรจากแบรนด์ในด้านการออกแบบ ประสิทธิภาพ และไลฟ์สไตล์
เรามองลูกค้าในสามช่วง สำหรับลูกค้าระยะสั้น สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ Floétique เป็นแบรนด์ที่มีความสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงแต่ส่งเสริมแบรนด์ไทยให้เติบโตสู่ระดับโลก แต่ยังมุ่งมั่นในการคืนสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ เช่น การดำเนินการผ่าน Fairtrade และความยั่งยืนทางสังคม ตัวอย่างเช่น การทำงานร่วมกับมูลนิธิเด็กโสสะ ที่เราบริจาค 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายเพื่อช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียบิดามารดา ในระยะกลาง นักท่องเที่ยวที่มาไทยมีโอกาสซื้อผลิตภัณฑ์ Floétique ซึ่งเราเห็นการเติบโตจากยอดซื้อ

นอกจากนี้ เรายังมีแผนพัฒนาเว็บไซต์ที่มีบริการจัดส่งทั่วโลก และได้จดทะเบียนในอังกฤษและฝรั่งเศส สำหรับในระยะยาว เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็น global product เพราะเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ไทยสามารถสะท้อนภูมิปัญญาและฝีมือความประณีตได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีลวดลายไทยเสมอไป

Tatler Asia
Above คอลเล็กชั่น Autumn / Winter 2024 ได้แรงบันดาลใจจากบรรยากาศของคันทรีคลับไลฟ์สไตล์สุดหรูในชนบทอังกฤษ

วันทำงานทั่วไปที่ Floétique เป็นอย่างไรบ้าง คุณมีวิธีการทำงานร่วมกับทีมเพื่อสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร
เราเป็นสตาร์ทอัพที่เน้นการทำงานออนไลน์ผ่าน digital ecosystem โดยใช้ระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพจากธุรกิจครอบครัว ทำให้การประชุมกับพนักงานสามารถจัดได้ผ่าน Zoom และแบ่งกลุ่มตามหน้าที่ สำหรับการผลิตจะดำเนินการตามกระบวนการที่มีอยู่ และเริ่มวันทำงานด้วยการประชุมทั้ง in person และออนไลน์ จุดเด่นคือการรักษาความเป็น made in Thailand และการขยายตัวได้ตามอุปสงค์

ในคอลเล็กชั่นนี้ การร่วมงานกับตู๋ตี๋ (นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์) มุ่งหวังที่จะนำความสามารถของดีไซเนอร์ไทยมาสร้างความยอมรับในระดับโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งกายที่งดงามและประณีตของชนชั้นสูงอังกฤษที่มีเดรสโค้ดชัดเจน นอกจากนี้ คอนเซ็ปต์ ‘Me∞ More’ ยังสื่อถึงการแบ่งปันความรักและดูแลคนรอบข้างอย่างลึกซึ้ง

อะไรที่คุณรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุดในการสร้างแบรนด์ Floétique และคุณพบความท้าทายใดบ้างในเส้นทางนี้
ทีมของเรามีความยอดเยี่ยมมาก ในการทำงานตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์จนถึงปัจจุบัน เราได้ร่วมงานกับดีไซเนอร์ไทยหลายท่าน เราชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ไทยอย่างคุณตู๋ตี๋ที่มีแพสชั่นและสมาชิกในทีมที่มีความสามารถ ในฐานะสตาร์ทอัพ การแชร์วิสชั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

ความท้าทายคือผู้บริโภคในไทยและภูมิภารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็น price-sensitive consumer การอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับความยั่งยืนที่มีราคาสูงขึ้นอาจเป็นอุปสรรคด้านการตลาด แต่เรามั่นใจว่าลูกค้าจะใช้เวลาในการเข้าใจในเรื่องนี้ เราเชื่อว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติม: ความกบฏในคอลเล็กชั่นล่าสุดของ ฟ้า จักษุเวช ที่จะสร้างไวป์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นไทย

การเติบโตขึ้นในครอบครัวที่มีธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้ากีฬา ประสบการณ์นี้มีผลอย่างไรต่อ Floétique มีแนวคิดอะไรที่คุณนำมาใช้บ้างไหม
การเติบโตในครอบครัวที่ทำงานให้กับแบรนด์ระดับโลก ทำให้เราเห็นว่าการผลิตเสื้อผ้าต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เราได้นำความรู้ที่สะสมมาสี่ทศวรรษ รวมถึงทักษะของแรงงานที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะฝีมือการตัดเย็บของคนไทยที่มีมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเราใช้จุดแข็งนี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างแบรนด์ที่มีคุณภาพสำหรับทั้งคนไทยและเพื่อเป็นความภูมิใจของประเทศไทย

คุณมองเห็นแนวโน้มใน activewear พัฒนาไปอย่างไร โดยเฉพาะในประเทศไทยและเอเชีย อะไรที่คุณคิดว่าเป็นตัวขับเคลื่อนแนวโน้มเหล่านี้
ฉันคิดว่าเทรนด์ในเสื้อผ้า athleisure/activewear น่าจะมีการผสมผสานกับชุดลำลองมากขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่แต่งตัวมีความหลากหลาย ซึ่งเราจะเห็นว่าแบรนด์ระดับโลกหลายแห่งก็มีการออกแบบชุดกีฬาให้ดูเป็นแฟชั่นด้วย แต่พวกเขามักจะแยกประเภทชัดเจนระหว่างชุดลำลองแฟชั่นกับชุดสำหรับการออกกำลังกาย แต่สำหรับ Floétique เราเป็น luxury athleisure โดยผสมผสานประสิทธิภาพและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน

ความยั่งยืนและ fair trade เป็นส่วนสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ของเรา ไม่ได้ถูกแยกออกเป็นหมวดหมู่ ฉันเห็นความเป็นไปได้ที่จะนำเสนอเสื้อผ้าออกกำลังกายและชุดลำลองร่วมกัน นี่จะเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจซึ่งอยากให้ติดตามต่อไป

Tatler Asia
Floétique แบรนด์เสื้อผ้าแนว luxury athleisure ที่มุ่งมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเข้มงวด
Above Floétique แบรนด์เสื้อผ้าแนว luxury athleisure ที่มุ่งมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเข้มงวด
Floétique แบรนด์เสื้อผ้าแนว luxury athleisure ที่มุ่งมั่นในหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเข้มงวด

การสร้างแบรนด์ไม่ได้มีเฉพาะทักษะ ส่วนตัวแล้วมีนิสัยหรือแพสชั่นอย่างไรในการบริหาร Floétique
ฉันเป็นนักการทูต และคำว่า ‘soft on the people, tough on the goal’ สะท้อนตัวตนได้เป็นอย่างดี แบรนด์ของเราเน้นความละเอียดอ่อนในจิตวิญญาณของคน โดยมุ่งเน้นที่ความใจดีและจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้แฟชั่นที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ ‘soft on the people’ ส่วน ‘tough on the goal’ แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ระดับโลก โดยไม่ลดทอนคุณภาพหรือละทิ้งเป้าหมาย แม้ว่าราคาสินค้าจะสูงและการแข่งขันในตลาดแฟชั่นราคาย่อมเยาจะเป็นเรื่องท้าทาย แต่ก็มั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จหากสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสังคม


อ่านเพิ่มเติม:

เมื่อ "กระเป๋าโท้ทใบใหญ่" กลายเป็นไอเท็มสุดโปรดใหม่ของเหล่าคนดัง

พวงกุญแจและชาร์มห้อยกระเป๋าเพื่อเพิ่มสไตล์ Jane Birkin ให้กับกระเป๋าใบโปรด

รวมกระเป๋าหนังกลับที่มีดีไซน์โดดเด่นประจำซีซั่น ที่จะกลายเป็นไอเท็มคลาสสิกตลอดกาล

Topics

Nitnada Panpipat Herve
Style Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

นิตนดา พันธุ์พิพัฒน์ แอร์เว บรรณาธิการด้านสไตล์ มีประสบการณ์การทำงานกับสื่อแฟชั่นชั้นนำอย่าง Grazia, Town & Country และ Vogue Thailand อีกทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างหลากหลาย