ฟิลิป ฮวง และ ชมวรรณ วีรวรวิทย์ นำเสนอมุมมองการผสานภูมิปัญญาพื้นถิ่นเข้ากับความร่วมสมัยของชีวิตเมืองในคอลเล็กชั่นประจำ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 ของ Philip Huang ที่ชวนให้ผู้สวมใส่ได้ตระหนักถึงความรู้สึกอิสระ
ฟิลิป ฮวง และ ชมวรรณ วีรวรวิทย์ ได้นำภูมิปัญญาพื้นถิ่นมาผสมผสานกับวิถีคนเมืองใหญ่อีกครั้งในคอลเล็กชั่น Mirage สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 ของ Philip Huang ด้วยแรงบันดาลใจจากฤดูร้อนอันไร้ขีดจำกัด ดนตรีและสไตล์ของ Miles Davis สะท้อนอิสรภาพและความพลิ้วไหว โดยทั้งสองยังคงรักษางานฝีมือดั้งเดิม ทั้งผ้าย้อมคราม ผ้าทอมืออีสาน และผ้ามัดหมี่ เน้นการออกแบบที่ยั่งยืนและใส่ใจในรายละเอียด เพื่อสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายที่เปี่ยมด้วยความหมาย
อ่านเพิ่มเติม: วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข บอกเล่าความสำคัญของงานคราฟต์ การทำงานร่วมกับชุมชน และศิลปะที่สวมใส่ได้ของแบรนด์ Wisharawish

Above ฟิลิป ฮวง เผยคอลเล็กชั่น Mirage สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 ที่ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดของฤดูร้อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ช่วยเล่าให้ฟังสักนิดถึงแนวคิดเบื้องหลังคอลเล็กชั่น Mirage สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 ของ Philip Huang ได้ไหม อะไรคือแรงบันดาลใจหลักที่ขับเคลื่อนการออกแบบ
สำหรับคอลเล็กชั่น Mirage เราคิดถึงการรับรู้ที่เปลี่ยนไปตามแสง อารมณ์ และสถานที่ ความรู้สึกถึงความร้อนและหมอก เมื่ออากาศรอบตัวราวกับมีประกายระยิบระยับและความเป็นจริงเลือนลาง มีบางสิ่งที่สวยงามเกี่ยวกับพื้นที่นั้น และนี่คือหัวใจสำคัญของแนวทางที่เรานำมาใช้ในการออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ นั่นคือความลื่นไหล เบาสบาย และปรับเปลี่ยนได้
แม้ผลงานของเราส่วนใหญ่จะมีจุดเริ่มต้นจากภาคอีสาน แต่สำหรับ Mirage เราถูกดึงดูดด้วยแนวคิดของฤดูร้อนที่ไม่มีที่สิ้นสุด ท้องฟ้าเมดิเตอร์เรเนียน และสายลมชายฝั่ง เรานึกถึงช่วงเวลาของความเบาสบายและอิสรภาพ รวมถึงเสียงดนตรีและสไตล์ของ Miles Davis ความไม่ยึดติดกรอบและสไตล์ที่ยอดเยี่ยมของเขา เช่น การจับคู่เสื้อเชิ้ตออกซ์ฟอร์ดสีเขียวเข้ากับกางเกง ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ดูเรียบง่ายแต่แหวกขนบ บนปกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขา ความมั่นใจในตัวเองและการปฏิเสธที่จะเดินตามกฎเกณฑ์คือสิ่งที่เรารู้สึกเชื่อมโยงได้กับแนวคิดของเรา
นี่คือสิ่งที่หล่อหลอมแนวทางของเราต่อคอลเล็กชั่นนี้ ความบังเอิญคือ เราได้สร้างมู้ดบอร์ดนี้ขึ้นก่อนที่ Jacquemus จะนำเสนอคอลเล็กชั่น SS25 ที่ Casa Malaparte เสียอีก! ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Bonjour Tristesse และ Le Mépris บางทีพวกเราทุกคนอาจกำลังรู้สึกถึงความร้อนแรงในแบบเดียวกัน
คอลเล็กชันนี้นำเสนอซิลูเอตใหม่ๆ อย่างเช่น ทูนิก อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกนำเสนอไอเท็มเหล่านี้
ใช่เลย! ทูนิก โดยเฉพาะ Cecilia Tunic เป็นไอเท็มหลักของซีซั่นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากทูนิกของ Cecilia Dean ซึ่งหลายคนอาจรู้จักในฐานะผู้ก่อตั้ง Visionaire เธอเคยได้รับทูนิกของผู้ชายที่สั่งตัดพิเศษในกาตาร์ และเมื่อนำมาสวมใส่ที่ตะวันออกกลาง ผู้คนไม่แน่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่จึงเป็นเสื้อผ้าที่เล่นกับการรับรู้ ความคาดหวัง และแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์ ซึ่งเรารู้สึกว่าน่าสนใจมาก เราจึงนำไอเท็มชิ้นนี้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นเดรส มาสร้างสรรค์ใหม่ในแบบของเราเอง โดยเน้นความลื่นไหลและความอเนกประสงค์ของมัน ทูนิกสามารถปกป้องจากแสงแดด มีความยาวและพลิ้วไหว สวมใส่ง่าย ที่สำคัญ มันท้าทายแนวคิดเรื่องเสื้อผ้าที่ถูกจำกัดด้วยเพศ ความคลุมเครือและอิสรภาพนี้สอดคล้องกับแนวคิดของ Mirage ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คอลเล็กชั่นนี้นำเสนอทั้งไอเท็มที่ใส่ง่ายในชีวิตประจำวันและสไตล์ที่หรูหรามากขึ้น อะไรคือแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์นี้
เราออกแบบเสื้อผ้าโดยคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตจริงและสิ่งที่เราต้องการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นวันพักผ่อนริมชายหาดหรือมื้อดึกในค่ำคืนฤดูร้อน เราให้ความสำคัญกับความอเนกประสงค์ของเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้จากเช้าจรดค่ำ หรือจากสถานการณ์หนึ่งไปยังอีกสถานการณ์หนึ่งโดยไม่รู้สึกแปลกแยก นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับงานฝีมือ โดยแม้บางชิ้นอาจดูเรียบง่าย แต่สามารถให้ความรู้สึกพิเศษได้จากกรรมวิธีการย้อมสี งานฝีมือ หรือเนื้อผ้าที่เลือกใช้ สมดุลนี้เกิดจากความตั้งใจในการสร้างเสื้อผ้าที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ดูหรูหราได้เมื่อต้องการ
หลังจากนำครามธรรมชาติและสีย้อมชีวภาพมาใช้ในคอลเล็กชั่นก่อนหน้า มีเทคนิคใดที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และมีเทคนิคที่ไม่ได้ทำต่อหรือไม่ เพราะอะไร
ครามเป็นจุดเริ่มต้นของเรา มันนำพาเราสู่การทำงานร่วมกับช่างฝีมือและการสำรวจการย้อมสีในฐานะทั้งงานหัตถศิลป์และรูปแบบของการเล่าเรื่อง จากจุดนั้น การแสวงหาสีสัน กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ต่อเนื่อง อีกเอกลักษณ์สำคัญคือ การใช้ผ้าฝ้ายปั่นมือและทอมือจากอีสาน ซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่หยั่งรากลึกในชีวิตประจำวันของผู้คน ปลูก ปั่น และทอโดยชาวบ้านและเกษตรกร พวกเขาคือช่างฝีมือที่ผลงานอาจไม่เป็นที่รู้จัก แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของเรา เราหลงใหลในความเรียบง่ายและเนื้อผ้าที่สะท้อนถึงแผ่นดินและผู้คนที่อาศัยอยู่กับมัน ซึ่งมีความซื่อสัตย์ในตัวเอง
นอกจากนี้ เราทำงานกับ ผ้ามัดหมี่ (Ikat) ในลักษณะที่เคารพต่อรากเหง้า ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้มันพัฒนาไปตามกระบวนการออกแบบ เราชื่นชอบการเล่าเรื่องราวของแต่ละลวดลายและวิธีที่ช่างทอแต่ละคน ตีความสิ่งที่เขาเห็นหรือแนวคิดนามธรรมออกมาเป็นลายผ้า ตัวอย่างเช่น Tilda Robe ที่เราสร้างขึ้นสำหรับ Tilda Swinton แสดงให้เห็นแนวทางที่เราทำงานกับผ้ามัดหมี่ ลูกค้าสามารถเลือกแพทเทิร์นที่ต้องการได้ และเสื้อคลุมแต่ละตัวถูกทำขึ้นตามสั่งโดยเฉพาะ
และแทนที่จะเลิกใช้วัสดุหรือเทคนิคใดโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เราถอยห่างออกมาคือแนวคิดของการผลิตที่รวดเร็ว วัฏจักรแฟชั่นตามฤดูกาลที่เข้มงวด มันไม่เหมาะกับแนวทางของเรา แม้ว่าการแบ่งคอลเล็กชั่นตามฤดูกาลจะช่วยให้จำแนกผลงานได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือ การสร้างเสื้อผ้าที่ปรับเปลี่ยนได้ ใส่ได้นาน มันคือเรื่องของคุณภาพ ความยั่งยืน และการออกแบบที่มีความหมาย ทั้งในวันนี้และในอีกหลายปีข้างหน้า
มีเทคนิคใหม่ในการออกแบบเสื้อผ้าของ Philip Huang ที่เคยทดลองหรืออยากสำรวจในอนาคตหรือไม่
เรากำลังสนใจการเคลือบด้วยแว็กซ์ธรรมชาติ เพื่อทำให้เสื้อผ้าทนต่อสภาพอากาศและมีความทนทานมากขึ้น ในแบบที่ยังคงรากฐานของวิธีการทำแบบหัตถกรรม เรายังศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการตัดแพทเทิร์นแบบไร้ขยะ โดยมุ่งเน้นที่ความซับซ้อนของการสร้างลวดลายที่น่าทึ่ง มีพลังบางอย่างในการสร้างเสื้อผ้าที่เรียบง่าย แต่ออกแบบด้วยความใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก มันเกี่ยวกับความแม่นยำและยกระดับความเรียบง่ายให้กลายเป็นสิ่งที่ประณีตอย่างแท้จริง
สำหรับคนที่เพิ่งรู้จักแบรนด์ อยากแนะนำให้เขาซื้ออะไรเป็นชิ้นแรกและเพราะอะไร
แน่นอนว่าเริ่มต้นด้วยถุงเท้าและเสื้อยืด เพราะมันเรียบง่าย แต่เมื่อคุณได้สัมผัสถึงคุณภาพแล้ว มันยากที่จะกลับไปใช้แบบอื่น ชิ้นงานแต่ละชิ้นถูกย้อมด้วยมือ ทำให้ไม่มีชิ้นไหนเหมือนกันเลย นี่เป็นการแนะนำพวกเขาถึงกระบวนการทำงานของเราได้อย่างดีเยี่ยม หลังจากนั้น เราอยากแนะนำเสื้อแจ็คเก็ต Pun ซึ่งอเนกประสงค์ ใส่ได้ทั้งชายและหญิง สามารถกลับด้านได้จึงสามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส
อ่านเพิ่มเติม: ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Pipatchara กับความตั้งใจที่จะนำพาแฟชั่นความยั่งยืนสู่ระดับโลก
สำหรับฤดูร้อนนี้ อยากแนะนำไอเท็มชิ้นไหนจากคอลเล็กชั่น Mirage จาก Philip Huang และเพราะอะไร
Cecilia Tunic แน่นอน มันระบายอากาศได้ดี สง่างามโดยไม่เป็นทางการเกินไป และให้ความรู้สึกสบายที่เหมาะสำหรับฤดูร้อน คุณสามารถสวมใส่ทับชุดว่ายน้ำ ใส่เดี่ยวๆ ในช่วงกลางวันหรือแม้แต่กลางคืน หรือใส่แบบเลเยอร์ มันไม่จำกัดเพศ และแสดงถึงจิตวิญญาณของ Mirage อย่างแท้จริง บางอย่างที่ปรับตัวได้และให้ความรู้สึกอิสระ
และคุณนึกภาพว่าเขาจะใส่มันที่ไหน
ที่ไหนก็ได้ใต้แสงอาทิตย์ และในที่ร่มด้วย มันเหมาะสำหรับชายหาด ในเมือง หรือแม้แต่บนเครื่องบิน ซึ่งเป็นที่ที่เรามักจะค้นพบตัวเอง… แนวคิดก็คือให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุดยูนิฟอร์มส่วนตัวของคุณ เป็นบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปกับคุณ ที่รู้สึกถูกต้องในบริบทที่แตกต่างกัน นั่นคือสิ่งที่เป็น Mirage คือการเคลื่อนไหว ความเบา และการเปลี่ยนแปลง
อ่านเพิ่มเติม:
สลิล สุญาณเศรษฐกร เผยวิสัยทัศน์การเชื่อมโยงแฟชั่นลักซ์ชูรีกับไลฟ์สไตล์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลายเป็นหมุดหมายระดับโลก
โจนาธาน ซิมไค ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Simkhai คุยเรื่องผลงานแนวสถาปัตย์ ป๊อปอัพสโตร์ในเมืองไทย และว่าทำไมทุกวันจึงเป็นวันพิเศษ
Nina และ Gvantsa Macharashvili พูดคุยถึงดีไซน์ 'โบว์คู่' ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Mach & Mach













