Cover ปลา - อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารในเครือ iberry Group (ภาพ: iberry Group)

ชื่อของ ปลา - อัจฉรา บุรารักษ์ โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจอาหารมานานกว่า 20 ปี จากจุดเริ่มต้นของการเปิดร้านไอศกรีมสุดสร้างสรรค์กับพี่ชายในซอยสุขุมวิท 24

ปัจจุบันเธอมีแบรนด์ร้านอาหารกว่า 10 แบรนด์ เปิดให้บริการกว่า 100 สาขา ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่เพิ่มอีกหนึ่งแบรนด์ในชื่อ Oh My Godmother ร้านอาหารแนวคาเฟ่ที่เป็นส่วนผสมของตะวันออกและตะวันตก อะไรทำให้เธอยืนระยะยาวในธุรกิจอาหารซึ่งนับเป็นหนึ่งในธุรกิจปราบเซียนมาได้ยาวนานถึงเพียงนี้ Tatler ชวนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน 

“เป็นคนมี passion กับอาหาร ตั้งแต่เด็กๆ ช่วยคุณแม่ทำอาหารมาตลอด รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจในเรื่องรสชาติของอาหาร และการทำธุรกิจอาหารก็ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่ยังเป็นเรื่องของศิลปะ เรื่องการตกแต่งร้าน การทำ branding จึงถือว่าเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งที่สนใจมาตั้งแต่เด็กๆ ” 

คุณปลาบอกถึงที่มาของการเลือกทำธุรกิจอาหารว่า เธอเริ่มต้นที่ไอศกรีม iberry ซึ่งมีรสชาติผลไม้หลากหลายและร้านอาหารไทย กับข้าว' กับปลา เปิดมานานกว่าสิบเจ็ดปีและทำยอดขายได้ดีมาตลอด เมื่อแบรนด์ทั้งสองสามารถครองใจลูกค้าได้ระดับหนึ่ง จึงถึงเวลาแตกแบรนด์เพื่อสร้างความหลากหลาย 

อ่านเพิ่มเติม : เชฟต้น - ธิติฏฐ์ และ เชฟแพม - พิชญา: สองเชฟไทยผู้รังสรรค์อาหารสู่เวทีโลก

เสน่ห์ของรสไทย

Tatler Asia
Above ชิ้น โบว์ แดง ร้านอาหารไทยล่าสุดของปลา - อัจฉรา ที่นำคอนเซ็ปต์การรับประทานอาหารแบบไทยสไตล์ปิ้งย่างหรือที่เรียกว่า หมูกระทะ มาพัฒนาให้พรีเมียม และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคมากขึ้น (ภาพ: iberry Group)

“คิดว่าอาหารไทยมีเสน่ห์หลายๆ อย่าง แล้วก็อยากเพิ่มความเป็น top of mind ให้แบรนด์แต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน พอเริ่มทำแบรนด์อาหารจริงจัง เริ่มรู้สึกว่ามีความเข้าใจ เริ่มมีลายเซ็นของตัวเอง ก็เลยมีความเชื่อว่าอยากทำให้อาหารแต่ละแบรนด์มีความชัด เช่น ลูกค้านอนอยู่บ้านอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือก็ต้องทองสมิทธ์ อยากกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาก็ต้องฟ้าปลาทาน เลยพยายามแตกแบรนด์ออกมา”

โดยแบรนด์อาหารไทยล่าสุดอีกหนึ่งแบรนด์ที่คุณปลาภูมิใจนำเสนอคือ ร้านชิ้น โบว์ แดง  ร้านหมูกระทะพรีเมียม Thai Charcoal BBQ Masterpiece (Moo-Kata) ที่นำเอาวัฒนธรรมการกินอาหารปิ้งย่างแบบไทยๆ มาพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกด้าน เช่น ปรับรูปแบบกระทะให้ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อง่ายต่อการตักน้ำซุบและปิ้งเนื้อสัตว์ ท่อดูดควันที่เล็กลงแต่ดูดกลิ่นได้ดีเยี่ยม 

ด้านรสชาติของวัตถุดิบนั้นมีให้เลือกในเกรดพรีเทียมทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู ซีฟู้ด พร้อมด้วยเครื่องเคียงแบบไทยๆ ที่มากินคู่กันเพื่อตัดเลี่ยนและเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อน เปรี้ยวหวานสไตล์คนไทย ทีเด็ดที่สุดคือ น้ำจิ้มสูตรเด็ดสามสูตรที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ

อาหารต่างชาติ: ความท้าทายใหม่ของเครือ iberry Group

Tatler Asia
Above Fran's ร้านอาหารมื้อสายสไตล์ตะวันตก (ภาพ: iberry Group)
Tatler Asia
Above Oh My Godmother (OMGM) ร้านอาหารล่าสุดในเครือ iberry Group ร้านอาหารแนวคาเฟ่ที่เป็นส่วนผสมของตะวันออกและตะวันตก (ภาพ: iberry Group)

เมื่ออาหารไทยในเครือ iberry ยึดครองพื้นที่ในใจของผู้บริโภคได้แล้ว คุณปลามองหาความท้าทายใหม่ด้วยการสร้างแบรนด์อาหารต่างชาติ ที่ตั้งต้นมาจากความสนใจของตนเอง

“จริงๆ แล้วสนใจเรื่องไลฟ์สไตล์และศิลปะ อาหารแต่ละประเทศมีความสวยงามในแบบของเขา เรารู้สึกว่าอยากลองทำดูบ้าง ถ้าเราไปทำอาหารตะวันตกหรือเวียดนาม เราจะมีคาแร็กเตอร์ยังไง เหมือนวันนี้อยากวาดรูปแบบนี้ วันนั้นอยากวาดรูปแบบนั้น คิดว่าสิ่งที่ทำอยู่คือการสร้างความสนใจให้กับ food scene ในกรุงเทพฯ ด้วย” 

ปัจจุบันร้านอาหารต่างชาติในเครือ iberry Group นอกจากร้าน Oh My Godmother (OMGM) แล้วยังประกอบไปด้วย Fran's ร้านอาหารมื้อสายสไตล์ตะวันตก และ Ăn Cơm Ăn Cá (อันเกิม-อันก๋า) ร้านอาหารเวียดนามที่สร้างกระแสฮือฮาไม่น้อยเมื่อครั้งเปิดตัว

Tatler Asia
Above Ăn Cơm Ăn Cá (อันเกิม-อันก๋า) ร้านอาหารเวียดนามที่ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งลูกค้าไทยและเวียดนาม (ภาพ: iberry Group)

“อาหารเวียดนามก็เป็นแบรนด์หนึ่งที่รู้สึกภาคภูมิใจมาก เนื่องจากเป็นการเอาตัวเองออกจากความคุ้นเคยและความรู้เก่าที่เรามี เหมือนเราสลัดความรู้เก่าเดิมออก แล้วก็ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ เราใช้ทีมงานเดิมที่เคยทำงานด้วยกันมาเป็นทีม R&D และจ้างเชฟเวียดนามเข้ามาเติมทีมเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมที่ถูกต้อง

จากนั้นก็เป็นการจูนรสชาติที่เข้าลิ้นกับคนไทย แต่ก็ยังเคารพวัฒนธรรมและรสชาติดั้งเดิมอยู่ คือการออกแบบเมนูยังคงเส้นคงวาในเรื่องวัฒนธรรมของเวียดนาม แต่ปรับรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวานนิดหน่อย เพราะคนไทยชอบกินอาหารรสจัด คือทำตามที่ตัวเองชอบ คิดว่าไปกินอาหารเวียดนามแล้วไม่ชอบอะไรก็จะเอามาปรับให้อร่อยกว่า

ถ้าถามว่าเริ่มทำยังไง คือเริ่มจากไม่รู้เลยค่ะ แล้วก็ไปเรียน มีความเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ตั้งใจจริงๆ แล้วทำไม่ได้ ปลาคิดว่ารากฐานของอาหารไทย และอาหารเวียดนามก็ไม่ได้ต่างกันมาก ใช้เวลาอยู่เกือบปีในการตกแต่งร้าน แม้กระทั่งทำเมนูอาหารก็ถือว่าออกมาสวยงาม ร้านนี้ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นมากจากคนไทย ตอนนี้เปิดไปได้ 4 สาขา กำลังจะเปิดอีก 2 สาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รู้สึกเซอร์ไพรส์มากว่าคนไทยก็นิยมกินอาหารเวียดนาม แต่ที่แปลกใจกว่าคือมีคนเวียดนามเยอะเหมือนกันที่ชอบอาหารของร้านเรา”

Oneness: อัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร

Tatler Asia
Above ร้าน Ăn Cơm Ăn Cá (อันเกิม-อันก๋า) ที่ปลา - อัจฉราตั้งใจนำบ้านสีน้ำเงิน-ขาวอายุ 150 ปีมารีโนเวทให้มีบรรยากาศสุดคลาสสิค (ภาพ: iberry Group)
Tatler Asia
Above การตกแต่งภายในร้าน Ăn Cơm Ăn Cá (อันเกิม-อันก๋า) (ภาพ iberry Group)

ไม่เพียงแต่จะมอบอาหารรสชาติชั้นดีให้กับคนที่ได้เข้าไปชิมเท่านั้น อาหารในเครือ iberry Group ยังมอบอาหารตาให้กับแขกที่เข้าไปเยือนร้านได้อย่างดี แน่นอนว่าสิ่งนี้เกิดจากความตั้งใจของคุณปลาอีกเช่นกัน

“มีส่วนร่วมในการออกแบบร้านทุกสาขา เป็นคนชี้ direction ในการสร้างแบรนด์และการออกแบบ อย่างร้านอาหารเวียดนาม เรารู้สึกว่าอาหารเวียดนามถือเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่สวย และปลาก็ชอบทำอะไรสวยๆ องค์ประกอบเรื่องศิลปะ เรื่องสี เรื่องแบรนด์ เรื่องฟอนต์ มันส่งให้แบรนด์ของเราดูน่าสนใจ และให้คนหลงรักได้ 

เชื่อว่าลูกค้าที่เข้ามากินร้านในเครือสัมผัสได้ถึงความเป็น oneness ของเราในการสร้างแบรนด์ ในการใช้ทุกอย่างตั้งแต่ จาน ชาม ช้อน ส้อม กระเบื้องติดผนัง ภาพวาด ทุกอย่างเป็นความจริงใจและความตั้งใจ ที่อยากจะให้ลูกค้าที่เข้ามาแล้วได้สร้างประสบการณ์ที่ดีกับการรับประทานอาหารในร้านของเครือเรา เพราะเราไม่ได้ขายแค่อาหารเท่านั้น แต่เราสร้างประสบการณ์ นอกจากลูกค้าคนไทยที่เป็นแฟนคลับแล้ว ยังได้ลูกค้าต่างชาติมากมายที่มองเห็นสิ่งนี้เหมือนกัน ร้านของเราจึงเป็นที่รู้จักของบรรดานักท่องเที่ยวด้วยในตอนนี้”

ก้าวต่อไปสู่ Global

Tatler Asia
Above ปลา - อัจฉรา บุรารักษ์ (ภาพ: iberry Group)

การสร้างอัตลักษณ์นี้ทำให้มีลูกค้าเหนียวแน่นทั้งคนไทยและต่างชาติ Tatler จึงถามถึงความเป็นไปได้ของก้าวต่อไป ที่ยิ่งใหญ่มากกว่าแค่ในประเทศ

“คิดค่ะ อันนี้ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจไว้มากๆ ว่าต้องทำให้ได้จากความตั้งใจเชิดชูความเป็นไทยผ่านวัฒนธรรมอาหารของเครือ iberry เราคิดกันในหลายคอนเซ็ปต์ถึงการดึงให้ต่างชาติหรือแม้กระทั่งคนในชาติเอง หันมาเห็นว่าคุณค่าของอาหารไทยเรามันเจ๋งแค่ไหน เราไม่จำเป็นต้องขายราคาถูกขนาดนั้นก็ได้ แต่เราสามารถเพิ่ม value โดยการใส่คุณภาพ ใส่แบรนดิ้ง แล้วก็นำอาหารมาเป็นเหมือนจุดขายสำหรับนักท่องเที่ยว 

ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวส่วนมากที่เข้ามาในเมืองไทย เหตุผลหลักๆ คือการมารับประทานอาหารที่เอร็ดอร่อยในเมืองไทย เพราะเมืองไทยเป็นเมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ และมีวัฒนธรรมการกินที่วิเศษจริงๆ มีความหลากหลาย มีความ amazing ของ culture อาหารจริงๆ เพราะฉะนั้น iberry Group และปลาเองก็อยากจะเป็นคนหนึ่งที่สามารถพรีเซนต์ความเจ๋งออกไปสู่ชาวโลกให้เขารับรู้ว่า มาเมืองไทยไม่ต้องมานั่งกินแค่ต้มยำกุ้งหรือผัดไทย ยังมีอีกเป็นร้อยๆ อย่างที่มหัศจรรย์ แล้วก็ไม่ใช่แค่อยู่ในรูปแบบเดิมๆ แต่ยังเท่และเจ๋งมาก คนไทยมีรสนิยมและศิลปะที่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีจริงๆ  ซึ่งเป็นความตั้งใจอันหนึ่งที่ทำอยู่และจะทำต่อไป คิดว่าอีกไม่นานทุกคนจะได้รับฟังข่าวเร็วๆ นี้ค่ะว่าเราจะไปเปิดที่ไหน”

ส่วนผสมหลักของความสำเร็จ

Tatler Asia
Above ปลา - อัจฉรา บุรารักษ์ (ภาพ : iberry Group)

เมื่อได้รับการยืนยันถึงหมุดหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม Tatler ตั้งคำถามถึงส่วนผสมที่ทำให้แบรนด์ร้านอาหารฝีมือคนไทยแบรนด์นี้ สามารถยืนระยะมาได้ยาวนาน ฟันฝ่าผ่านพ้นมาได้ทุกอุปสรรค

“ปลาว่าทุกยุคทุกสมัยมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร แบรนด์ไหนจะอยู่ได้นาน หรือแบรนด์ไหนมาแล้วดับ ขึ้นอยู่กับการรักษามาตรฐานอาหารและการบริการ เป็นเรื่องธรรมดาที่ความสนใจหรือกระแสในแต่ละช่วงแต่ละปีจะไม่เหมือนกัน ถ้าเราเป็นตัวจริงในประเภทอาหารนั้นๆ คำว่าเป็นตัวจริงนั้นหมายความว่าไม่ได้ทำตามกระแส เจ้าของต้องมี passion ปรับปรุงรูปแบบร้านอยู่ตลอดเวลา คิดเมนูใหม่ๆ เสมอ รักษามาตรฐานอาหาร มีการ training พนักงาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตและยืนอยู่ได้จริงๆ เพราะว่าลูกค้าสัมผัสได้ถึงรสชาติที่มีมาตรฐาน พูดง่ายๆ ก็คือต้องเป็นตัวจริงและทำจริง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอาหารคือทีมงาน ทีมงานจะเป็นรากของของความสำเร็จทุกอย่าง ต่อให้มีสูตรอาหารที่อร่อย แต่ทีมงานไม่สามารถ execute รสชาติก็ไปไม่ถึงดวงดาว เพราะเราทำธุรกิจอาหารที่เราไม่ได้ทำเอง มีสาขาเป็นร้อยๆ น้องๆ พนักงานจึงต้องสามารถเสิร์ฟอาหารในรสชาติที่ปลากำหนด ออกไปสู่ลูกค้าได้จริงๆ ปลาว่าทีมงานเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในทุกๆ อย่าง ทุกครั้งที่ใครชื่นชมว่าปลาเก่งจัง เราก็จะนึกถึงและชื่นชมทีมงานเสมอว่าลูกน้องเราเก่ง พวกเขาเป็น key ingredient ของเราจริงๆ”

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี