‘Portrait of Elisabeth Lederer’ ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ ‘กุสตาฟ คลิมต์’ (Gustav Klimt) จิตรกรชื่อดังชาวออสเตรียผู้ล่วงลับ กลายเป็นผลงานศิลปะสมัยใหม่ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์งานประมูล ด้วยราคา 236.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,660 ล้านบาท
งานประมูลของซัทเทบีส์ (Sotheby's) ในมหานครนิวยอร์ก เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้โลกศิลปะต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อผลงานภาพเหมือน Portrait of Elisabeth Lederer ของ กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) จิตรกรคนสำคัญ ผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการศิลปินหัวก้าวหน้า หรือ ‘Vienna Secession’ ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้รับความสนใจจากนักสะสมอย่างเกินความคาดหมาย
โดยบรรยากาศการประมูลเป็นไปอย่างดุเดือดตลอดเวลาเกือบ 20 นาที จากผู้เข้าร่วมประมูลทั้งสิ้นหกราย ก่อนจะจบการประมูลไปที่ราคาสูงถึง 236.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,660 ล้านบาท (รวมค่าธรรมเนียม) ทั้งนี้ สถาบันการประมูลเก่าแก่สัญชาติอังกฤษอย่าง Sotheby's ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อของผู้ชนะการประมูลในครั้งนี้
อ่านเพิ่มเติม: ชานนท์ เรืองกฤตยา ปักธง “Porsche Design Tower Bangkok” โปรเจ็กต์สุดลักซ์ชูรีแห่งแรกในเอเชีย

Above ผลงาน Portrait of Elisabeth Lederer ของ กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) (ภาพ: Sotheby's)

Above กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) จิตรกรคนสำคัญชาวออสเตรีย
3 สถิติใหม่ในแวดวงศิลปะ
ผลการประมูลในครั้งนี้ ทำให้ภาพ Portrait of Elisabeth Lederer กลายเป็น ‘งานศิลปะสมัยใหม่’ (modern art) ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของการประมูล และมีราคาสูงที่สุดเป็นลำดับสองของการประมูลผลงานศิลปะทั้งหมดที่เคยมีมา เป็นรองแค่เพียงภาพ Salvator Mundi ของ Leonardo da Vinci ซึ่งถูกประมูลไปในปี 2017 ด้วยราคาอันมหาศาลถึง 450.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,598 ล้านบาท ในงานประมูลของคริสตีส์ Christie’s
นอกจากนี้ ยังได้สร้างสถิติใหม่ให้กับราคาประมูลของ Gustav Klimt แซงหน้าภาพวาด Dame mit Fächer หรือ Lady with a Fan (1917) ซึ่งเคยถูกประมูลในราคา 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,500 ล้านบาท) ในปี 2023
อ่านเพิ่มเติม: Bangkok Art Auction จัดงานประมูลศิลปะครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ‘The Iconic Treasure 2025: Master Series’

Above ภาพการประมูลภาพ Portrait of Elisabeth Lederer ของ Gustav Klimt (ภาพ: Sotheby's)

Above ภาพวาด Dame mit Fächer หรือ Lady with a Fan (1917)
เบื้องหลังภาพวาดของหญิงสาวอันลึกซึ้ง
สำหรับผลงานภาพเขียนขนาดความสูงหกฟุตชิ้นนี้ ถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1914–1916 ซึ่งถ่ายทอดภาพของ Elisabeth Lederer ทายาทสาวของผู้อุปถัมภ์ทางศิลปะคนสำคัญ (art patron) ของคลิมต์ และหนึ่งในครอบครัวชาวยิวที่ร่ำรวยที่สุดแห่งกรุงเวียนนา ในอิริยาบถอ่อนช้อย สวมอาภรณ์จีนโบราณ
ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างศิลปิน และหญิงสาวผู้เป็นแรงบันดาลใจในผลงานชิ้นนี้ ยังส่งผลกว้างไกลเกินกว่าประวัติศาสตร์ศิลป์ เพราะมันคือเงื่อนไขที่ช่วยรักษาชีวิตของ Elisabeth Lederer ไว้ในช่วงสงครามโลก โดยเธออ้างว่า ตนเองเป็นลูกนอกสมรสของคลิมต์ ศิลปินที่ไม่ใช่ชาวยิวและเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้วในปี 1918 เพื่อหลีกเลี่ยงการทารุณและกดขี่ข่มเหง ขณะที่ Serena Lederer มารดาของเธอก็ลงนามในเอกสารรับรองคำกล่าวอ้างนั้นด้วย
ปัจจุบัน ผลงานภาพเหมือนของ Serena ที่คลิมต์วาด ถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ The Metropolitan Museum of Art (The Met) ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

Above ภาพเหมือนของ Serena Lederer ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ The Metropolitan Museum of Art (The Met) ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (ภาพ: The Met)

Above นอกจากภาพวาดของคลิมต์แล้ว Elisabeth Lederer มักจะปรากฏในผลงานของ อีกอน ชีเลอ (Egon Schiele) เพื่อนศิลปินร่วมยุคของคลิมต์อยู่บ่อยครั้งด้วยเช่นกัน (ภาพ: Getty Images)
จากผลงานในไฟสงคราม สู่คอลเลกชั่นระดับโลก
ภาพ Portrait of Elisabeth Lederer เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะผ่านการปล้นสะดมของนาซี และเกือบถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนจะถูกส่งคืนให้กับ Erich Lederer น้องชายของ Elisabeth ในปี 1948 โดยภาพนี้อยู่ในการครอบครองของ Erich Lederer เกือบตลอดชีวิตของเขา ก่อนจะถูกขายออกไปในปี 1983
ต่อมาในปี 1985 ผลงานชิ้นนี้ได้เปลี่ยนมืออีกครั้ง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในคอลเลกชันศิลปะส่วนตัวของ ลีโอนาร์ด ลอเดอร์ (Leonard A. Lauder) ทายาทและอดีตซีอีโอของแบรนด์ Estée Lauder ซึ่งตั้งใจประดับภาพนี้ไว้ที่บ้านของเขาบนถนน Fifth Avenue ในกรุงนิวยอร์ก มีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นที่ภาพดังกล่าวถูกยืมไปจัดแสดงในแกลเลอรี่ต่างๆ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงเมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 92 ปี

Above ภาพ Portrait of Elisabeth Lederer ในบ้านของ Serena Lederer (ภาพ: Getty Images)

Above ลีโอนาร์ด ลอเดอร์ (Leonard A. Lauder) ทายาทและอดีตซีอีโอของแบรนด์ Estée Lauder (ภาพ: Estée Lauder)
หนึ่งในเพชรเม็ดงามของนักสะสมระดับโลก
สำหรับศิลปินอย่าง Gustav Klimt ผู้ซึ่งมักถ่ายทอดภาพสตรีผ่านสายตาอันเลื่อนลอยและท่วงท่าที่แฝงความลึกลับ แต่ทว่าภาพ Portrait of Elisabeth Lederer ชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นถึงท่าทางอันมั่นใจของหญิงสาว ซึ่งถือเป็นการหันเหจากลายเซ็นเดิมของเขาอย่างชัดเจน
“เธอมองตรงมาอย่างแน่วแน่ไม่หวั่นไหว และเธอไม่ใช่ภาพสะท้อนของความนิ่งเฉยอีกต่อไป” Emily Braun นักประวัติศาสตร์ศิลป์และที่ปรึกษาด้านศิลปะของ ลีโอนาร์ด ลอเดอร์ มายาวนานเกือบสี่ทศวรรษ กล่าวไว้เช่นนั้น
Emily ยังเผยอีกด้วยว่า “นี่คือหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่สุดในคอลเล็กชันของ ลีโอนาร์ด ลอเดอร์ ซึ่งเขามักจะใช้เวลาช่วงอาหารกลางวันทุกครั้งที่อยู่บ้าน บริเวณโต๊ะกลมเล็กๆ ข้างๆ กับผลงานชิ้นนี้”

Above ภาพ Portrait of Elisabeth Lederer ในบ้านของ ลีโอนาร์ด ลอเดอร์ บนถนน Fifth Avenue ในกรุงนิวยอร์ก (ภาพ: Sotheby's)

Above ภาพการประมูลภาพ Portrait of Elisabeth Lederer ของ Gustav Klimt (ภาพ: Getty Images)
มูลค่าและราคาที่เกินความคาดหมาย
ภาพวาด Portrait of Elisabeth Lederer ถือเป็นหนึ่งในสองภาพเหมือนเต็มตัวของ Gustav Klimt ที่เชื่อว่ายังอยู่ในความครอบครองส่วนบุคคล (private hands)
ก่อนหน้านี้ในปี 2006 โรนัลด์ ลอเดอร์ (Ronald Lauder) น้องชายของลีโอนาร์ด เคยซื้อผลงาน Portrait of Adele Bloch-Bauer I หรือ The Lady in Gold (1907) อีกหนึ่งผลงานที่มีชื่อเสียงของ Gustav Klimt ในการซื้อขายส่วนตัว ด้วยราคาถึง 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,375 ล้านบาท)
นี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่นักวิเคราะห์คาดว่า ภาพวาด Portrait of Elisabeth Lederer น่าจะทำราคาราว 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 4,860 ล้านบาท) แต่เมื่อถึงการประมูลจริง ราคาของผลงานระดับมาสเตอร์พีซชิ้นนี้กลับพุ่งสูงเกินความคาดหมายถึง 236.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 7,660 ล้านบาท) และคิดเป็นสัดส่วนถึง 40 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่ารวมทั้งคอลเล็กชันของ ลีโอนาร์ด ลอเดอร์ ที่ทำเงินจากการประมูลไปทั้งสิ้นถึง 575.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18,650 ล้านบาท) เลยทีเดียว

Above ผลงาน Portrait of Adele Bloch-Bauer I หรือ The Lady in Gold (1907)

Above ผลงาน Portrait of Adele Bloch-Bauer I หรือ The Lady in Gold (1907)





