สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในวันเว่า “การเกิดขึ้นของ CLICX ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับระบบการเงินให้พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ให้คนไทย... ทำให้ทุกคนสามารถบริหารเงิน วางแผนอนาคต และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น” (ภาพ: CLICX)
Cover สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในวันรับใบอนุญาต virtual bank ว่า “การเกิดขึ้นของ CLICX ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับระบบการเงินให้พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล... ทำให้ทุกคนสามารถบริหารเงิน วางแผนอนาคต และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น” (ภาพ: CLICX)
สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในวันเว่า “การเกิดขึ้นของ CLICX ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับระบบการเงินให้พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ให้คนไทย... ทำให้ทุกคนสามารถบริหารเงิน วางแผนอนาคต และเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น” (ภาพ: CLICX)

CLICX… หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผ่านระบบธนาคารในประเทศไทย และปรากฏการณ์ระดับยุทธศาสตร์ที่พลิกโฉมหน้าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนไทย

ในยุคที่เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พรมแดนของโลกการเงินกำลังถูกขีดเขียนขึ้นใหม่ ล่าสุดในเดือนพฤษภาคมนี้ ประเทศไทยได้จารึกหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ประกาศมอบใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ virtual bank รายแรกของประเทศให้แก่ ‘CLICX’ (คลิกซ์) นวัตกรรมทางการเงินแห่งอนาคตที่กำลังจะมาเปลี่ยนนิยามคำว่า ‘ธนาคาร’ ไปตลอดกาล

แนวคิดการจัดตั้ง Virtual Bank หรือ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ ธปท. ที่มุ่งหวังที่จะสร้าง ‘โอกาสการเข้าถึง’ บริการทางการเงิน สำหรับคนที่เคยอยู่นอกระบบ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระหรือ กลุ่มรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารปกติได้ ซึ่งวันนี้วิสัยทัศน์นั้นได้กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้

อ่านเพิ่มเติม: ประเทศไทยกลับมาติดโผ Top 25 ตลาดน่าลงทุนที่สุดในโลก ประจำปี 2026

Tatler Asia
CLICX ธนาคารไร้สาขา (virtual bank) รายแรกของไทย พร้อมให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ (ภาพ: www.clicxbank.com)
Above CLICX ธนาคารไร้สาขา (virtual bank) รายแรกของไทย พร้อมให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ (ภาพ: www.clicxbank.com)
CLICX ธนาคารไร้สาขา (virtual bank) รายแรกของไทย พร้อมให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ (ภาพ: www.clicxbank.com)

KTB + AIS + OR ไม่ได้แค่จับมือ แต่กำลังสร้างอีโคซิสเต็มใหม่

ความน่าสนใจของ CLICX ไม่ได้อยู่เพียงสถานะ virtual bank รายแรกของไทย แต่อยู่ที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นซึ่งสะท้อนพลังของสามระบบนิเวศขนาดใหญ่ของประเทศ

การรวมตัวกันระหว่าง Krungthai Bank, AIS และ OR คือการผสาน “ข้อมูลชีวิตจริง” ของผู้คนเข้ากับระบบการเงินอย่างที่ธนาคารแบบเดิมไม่เคยมีมาก่อน และสิ่งที่ทำให้ CLICX กลายเป็นที่จับตามองของเหล่านักธุรกิจและผู้นำทางความคิดในทันที คือการผสานพลัง (synergy) ของทั้งสามองค์กรที่ทรงอิทธิพลของไทย

ธนาคารกรุงไทย (KTB): มีความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างทางการเงินและฐานลูกค้าขนาดมหาศาล

AIS: ผู้นำด้านเครือข่ายดิจิทัล เทคโนโลยีการสื่อสาร และฐานข้อมูลอัจฉริยะที่เข้าถึงผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของประเทศ

ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR): เครือข่ายค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ระดับแนวหน้า ซึ่งมี physical touchpoint ผ่านสถานีบริการ ร้านกาแฟ และ retail ecosystem ที่ฝังตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย

อ่านเพิ่มเติม: ธนาคารดิจิทัลแห่งเอเชีย: พลิกโฉมความมั่งคั่งที่ทุกคนเข้าถึงได้

เมื่อทั้งสามส่วนเชื่อมเข้าหากัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ ‘แอปธนาคารใหม่’ แต่คือความพยายามสร้าง ‘โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน’ รูปแบบใหม่ ที่มองเห็นชีวิตผู้ใช้ในหลายมิติพร้อมกัน ภายใต้แนวคิด ‘Bank in One CLICX’ ที่ขับเคลื่อนผ่านองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

ผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน: ฝังการเงินเข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ผ่านอีโคซิสเต็มของพันธมิตร เช่น การเติมน้ำมันที่ PTT Station, การใช้บริการกลุ่ม OR, การสื่อสารผ่านเครือข่าย AIS และการชำระเงินผ่านระบบของ KTB

ใช้ข้อมูลทางเลือก (alternative data): นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพฤติกรรมในชีวิตจริง (เช่น ประวัติการใช้งานโทรศัพท์ หรือประวัติการเติมน้ำมัน) แทนการใช้สลิปเงินเดือนแบบเดิม เพื่อให้ลูกค้ากลุ่ม unserved/underserved เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

ประสบการณ์ไร้รอยต่อ (seamless experience): ยกระดับประสบการณ์ทางการเงินแบบไร้รอยต่อ ลดขั้นตอนความยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เอกสารและไม่ต้องเดินทางไปธนาคาร

ธนาคารยุคใหม่อาจไม่ได้ดู ‘รายได้’ แต่ดู ‘พฤติกรรม’

สำหรับ CLICX นิยามของธนาคารไม่ได้จำกัดอยู่แค่การฝาก ถอน หรือโอนเงิน แต่คือการก้าวสู่การเป็น beyond banking โดยตัวแอปพลิเคชั่นจะมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์แบบ ‘hyper-personalization’ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่คัดสรรมาให้เฉพาะบุคคล

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน CLICX คือการนำเทคโนโลยี AI ขั้นสูงมาวิเคราะห์ ‘ข้อมูลทางเลือก’ ในการพิจารณาสินเชื่อ เพราะในอดีต การขอสินเชื่ออาจขึ้นอยู่กับสลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี หรือเอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิม แต่โลกเศรษฐกิจยุคใหม่มีคนจำนวนมหาศาลที่หารายได้จริง ทว่ากลับ ‘มองไม่เห็น’ ในระบบธนาคารเดิม ตัวอย่างเช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจออนไลน์ ครีเอเตอร์ ไรเดอร์ พ่อค้าแม่ค้าอิสระ หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ที่มีรายได้หลายทางแต่ไม่เป็นเงินเดือนประจำ

CLICX กำลังพยายามเปลี่ยนวิธีคิดนั้น ด้วยการใช้ข้อมูลพฤติกรรมจริงมาประกอบการประเมินเครดิต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้งานมือถือ ความสม่ำเสมอในการใช้จ่าย ไลฟ์สไตล์การเดินทาง หรือ digital footprint ต่างๆ

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “คุณมีรายได้เท่าไร” อีกต่อไป แต่อาจกลายเป็น “คุณมีวินัยทางการเงินแบบไหน”

จาก Mobile Banking สู่ Invisible Banking

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ CLICX กำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากยุค mobile banking ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า invisible banking

อดีต เรา ‘เปิดแอปธนาคาร’ เพื่อทำธุรกรรม แต่ในอนาคต การเงินอาจถูกฝังอยู่ในทุกกิจกรรมโดยที่ผู้ใช้แทบไม่รู้ตัว เช่น เติมน้ำมันแล้วระบบเลือกวิธีชำระที่เหมาะที่สุดให้อัตโนมัติ AI แนะนำการออมตามพฤติกรรมการใช้เงินจริง ระบบคำนวณวงเงินที่สอดคล้องกับ cash flow แบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การเสนอสินเชื่อเฉพาะจังหวะที่ผู้ใช้มีความต้องการจริง ด้วยเหตุนี้ ธนาคารจะไม่ได้เป็น ‘destination’ อีกต่อไป แต่กลายเป็น ‘layer’ ที่ซ่อนอยู่ใต้ชีวิตประจำวัน

CLICX มุ่งเชื่อมพลังของเทคโนโลยีเข้ากับระบบการเงิน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้ธนาคารไทย และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืน

- สุพร สุนทรโรหิต -

ความสะดวกที่แลกมาด้วยคำถามเรื่อง ‘Data Privacy’

อย่างไรก็ตาม แม้ virtual bank จะทำให้การเข้าถึงสินเชื่อสะดวกง่ายดายขึ้น แต่แน่นอนว่าในอีกด้านหนึ่งก็คือคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัว

เมื่อระบบการเงินรู้จักผู้ใช้มากขึ้น เส้นแบ่งระหว่าง ‘personalization’ กับ ‘surveillance’ ก็ยิ่งบางลง

ผู้บริโภคจำนวนมากยินดีแลกข้อมูลกับความสะดวกสบายที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ความโปร่งใสในการใช้ข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์ที่มีจริยธรรม (ethical AI) จะกลายเป็นประเด็นที่ผู้เล่นใหม่ทุกคนต้องตอบให้ชัด

เพราะในยุคที่เงินและข้อมูลมีมูลค่าใกล้เคียงกัน ‘ความไว้วางใจ’ อาจเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของธนาคารยุคใหม่

CLICX จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัว virtual bank รายแรกของไทย หากแต่เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมการเงินกำลังเปลี่ยนความหมายของตัวเองอีกด้วย

ปักหมุดมิถุนายน 2026: ก้าวสำคัญสู่อนาคตดิจิทัล

หลังจากคณะผู้บริหารได้เข้าจับมือกุมใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ สปอตไลท์ทุกดวงต่างจับจ้องไปที่เดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นกำหนดการดีเดย์ที่ CLICX จะเปิดให้บริการแอปพลิเคชั่นอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้ที่หลงใหลในนวัตกรรมและมองหาความคล่องตัวในการบริหารจัดการชีวิต CLICX คือคำตอบของโลกการเงินยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าต่างสาขา แต่พร้อมสแตนด์บายเคียงข้างทุกคนในทุก ‘คลิก’

แม้วันนี้ CLICX จะเพิ่งเริ่มต้น แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งอุตสาหกรรมจับตามองคือ ‘ความได้เปรียบเชิงข้อมูล’ เพราะในโลกดิจิทัล ‘ข้อมูล’ หรือ data คือสินทรัพย์สำคัญที่สุด

ธนาคารดั้งเดิมอาจมีฐานเงินทุนจำนวนมาก แต่บริษัทเทคโนโลยีและ platform economy เข้าใจ ‘พฤติกรรมมนุษย์’ มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศทั่วโลกเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของ virtual bank ตั้งแต่ WeBank ในจีน KakaoBank ในเกาหลีใต้ ไปจนถึง Revolut ในยุโรป

และประเทศไทยเอง ก็กำลังก้าวเข้าสู่เกมเดียวกัน

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด