จากบิตคอยน์ บล็อกเชน สู่คาร์บอนเครดิต วริศ บูลกุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่ง The Brooker Group กับการต่อยอดธุรกิจ สู่บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินครบวงจร ด้วยความเชื่อว่า สินทรัพย์ดิจิทัล คือโอกาสครั้งใหญ่ของโลกการเงิน
กว่าหลายปีที่ เอ็ดดี้ วริศ บูลกุล ได้เรียนรู้สรรพวิชาจากบิดา ชาญ บูลกุล นักลงทุนนักการเงินระดับตำนาน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของดีลใหญ่ๆ ระดับประเทศ รวมถึงมีโอกาสได้ทำเคสต่างๆ ร่วมกับทีม Investment Banking และทีม Advisory ของ The Brooker Group จนกระทั่งเขาก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset) ในฐานะ Head of Digital Asset
บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BTC นับเป็นบริษัทแรกที่ตัดสินใจเข้าลงทุนในเหรียญคริปโต (cryptocurrency) และเพิ่มสโคปของการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างเหรียญ หรือการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาสร้างโปรเจ็กต์เพื่อต่อยอดธุรกิจ ทำให้ The Brooker Group กลายเป็นเพียงไม่กี่องค์กรที่สามารถให้บริการแบบ one-stop service ทั้งการให้คำปรึกษาทางด้านการเงิน ด้านธุรกิจ (เช่น โครงสร้างบริษัท และแผนธุรกิจ) ตลอดจนด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์ Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 ผู้นำแห่งอนาคต ที่ช่วยกำหนดอนาคตของเอเชีย

Above วริศ บูลกุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่ง The Brooker Group (BTC) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
โอกาสในเมกะเทรนด์ระดับโลก
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 สองพี่น้อง วริศ และ วรุฒ บูลกุล เริ่มรับรู้ถึงโอกาสครั้งใหม่ในโลกการเงินจากกระแสของสินทรัพย์ดิจิทัล และบิตคอยน์ แม้จะเห็นว่าสิ่งนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แต่ช่วงนั้นนโยบายต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ประเทศต่างๆ ยังไม่ได้สนับสนุนเรื่องนี้ จึงมองว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผลักดันความเปลี่ยนแปลงสำหรับองค์กร
“สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่เอาตัวเองเป็นหลัก การจะเปลี่ยนแปลงองค์กรใหญ่ที่มี legacy มานาน หรือพยายามผลักดันแนวทางบางอย่างที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และการดำเนินธุรกิจอย่างมาก จำเป็นต้องทำในจังหวะที่ถูกต้อง”
จนกระทั่งในช่วงปี 2020-2021 เมื่อทางฝั่งอเมริกาให้การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล เริ่มมีบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เข้าไปลงทุน มีกองทุนคริปโตเกิดขึ้น มีธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มีกฎหมายที่เริ่มรองรับ และมีแพลตฟอร์มการซื้อขาย (exchange) ยักษ์ใหญ่อย่าง coinbase เข้าไปตั้งธุรกิจ รวมถึงมีนักลงทุนและเม็ดเงินไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทเตรียมพร้อมที่จะก้าวสู่โลกของสินทรัพย์ดิจิทัล
“เราเชื่อว่านี่จะเป็นโอกาสครั้งใหญ่ในโลกการเงิน ธุรกิจและระบบนิเวศต่างๆ จะเติบโตขึ้นอีกเยอะมาก การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาสร้าง smart contract ให้มีการซื้อขายได้ทั่วโลกผ่านสกุลเงินที่ทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำ กับค่าโอนเพียงไม่ถึงบาท ในเวลาไม่ถึงห้าวินาที แถมยังมีความโปร่งใสและปลอดภัยสูง ซึ่งเป็นเรื่องพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งเหล่านี้จะต่อยอดไปเรื่อยๆ และขยายวงกว้างไปทั่วโลกในระยะเวลาอันรวดเร็ว”
อ่านเพิ่มเติม: บทสัมภาษณ์ครั้งแรกในรอบสี่ปีของ ‘คมสันต์ ลี’ แห่ง Flash Group กับชีวิตที่เป็นมากกว่ายูนิคอร์น
การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ขององค์กร
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีของ The Brooker Group นี่ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญ ที่เกิดจากวิสัยทัศน์อันเฉียบแหลมของผู้นำรุ่นใหม่
“อุตสาหกรรมที่กำลังขยาย และผู้เล่นยักษ์ใหญ่อย่างกองทุนในอเมริกา ยุโรป และเอเชียกำลังเข้ามา เราในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้เรื่องนี้ เราจึงเริ่มให้ความรู้กรรมการบริษัท ให้ความรู้คนในองค์กรเกี่ยวกับสินทรัพย์ทางการเงินยุคใหม่ รวมถึงการสร้างแบรนด์ด้วยการเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลค่อนข้างเยอะ เพื่อให้ทั้งโลกรู้จัก และเป็นการสร้างสะพานให้เราสามารถไปพาร์ทเนอร์กับบริษัทระดับโลกได้”
วริศอธิบายว่า ข้อได้เปรียบที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับโลก เช่น ความร่วมมือในด้านธุรกิจ การได้เข้าไปลงทุนในโครงการดีๆ โอกาสในการคอนเน็กลูกค้ากับนักลงทุนระดับโลก (venture capital) รวมถึงการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆ และข้อมูล insight เพื่อนำมาวิเคราะห์และให้คำแนะนำกับลูกค้าในการบริหารความเสี่ยง
“สิ่งสำคัญที่สุด คือการได้แบรนดิ้งว่า เราเป็นที่ปรึกษาเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์หนึ่ง และเป็นการวางแผนต่อยอดไปสู่อนาคตว่า โลกการเงินหลังจากนี้มีอะไรมากกว่าการออกหุ้นและตราสารหนี้ แต่มีเครื่องมือทางการเงินชิ้นใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เครื่องมือที่ใช้หาเงินได้จริง ระดมทุนได้จริง และสามารถทําให้บริษัทมีโครงสร้างรายได้รูปแบบใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อน”

Above วริศ บูลกุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่ง The Brooker Group (BTC) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
จากบล็อกเชนสู่คาร์บอนเครดิต
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ The Brooker Group (BTC) นอกจากการเปิดตัวหลากหลายโปรเจ็กต์ที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ต่อยอดจาก NFT collection ชื่อดังอย่าง CryptoPunks และ Bored Ape Yacht Club ที่บริษัทนั่งแท่นเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่แล้ว คือการหันมาโฟกัสและสนับสนุนเรื่องของคาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) ซึ่งวริศมองว่า ในอนาคตจะกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลทั่วโลกและบริษัทใหญ่ๆ ให้ความสําคัญ
“ผมว่าเรื่อง global warming ไม่ได้เป็นสิ่งไกลตัวเราอีกต่อไปแล้ว สภาพอากาศที่แปรปรวน ฤดูกาลที่เริ่มมาไม่ปกติ นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลผลิตแล้ว ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่แม้จะยังไม่เห็นในทันที แต่เชื่อว่าทุกคนก็เริ่มรู้สึกได้แล้วว่า โลกเราทุกวันนี้มันแปลกๆ ขึ้น ซึ่งมาตรฐานและการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบตรงนี้ได้ และถือเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่เรากำลังพัฒนาอยู่ในตอนนี้”
ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ในฐานะ Gen.T Leaders of Tomorrow ทิ้งท้ายถึงความฝัน ที่เขาอยากให้คนไทยได้เข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนและ DeFi และร่วมกันสนับสนุนโปรเจ็กต์ดีๆ ของคนไทย
“ในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล โซเชียลมีเดียถือว่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างเทรนด์ สร้างกระแส และผมเชื่อว่าคนไทยชอบเรื่องนี้ ถ้าทุกคนเข้าใจว่าเน็ตเวิร์กและคอมมูนิตี้มีมูลค่า และเราช่วยกันผลักดันให้โปรเจ็กต์ของคนไทยเป็นที่สนใจของทั่วโลก ต่างชาติก็จะอยากเข้ามาลงทุน อยากเข้ามาใช้งานแอปที่คนไทยสร้าง และทุกคนก็สามารถรับผลตอบแทนบางอย่างก่อนที่กระแสมันจะเกิดขึ้นได้ ผมอยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยมากๆ แต่สิ่งแรกคือต้องทำให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า บล็อกเชนคืออะไร และจะเป็นโอกาสที่สดใสสำหรับอนาคตของทุกๆ คนได้อย่างไร ซึ่งผมจะพยายามสร้างการรับรู้ในสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุด (ยิ้ม)”

Above Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
อ่านเพิ่มเติม:





