คมสันต์ ลี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover คมสันต์ ลี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
คมสันต์ ลี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ชะตาชีวิตที่ลิขิตเองของ คมสันต์ ลี จากชีวิตไร้ต้นทุนที่ต้องเอาตัวรอด สู่ยูนิคอร์นหมื่นล้านรายแรกของประเทศไทย และบทเรียนเจ็ดปีที่ไม่เคยง่ายในการสร้างอาณาจักร Flash Group

“คุณรู้ไหมว่า นี่คือการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกในรอบเกือบสี่ปีของผมเลยนะ”

คมสันต์กล่าวประโยคทักทายด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น พร้อมขอตัวเซ็นเอกสารสักครู่

Tatler มีนัดสัมภาษณ์กับ คมสันต์ ลี เจ้าของธุรกิจขนส่งสัญชาติไทย วัย 34 ปี ที่ใครหลายคนกำลังพูดถึงในขณะนี้ กับชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยายของเด็กหนุ่มผู้แบกความฝัน และฟันฝ่าอุปสรรค สู่เป้าหมายครั้งใหญ่ในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

เรากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศแห่งหนึ่งใจกลางกรุง และพบว่ามีภาพวาดมากมายตั้งเรียงรายอยู่บนพื้น สลับกับกล่องพัสดุของ Flash Express เราเอ่ยถามด้วยความสงสัยถึงแรงบันดาลใจและความชื่นชอบในงานศิลปะของเขา

อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์ Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 ผู้นำแห่งอนาคต ที่ช่วยกำหนดอนาคตของเอเชีย

Tatler Asia
Above ภาพงานศิลปะ (ภาพ: Komsan Saelee)

คมสันต์ในลุคเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแมตช์กับกางเกงยีนส์แบบทะมัดทะแมงลุกเดินมานั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณรู้อยู่แล้วว่า ผมเติบโตจากบนดอย”

“เมื่อก่อนตอนที่ลงมาจากบนดอยใหม่ๆ เราคิดว่าสังคมเมืองคือสังคมที่เราค้นหาที่สุด เพราะว่ามันเจริญ มันตื่นเต้น ได้เจอสิ่งใหม่ๆ แต่การที่เราลงมาอยู่ที่นี่นานเข้าเรื่อยๆ เราเริ่มคิดถึงอดีต คิดถึงบ้านเกิด แต่ปัญหาคือเราไม่มีโอกาสได้กลับไปบ่อยขนาดนั้น ดังนั้นวิธีหนึ่งที่ทําให้รู้สึกมีกําลังใจ คือการได้เห็นภาพ เลยเป็นที่มาว่า ผมชอบซื้องานศิลปะที่เป็นธรรมชาติ ภาพที่เกี่ยวกับชนบท และวิถีชีวิต”

ชายหนุ่มเล่าต่อ พลางชี้ไปที่ภาพวาดภาพหนึ่งในจำนวนหลายชิ้น “อย่างภูเขาของภาคเหนือจะไม่ได้ใหญ่มาก และมีต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์เป็นเอกลักษณ์ มีลำธารสายเล็กๆ ที่เมื่อมองดูก็จะรู้สึกสงบและได้พลัง ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมผมจึงเริ่มเก็บรูปเหล่านี้ ส่วนตัวผมชอบงานสีน้ำมัน และชอบสนับสนุนผลงานของนักศึกษา ทุกวันนี้ก็มีเป็นหลายพันรูปแล้ว (ยิ้ม)”

อ่านเพิ่มเติม: เบื้องหลังความสำเร็จของซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ แรงบันดาลใจจากคนต้นเรื่อง สู่ความทุ่มเทและความตั้งใจของ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ

Tatler Asia
Above ภาพงานศิลปะ (ภาพ: Komsan Saelee)
Tatler Asia
Above คมสันต์ ลี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เจ็ดปีที่ไม่เคยง่าย และบทบาทที่เปลี่ยนไป

จากวันแรกที่ คมสันต์ ลี เริ่มก่อตั้งธุรกิจด้วยพนักงานไม่ถึงสิบคน จนกระทั่ง Flash Express เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2018 และสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นผู้เล่นแถวหน้าในแวดวงโลจิสติกส์ รวมถึงยูนิคอร์นรายแรกของไทย (คำเรียกบริษัทสตาร์ทอัพที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) พร้อมพนักงานนับหมื่นคน รองรับปริมาณสินค้านับล้านชิ้นต่อวัน ตลอดจนบริการต่างๆ แบบครบวงจรภายใต้ Flash Group

“ผมยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าเจ็ดปีนี้เราผ่านมาได้ยังไง” ชายหนุ่มนิ่งคิดพร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

“มันเป็นช่วงเวลาที่จะบอกว่าสั้นก็สั้น แค่เจ็ดปี สําหรับกิจการ แต่สําหรับชีวิตคนๆ หนึ่ง ผมว่าเจ็ดปี มันเป็นอะไรที่ยาวนานมากสําหรับผม สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแชร์ก็คือว่า สําหรับกิจการหรือตัวซีอีโอแล้ว หนึ่งถึงห้าปีแรก สิ่งสําคัญที่สุดคือความอยู่รอด จากนั้นห้าถึงสิบปี ซีอีโอจะมีบทบาทสําคัญมากในการผลักดันองค์กรให้ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่ง และถ้าเมื่อไรที่องค์กรอยู่เกินสิบปี สิ่งสําคัญที่สุดอาจไม่ใช่ซีอีโอ แต่เป็นคณะกรรมการบริษัท (board) หรือวัฒนธรรมขององค์กร เมื่อถึงจุดนั้น เราต้องถามตัวเองว่า ทําไมถึงต้องมีเรา และเราจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร”

ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เราอยากรู้ว่าช่วงไหนที่ยากที่สุดสำหรับเขา คมสันต์ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า “ยากทุกช่วง” (หัวเราะ)

“ผมว่าปัญหามันไม่เคยซ้ำกัน แน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็คงเกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่วิธีการแก้ไขก็ต่างกันตามสถานการณ์ขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป ผมคิดว่า ช่วงที่ยากสําหรับผม คือการอยู่รอดในหลายๆ ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุน กําลังใจของเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงความเข้าใจของผู้บริโภคที่มีต่อเรา”

Tatler Asia
Above จากซ้าย: เหว่ยเจี๋ย (Weijie) อดีตคีย์แมนของอาลีบาบา ผู้ร่วมก่อตั้ง Flash Express, ไดน่า ผู้ลงทุนรายแรกที่คมสันต์บอกว่า ทั้งสวยและรวยสุดๆ, และคมสันต์ ลี (ภาพ: Komsan Saelee)

ความฝันในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

การเดินทางในช่วงเจ็ดปี ไม่มีบทเรียนไหนที่ไม่สำคัญสำหรับคมสันต์ เพราะทุกประสบการณ์และการเรียนรู้ล้วนหล่อหลอมให้เขาก้าวมาถึงจุดนี้ได้

“เราเริ่มมาจากบริษัทที่ไม่มีอะไรเลย วันแรกที่เราเริ่มต้น คือเราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่เราตัดสินใจถูกต้องตั้งแต่วันแรก คือการเลือกวิธีที่สร้างความแตกต่าง เช่น เราเป็นขนส่งรายแรกที่รับฟรีถึงหน้าบ้านทั่วประเทศ เราเป็นรายแรกที่จัดส่งพัสดุ 365 วัน โดยไม่มีวันหยุด”

แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ คมสันต์และเพื่อนร่วมงานต่างสังเกตเห็นว่า คนที่อยู่ต่างจังหวัดมักจะต้องจ่ายเงินซื้อของชิ้นเดียวกันในราคาแพงกว่าคนในเมือง แต่ในทางกลับกัน สินค้าที่พวกเขาผลิตออกมากลับขายได้ถูกกว่า เขาจึงมีความตั้งใจว่า อยากจะทําให้โครงสร้างพื้นฐานหรือขนส่งที่สร้างขึ้น ช่วยทําให้โอกาสของชนบทกับสังคมเมืองเท่าเทียมกัน

“ผมว่านี่เป็นความฝันที่พวกเราอยากจะร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าเรายังไม่ได้ประสบความสําเร็จ แต่เราขยายไปถึงเกือบทุกชุมชนของประเทศไทยแล้ว ก็ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของพวกเราเหมือนกัน” (ยิ้ม)

Tatler Asia
Above ภาพถ่ายช่วงที่คมสันต์เริ่มขายงานในช่วงแรก ซึ่งเขาเล่าว่า ตัวเขาเดินสายโม้ทุกคร้ังที่มีโอกาส จนเพื่อนร่วมงานท่องจำคำพูดของเขาได้ทุกคำ (ภาพ: Komsan Saelee)

เศรษฐกิจที่ผันผวน คือช่วงเวลาของการทบทวน

ปัจจุบัน Flash Express มีสาขาที่ให้บริการมากกว่า 27,000 แห่งทั่วประเทศ และมีเครื่องคัดแยกพัสดุอัจฉริยะ ที่สามารถคัดแยกพัสดุได้มากถึงหนึ่งแสนชิ้นต่อชั่วโมง ส่งได้ทั้งพัสดุชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ หรือกระทั่งผลไม้ พร้อมให้บริการต่อเนื่องไม่มีวันหยุด

แม้ว่าธุรกิจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ คมสันต์มองว่า อาจจะไม่ใช่วันที่ดีที่สุดสําหรับการขยาย แต่คือการกลับมาทบทวนและจัดการซ่อมแซมองค์กรภายในให้ดียิ่งขึ้น

“นี่คือช่วงเวลาที่ทุกคนคงจะได้เก็บกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด เริ่มจัดโครงสร้างภายในให้เหมาะสมกับขนาดของกิจการมากขึ้น ตัว Flash เอง ก็ปรับเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ เรากลับมาดูว่าส่วนไหนคือหัวใจสำคัญที่เราช่วยซัพพอร์ทผู้บริโภค เป็นแก่นแท้ของบริการ และทำสิ่งเหล่านั้นให้ลึกขึ้น”

Tatler Asia
Above คมสันต์ ลี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
Above (ภาพ: Flash)

จากสโลแกน “คิดถึง ส่งถึง” ของแฟลช ในโอกาสครบรอบเจ็ดปีในปีนี้ บริษัทได้ต่อยอดสู่แคมเปญ “ส่งสุข ทุกระยะทาง” ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แฟลชก็พร้อมให้บริการรับส่งพัสดุทุกที่ นอกจากนั้น ยังได้ขยายบริการไปสู่กิจการร่วมค้า (joint venture) กับพาร์ทเนอร์ต่างๆ อย่างเช่น ไปรษณีย์ไทย และ SCGJWD เพื่อขนส่งสินค้าแช่เย็น (cold chain) ภายใต้แบรนด์ Fuze Post รวมถึงบริการ Flash Bulky เพื่อส่งสินค้าขนาดใหญ่ และ bulk bulk ที่ช่วยจัดส่งและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ทั่วประเทศ ตลอดจนธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการสร้างแบรนด์ เพิ่มช่องทางการขายและไลฟ์สด ซึ่งเป็นสิ่งที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น

“ผมคิดว่าตอนที่เรายังไม่มีดีเอ็นเอของตัวเอง สิ่งสําคัญคือการสร้างตัวตนให้ชัดเจน หลังจากนั้นเราจะเริ่มรู้ว่า สิ่งไหนคือสิ่งที่เราทําได้และถนัด และที่สําคัญมากกว่านั้นคือ สิ่งไหนที่เราทําไม่ได้และเราไม่ถนัด ดังนั้นเคล็ดลับในการทำธุรกิจ คือการนำสิ่งที่เราถนัด ไปบวกกับสิ่งที่คนอื่นถนัด เพื่อมาแก้ไขสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด ก็จะช่วยให้ประสบความสําเร็จได้ง่ายขึ้น”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 4 หุ่นยนต์ AI อัจฉริยะตัวช่วยบริหารจัดการคลังสินค้า Flash Fulfillment (ภาพ: Flash)
Photo 2 of 4 หุ่นยนต์ AI อัจฉริยะตัวช่วยบริหารจัดการคลังสินค้า Flash Fulfillment (ภาพ: Flash)
Photo 3 of 4 หุ่นยนต์ AI อัจฉริยะตัวช่วยบริหารจัดการคลังสินค้า Flash Fulfillment (ภาพ: Flash)
Photo 4 of 4 หุ่นยนต์ AI อัจฉริยะตัวช่วยบริหารจัดการคลังสินค้า Flash Fulfillment (ภาพ: Flash)

สารตั้งต้นของความสำเร็จ

ท่ามกลางบทสนทนา เราสังเกตว่า ฟ้าฝนภายนอกเริ่มตั้งเค้า ไม่ต่างจากวันเวลาส่วนใหญ่ในฤดูฝน คมสันต์เผยว่า ส่วนตัวแล้ว เขาชอบฤดูฝนมากที่สุด เพราะเป็นฤดูที่ธรรมชาติและทุกอย่างรอบตัวเป็นสีเขียว เช่นเดียวกับงานอดิเรกที่เจ้าตัวชอบเข้าป่า ปีนเขา และสัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด ได้กลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ดอกไม้ รวมทั้งได้ปล่อยวางปัญหาและความเครียดต่างๆ ที่สะสมมา ที่สำคัญคือการได้ไตร่ตรองว่าการตัดสินใจ หรือสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นั้น เขาจะแก้ไขมันอย่างไร

แต่ในทางกลับกัน ฤดูฝนน่าจะเป็นฤดูที่ยากที่สุดและลำบากที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมขนส่ง “นอกจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจะเยอะที่สุด เพื่อนร่วมงานของเราเวลาไปจัดส่งพัสดุก็จะโดนบ่น เพราะว่ากล่องพัสดุอาจจะเปียก ซึ่งเราคงเปลี่ยนแปลงธรรมชาติและฤดูฝนไม่ได้ มีแต่ตัวเรากับเพื่อนร่วมงาน ที่ต้องพยายามปรับตัวให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน”

Tatler Asia
Above ภาพงานศิลปะ (ภาพ: Komsan Saelee)

แม้การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติจะเป็นเรื่องเกินความสามารถของมนุษย์ แต่สำหรับคมสันต์แล้ว เขาเชื่อว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จที่แท้จริง คือการไม่ยอมแพ้ให้กับความฝันและโชคชะตา

“ความฝันในวัยเด็กสําหรับเด็กชนบทคนหนึ่ง สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือคําว่า ‘รวย’ เพราะเป็นสิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุด ผมคิดว่าวันนั้น ผมอยากเป็นคนมีสตางค์ และผลักดันให้ผมตัดสินใจมาทําธุรกิจ แต่ตัวผมเองไม่ได้เรียนสูง และไม่ได้มีโอกาสไปรู้จักนักธุรกิจหรือผู้นําที่จะสอนให้เรารู้ว่า ‘วิธีที่ถูกต้อง’ คืออะไร ดังนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่เราไม่รู้ เราจึงเลือกปฏิบัติในวิถีนี้ แต่อีกส่วนหนึ่งที่สําคัญมากกว่านั้นคือ เราไม่มีทางเลือก

“ผมเองอยากจะเดินในเส้นทางของมืออาชีพ อยากจะทําในรูปแบบของมืออาชีพ แต่ในวันที่เรายังไม่รู้ว่า ‘มืออาชีพ’ คืออะไร สิ่งที่รู้ได้แน่ๆ เลย คือเราต้องทําให้สําเร็จ ซึ่งการจะทําให้สําเร็จนั้น มันไม่สําคัญอีกต่อไปว่า นั่นจะเป็นวิธีการของมืออาชีพหรือเปล่า เพราะสิ่งสําคัญมากกว่า คือคุณต้องทําให้สําเร็จให้ได้ และนี่คือสารตั้งต้น ที่ทําให้ผมตัดสินใจแบบนี้ และเกิดผลแบบนี้”

Tatler Asia
Above ภาพคมสันต์ ลี ในอดีต เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนตัวเขาว่า “การเปลี่ยนแปลงผู้อื่นนั้นยากมาก เปลี่ยนแปลงตนเองก็เช่นกัน แต่มีเพียงการเปลี่ยนแปลงตนเองเท่านั้นถึงจะมีความหวัง” (ภาพ: Komsan Saelee)
Tatler Asia
Above คมสันต์ ลี ในปัจจุบัน กับการเป็นเจ้าของธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ชั้นนำของประเทศ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

มากกว่ายูนิคอร์น คือการสร้างคุณค่า

สำหรับคมสันต์ ตำแหน่ง ‘ยูนิคอร์น’ เปรียบเสมือนเหรียญทองและรางวัลแห่งความฝันของคนทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ทั้งตัวเขาและเพื่อนร่วมงานต่างภาคภูมิใจ แต่การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ตามมา คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

“เดิมทีเราเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ หน้าที่ของเราคือทําอย่างไรก็ได้ให้องค์กรนี้ไปรอดและประสบความสําเร็จ แต่วันนี้เรามีหมวกของคําว่า ‘ยูนิคอร์นรายแรกของประเทศไทย’ ความคาดหวังของคนก็จะมากขึ้นว่า คุณต้องเป็นคนดี ต้องช่วยสังคม ต้องให้ความรู้ และร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมนี้ จริงๆ แล้ว อยากบอกว่า โดยความตั้งใจ เราทําแน่ๆ แต่กําลังของเราอาจจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับความคาดหวังของคน ก็เป็นสิ่งที่เราพยายามมาตลอดที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง และหวังว่าสังคมจะเข้าใจและให้กําลังใจกันมากขึ้น”

Tatler Asia
Above คมสันต์ ลี และเหว่ยเจี๋ย (Weijie) อีกหนึ่งบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Flash Group (ภาพ: Komsan Saelee)

สิ่งหนึ่งที่คมสันต์ไม่ค่อยได้พูดถึง คือโครงการ ‘คมส่งฝัน’ โปรเจ็กต์เพื่อสังคมที่เขาริเริ่มด้วยตัวเองมาตลอดระยะเวลา 3 ปีเต็ม 

“ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเดินมาถึงจุดนี้ได้ คือเรื่องการศึกษา การศึกษาทำให้ผมเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น และเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้นได้ ผมจึงอยากสนับสนุนให้เด็กไทยได้รับระบบการศึกษาที่ดีจากต่างประเทศ แล้วกลับมาช่วยผลักดันประเทศนี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเงื่อนไขของเราง่ายมาก คุณไม่จำเป็นต้องส่งทุนคืน ไม่ต้องกลับมาทํางานในองค์กรของ Flash ไม่มีสัญญาผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นทุนฟรี แต่มีเงื่อนไขข้อเดียวคือ หลังจากเรียนจบ คุณต้องกลับมาพัฒนาประเทศไทย หรือทํางานในประเทศไทย ไม่น้อยกว่าสามปี ผมคาดหวังว่า คนหนุ่มสาวเหล่านี้ที่เขาได้รับการศึกษาที่ดีกว่า ได้เห็นโลกที่กว้างกว่า จะสามารถกลับมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้”

Tatler Asia
Above โครงการ ‘คมส่งฝัน’ (ภาพ: Komsan Saelee)

ตลอดระยะเวลาของการสัมภาษณ์ เราสัมผัสได้ถึงความถ่อมตัวและความตั้งใจในการตอบทุกๆ คำถามของผู้ชายคนนี้ มีข้อคิดเล็กๆ ที่เขาอยากฝากไว้ในฐานะรุ่นพี่ Gen.T Leaders of Tomorrow 

“จงอย่าดูถูกตัวเอง แต่ในความอย่าดูถูกตัวเองนั้น ก็จงถ่อมตน และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น คือการเสริมจุดบอดที่เราอาจจะยังคิดไม่ถึง หรือคิดได้ไม่ครอบคลุม สุดท้ายแล้ว การจะทำหรือไม่ทำ ขึ้นอยู่กับตัวเอง ส่วนจะทำอย่างไร นอกจากตัวเองแล้ว ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้อื่น 

“ผมคิดว่าชะตาชีวิตคนๆ หนึ่ง ไม่ได้ถูกลิขิตไว้ครับ เชื่อผม! มันเปลี่ยนแปลงได้”

Tatler Asia
Above คมสันต์ ลี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)