Cover ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและคนเขียนบทซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ (Mad Unicorn) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

กว่าจะมาเป็นซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ (Mad Unicorn) ผลงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ นับเป็นช่วงเวลาของการทำงานหนักแบบใส่สุดใส่เต็มตลอดสี่ปีของ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและคนเขียนบท ที่ต้องการส่งต่อความรู้สึกอันทรงพลังที่เขาได้รับจาก ‘คนต้นเรื่อง’ เพื่อไปถึงคนดูให้ได้มากที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว เก้ง จิระ มะลิกุล และ วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ สองโปรดิวเซอร์แถวหน้าแห่งค่ายหนัง GDH ชวน ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือดี เจ้าของผลงานสารคดีอย่าง 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว (2018), Come and See เอหิปัสสิโก (2019) รวมถึงผู้กำกับร่วมในภาพยนตร์ One for the Road วันสุดท้าย...ก่อนบายเธอ (2021) ไปสัมภาษณ์นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงคนหนึ่ง ซึ่งมีเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจและน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน

“จำได้ว่าตอนเดินออกจากออฟฟิศหลังสัมภาษณ์เสร็จ ใจผมเต้นแรงมาก รีบควักมือถือกดโทรหาพี่เก้งพี่วรรณทันที ‘พวกพี่ส่งผมมาเจอใครครับเนี่ย’ โอ้โห! เป็นประสบการณ์ที่พีคมาก นั่งสัมภาษณ์ไปสี่ชั่วโมง ไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ถึงแม้ว่าเขาจะเด็กกว่าเรา แต่เรื่องราวชีวิตเต็มไปด้วยความดุเดือดเข้มข้น แพสชั่นที่บ้าคลั่ง ไหวพริบเฉียบขาด และพลังอันล้นเหลือ

“ที่สำคัญคือ เขาเล่าทุกอย่างเปิดทุกอย่างแบบไม่มีกั๊ก ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไว้ใจเราขนาดนี้ ทั้งที่เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ถ้าเป็นเพื่อนวัยรุ่นห่ามๆ ที่เจอในวงเหล้าก็คงพอเข้าใจได้ แต่นี่เป็นนักธุรกิจระดับหมื่นล้าน ก็เลยกลายเป็นความประทับใจที่เราพยายามเก็บรักษาความรู้สึกนั้นเอาไว้ตลอดเกือบสี่ปี จนกลายเป็นซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน ที่ทุกคนได้ชมกัน”

อ่านเพิ่มเติม: “ขออุทิศรางวัลนี้..แด่ผีทั้งหลายในเมืองไทย” รู้จัก อุ้ย รัชฏ์ภูมิ ผู้กำกับหนังไทยที่ไปคว้ารางวัลคานส์ จากผลงาน ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ (A Useful Ghost)

Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Above ตัวอย่างซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ ‘คนต้นเรื่อง’

เมื่อความแค้น ทำให้คนลุกขึ้นสู้ เตรียมพบกับความเดือด ดุ คลั่ง ของสตาร์ทอัพรากหญ้าที่ลุกขึ้นมาท้าชนกับเจ้าสัวรุ่นใหญ่ เด็กดอยคนนี้จะมีดีจนทำธุรกิจ Express ให้กลายเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกัน

คำโปรยอันน่าตื่นเต้นเร้าใจของซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn) ซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าเพจ Netflix ทำให้เราพอจะอนุมานถึงคนต้นเรื่องในชีวิตจริงได้ไม่ยาก แม้ว่า ไก่ ณฐพล จะย้ำว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง (inspired by true story) ซึ่งแตกต่างจากผลงานที่สร้างจากเรื่องจริง (based on true story) โดยเขาเพียงเลือกหยิบเรื่องราวบางแง่มุมที่สนใจมาปรุงแต่งและปรับเปลี่ยนบริบทใหม่ ให้เหมาะกับรูปแบบของซีรีส์เท่านั้น

“เราไม่ได้ทําอัตชีวประวัติเขา แต่ว่าเราหยิบชิ้นส่วนชีวิตของคนต้นเรื่องมาใส่ไข่ ตีฟู และประกอบขึ้นใหม่ให้เป็นเรื่องที่เราชอบ เราไม่สามารถจะเอาชีวิตของคนๆ หนึ่งมาเรียง หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วก็เล่าไปแบบนั้นได้ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่ารูปแบบ (format) และข้อจํากัดของเวลา ซึ่งต้องถูกจัดระเบียบ ถูกเลือก ถูกคิดโครงสร้างและต่อเติมเข้าไปใหม่ เพื่อให้กราฟของซีรีส์มันสนุกขึ้น”

อ่านเพิ่มเติม: “ขออุทิศรางวัลนี้..แด่ผีทั้งหลายในเมืองไทย” รู้จัก อุ้ย รัชฏ์ภูมิ ผู้กำกับหนังไทยที่ไปคว้ารางวัลคานส์ จากผลงาน ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ (A Useful Ghost)

Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

ไก่ ณฐพล เล่าว่า เขาและทีมเขียนบทต้องใช้เวลาราวสองปีในการทำบทซีรีส์เรื่องนี้ โดยสิ่งที่ยากที่สุด คือการพยายามทําความเข้าใจตัวตนของ ‘คนต้นเรื่อง’ หรือตัวละคร ‘สันติ’ คนชายขอบที่สามารถพาตัวเองจากจุดที่ต่ำมากของสังคม ชีวิตของเด็กดอยที่ต้องยิงนก ดักหนู เอามาย่างกินกันตาย แล้วเดินเท้าเปล่าจากหุบเขา โดยใช้อาวุธเดียวที่เขามีคือภาษาจีนที่แม่สอน ก่อนจะฝ่าฟันสนามรบธุรกิจและสู้ยิบตา จนกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจระดับยูนิคอร์นได้สำเร็จ

“การต้องเขียนเรื่องอะไรที่ไกลจากตัวมันยากเสมอ ยิ่งเป็นการใช้จินตนาการเพื่อทลายกรอบและพาตัวเองขึ้นไปอยู่ในความพลุ่งพล่านบ้าระห่ำแบบเดียวกันกับคนต้นเรื่อง เพราะหลายครั้งที่วิธีการคิด วิธีการตัดสินใจของเขา ทำให้เราสงสัยว่า ‘ชีวิตจริง มันทําแบบนี้ได้ด้วยเหรอ’ มันคือคำว่า ‘Mad’ จริงๆ ที่เหล่ามนุษย์ปกติที่ไปไม่ถึงหมื่นล้านจะรู้สึกว่า มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ผิด มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่ควรทำแบบนี้ นี่บ้าหรือเปล่า แต่มายด์เซ็ทของตัวละครสันติเป็นแบบนั้น ในขณะที่เรากำลังมองหาประตู หน้าต่าง มองหาค้อนเพื่อที่จะฝ่ากำแพงไปให้ได้ แต่ว่าคนๆ นี้กลับเลือกที่จะเดินทะลุกำแพงไปเลย เอาหัวโขกทุกวัน เดินชนทุกวัน เดี๋ยวมันก็ทะลุได้เอง”

Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

งานกำกับซีรีส์ครั้งแรก ราวกับวิ่งมาราธอน

ไม่เพียงแต่ความท้าทายในการทำความเข้าใจชีวิตของคนต้นเรื่องเท่านั้น การต้องเข้าใจภาพใหญ่ของโลกธุรกิจขนส่ง ตลอดจนองค์ประกอบและขั้นตอนต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

“มันไม่ใช่ว่าเราจะเดินเข้าไปที่ขนส่งสักเจ้าหนึ่ง ถามเขาแล้วเราจะได้คำตอบ เพราะมันเป็นข้อมูลอีกเลเวลหนึ่ง ที่ไม่เหมือนกับการได้คุยกับคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ มุมมองของพนักงาน กับมุมมองของหัวเรือก็ต่างกัน นั่นทําให้ระหว่างเขียนบท เราต้องกลับไปคุยกับคนต้นเรื่องอีกประมาณ 3-4 รอบ เพื่อทําความเข้าใจในมิติอื่นๆ ของโลกโลจิสติกส์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นอะไรที่ใหญ่มาก”

ไก่ ณฐพล ยืนยันว่า แม้ซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของคนต้นเรื่อง แต่เขาก็มีอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่

“ตอนที่เราเขียนบท เราไม่ต้องกังวลว่าคนต้นเรื่องเขาจะแฮปปี้หรือไม่แฮปปี้ มันไม่ได้มีโจทย์แบบนั้น ไม่ได้มีใครเข้ามาควบคุมเรา เพียงแต่สิ่งที่เราสนใจจะเป็นตัวควบคุมงานของเราโดยอัตโนมัติ เช่น ความสนใจในความบ้าระห่ำในการตัดสินใจด้านธุรกิจ และปัจจัยที่ทำให้คนต้นเรื่องสามารถพาบริษัทเล็กๆ ไปสู่องค์กรที่ประสบความสําเร็จได้

“สิ่งที่ยากคือการจะเติมเต็มจินตนาการให้ทั้งสนุกและดี รวมทั้งเมคเซ้นส์กับเรื่องราวจริงๆ ที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถใส่อะไรมั่วๆ เข้าไปก็ได้ ยิ่งพอเป็นซีรีส์ที่มีความยาว 7 - 8 ชั่วโมง พื้นที่มันกว้างมาก มันคิดได้ไม่จบ มันเหมือนการวิ่งมาราธอนที่รู้สึกว่าเขียนเท่าไรก็ไม่หมดสักที ขณะที่เราพยายามโฟกัสกับสิ่งนี้ ก็มีอีกเป็นล้านสิ่งรอเราอยู่ ก็ถือเป็นการกำกับซีรีส์ครั้งแรกที่ทรมานมาก (หัวเราะ) ถ้าไม่ได้พี่เก้งพี่วรรณมาช่วยเป็นเข็มทิศ เราว่าก็คงจะเหนื่อยกว่านี้มาก”

Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn) (ภาพ: Sasidis Photography)

แคสติ้ง ที่ไม่ต่างกับงมเข็มในมหาสมุทร

โจทย์ใหญ่ที่ตามมาภายหลังจากการเขียนบท คือการเฟ้นหานักแสดง ซึ่ง ไก่ ณฐพล ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในงานที่หินที่สุด เนื่องจากตัวละครหลักของซีรีส์เรื่องนี้ ทั้งสันติ เสี่ยวหยู และรุ่ยเจี๋ย สามคนจากทีม Thunder Express ต้องพูดภาษาจีนได้ นอกจากนั้น ยังต้องมีคาแรกเตอร์ที่ตรงกับตัวละคร และมีความสามารถด้านการแสดงที่ต้องพยุงซีรีส์ได้ทั้งเรื่อง ซึ่งเขายอมรับว่าระหว่างเขียนบท ตัวเองยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะไปหานักแสดงเหล่านี้มาจากไหน

“ตัวละคร ‘สันติ’ ถ้าไม่ใช่ ไอซ์ซึ (ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ก็คิดไม่ออกว่าใครจะมาเล่นได้ แอคติ้งที่ต้องแบกแพสชั่นของตัวละครที่มันหนักหน่วงมาก แอคติ้งที่ต้องเป็นคนไทยที่พูดภาษาจีนได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ไอซ์ซึเป็นนักแสดงที่ทุ่มเทเกินมาตรฐานที่เคยเจอมามากๆ เขามีเวลาแค่สองเดือนในการฝึกพูดภาษาจีนเพื่อให้เล่นได้” (ทั้งที่ก่อนหน้านี้พูดไม่ได้เลย)

Tatler Asia
Above ‘สันติ’ (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

“สำหรับตัวละครเสี่ยวหยูว (เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร) และรุ่ยเจี๋ย (ดร.พลัง โลกศิลป์) นั้น ต้องเป็นคนจีนที่พูดภาษาไทยได้ ความยากคือพอสกิลเรื่องภาษามันตัดตัวเลือกลงไปเยอะมาก การได้มาซึ่งนักแสดงที่จะสวมบทบาทตัวละครเหล่านี้ก็ยากมากเช่นกัน เราไม่คิดด้วยซ้ำว่า จะมีคนอย่าง ‘พลัง’ อยู่บนโลกใบนี้ คือยังคิดเล่นๆ อยู่เลยว่า จะเอาคนจีนมาหัดภาษาไทย หรือจะเอาคนไทยไปหัดภาษาจีน จะดัดสําเนียงเหรอ กลับไปดูหนังเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครมาเล่นสิ่งนี้ได้เลย แม้แต่เสี่ยวหยูเองก็ตาม นางเอกในเจเนอเรชันนี้มีใครที่พูดจีนได้บ้าง โอ้โห มันตัดชอยส์จนเหลือแบบนิ้วมือเดียวก็นับหมดแล้ว

“นี่ยังไม่นับว่าเราต้องไปถ่ายทำที่จีน ต้องทําโกดังขนส่งขนาดใหญ่มาก มีการขนส่งพัสดุจํานวนมหาศาล มีถ่ายที่ทะเล มีถ่ายเรือ โอ้ย นี่ซีรีส์เรื่องแรกจริงๆ เหรอเนี่ย (หัวเราะ) ทําไมต้องทำขนาดนี้ มันเกินกว่าสเกลที่เราเคยทําไปเยอะแบบสุดๆ เลย แต่สุดท้ายก็ต้องพยายามบริหารทรัพยากรจากจินตนาการของเราให้ได้”

Tatler Asia
Above ‘รุ่ยเจี๋ย’ (ดร.พลัง โลกศิลป์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Tatler Asia
Above ‘เสี่ยวหยูว’ (เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

แม้ข้อจำกัดด้านภาษาจะเป็นอุปสรรคขนาดใหญ่เพียงใดก็ตาม แต่ผู้กำกับคนนี้ก็ยังยืนยันที่จะให้ตัวละครหลักพูดภาษาจีน

“การจะไม่เขียนบทให้ตัวละครพูดจีน มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะสิ่งสำคัญในการพาตัวละครสันติไปสู่การประสบความสําเร็จ คือภาษาจีน เราจะเขียนบทให้สันติพูดจีนน้อยหน่อย หรือพูดจีนไม่คล่อง หรือพูดเท่าที่จําเป็น มันเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือ ‘พลัง’ ที่สำคัญของคนต้นเรื่องจริงๆ”

ไก่ ณฐพล ยังเสริมว่า สิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบเกี่ยวกับคุณสมบัติของการเป็นนักแสดงที่ดี นอกเหนือจากเสน่ห์ต่างๆ บนหน้าจอ คือเรื่องของ ‘น้ำเสียง’

“หลังๆ เรารู้สึกว่า เรื่องเสียงสำคัญมาก เวลาเราฟังใครพูดบทอะไรออกมาก็ตาม ถ้าคนๆ นั้นไม่ได้ผ่านชีวิตหรือมีประสบการณ์บางอย่างมาก่อน เมื่อพูดแล้วจะรู้สึกได้ว่า ข้างในของเขาไม่มีความเข้มข้นมากพอสําหรับบทนี้ หรือสําหรับไดอะล็อกนี้ แต่สำหรับพี่เอก (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) ซึ่งรับบทเป็น คณิน คือตัวอย่างของนักแสดงที่ประสบการณ์และความเข้าใจโลกของเขา ทำให้เรารู้สึกว่า เขาเป็นตัวละครที่มีอำนาจ มีความซับซ้อน ทุกจังหวะในการพูด และจังหวะในการหยุด มันทำให้เราเชื่อได้ว่า เขาคือตัวละครตัวนี้จริงๆ”

Tatler Asia
Above ‘คณิน’ (เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 ‘สันติ’ (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Photo 2 of 5 ‘รุ่ยเจี๋ย’ (ดร.พลัง โลกศิลป์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Photo 3 of 5 ‘เสี่ยวหยูว’ (เจนเย่ เมธิกา จีรนรภัทร) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Photo 4 of 5 ‘คณิน’ (เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)
Photo 5 of 5 ‘เคน’ (พีช พชร จิราธิวัฒน์) จากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

ประกายไฟ และแรงบันดาลใจจากคนต้นเรื่อง

หลังจากซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn) ออกฉายบน Netflix ผลงานเรื่องนี้ก็กลายเป็นไวรัล มีคอมเมนต์มากมายที่แสดงความชื่นชม ทั้งในเรื่องของบท การแสดง งานโปรดักชั่น งานภาพ งานตัดต่อ งานการกำกับ หรือแม้กระทั่งเพลงประกอบ และกล่าวว่าซีรีส์เรื่องนี้จะช่วยยกระดับเพดานคุณภาพคอนเทนต์ไทย ให้สูงขึ้นไปมากกว่าเดิม

กว่า 2 ปีในการเขียนบท, 78 คิวการถ่ายทำ, 128 โลเคชั่น, ทีมงานเกิน 400 ชีวิต, นักแสดงกว่า 4,300 คน และพัสดุอีกกว่า 70,000 กล่อง นับเป็นเวลาเกือบ 4 ปีพอดี จากจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์นี้ที่ ไก่ ณฐพล ไม่เคยเชื่อเลยว่าเขาจะทำได้

“เราอาจจะรู้สึกอยู่ตลอดมั้งว่า เราเป็นคนที่ไม่ได้เก่งขนาดนั้น ยิ่งพอนึกถึงโมเมนต์ที่พี่ๆ เขามาชวนให้เราทำ ด้วยความที่เป็นซีรีส์สเกลใหญ่ขนาดนี้ และตัวเองก็ไม่เคยทำ fiction เต็มๆ มาก่อน ในขณะที่มีผู้กํากับคนอื่นอีกมากมายรอบตัวพี่เก้ง พี่วรรณ มันจึงเกิดคําถามอยู่แล้วว่า ‘ทําไมถึงเป็นเรา’ ซึ่งพี่ๆ เขาให้เหตุผลว่า เพราะเราน่าจะเป็นคนที่สามารถดึงเรื่องราวของคนต้นเรื่องออกมาได้ โดยที่ทําให้เขาไว้ใจที่จะเล่าเรื่องต่างๆ ให้เราฟัง”

Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

แม้การเดินทางตลอดสี่ปีของซีรีส์เรื่องนี้จะหนักหนาและท้าทายเพียงใดก็ตาม แต่ ไก่ ณฐพล ก็ไม่เคยลืมความรู้สึกแรกที่เขาเคยได้รับจาก ‘คนต้นเรื่อง’ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจลุยโปรเจ็กต์นี้

“ในช่วงที่เราท้อแท้กับการทำซีรีส์ เราจะนึกถึงคำพูดของ มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) ที่ว่า การทำหนังเป็นเหมือนความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ตัวเรา’ กับ ‘sparkle’ (ประกายไฟ) ของเรื่องเล่า มันคือสิ่งบันดาลใจ คือพลังงาน คือความรู้สึกแรกที่ทำให้เราประทับใจกับเรื่องเล่าเรื่องนั้น จริงๆ แล้ว ‘ภาพยนตร์’ มีแค่นี้เอง เพียงแต่ว่า ‘เครื่องจักรขนาดใหญ่’ ในการผลิตภาพยนตร์เรื่องหนึ่งขึ้นมา ทั้งการวางแผนอันซับซ้อน ขั้นตอนและข้อจำกัดที่วุ่นวาย มันจะทําให้เราหลงทางระหว่างความสัมพันธ์นี้ได้ มันง่ายมากที่จะทําให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราทำมันไม่ดีแล้ว เรื่องที่เราทํามันไม่น่าสนใจแล้ว เลิกทําดีกว่า เพราะฉะนั้น จงปกป้องและรักษาประกายไฟนั้นไว้ รักษาความรู้สึกแรกที่เรามีต่อสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ เพราะมันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในกระบวนการทั้งหมด”

สำหรับไก่ ณฐพล ประกายไฟนั้นคือ ความรู้สึกหลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องเล่ายาวสี่ชั่วโมงของคนต้นเรื่องเมื่อสี่ปีที่แล้ว จากเด็กดอยชายขอบ สู่ยูนิคอร์นหมื่นล้านบนยอดเขาสูงตระหง่านใจกลางเมืองใหญ่ และเขาอยากให้คนดูรู้สึกแบบเดียวกัน

Tatler Asia
Above ซีรีส์ สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn)

ผู้กำกับคนเก่งเชื่อว่า ซีรีส์เรื่องนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดูในการลงมือทำอะไรบางอย่าง เหมือนกับคำพูดที่เถ้าแก่บอกสันติว่า ‘ถอนขนนกกระจอกกับถอนขนไก่ ใช้เวลาเท่ากัน แต่ไก่ได้เนื้อเยอะกว่า เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกเป้าหมายให้ดีว่าจะถอนขนอะไร’ ใครจะรู้ว่าประโยคสั้นๆ จะทำให้หนึ่งในทีมเขียนบทตัดสินใจลาออกไปเปิดธุรกิจของตัวเอง หลังเขียนบทซีรีส์เรื่องนี้จบ

“เราไม่ได้บอกให้ทุกคนลาออกไปทำธุรกิจนะ (หัวเราะ) แต่มันอาจจะทำให้เรากล้าตัดสินใจ กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา อย่างน้อยมันยังมีตัวละครแบบสันติที่ inspired มาจากชีวิตของคนจริงๆ สักคนหนึ่ง คนที่มาจากจุดที่ต่ำกว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมด้วยซ้ำ แต่ก็ยังสามารถเดินขึ้นเขาไปสู่ที่สูงได้ คนที่ทำให้เรารู้ว่า วิธีการแก้ปัญหาไม่ได้มีวิธีเดียว และโลกใบนี้ยังมีความเป็นไปได้อีกมากมายมหาศาล...”

Tatler Asia
Above ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและคนเขียนบทซีรีส์ ‘สงคราม ส่งด่วน’ (Mad Unicorn) (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)