นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี ผู้หญิงแถวหน้าที่ยังสวยสง่ากับเส้นทางกว่า 28 ปีในวงการบันเทิง และความท้าทายครั้งใหม่ในบทบาท ‘คุณนายลั่นทม’ จาก 'สุสานคนเป็น' เวอร์ชั่นแรกในโลกภาพยนตร์ รวมถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิตกับการพาตัวเองออกจากคอมฟอร์ทโซน เพื่อพิสูจน์ฝีมือในรายการทีวีชื่อดังของจีน

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทประพันธ์อมตะเรื่อง สุสานคนเป็น โดยประดิษฐ์ กัลย์จาฤก ผู้ก่อตั้งบริษัทกันตนา ที่เคยถูกนำมาสร้างเป็นละครมากถึงห้าครั้ง ได้แก่ เวอร์ชั่นปี พ.ศ.2515, 2525, 2534, 2545 และ 2557 นับเป็นมหากาพย์แห่งความหลอนที่จะเกิดขึ้นทุกๆ ทศวรรษ และยังคงติดตรึงใจคนไทยไม่ว่าในยุคสมัยไหนก็ตาม

เช่นเดียวกับในปี 2568 ที่ สุสานคนเป็น หวนกลับคืนจออีกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่ตำนานความน่ากลัวนี้ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบภาพยนตร์ โดยได้นักแสดงหญิงแถวหน้าของวงการอย่าง นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี ประกบคู่กับ แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล และก้อย อรัชพร โภคินภากร โดยทีมผู้สร้างซีรีส์ สืบสันดาน ผลงานฝีมือคนไทยที่เคยโด่งดังในระดับโลกมาแล้ว

อ่านเพิ่มเติม: “โอกาสแบบนี้หาไม่ได้แล้วนะ” เมื่อโชคชะตานำพา ‘ครูเล็ก ภัทราวดี’ เล่นซีรีส์ดังระดับโลกใน ‘The White Lotus’ Season 3

Tatler Asia
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และ แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์ (ผู้รับบท คุณนายลั่นทม ในละครสุสานคนเป็น พ.ศ. 2534) (ภาพ: IG/ @nuneworanuch)
Above นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และ แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์ (ผู้รับบท คุณนายลั่นทม ในละครสุสานคนเป็น พ.ศ. 2534 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน) (ภาพ: IG/ @nuneworanuch)
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และ แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์ (ผู้รับบท คุณนายลั่นทม ในละครสุสานคนเป็น พ.ศ. 2534) (ภาพ: IG/ @nuneworanuch)

จุดเริ่มต้นของความแค้น

เมื่อความตายของเธอไม่ใช่ ‘จุดจบ’ แต่เป็นเพียง ‘จุดเริ่มต้น’ ของการล้างแค้นอันน่าสะพรึง ‘ความรัก’ ของคนตายที่กลับกลายเป็น ‘สุสานคนเป็น’

ประโยคบนหน้าหนังที่บอกเล่าเรื่องราวความสยองขวัญของคุณนายลั่นทม (นุ่น วรนุช) เศรษฐีนีม่ายที่เพิ่งแต่งงานใหม่กับ ชีพ (แก๊ป ธนเวทย์) ชายที่เธอรักและไว้วางใจจนมอบหมายให้ดูแลกิจการทั้งหมดแทน แต่สาวสวยอย่างลั่นทมกลับมีชีวิตที่อาภัพ เธอป่วยเป็นโรคประหลาดที่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะอัมพาตกึ่งหลับกึ่งตาย จนต้องสั่งให้คนในบ้านสร้างโลงแก้วสำหรับเก็บร่างของเธอไว้ยามเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะจำศีล ทว่าสามีใหม่ของเธอกลับหักหลังไปมีความสัมพันธ์กับ รสสุคนธ์ (ก้อย อรัชพร) หลานสาวของแม่บ้านเก่าแก่ในบ้าน ซึ่งทั้งคู่ก็คิดวางแผนจะครอบครองสมบัติในบ้านหลังนี้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของความอาฆาตพยาบาท ที่รอคอยวันฟื้นขึ้นมาชำระแค้นของลั่นทม

นุ่นอธิบายว่า ในเวอร์ชั่นละครโทรทัศน์ เรื่องราวต่างๆ จะค่อยๆ ถูกปูพื้นและเล่าในช่วงเวลา 20 - 30 ชั่วโมง แต่สำหรับภาพยนตร์นั้นมีเวลาเล่าเรื่องเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

“พอเป็นภาพยนตร์ เราต้องเป็นคุณลั่นทมตั้งแต่วันแรกที่เราเดินก้าวเข้าฉากเลย เราไม่สามารถที่จะค่อยๆ รู้จักคุณลั่นทมได้ เพราะฉะนั้น เบื้องหลังก็จะมีเวิร์กช็อปสักระยะหนึ่ง เพื่อให้เราเป็นตัวละครได้เร็วสุดและพร้อมสำหรับการถ่ายทำจริง”

อ่านเพิ่มเติม: เปิดไลน์อัป 9 หนังและซีรีส์ไทยใหม่แห่งปี 2025 จาก Netflix ประเทศไทย

Tatler Asia
โปสเตอร์ภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Above โปสเตอร์ภาพยนตร์สุสานคนเป็น
โปสเตอร์ภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Above ตัวอย่างภาพยนตร์ สุสานคนเป็น (2568)

รากลึกของความเจ็บปวดที่ต้องถ่ายทอด

นุ่นยอมรับว่าหนึ่งในความท้าทาย คือการสร้าง inner ของความรู้สึกเจ็บปวดกับเบื้องหลังชีวิตรักที่ไม่สมหวังของคุณนายลั่นทม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้ถูกเล่าโดยละเอียดในภาพยนตร์

“คุณลั่นทมจริงๆ แล้ว เขาเคยมีสามีมาก่อน แต่สามีเขาเสียชีวิตไป มันเลยเป็นความดิ่งดาวน์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้ประสบความสําเร็จในด้านครอบครัว ยิ่งบริบทของของเรื่องนี้ถูกเล่าในปี พ.ศ.2535 วิธีการคิดของคนในยุคนั้นกับยุคนี้ก็ต่างกัน เรื่องราวชีวิตที่ไม่ประสบความสําเร็จเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรุนแรงมากสำหรับคนในสมัยก่อน โดยเฉพาะคุณลั่นทมที่มีสถานะเป็นเหมือนเจ้านาย เป็นเจ้าของโรงงานทอผ้าขนาดใหญ่ มีคนนับหน้าถือตา เธอจึงคาดหวังกับความรักครั้งใหม่อย่างมาก แต่พอจับได้ว่าสามีไปมีคนอื่น นี่เป็นสิ่งที่คนทั่วไปรับรู้ มันเลยเป็นเรื่องเจ็บปวดมากสำหรับเธอ ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่นุ่นต้องซึมซับเข้าไปข้างในลึกๆ เพื่อที่เราจะสามารถสวมบทบาทและถ่ายทอดออกมาให้ได้”

Tatler Asia
แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบทชีพ ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Above แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบทชีพ ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบทชีพ ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Tatler Asia
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบท ลั่นทม ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Above นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบท ลั่นทม ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบท ลั่นทม ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น

เคมีของผู้กำกับและสามนักแสดง

สำหรับภาพยนตร์ สุสานคนเป็น ถือเป็นการคืนจอเงินในรอบเกือบ 10 ปีของ นุ่น วรนุช ซึ่งเธอบอกว่า แม้จะรับบทบาท ‘ผี’ มาหลายเรื่อง แต่ผีลั่นทมในเรื่องนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านๆ มาอย่างแน่นอน

“ดีใจมากที่ได้กลับมาเล่นภาพยนตร์ จริงๆ คนรอบข้างนุ่นเชียร์ให้เล่นหมดเลย เพราะนี่ถือเป็นละครในดวงใจของใครหลายคน ถึงแม้ว่าโครงเรื่องจะไม่ได้เปลี่ยนไป แต่วิธีการตีความ การเล่าเรื่องในภาพยนตร์นั้นต่างจากละครอย่างแน่นอน รวมถึงยุคสมัยของโปรดักชั่น ตลอดจนทีมงานและนักแสดงก็เปลี่ยนไป อยากให้ทุกคนคอยติดตามว่าผีคุณลั่นทมจะแบบไหน จะเป็นผีสวยๆ เหมือนกับที่ทุกคนคิดหรือเปล่า (หัวเราะ)”

นุ่นยังเล่าถึงการทำงานครั้งแรกกับผู้กำกับไฟแรงอย่าง โอ๊ต วทัญญู อิงควิวัฒน์ ซึ่งเธอเอ่ยปากชมว่า แม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่กลับมีภาพในหัวค่อนข้างชัดเจน

“เวลาที่เราแสดง ภาพทุกอย่างจะไปจบหลังกล้อง บางทีเราคิดว่าซีนนี้ควรเป็นแบบนี้ แต่พอไปอยู่ในกล้องแล้วมันอาจจะยังไม่ใช่ ก็จะมีการปรับเปลี่ยนกันระหว่างนักแสดงและผู้กำกับ ซึ่งโอ๊ตเขาจะมีภาพในหัวเยอะและชัดเจน มันทำให้เราเข้าใจได้ง่าย อย่างตอนทำเวิร์กช็อป เขาจะมาอยู่ด้วยตลอด เพื่อให้เห็นว่าเราทําอะไรได้บ้าง เล่นแบบไหนได้บ้าง คาแร็กเตอร์คุณลั่นทมควรเป็นยังไง ก็จะคุยกัน ซึ่งหลังจากที่ได้ร่วมงานกันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ตั้งใจกับโปรเจ็กต์นี้มากๆ”

Tatler Asia
สามนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์สุสานคนเป็น (จากซ้าย: แก๊ป ธนเวทย์, นุ่น วรนุช, ก้อย อรัชพร และโอ๊ต วทัญญู
Above สามนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์สุสานคนเป็น (จากซ้าย: แก๊ป ธนเวทย์, นุ่น วรนุช, ก้อย อรัชพร และโอ๊ต วทัญญู
สามนักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์สุสานคนเป็น (จากซ้าย: แก๊ป ธนเวทย์, นุ่น วรนุช, ก้อย อรัชพร และโอ๊ต วทัญญู

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ผลงานครั้งนี้ยังถือเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของสามนักแสดงนำอย่าง นุ่น แก๊ป และก้อย 

“แก๊ปเป็นคนค่อนข้างจริงจังและตั้งใจมาก เขาเป็นผู้ชายนิ่งๆ สุขุม เรียบร้อย ซึ่งต่างจากนุ่นที่จะดีดๆ หน่อย (หัวเราะ) แต่ก็เป็นคนที่ทำงานด้วยง่าย อย่างตอนเข้าฉากกันก็รู้สึกว่าเข้ากันได้ดี โดยไม่ต้องพยายามทำให้รู้สึกว่าเป็นสามีภรรยากัน ขณะที่ก้อย แม้ไม่ได้เข้าฉากด้วยกันเยอะ แต่เราเห็นความตั้งใจและความเต็มที่ของน้อง ที่ต้องเหน็ดเหนื่อยลําบากในการเล่นเป็นตัวละครตัวนี้ บางทียังแซวกันเล่นๆ ว่า ฉันสมน้ำหน้าเธอ อะไรแบบนี้ (หัวเราะ)

“นุ่นเชื่อว่า สุสานคนเป็น เวอร์ชั่นภาพยนตร์ครั้งแรกนี้ (เปิดฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา) มีวิธีการเล่าเรื่องที่สนุกและน่าติดตาม ทั้งบรรยากาศในหนัง พลังของนักแสดงและทีมงานทุกคนที่เต็มที่มากๆ รวมถึงงานภาพและงานโปรดักชั่นต่างๆ ก็สวย ถือเป็นความแปลกใหม่ที่คนดูจะได้รับความสนุกกลับไปอย่างแน่นอน”

Tatler Asia
แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล และนุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบทสามี-ภรรยา ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Above แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล และนุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบทสามี-ภรรยา ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
แก๊ป ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล และนุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบทสามี-ภรรยา ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Tatler Asia
ก้อย อรัชพร โภคินภากร รับบท รสสุคนธ์ ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
Above ก้อย อรัชพร โภคินภากร รับบท รสสุคนธ์ ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น
ก้อย อรัชพร โภคินภากร รับบท รสสุคนธ์ ในภาพยนตร์สุสานคนเป็น

ประสบการณ์ครั้งใหม่ ณ แดนมังกร

นอกจากการกลับมาเล่นภาพยนตร์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ คือการเข้าร่วมประกวดในรายการ ‘เฉิงเฟิง’ (Ride The Wind) วาไรตี้ชื่อดังของประเทศจีน ซึ่งออกอากาศทางช่อง Mango TV มาแล้วทั้งหมดหกซีซั่น โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ดารานักแสดงหญิงจากทั่วโลกมาโชว์ความสามารถ ด้วยเป้าหมายในการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับนานาชาติ ซึ่งปี 2568 นี้ ยังตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย อีกด้วย

“จริงๆ มีคนพูดถึงรายการนี้ให้นุ่นฟังหลายครั้งแล้ว อย่างซีซั่นก่อน ก็มีน้องใหม่ ดาวิกา (โฮร์เน่) ที่ได้ไปร่วมรายการ ช่วงแรกๆ เราก็ไม่สนใจ เพราะรู้สึกตัวเองไม่มีอะไรเก่งสักอย่าง จะไปได้ยังไง แต่ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เรามีเวลาให้ตัวเองค่อนข้างเยอะ ก็มีโอกาสได้เรียนภาษาจีนบ้าง เรียนเต้นบ้าง โดยไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องไปรายการนี้ แต่นุ่นเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว พอได้ไปเที่ยวจีน แล้วเราพูดภาษาจีนได้นิดหน่อย ก็เริ่มสนุกขึ้น และเป็นจังหวะที่ภาพยนตร์ สุสานคนเป็น ถ่ายจบพอดี”

Tatler Asia
นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
Above นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง

นุ่นอธิบายว่า รูปแบบของรายการเป็นการนำนักแสดง นักร้อง บล็อกเกอร์ และบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายอาชีพมาอยู่รวมกัน ทั้งหมด 30 คน จากนั้นก็มีการทําทีมเพื่อร้องเพลงและเต้นออนสเตจ รวมถึงมีการโหวตและคัดออก สำหรับซีซั่นนี้มีทั้งหมด 12 ตอน และเป็นซีซั่นแรกที่มีการจัดสเตจสำหรับการโชว์ในรูปแบบเอาท์ดอร์ตามภูมิภาคต่างๆ ของจีน เช่น มณฑลไห่หนาน เมืองคุนหมิง มองโกเลียใน ซินเจียงอุยกูร์ ฯลฯ

“นุ่นว่าในเรื่องโปรดักชั่นเขาทำดีมากจริงๆ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้ทำอะไรแปลกใหม่และท้าทายตัวเองมากๆ คือที่นั่นทุกคนจะต้องไปอยู่รวมกัน แล้วทุกที่มีกล้องหมด ต้องฝึกซ้อม เรียนร้องเพลง เรียนเต้น แล้วเราไม่ได้เป็นคนที่ถนัดร้องเพลงหรือถนัดเต้น ปกติเวลามีรายการร้องเพลงติดต่อมา เราก็ไม่เอา ไม่อยากออก ทุกคนก็แบบ อ้าว ไม่อยากออก แต่ไปอยู่ที่จีนเนอะ (หัวเราะ)”

หนึ่งในความยากที่สุดสำหรับเธอ คือการต้องร้องเพลงเป็นภาษาจีน โดยนุ่นได้ร้องเพลง พิง ของนนท์ ธนนท์ จำเริญ ฉบับภาษาไทย-ภาษาจีน บนเวทีริมทะเลที่อำเภอปกครองตนเองหลิงสุ่ย บนเกาะไห่หนานทางตอนใต้ของจีน (ซึ่งมีคนดูจริงๆ นับพันคนคอยโหวตคะแนนให้)

“ปัญหาคือเราพูดภาษาจีนก็ยังไม่เก่ง แต่ต้องร้องเพลงเป็นภาษาจีน โห ท่องหัวฟูเลย (หัวเราะ) ต้องฟังเพลงเยอะๆ ท่องเยอะๆ เพื่อให้ระบบสมองเราจํา ก็เป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่ก็เป็นความสนุกและท้าทาย ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยมาก แต่ว่าทีมงานก็เหนื่อย ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน ซึ่งพอได้เห็นผลงานที่ออกมาแล้วก็ภูมิใจ”

Tatler Asia
นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
Above นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
Tatler Asia
นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
Above นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
นุ่น วรนุช ในรายการเฉิงเฟิง
Above นุ่น วรนุช กับบทเพลง ‘พิง’ ของนนท์ ธนนท์ ในรายการเฉิงเฟิง ณ ริมทะเล บนเกาะไห่หนาน

การยืนระยะที่ต้องปรับตัวและทำให้ดีที่สุด

เส้นทาง 28 ปีในวงการบันเทิงที่ยังสวยสง่าของนุ่น วรนุช คือการก้าวเดินให้ทันกับโลกและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

“ทุกครั้งที่นุ่นได้ร่วมงานกับคนทํางานใหม่ๆ ที่เก่งๆ เราก็พร้อมจะยอมรับไอเดียหรือวิธีการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ไม่เคยรู้สึกว่า เฮ้ย เขาเด็ก เราไม่เชื่อหรอก เพราะไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราคิดจะถูกต้องเสมอไป ที่สำคัญคือตอนนี้ทุกอย่างมันเปิดกว้างหมดแล้ว มีอะไรหลายอย่างที่เราสามารถทําได้ในวัยนี้ อย่างเมื่อก่อนคิดว่าพอถึงช่วงอายุหนึ่ง เราก็ไม่รู้ว่าจะมีงานต่อหรือเปล่า อาชีพของเราจะ expire แล้วไหม แต่ ณ วันนี้ที่สังคมเปิดกว้างขึ้น คนดูเปิดกว้างขึ้น พล็อตเรื่องก็เปิดกว้างขึ้น ในสายอาชีพนี้ยังมีงานดีๆ ให้เราได้ทำอยู่เสมอ ทุกวันนี้นุ่นยังเอ็นจอยกับการทํางาน การได้ไปเจอผู้คน ได้รู้จักและเรียนรู้ชีวิตคนอื่น ซึ่งบางครั้งการเรียนรู้เหล่านั้นอาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เรานำมาปรับใช้ในการแสดงได้”

อย่างไรก็ตามนุ่นย้ำว่าคนเรามีทางเลือกหลายอย่าง ทําอะไรได้หลายอย่าง ไม่จําเป็นต้องยึดติดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แม้แต่อาชีพนักแสดงก็ตาม

“จริงๆ อาชีพนักแสดงก็เป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน เคยคิดว่าถ้าไม่มีอาชีพนี้ เราจะทําอะไร เพราะฉะนั้นก็ต้องหาสิ่งอื่นควบคู่ไปด้วย แต่ทุกอย่างมันต้องเริ่มมาจากตัวเราก่อน ต้องเป็นสิ่งที่เราชอบ มันถึงจะไปต่อได้ จริงๆ ในโลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะแยะที่เรายังไม่ได้ทํา ถ้ามีโอกาสก็อยากลองทํา แต่นุ่นเองเป็นคนที่ไม่ได้มองตัวเองในอนาคตไกลมาก เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเข้ามาในชีวิตบ้าง เลยอยากโฟกัสแค่ในจุดใกล้ๆ แค่วันนี้แสดงหนังให้ดีที่สุด แค่ตอนนี้ร้องเพลงบนสเตจให้ดีที่สุด แค่นี้ก็พอแล้ว…”

Tatler Asia
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)