ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3
Cover ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3
ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3

กลับมาอีกครั้งสำหรับซีซั่นสามของ ‘The White Lotus’ ซีรีส์ดราม่า-ตลกร้ายระดับรางวัลที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างเฝ้ารอ ซึ่งความพิเศษของซีซั่นนี้ นอกจากโลเคชั่นที่มาถ่ายทำในเมืองไทยแล้ว ยังมีนักแสดงไทยชั้นนำร่วมแสดงอยู่ในโปรเจ็กต์ระดับโลกนี้ด้วย หนึ่งในนั้นคือ ‘ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน’ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ที่เราต่างภาคภูมิใจ

“เชื่อไหมว่า เราหนี destiny ของตัวเองไม่ได้” ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน เริ่มต้นบทสนทนาด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง หลังเพิ่งเดินทางกลับจากการโปรโมตซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 ที่เมืองลอสแอนเจลิส (Los Angeles) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ไม่นาน

เธอเล่าถึงประสบการณ์ในฐานะหนึ่งในนักแสดงไทยที่มีโอกาสได้เล่นซีรีส์ระดับโลกเรื่องนี้ว่า “ไม่เคยนึกเสียใจเลย เพราะทุกอย่างนั้นดีงาม และเกินกว่าที่เราจะคาดหวังไว้”

สำหรับซีรีส์ ‘The White Lotus’ เป็นผลงานการกำกับ เขียนบท และอำนวยการสร้างของไมค์ ไวท์ (Mike White) ซึ่งเล่าถึงเรื่องราวของแขกวีไอพีและพนักงานในเครือรีสอร์ตหรูชื่อว่า ‘White Lotus’ ที่ทริปการพักผ่อนของพวกเขานำไปสู่ความวุ่นวายต่างๆ มากมาย โดยในซีซั่นแรก (2021) ถ่ายทำที่หมู่เกาะฮาวาย (Hawaii) ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ซีซั่นสอง (2022) ถ่ายทำที่เกาะซิซิลี (Sicily) ประเทศอิตาลี และซีซั่นสาม (2025) นี้เองที่โลเคชั่นต่างๆ เดินทางมาถ่ายทำในประเทศไทย ทั้งเกาะสมุย ภูเก็ต และกรุงเทพฯ

รวมทั้งมีนักแสดงไทยหลายท่านที่ปรากฏใน ‘The White Lotus’ Season 3 ร่วมกับนักแสดงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน, ดอม เหตระกูล, เทม ทับทิมทอง, สุทธิชัย หยุ่น นอกจากนี้ ยังเป็นการเดบิวต์ในฐานะนักแสดงครั้งแรกของ ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Blackpink อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: 4 จุดที่คุณอาจพลาดใน The White Lotus Season 3: จากการกลับมาของตัวละครเก่า จนถึงสัญญาณอันตราย

Tatler Asia
The White Lotus Season 3
Above ‘The White Lotus’ Season 3
The White Lotus Season 3
Tatler Asia
Above ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 (ภาพ: Max)
Above ตัวอย่างภาพยนตร์ ‘The White Lotus’ Season 3

เพราะโชคชะตานำพา...สู่การแสดง

ซีรีส์ ‘The White Lotus’ สองซีซั่นแรกได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ รวมถึงได้รับเลือกให้อยู่ใน ‘Top Ten’ รายการโทรทัศน์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2021 และ 2022 ของ American Film Institute (AFI) นอกจากนี้ ยังกวาดรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Emmy Awards ถึง 15 รางวัล และรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globes) อีก 2 รางวัล ด้วยเหตุผลต่างๆ นี้เองที่ทำให้นักแสดงแถวหน้าต่างพาเหรดกันไปออดิชั่น เพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ระดับโลกเรื่องนี้ 

แต่หนึ่งในตัวละครตัวที่เรียกว่า แคสต์เท่าไรก็ยังไม่เจอคนที่เหมาะสม คือบทของ ‘ศรีตลา’ (Sritala) หญิงสูงศักดิ์เจ้าของรีสอร์ตที่มีคาแร็กเตอร์ลึกลับยากจะคาดเดา กับภูมิหลังที่ต้องเป็นถึงอดีตดารานักร้องนักแสดงที่มีชื่อเสียง ก่อนจะผันตัวมาบุกเบิกโปรแกรมเพื่อสุขภาพและดูแลสามีฝรั่งที่กำลังป่วยอยู่ ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ชื่อของ ‘ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน’ นักแสดงและครูสอนการแสดง เจ้าของโรงละครภัทราวดีเธียเตอร์ ได้รับการพูดถึง

“จริงๆ มันเหมือน destiny เลยนะ เพราะว่าเขาออดิชั่นคนตั้ง 30-40 คน แต่คุณไมค์ ไวท์ ผู้กำกับฯ เขาไม่เอาใครเลย แกคงรอดิฉันมั้งคะ (ยิ้ม)” ครูเล็กเริ่มเล่าที่มาของการเป็นนักแสดงให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ครูเล็กเล่าต่อว่า แต่ก่อนเคยคิดว่าจะเลิกเล่นละคร อยากไปใช้ชีวิตสงบๆ แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ทำให้กลับมาเล่นอยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกับคราวนี้ที่จริงๆ ตัวเองก็ไม่มีคิวว่าง แต่ในที่สุด...‘เราก็หนี destiny ของตัวเองไม่ได้’

“ทางทีมแคสติ้งเขาคงจำได้ว่า มีหญิงสูงวัยอยู่ในป่าคนหนึ่ง แกก็ดื้อๆ เขาก็ไปตามตื๊อจนเอาออกมาจากป่าได้ (หัวเราะ) จริงๆ ดิฉันตอบปฏิเสธไปแล้วนะ เพราะว่าไม่ว่าง ต้องสอนหนังสือ แต่เขาก็ยอมยกกอง ยกกล้อง มาออดิชั่นที่บ้าน ที่หัวหิน ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่รู้จัก ‘The White Lotus’ เลย ดิฉันก็ต้องไปซื้อ HBO มานั่งดู (หัวเราะ)”

อ่านเพิ่มเติม: ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ ภาพยนตร์ที่ว่าด้วยชีวิต ความฝัน และการเติบโต ฝีมือการกำกับเต็มตัวครั้งแรกของ ‘แคลร์ จิรัศยา’

Tatler Asia
Above ในงานโปรโมตซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน มาในชุด custom-made by Jim Thompson โดดเด่นด้วยแจ็คเก็ตคอจีนและกระโปรงยาวในผ้าแจ็คการ์ดสีน้ำเงิน Midnight Blue โชว์ฝีมือการตัดเย็บอันประณีตแบบ Matelassé ด้วยลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากคลื่นทะเลและหินรูปทรงสวยงามที่หาดไร่เลย์ กับเสื้อเบลาส์ผ้าไหมสีขาว บอกเล่าความประณีตของงานออกแบบไทยที่สะท้อนความแข็งแกร่งและความสง่างาม (ภาพ: Max)

หลังจากนั้น ครูเล็กก็ได้มีโอกาสพบกับ ไมค์ ไวท์ เป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในบรรยากาศที่ครูเล็กเปรียบเปรยว่า เหมือนไม่ได้มาออดิชั่น แต่เหมือนมาเล่นละครตลกเสียมากกว่า

“เรานั่งคุยกัน หัวเราะกันสนุกสนาน แล้วเขาก็ถามว่าดิฉันเรียนมาจากที่ไหน ดิฉันก็บอกว่าเรียนมาจาก Pasadena Playhouse* เขาก็บอกว่าแม่เขาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่นั่น เราก็เลยบอกว่า ถ้าฉันเล่นไม่ดี ไปบอกแม่เธอแล้วกันว่า สอนมาไม่ดี (หัวเราะ) ก็ไม่ได้นึกว่าสุดท้ายเขาจะเลือกเรา เพราะเห็นว่ามีคนมาออดิชั่นเยอะแยะ”

ครูเล็กเผยว่า ตอนที่ตอบตกลงรับเล่น ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ เนื่องจากว่าตัวเองต้องสอนหนังสือที่โรงเรียนภัทราวดีมัธยมศึกษา หัวหินสัปดาห์ละ 3 วัน ไหนจะมีงานที่โรงเรียนอีกเยอะมาก และการต้องไปอยู่ในกองถ่ายถึง 6 เดือนก็ถือว่ายาวนานพอสมควร แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจพักการสอนหนังสือ

“ก็เป็นการหายใจเฮือกใหญ่เหมือนกันนะ แต่ก็มีบางครั้งที่เราเคยขอลาไปเรียนหนังสือที่จุฬาฯ ครั้งนี้ก็บอกว่าขอลาไปเรียนหนังสือด้วยแล้วกัน นี่ดิฉันก็ยังลาอยู่จนบัดนี้ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวดิฉันจะกลับแล้วค่ะเด็กๆ ” ครูเล็กยังคงเล่าด้วยรอยยิ้ม แม้จะดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง

*Pasadena Playhouse เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปะการแสดง รวมถึงโรงเรียนด้านการแสดง ในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเคยได้รับรางวัล Tony Awards อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: รวมความสำเร็จของ ‘หลานม่า’ ภาพยนตร์ไทยที่เดินทางมาไกลที่สุดบนเวทีออสการ์

Tatler Asia
Above ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน และนักแสดงชาวไทยในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 (ภาพ: Max)

ประสบการณ์ล้ำค่าจากซีรีส์ระดับโลก

แม้ครูเล็กจะเคยลังเลกับการรับบทบาท ‘ศรีตลา’ ใน ‘The White Lotus’ Season 3 ด้วยภารกิจต่างๆ ที่รัดตัว แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวทีและภาพยนตร์) ท่านนี้ ก็มุ่งมั่นพิสูจน์ฝีมือทางการแสดงอย่างเต็มที่ 

“เรารู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ ดิฉันไม่ใช่แค่ทํางานให้ ‘The White Lotus’ แต่ดิฉันทํางานให้ประเทศ ดิฉันทํางานให้กับลูกศิษย์ลูกหา”

ครูเล็กเล่าว่า โชคชะตาที่ทำให้เธอตัดสินใจกลับมาเล่นซีรีส์ครั้งนี้ เป็นสิ่งเธอไม่เคยเสียใจเลย

“ดิฉันไม่เคยรู้สึก regret เพราะทุกอย่างนั้นดีงาม แล้วเกินกว่าที่เราจะคาดหวังไว้ มันได้หมดเลย ทั้งได้ทํางาน ได้เล่นละครที่เราชอบ ได้เจอกับลูกศิษย์ (ชี้ไปที่ดอม เหตระกูล อีกหนึ่งในนักแสดงผู้รับบท พรชัย) และที่สำคัญยังได้ทํางานกับศิลปินเอกๆ ของโลก โห! โอกาสแบบนี้มันหาไม่ได้แล้วนะ”

การที่ต้องไปอยู่ในกองถ่ายเป็นเวลานานถึง 6 เดือน ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก ทั้งวิธีการทำงานในกองถ่าย วิธีการเล่าเรื่อง รวมถึงวิธีการวางตัวละครต่างๆ 

“คุณดูสิ แต่ละคนเนี่ย หน้าตาท่าทางมันใช่เลย แล้วคาแร็กเตอร์ก็ไม่เหมือนกันสักคน แต่งตัวก็ไม่เหมือนกัน วิธีการพูดจาก็ไม่เหมือนกัน วันไหนที่ว่าง ดิฉันก็จะไปคุยกับนักแสดง กับทีมงาน กินข้าวกับคนนั้นคนนี้ แผนกแสง แผนกเสียง ทีมกล้อง หรือแม้กระทั่งทีมสตั้น เพื่อที่จะรู้ว่าเขาคิดอะไร เขาทํากันยังไง แล้วเดี๋ยวนี้เขาพัฒนากันไปถึงไหนแล้ว โอ้! มันเหมือนกลับไปเรียนหนังสือเลย”

Tatler Asia
Above ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ในชุด Custom-made by Jim Thompson (ภาพ: Max)

เมื่อถามถึงมุมมองของครูเล็กว่า ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอมองแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างไร เธอตอบอย่างหนักแน่นว่า “มันไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่มันเป็นเรื่องของวินัย (discipline) ในการทำงาน”

“จริงๆ มีเงินมันก็สบาย แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องของความเข้าใจมนุษย์ที่ทํางานด้วยกัน วินัยของมนุษย์ที่ทำงานด้วยกัน เรามีคนที่มี discipline น้อย และเรามีเด็กที่เก่งจริงๆ หรือเป็นมืออาชีพจริงๆ น้อย อย่างดิฉันเองก็รู้สึกว่า ดิฉันยังไม่ใช่มืออาชีพนะ คนพวกนี้เขามืออาชีพจริงๆ เขาทําหนัง เขาเล่นหนัง เขาเล่นได้หลากหลายสไตล์ ในขณะที่พวกเราไม่เคยมีโอกาสที่จะได้ expose สิ่งเหล่านี้ เราเลยนึกภาพไม่ออก”

ครูเล็กเชื่อว่า หนทางหนึ่งที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตไปได้ไกลคือ การได้มีโอกาสเรียนรู้จากนักแสดงและทีมงานมืออาชีพระดับโลกเหล่านี้

“การมีตัวอย่างที่ดีจะช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น ได้เห็น system และ discipline ของการทํางานแบบมืออาชีพ ซึ่งถ้าเราสนับสนุนให้เด็กไทยได้มาสัมผัสกับการทำงานระดับนี้ เขาจะสามารถพัฒนาฝีมือ พัฒนาความคิดให้แตกต่าง และทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น”

ครูเล็กเสริมว่า จริงๆ แล้วในแต่ละปี มีกองถ่ายระดับโลกที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยเยอะมาก และเขาก็ต้องการบุคลากรคนไทยเยอะมากเช่นกัน

“ดิฉันเชื่อว่ามันมีโอกาสเสมอ แต่ขึ้นอยู่กับตัวเด็กเหมือนกันว่าเขาสนใจที่จะเรียนรู้ไหม จริงๆ เวลามีหนังฝรั่งเข้ามาทำงานที่นี่ เขาเอาทีมงานต่างประเทศมาแค่คนสองคน แล้วที่เหลือใช้ทีมไทยก็ได้ แต่บางครั้งทีมไทยในตอนนี้ยังไม่ skillful สำหรับงานบางด้านที่เขาต้องการ หรืออาจเป็นเรื่องรสนิยมที่แตกต่างกัน ซึ่งทีมต่างชาติเขายินดีมากที่จะถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้กับคนไทย เขาอยากจะได้คนดีๆ เก่งๆ ในบ้านเมืองนี้ เขาจะได้ไม่ต้องขนทีมงานของเขามามากมาย ถือเป็นการส่งเสริมทั้งอาชีพ และยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไกลมากยิ่งขึ้น”

มองลิซ่า...ย้อนกลับมามองเด็กไทย

หนึ่งในความประทับใจของครูเล็กใน ‘The White Lotus’ Season 3 คือการได้มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมงานและนักแสดงมืออาชีพ รวมถึงสาวไทยที่อยู่ในสปอตไลท์ของสื่อทั่วโลกอย่าง ลิซ่า Blackpink

“ดิฉันว่าเขาก็เป็นเด็กปกตินี่แหละ เป็นเด็กบุรีรัมย์ตัวเล็กๆ ถ่อมตัว และน่าเอ็นดู เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอยากจะเป็นแบบเขา ทุกคนอยากจะเป็นลิซ่า แต่ ‘You don’t have to be Lisa’ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นลิซ่าได้ มันต้องทุ่มเท ต้องมุ่งมั่น ถึงจะโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ และที่เขาเก่ง เพราะเขาซ้อมทุกวัน ทำทุกวัน เราอยากให้คนไทยเห็นความสำคัญของการฝึกซ้อม ความอดทน และการทำงานหนัก”

ครูเล็กเสริมว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมาก คือการได้รับการสนับสนุนที่ดี

“จริงๆ ดิฉันเติบโตได้ก็เพราะฝรั่ง อย่างอิสราเอล ฝรั่งเศส จ่ายเงินให้ไปเล่นละครต่างประเทศ ไปประชุม ไปอบรมความรู้ เพื่อให้เราโต ถ้าไม่ได้คนเหล่านั้นก็คงไม่โต เช่นเดียวกับที่เกาหลีเขาก็มองเห็นความสำคัญของลิซ่า เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องเห็นความสำคัญของมนุษย์ในบ้านเราก่อน และให้พื้นที่ให้โอกาสกับคนที่มีความสามารถ ทำให้เด็กรุ่นหลังเขาศรัทธาในอาชีพนี้ ศรัทธาในตัวเอง ‘put on the spotlight’ ดึงเขาขึ้นมา สร้างเขาขึ้นมา push เขา และต้อง push ไม่หยุด เพื่อให้เขาเติบโตเป็นอนาคตของประเทศต่อไป”

Tatler Asia
ลิซ่า BLACKPINK ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 (ภาพ: Max)
Above ลิซ่า Blackpink ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 (ภาพ: Max)
ลิซ่า BLACKPINK ในซีรีส์ ‘The White Lotus’ Season 3 (ภาพ: Max)
Above วิดีโองานเปิดตัว ‘The White Lotus’ Season 3

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)