รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 (ภาพ: Handout / Getty Images)
Cover รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 (ภาพ: Handout / Getty Images)
รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ประจำปี 2025 (ภาพ: Handout / Getty Images)

แม้ว่า ‘หลานม่า’ ตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศไทยจะไม่สามารถเป็น 1 ใน 5 ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมประจำปีนี้ได้สำเร็จ แต่ก็นับว่าหนังไทยเรื่องนี้เดินทางมาไกลเกินกว่าที่ใครหลายคนจะจินตนาการ Tatler อยากชวนผู้อ่านมาสำรวจร่วมกันว่า แล้วหนังเรื่องไหนที่ได้เป็นผู้เข้าชิงภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมประจำปี 2025

สถาบันแห่งศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ (Academy of Motion Picture Arts and Sciences) ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดท้าย ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature Film) ปรากฏว่า ภาพยนตร์จากประเทศบราซิล เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี และลัตเวีย สามารถฝ่าฟันเอาชนะตัวแทนหนังต่างประเทศจำนวน 85 เรื่อง จาก 85 ประเทศทั่วโลกได้สำเร็จ

สิ่งที่น่าสนใจคือความโดดเด่นและความหลากหลายของผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หนังชีวประวัติการเมืองยุคเผด็จการทหารในบราซิลอย่าง I'm Still Here, หนังขาวดำระทึกขวัญเกี่ยวกับสถานรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมใต้ดินอย่าง The Girl with the Needle, หนังเพลงแนวอาชญากรรมของเจ้าพ่อยาเสพติดที่ต้องการแปลงเพศเพื่อให้ตัวเองหายสาบสูญอย่าง Emilia Pérez, หนังดราม่าการเมืองในอิหร่านที่หญิงสาวถูกจับกุมและเสียชีวิตจากการปฏิเสธการสวมฮิญาบอย่าง The Seed of the Sacred Fig รวมถึงหนังแอนิเมชันไร้บทสนทนาจากลัตเวียที่เล่าเรื่องราวแมวพลัดถิ่นซึ่งต้องเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่อย่าง Flow

ทั้งนี้ การประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 จะจัดขึ้นในวันที่ 2 มีนาคม 2025 มาร่วมลุ้นกันว่าภาพยนตร์เรื่องใดจะเป็นผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมประจำปีนี้

อ่านเพิ่มเติม: รวมความสำเร็จของ ‘หลานม่า’ ภาพยนตร์ไทยที่เดินทางมาไกลที่สุดบนเวทีออสการ์

Tatler Asia
งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ประจำปี 2025
Above งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ประจำปี 2025
งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ประจำปี 2025
Tatler Asia
ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม
Above ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม
ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม

1. ‘I'm Still Here’ (ประเทศบราซิล)

I’m Still Here 
(ภาษาโปรตุเกส: Ainda Estou Aqui ) 

ภาพยนตร์ชีวประวัติทางการเมืองจากประเทศบราซิล ซึ่งอ้างอิงจากบันทึกความทรงจำของมาร์เซโล รูเบนส์ ไพวา (Marcelo Rubens Paiva) บุตรชายของ รูเบนส์ ไพวา (Rubens Paiva) นักการเมืองผู้ถูกจับตัวไปจากบ้านในเมืองริโอ เดอ จาเนโร เมื่อปี 1971 ในช่วงยุคเผด็จการทหารของบราซิล และไม่เคยถูกพบเห็นอีกเลย ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่การพูดถึงประเด็นการต่อสู้กับเผด็จการทหารจะถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองที่ใกล้ชิดเช่นนี้

การหายตัวไปของบิดาส่งผลกระทบอย่างมากต่อครอบครัวไพวา (Paiva) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมารดา ยูนิซ ไพวา (Eunice Paiva) นำแสดงโดย เฟร์นันดา ตอร์เรส (Fernanda Torres) ที่เพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงจากเวทีลูกโลกทองคำในปีนี้ (Golden Globes 2025) สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแสดงหญิงชาวบราซิลคนแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

ขณะที่ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่าง วอลเตอร์ เซลส์ (Walter Salles) เคยฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์เรื่อง Central Station (1998) ซึ่งเคยชนะรางวัล Golden Globes ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best Foreign Language Film) และเคยเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศมาแล้ว

สำหรับปีนี้ I’m Still Here ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 จำนวนทั้งสิ้น 3 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature Film) นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress in a Leading Role: Fernanda Torres) รวมถึงรางวัลใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) และกลายเป็นภาพยนตร์บราซิลเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลดังกล่าวอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม:'หลานม่า' ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ไขเบื้องหลังความสำเร็จภาพยนตร์ไทยแห่งปี

Tatler Asia
'I'm Still Here' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศบราซิล
Above ‘I'm Still Here’ ผู้เข้าชิงภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศบราซิล
'I'm Still Here' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศบราซิล
Above ภาพยนตร์เรื่อง ‘I'm Still Here’ จากประเทศบราซิล

2. ‘The Girl with the Needle’ (ประเทศเดนมาร์ก)

The Girl With the Needle
(ภาษาเดนมาร์ก: Pigen med nålen)

ภาพยนตร์ขาวดำระทึกขวัญจากประเทศเดนมาร์ก พูดถึงเรื่องราวของคาโรลีน นำแสดงโดยวิคทอเรีย คาร์เมน ซอนเน (Victoria Carmen Sonne) สาวโรงงานที่พยายามเอาตัวรอดจากภาวะหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งในกรุงโคเปนฮาเกน เมื่อเธอเกิดตกงานในขณะที่กำลังตั้งครรภ์และถูกผู้ชายทอดทิ้ง จนได้พบกับ ดักมาร์ สตรีผู้งามสง่า ซึ่งให้บริการหาพ่อแม่บุญธรรมให้ทารกที่มารดาไม่พร้อมเลี้ยงดู เธอจึงได้ทำงานเป็นแม่นมให้ ดักมาร์ ณ สถานรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมลับ จนกระทั่งเธอได้รับรู้ถึงพฤติกรรมที่น่าสงสัยและความลับทางธุรกิจอันน่าตกใจของสถานที่แห่งนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ แมกนัส ฟอน ฮอร์น (Magnus von Horn) โดยมีเรื่องราวพื้นฐานที่อ้างอิงอย่างหลวมๆ จากเรื่องจริงของฆาตกรต่อเนื่องชาวเดนมาร์ก ดักมาร์ (Dagmar Overbye) และได้รับเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 77 ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น The Girl With the Needle ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 5 ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 โดย National Board of Review รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 82 ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ประเทศเดนมาร์กถือได้ว่ามีประวัติที่โดดเด่นมากในการเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature Film) บนเวทีออสการ์ โดยมีภาพยนตร์จากเดนมาร์กได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ทั้งสิ้น 15 ครั้ง และได้รับรางวัลถึง 4 ครั้ง ได้แก่ Babette's Feast (1987), Pelle the Conqueror (1988), In a Better World (2010) และ Another Round (2020)

Tatler Asia
'The Girl With the Needle' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศเดนมาร์ก
Above ‘The Girl With the Needle’ ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศเดนมาร์ก
'The Girl With the Needle' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศเดนมาร์ก
Above ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Girl with the Needle’ จากประเทศเดนมาร์ก

3. Emilia Pérez (ประเทศฝรั่งเศส)

Emilia Pérez
(ภาษาสเปนละตินอเมริกัน: eˈmilja ˈpeɾes)

แม้จะเป็นภาพยนตร์จากประเทศฝรั่งเศส แต่ Emilia Pérez เป็นภาพยนตร์เพลงภาษาสเปนแนวอาชญากรรมระทึกขวัญ ผลงานการกำกับและเขียนบทของ ฌาคส์ ออดิอาร์ด (Jacques Audiard) โดยสร้างจากบทละครโอเปร่าของเขาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยาย Écoute ของบอริส ราซง (Boris Razon)

ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าพ่อยาเสพติดชาวเม็กซิกัน Manitas del Monte (รับบทโดย Karla Sofia Gascón) ที่ตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศ โดยเขาขอความช่วยเหลือจากทนายสาว Rita (รับบทโดย Zoe Saldaa) ให้เธอช่วยจัดการทุกอย่าง ก่อนที่เธอจะแกล้งหายตัวไปและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้หญิง 

Emilia Pérez เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 77 ที่ผ่านมา พร้อมคว้ารางวัลขวัญใจคณะกรรมการ Jury Prize และรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมสำหรับทีมนักแสดงหญิงทั้งหมด รวมถึงได้รับการจัดอันดับจาก American Film Institute (AFI) ให้เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 ด้วย

ภาพยนตร์สัญชาติฝรั่งเศสเรื่องนี้ ยังสามารถคว้ารางวัลลูกโลกทองคำประจำปีนี้ (Golden Globes 2025) ไปได้ถึง 4 รางวัล จากการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งหมด 10 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกและมิวสิคัล, ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม, รางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลง El Mal) และรางวัลนักแสดงภาพยนตร์สมทบหญิงยอดเยี่ยม (Zoe Saldaa) 

สำหรับการประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ในปีนี้ Emilia Pérez มีชื่อเข้าชิงรางวัลมากที่สุดถึง 13 สาขา ซึ่งรวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม โดย Gascón ถือเป็นผู้หญิงข้ามเพศที่เปิดเผยตัวตนคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อในสาขานี้ 

Tatler Asia
'Emilia Pérez' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศฝรั่งเศส
Above ‘Emilia Pérez’ ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศฝรั่งเศส
'Emilia Pérez' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศฝรั่งเศส
Above ภาพยนตร์เรื่อง ‘Emilia Pérez’ จากประเทศฝรั่งเศส

4. ‘The Seed of the Sacred Fig’ (ประเทศเยอรมนี)

The Seed of the Sacred Fig
(ภาษาเยอรมัน: Die Saat des heiligen Feigenbaums)

ภาพยนตร์ดราม่าการเมือง ที่แม้จะเป็นหนังตัวแทนจากประเทศเยอรมนี แต่ผู้ที่ทำหน้าที่เขียนบท กำกับ และโปรดิวซ์ร่วมคือ โมฮัมหมัด ราซูลอฟ (Mohammad Rasoulof) ผู้กำกับหนังชาวอิหร่าน ซึ่งต้องเดินทางออกนอกประเทศมายังทวีปยุโรป ภายหลังถูกศาลพิพากษาจำคุก 8 ปี ในฐานะนักโทษทางการเมืองที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากรัฐบาล

The Seed of the Sacred Fig เล่าเรื่องผ่านครอบครัวชาวอิหร่าน ซึ่งมี Iman ผู้พิพากษาสอบสวนในศาลปฏิวัติกรุงเตหะรานเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาต้องต่อสู้กับความวิตกกังวล เมื่อการประท้วงทางการเมืองช่วงปี 2022–2023 ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วประเทศ หลังหญิงสาวคนหนึ่งถูกตำรวจจับกุมและเสียชีวิตจากกรณีปฏิเสธการสวมฮิญาบ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ และสามารถคว้ารางวัลพิเศษจากคณะกรรมการ Special Jury Prize มาครองได้สำเร็จ ก่อนจะได้รับการประกาศให้เป็นภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 โดยสถาบัน National Board of Review

นอกจากนั้น The Seed of the Sacred Fig ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำประจำปีนี้ เช่นเดียวกับรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศบนเวทีออสการ์ ในฐานะตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศเยอรมนี

Above ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Seed of the Sacred Fig’ จากประเทศเยอรมนี

5. ‘Flow’ (ประเทศลัตเวีย)

 Flow
(ภาษาลัตเวีย: Straume)

ภาพยนตร์แอนิเมชันแนวผจญภัยสัญชาติลัตเวีย โดยผู้กำกับ กินต์ส ซิลบาโลดิส (Gints Zilbalodis) กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกจากประเทศลัตเวียที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ นอกจากนี้ ยังเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องที่สามในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ต่อจาก Waltz with Bashir (ประเทศอิสราเอล ปี 2008) และ Flee (ประเทศเดนมาร์ก ปี 2021) ด้วย

Flow เป็นแอนิเมชันที่ไม่มีบทสนทนา เล่าเรื่องราวของมิตรภาพและความไว้วางใจผ่านแมวที่พลัดถิ่นจากน้ำท่วม โดยปกติแมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ตามลำพัง แต่เมื่อบ้านของมันถูกทำลายจากน้ำท่วมใหญ่ มันจึงต้องเอาชีวิตรอดและหาที่พักพิงบนเรือที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งนก สุนัข ลีเมอร์ และคาปิบารา ในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งหมดต้องร่วมมือกัน แม้จะมีความแตกต่างกันก็ตาม

ความโดดเด่นของแอนิเมชันเรื่องนี้คือ การถูกสร้างขึ้นด้วยโปรแกรม Blender ซึ่งเป็น 3D ซอฟต์แวร์ที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรีแบบ Open-source และเป็นการทลายกำแพงความเชื่อที่ว่า โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับมือสมัครเล่นที่หัดทำ 3D เท่านั้น ไม่สามารถเป็นมาตรฐานของวงการอุตสาหกรรมได้ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ในส่วน Un Certain Regard รวมทั้งยังได้รับรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวทีใหญ่ ทั้ง Golden Globe Awards, National Board of Review Awards, Los Angeles Film Critics Association Awards, New York Film Critics Circle Awards, European Film Awards รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสองรางวัลบนเวทีออสการ์ นับว่าเป็นผลงานภาพยนตร์จากประเทศลัตเวียเรื่องแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางบนเวทีโลก

Tatler Asia
'Flow' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศลัตเวีย
Above ‘Flow’ ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศลัตเวีย
'Flow' ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม จากประเทศลัตเวีย
Above ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง ‘Flow’ จากประเทศลัตเวีย

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)