ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (Mike Theodor Platte) นักแสดงหนุ่มสัญชาติไทย-เยอรมัน วัย 21 ปี เผยถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง หลังแจ้งเกิดจากผลงานเรื่องแรกในละครชุดดวงใจเทวพรหม พร้อมชวนติดตามละครเรื่องใหม่ ที่ทุกคนจะได้เห็นพัฒนาการด้านการแสดงที่ก้าวกระโดดของเขา

ไมกี้ให้สัมภาษณ์กับ Tatler พร้อมแววตาแห่งความภาคภูมิใจ ไม่กี่วันหลังเรียนจบเป็นบัณฑิตป้ายแดง ดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากรั้วคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

“ผมทำวิทยาพนธ์เรื่อง ‘กลยุทธ์การสื่อสารการตลาด ในการประชาสัมพันธ์ละครโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กรณีศึกษามาตาลดา’ เพราะอยากเลือกหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพที่ทำอยู่"

“ตอนที่รู้ว่าเรียนจบคือน้ำตาไหลเลยครับ ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า เราตั้งใจทำธีสิสด้วยตัวเองจริงๆ ก่อนหน้านี้มีคนพูดตลอดว่า แค่เรียนให้จบๆ ก็พอ ไม่ต้องไปสนใจเกรดหรอก เพราะเราต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เราทํางานเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่อยากทิ้งการเรียน พอวันที่ส่งงานครบทั้งหมด รู้สึกโล่งมาก ไม่อยากเชื่อเลยว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา ตัวเองจะทำได้ มีหลายครั้งที่ท้อมาก ก็อยากบอกกับตัวเองว่า เก่งมากไมกี้ ทำได้แล้ว คนเราต้องอย่าดูถูกศักยภาพของตัวเองนะ (ยิ้ม)”

อ่านเพิ่มเติม: 'หลานม่า' ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ไขเบื้องหลังความสำเร็จภาพยนตร์ไทยแห่งปี

Tatler Asia
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / เครื่องแต่งกาย: Boss)
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ไม่เคยเรียนการแสดง แต่แจ้งเกิดจากการแสดง

เบื้องหลังบทบาทคุณหมอฉัตร (พันตรีนายแพทย์หม่อมหลวงฉัตรเกล้า จุฑาเทพ) ในละครซีรีส์ชุด ดวงใจเทวพรหม ภาคต่อจากละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ที่ทำให้ไมกี้แจ้งเกิดในเส้นทางการแสดงนั้น แท้ที่จริงแล้วเจ้าตัวไม่เคยผ่านคลาสเรียนการแสดงที่ไหนมาก่อนเลย

“ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด เลยไม่มีที่ไหนเปิดสอน จำได้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พอได้รับบทปุ๊บ มีเวลาศึกษาบทไม่นานก็ถ่ายทําเลย รวมถึงผู้กํากับละครตอนนั้นคือ ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ไม่ได้อยากให้เราเรียนการแสดงมาตั้งแต่แรกด้วย เนื่องจากทั้งผู้กำกับและผู้จัดอยากทดลองให้คนที่สดใหม่มากๆ และไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนแบบเรา ลองมาสวมคาแร็กเตอร์นี้ดู และเรียนรู้จากการทำงานในกองถ่าย เพื่อดูว่าสุดท้ายแล้วจะเวิร์กไหม ซึ่งผมว่า...ก็ได้อยู่นะครับ (ยิ้มแก้เขิน)”

ด้วยคาแร็กเตอร์ของตัวละครที่ค่อนข้างแตกต่างจากชีวิตจริงของไมกี้ ทำให้เขาต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้พร้อมที่สุดจะสวมบทบาทนี้

“ตอนเด็กๆ ผมเคยดูละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ช่วงที่เขาออกอากาศด้วย ตอนนั้นอายุเก้าขวบ ก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้มารับบทนี้ ถ้าให้พูดถึงความต่างของผมกับฉัตรเกล้า โอ้โห ต่างมากครับ ไหนจะยุคสมัยที่ต่างกัน ผมไม่เคยรู้เลยว่าคนในยุค 90s เขาคิดอย่างไร ไม่เคยเป็นหมอทหาร ไม่เคยมีชื่อขึ้นต้นด้วยหม่อมหลวง ผมเลยต้องรีเสิร์ชเยอะมาก และนี่คือแค่ในพาร์ทของตัวละครนะ ไหนจะพาร์ทการแสดงอีกที่ผมยังต้องพัฒนาฝีมือ เพื่อให้เล่นเป็นตัวละครนั้นได้จริงๆ ผมไล่ดูละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตั้งแต่รุ่นหนึ่ง ดูว่าพี่ เจมส์ จิรายุ (ตั้งศรีสุข) เล่นเป็นคุณชายพุฒิภัทรอย่างไร ดูว่าพี่เบลล่า (ราณี แคมเปน) เล่นเป็นคุณแม่กรองแก้วอย่างไร แล้วหยิบความเป็นพ่อความเป็นแม่จากตัวละครมาใส่ตัวเอง เรียกได้ว่า เตรียมตัวทุกอย่างเท่าที่จะทําได้ ณ วินาทีนั้น ใช้เวลาทุกนาที ทุกชั่วโมง ให้คุ้มค่ากับการรับบทนี้จริงๆ ”

ชีวิต..ที่ไม่เหมือนเดิม

ไมกี้ย้อนความทรงจำวัยเด็กสมัยมัธยมปลาย ที่เจ้าตัวออกไปเล่นดนตรีเปิดหมวกกับเพื่อนๆ ในตลาดจังหวัดลำปาง ก่อนที่ทีมงานของ ปิ๊ก ฌาณฉลาด ทวีทรัพย์ จะมาทาบทามให้เด็กหนุ่มหน้ามนคนนี้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง

“เมื่อก่อนผมไม่เคยสนใจวงการบันเทิงเลย ผมอยากเป็นครูภาษาอังกฤษ ผมอยากเป็นผู้ให้ อยากมอบความสุขให้คนอื่น แต่พอได้ยินคำพูดที่ปิ๊กบอกว่า จริงๆ แล้วการเป็นนักแสดงก็สามารถทำสิ่งที่มีคุณค่านี้ได้เหมือนกัน บางทีอาจจะมากกว่าหลายๆ อาชีพด้วยซ้ำ ขึ้นอยู่กับว่าผมอยากไปอยู่จุดนั้นหรือเปล่า สิ่งนี้เองที่เปลี่ยนมุมมองที่ผมมีต่อวงการบันเทิงไปเลย”

เมื่อถามว่าชีวิตตอนนี้ของไมกี้เปลี่ยนไปมากขนาดไหน หลังจากละครเรื่องแรกประสบความสำเร็จ เขาตอบอย่างเต็มเสียงว่า ‘เปลี่ยนไปเยอะมาก’

“ผมไม่เคยได้รับความรักเยอะขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยได้กําลังใจมากมายขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยมีคนทักบ่อยขนาดนี้มาก่อน ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปมาก บางทีเราก็เผลอตัวไปเหมือนกัน อย่างตอนนี้ผมได้มาสัมภาษณ์กับพี่ ได้มาอยู่ที่ตึกช่อง 3 พอได้ลองหยุดมองจริงๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองมาไกลเหมือนกันนะ”

ไมกี้เล่าว่า ประสบการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมามีค่ามากสำหรับตัวเขา แต่บทเรียนที่มีค่ามากที่สุดที่เขาได้จากผลงานชิ้นแรก คือความอดทน

“ผมอดทนกับละครเรื่องนี้เยอะมาก ผมไม่เคยรู้สึกท้อขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยกดดันขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยต้องเป็นความหวังของใครหลายคนมากขนาดนี้ มันกดดันตัวเองมากๆ เพราะเราอยากทําให้มันดีในทุกๆ วัน สุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่าความพยายามไม่เคยทําร้ายใคร ถ้าเราไม่ย่อท้อ ถ้าเราพยายามอย่างเต็มที่กับทุกๆ อย่าง ไม่มีวันไหนที่เราจะเสียใจหรือผิดหวังกับตัวเอง เพราะเราทุ่มเทและเต็มที่กับมันแล้วจริงๆ”

Tatler Asia
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / เครื่องแต่งกาย: Boss)
Tatler Asia
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / เครื่องแต่งกาย: Boss)
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เรื่องราวสุดเข้มข้น กับนักแสดงมากฝีมือ

หลังจากโปสเตอร์ละคร หวานรักต้องห้าม (The Sweetest Taboo) ผลงานเรื่องใหม่ของไมกี้ถูกเผยแพร่ ก็สร้างกระแสได้ไม่น้อยถึงความร้อนแรงของตัวละคร และความเข้มข้นของเนื้อหา

“ผมว่าละครเรื่องนี้มีความเรียลมาก เราจะได้เห็นมุมมองทางความคิดของตัวละครแต่ละเจเนอเรชั่น ซึ่งมีจุดยืนที่ต่างกัน ทั้งในประเด็นทางสังคม เรื่องความรัก และเรื่องครอบครัว โดยทุกคนมีความสุดโต่ง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากๆ แล้วแต่เราจะพิจารณาว่าความถูกต้องและความถูกใจของเราวางอยู่ตรงไหน เราเห็นด้วยกับอะไร และไม่เห็นด้วยกับอะไร สิ่งที่ผมได้จากละครเรื่องนี้ คือบางทีเราไม่เคยเปิดใจฟังคู่สนทนาที่เราถกเถียงด้วย เราอาจจะเชื่อมุมมองของตัวเองมากเกินไป แต่เวลาดูละครเรื่องนี้ เราจะเข้าใจว่าอีกฝั่งหนึ่ง เขาก็มีชุดความคิดอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งทำให้เราเข้าใจความคิดของมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น”

นอกจากนั้น นักแสดงหนุ่มยังมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง แมท ภีรนีย์ (คงไทย) และ มาช่า วัฒนพานิช

“ผมได้อะไรจากการแสดงละครเรื่องนี้เยอะมาก โดยเฉพาะการเข้าไปอยู่ในบทบาทของตัวละคร และการเป็นผู้สืบทอดอารมณ์หรือเจตนารมณ์ของตัวละครและถ่ายทอดออกไปสู่คนดู อาจจะเป็นเพราะผมโชคดีที่ได้ประกบกับนักแสดงมากความสามารถ อย่างพี่แมท ถือเป็นนักแสดงที่มีประสบการณ์ และมีฝีมือทางการแสดงที่เก่งมาก ขณะที่พี่ช่าจะเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดและทุ่มเทให้กับการทำงานทั้งกายและใจ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนรักเขามากขนาดนี้”

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 ละคร 'หวานรักต้องห้าม' ทางไทยทีวีสีช่อง 3
Photo 2 of 5 ละคร 'หวานรักต้องห้าม' ทางไทยทีวีสีช่อง 3
Photo 3 of 5 ละคร 'หวานรักต้องห้าม' ทางไทยทีวีสีช่อง 3
Photo 4 of 5 ละคร 'หวานรักต้องห้าม' ทางไทยทีวีสีช่อง 3
Photo 5 of 5 นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับละคร 'หวานรักต้องห้าม' (ภาพ: TMDB)
หวานรักต้องห้าม
หวานรักต้องห้าม
หวานรักต้องห้าม
หวานรักต้องห้าม
นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับละคร 'หวานรักต้องห้าม' (ภาพ: TMDB)

มากกว่าผู้กำกับที่ดี คือผู้กำกับที่ใช่

ไม่เพียงแต่การเรียนรู้จากนักแสดงด้วยกันเท่านั้น การได้ร่วมงานกับผู้กำกับมือรางวัลที่มีความเป็นศิลปินสูงอย่าง นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ ก็ทำให้พัฒนาการด้านการแสดงของไมกี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

“พี่นุชี่ เป็นคนเปิดกว้างและให้อิสระทางความคิดกับนักแสดงมากๆ เขารู้สึกว่างานชิ้นงานหนึ่งของเขา มันไม่ใช่แค่เขากับผู้จัดละครที่เป็นคนครีเอทร่วมกับทีมเขียนบท แต่มันคือการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย เขาปล่อยให้เราได้คิด ให้เราได้มีปากมีเสียงกับการตัดสินใจในบทละครและวิธีการแสดง จนบ่อยครั้งที่ในกองถ่าย เราถกเถียงกันจนจะกลายเป็นโต้วาทีอยู่แล้ว (หัวเราะ) นอกจากนั้น ผมยังชอบมุมมองในการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ของพี่นุชี่ เพราะพอเขามากำกับละคร มันจะมีพาร์ทของสัญลักษณ์ที่น่าสนใจอยู่เยอะมาก”

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้กำกับคนนี้ทำให้ไมกี้รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้ทำงานร่วมกัน

“มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมท้อมาก รู้สึกตันกับคาแร็กเตอร์นี้ ทำอย่างไรก็เล่นไม่ดี เล่นไม่ถึง ผมก็ไปปรึกษาพี่นุชี่ว่า มีตรงไหนที่ผมต้องปรับบ้าง พี่นุชชี่ตอบผมแค่ว่า บางทีมันไม่ใช่ความผิดของเธอนะ บางทีฉันอาจจะเป็นผู้กํากับที่ไม่ดีก็ได้ ฉันอาจจะทําหน้าที่ของฉันได้ไม่ดีพอ ซึ่งมันทำให้มุมมองเรื่องการแสดงของผมยิ่งเปิดกว้างไปมากกว่าเดิม มันทําให้ผมสบายใจมากๆ เวลาทํางานกับเขา เหมือนว่าเราไม่ต้องแบกรับอะไรไว้คนเดียว ซึ่งนี่เป็นโมเมนต์หนึ่งในชีวิตเลยที่ทําให้ผมรู้สึกว่า ผมมาถูกทางแล้ว ผมได้ค้นพบคุณค่าในงานของผม และผมมีความสุขกับการแสดงจริงๆ ”

อ่านเพิ่มเติม: เรื่องเล่าหลังเลนส์จากช่างภาพหญิงไทยหนึ่งเดียว บนเวที Oscar และ Met Gala

Tatler Asia
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit / เครื่องแต่งกาย: Boss)
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ไมกี้คนเดิม..ของทุกคน

หลายคนหลงรักเสน่ห์และความสดใสขี้เล่นของไมกี้ หลายคนชื่นชมในความตั้งใจและความมุ่งมั่นของนักแสดงหนุ่ม ที่เป้าหมายสูงสุดในอาชีพนักแสดง คืออยากทําให้ผลงานของเขาเป็นที่จดจําและเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมได้จริงๆ ขณะที่อีกหลายคนเอ็นดูเขา เพราะเขาไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากไหน

“ผมจะคอยเตือนตัวเองอยู่ตลอดครับว่า เมื่อก่อนเราเป็นคนอย่างไร เราต้องไม่เปลี่ยนไปจากเดิม วันแรกที่ผมเข้ามาในวงการ ผมมาด้วยความเป็นตัวเองของตัวเอง แล้วคนต้อนรับเรา คนมอบโอกาสให้เรา ผมไม่ได้อยากเปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนอื่น เพื่อทำให้คนส่วนมากพึงพอใจ ผมยังอยากเป็นไมกี้คนเดิมนี่แหละ เพราะไมกี้ในวันนั้น ถึงทําให้มีไมกี้ในวันนี้”

Tatler Asia
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)