Tatler ชวนคุยกับ เอม สรรเพชญ์ คุณากร ลูกชายเพียงคนเดียวของ ดู๋ สัญญา คุณากร กับก้าวแรกในวงการบันเทิง ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่วัย 24 ปี ที่เหล่าแม่ยกพากันชูป้ายไฟ และเผยความสัมพันธ์น่ารักๆ ในครอบครัว ที่เจ้าตัวบอกว่าบุคลิกของเขาถอดแบบมาจาก ‘พ่อดู๋’ ไม่มีผิดเพี้ยน
เมื่อไม่นานมานี้ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “31 ปีที่แล้วได้กำกับคุณพ่อเป็นครั้งแรก 31 ปีผ่านไปจะได้กำกับคุณลูก ทางช่อง One 31” พร้อมภาพถ่ายคู่พ่อ-ลูก ดู๋ สัญญา และเอม สรรเพชญ์ ทำให้หลายคนเฝ้ารอติดตามผลงานเรื่องแรกของว่าที่พระเอกป้ายแดง ที่บิ๊กบอสช่องวันอุตส่าห์ทุ่มเทลงมากำกับเอง
“ตอนนี้ตื่นเต้นมากเลยครับ คือผมรู้อยู่แล้วว่าคุณบอยเขาใส่ใจ และตั้งใจกับเรามาก ผมเข้าใจเลยว่านี่เป็นโอกาสที่ดีและเป็นโอกาสที่ผมต้องใช้อย่างเต็มที่ ผมจะทุ่มเททุกอย่างทุกความสามารถที่ผมมีในงานนี้ และยิ่งคุณบอยมาเป็นผู้กำกับให้ผม เหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยกำกับคุณพ่อ ผมยิ่งต้องพยายามมากกว่าเดิม ต้องพยายามแบบสุดฤทธิ์เลย”
อ่านเพิ่มเติม: ถอดบทเรียนความสำเร็จภาพยนตร์ 'หลานม่า' หนังไทยพันล้านเรื่องล่าสุด ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วอาเซียน
หลงรักการแสดง
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เอมค่อนข้างเป็นเด็กเงียบๆ เก็บตัว ชอบอยู่คนเดียว แต่นั่นก็ทำให้เขามีเวลาดูหนังหลายเรื่อง และมักใช้จินตนาการของตัวเองสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ อยู่เรื่อยไป จนกระทั่งช่วงเรียนมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเขามีโอกาสเรียนคลาสการแสดง และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เจ้าตัวเริ่มหันมาสนใจศิลปะแขนงนี้
“ตอนนั้นแค่อยากลอง คิดว่าอาจสนุกดี กลายเป็นว่าผมชอบไปเลย ชอบในการสวมบทบาท การไม่ต้องเป็นตัวเอง เพราะเราเป็นตัวเองบ่อยแล้ว เบื่อ (หัวเราะ) การได้เป็นคนอื่นบ้างน่าจะสนุกดี ผมอยากแสดงเป็นตัวละครที่มีคาแร็กเตอร์ ซึ่งห่างไกลจากชีวิตจริงของผม ผมอยากทำให้ตัวเองหายไปในตัวละคร เพราะฉะนั้นผมจะสนใจตัวละครที่โตกว่า หรือมีความดาร์ก ความซับซ้อนอะไรบางอย่าง”
ก่อนหน้านี้ เอมเกือบจะได้เซ็นสัญญาเล่นละครฟอร์มใหญ่เรื่องหนึ่ง แต่ด้วยคิวการถ่ายทำไม่เอื้อกับตารางเรียนมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา เอมจึงเลือกให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับแรก กระทั่งเรียนจบก็ถูกทาบทามจากหลายๆ ค่าย แต่สุดท้ายตัดสินใจร่วมงานกับช่อง One ด้วยเหตุผลว่า มีแนวทางการทำงานที่ตรงกัน
“ผมชอบการแสดง ผมหลงรักการแสดงจริงๆ ผมไม่ได้อยากเป็นไอดอลหรือเป็นสตาร์ ผมอยากเป็นนักแสดงที่ได้โอกาสแสดงในเรื่องที่ดีๆ บทดีๆ และมีคาแร็กเตอร์หลากหลายมิติ พอผมได้คุยกับพี่บอย และเขาเข้าใจสิ่งที่เราอยากได้ เขาสามารถให้โอกาสที่ดีกับเราได้ขนาดนี้ เราจะไม่รับได้ยังไง”
สำหรับโปรเจ็กต์เรื่องแรกของว่าที่นักแสดงหนุ่มคนนี้ กำลังอยู่ในช่วง pre-production ซึ่งมีทั้งการเวิร์กช็อปการแสดง การท่องบท รวมทั้งกำลังจะเปิดกล้องในเร็วๆ นี้
อ่านเพิ่มเติม: เปิดประตูสู่ ‘วิมานหนาม’ กับบอส กูโน, อิงฟ้า วราหะ และเจฟ ซาเตอร์ สู่การเดินทางบนเรื่องราวความไม่เท่าเทียม ความรัก และ 'หนามทุเรียน'

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
เมื่อถามถึงบุคคลที่เป็นแบบอย่างในวงการบันเทิง เจ้าตัวเอ่ยปากแทบจะในทันทีว่า ‘คุณพ่อ’ ผู้เป็นทั้งแบบอย่างด้านการแสดง และเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต
“ด้วยความที่ผมรู้จักคุณพ่อดีที่สุด รู้ว่าตัวตนจริงๆ เขาเป็นยังไง คุณพ่อเป็นทั้งนักแสดงที่ดีและเป็นคนดี เป็นบุคคลที่มีทั้งคุณธรรมและหลักการที่น่ายกย่องนับถือ คุณพ่อเป็นคนที่น่ารัก และใส่ใจกับทุกอย่างที่ทำ
“ผมเชื่อว่าตัวตนและบุคลิกของผม มีคุณพ่อเป็นแกนเลยครับ (หัวเราะ) ความมีระเบียบวินัยและวิธีการวางตัว ผมได้มาโดยที่คุณพ่อไม่ได้สอนโดยตรง แต่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างมากกว่า การที่คุณพ่อเป็นนักแสดงมาก่อน ก็เหมือนสะกดจิตให้เราซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปโดยไม่รู้ตัว (ยิ้ม)
ส่วนคุณแม่จะเป็นคนค่อนข้างตามใจครับ เป็นคนสบายๆ ก็ต้องขอบคุณคุณแม่ด้วยที่มาช่วยบาลานซ์และเติมเต็มสิ่งต่างๆ ผมถือว่าชีวิตนี้ ตัวเองโชคดีที่สุดแล้ว”

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร และพ่อดู๋ สัญญา คุณากร

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร กับพ่อดู๋ สัญญา คุณากร และแม่อุ๋ย อาทิตยา คุณากร
จากเด็กที่โดนแกล้ง สู่การเอาชนะตัวเอง
นอกจากพาร์ทของการแสดงแล้ว งานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจของว่าที่พระเอกป้ายแดง คือการต่อยมวย ซึ่งที่มาของการชื่นชอบในกีฬาประเภทนี้ มีจุดเริ่มต้นจากความจำเป็นสมัยไปเรียนต่อต่างประเทศใหม่ๆ ด้วยความที่เป็นเด็กตัวเล็กและไม่ค่อยพูด จึงมักโดนเพื่อนแกล้งสารพัด ซึ่งวิธีการที่เขาเลือกเอาชนะเหตุการณ์เหล่านั้นได้ คือการพัฒนาร่างกายของตัวเองขึ้นมา
“ตอนนั้นผมเลือกที่จะไม่ตอบโต้เลย เพราะคุณพ่อสอนให้ใช้พุทธศาสนา ผมแค่คิดว่าถ้าเขาทำไม่ดี เดี๋ยววันหนึ่งเขาก็จะโดนเอง จริงๆ ผมต้องขอบคุณช่วงเวลานั้นเหมือนกันนะครับ เพราะถ้าเกิดผมไม่โดนแบบนั้น ผมก็คงไม่พัฒนาตัวเองมาจนถึงตอนนี้ ผมเลือกที่จะเรียนกีฬาต่อสู้ ต่อยมวยไทย เล่นมวยปล้ำ อินกับการยกเวท สร้างร่างกายของตัวเองขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันให้กับตัวเอง ก็ถือว่าเป็นบททดสอบที่ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้”
Tatler ถามเอมว่า หากสามารถฝากไปถึงกลุ่มคนที่ยังชอบกลั่นแกล้งและรังแกคนอื่น อะไรคือสิ่งที่เขาอยากบอกมากที่สุด
“มันไม่คุ้มกันเลย ไม่มีใครหรอกที่อยากเดือดร้อน ทุกคนก็อยากแฮปปี้ แต่ถ้าความแฮปปี้ของคุณมาจากการทำร้ายคนอื่น วันหนึ่งเมื่อสิ่งนี้ย้อนกลับมาหาตัวคุณเอง คุณจะรู้สึกผิด และคุณจะมองตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมว่ามันไม่คุ้มเลยจริงๆ”

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เมื่อลูกชก พ่อแม่ก็ช่วยเชียร์
ไม่เพียงแต่การฝึกซ้อมเพื่อออกกำลังกายเท่านั้น จริงๆ แล้วเอมยังชื่นชอบศิลปะการต่อสู้มากถึงขนาดที่เคยขึ้นชก MMA ในรายการ Ignite Warrior Championship มือสมัครเล่นมาแล้วด้วยซ้ำ
สำหรับกีฬา MMA เป็นทักษะการต่อสู้ชนิดหนึ่งที่ใช้ทุกทักษะการต่อสู้ เป็นการรวมทั้งมวยปล้ำ มวยไทย มือ เท้า เข่า ศอก ฯลฯ เรียกว่าใช้อาวุธการต่อสู้ได้ทุกอย่าง แพ้ชนะตัดสินที่การน็อคหรือคะแนน
“คุณพ่อเขารู้อยู่แล้วว่าผมสนใจกีฬาชนิดนี้ มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณพ่อเขาก็จัดตารางซ้อมมาให้ แต่เขาไม่ยอมบอกคุณแม่ เพราะถ้าคุณแม่รู้คือผมไม่ได้ขึ้นชกแน่ๆ ปรากฏว่าคุณแม่เพิ่งมารู้ ณ วันที่ผมจะขึ้นชกเลย วันนั้นคุณแม่บอกกับคุณพ่อว่า ‘ฉันต้องไป เพราะเขาก็เป็นลูกฉันเหมือนกันนะ’ คุณพ่อได้ยินแบบนั้นก็ช็อคเลย สุดท้ายต้องพาคุณแม่ไปด้วย พอถึงเวลาแข่งจริงๆ กลายเป็นว่า คุณแม่ยืนอยู่แถวหน้า เชียร์ผมสุดใจจนชนะ แม่บอกว่า พอขึ้นเวทีแล้ว ‘The show must go on’ ขึ้นไปแล้วก็ต้องสู้ให้ชนะ พร้อมสอนผมว่า การเอาชนะคนอื่นไม่ยากหรอก แต่เอาชนะตัวเองยากที่สุด”
“ส่วนคุณพ่อก็เดินมาพูดกับผมทันทีหลังจากที่ชกชนะว่า อย่ามีอีโก้นะ อย่าคิดว่าตัวเราเก่งกว่าเขา มันเป็นแค่จังหวะของเรา มันคือช่วงวินาทีนั้นของเรา เขาเองก็เตรียมตัวมา เราเองก็เตรียมมา ดังนั้น การเตรียมตัวอยู่ที่เรา แต่ผลตอบแทนที่ได้มันอยู่ที่โชคชะตา”

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร
อาชีพในฝันของ ‘หนุ่มรักหมา’
นอกจากอาชีพนักแสดงแล้ว เอมยังเป็นคนรักสัตว์ตั้งแต่เด็ก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เอมเลือกเรียนวิชาเอกชีววิทยา (biology) ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสาขาที่จะกรุยทางไปสู่อาชีพสัตวแพทย์
“ผมเคยมีสุนัขลาบราดอร์ชื่อเซย่า ซึ่งอยู่กับผมมาตั้งแต่อายุประมาณแปดขวบ ตอนที่เรียนอยู่ที่อเมริกา แล้วกลับมาไทยช่วงโควิด คือช่วงสุดท้ายของชีวิตเซย่า ซึ่งเป็นจังหวะที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนวิชาเอกจาก marketing เป็น biology ตอนนั้นเซย่าเขาอายุเยอะขึ้น และผมต้องพาเขาไปหาหมอ ในฐานะเจ้าของหมา เราเองก็อยากรู้ว่าเขาเป็นอะไร เลยทำให้ผมสนใจเรื่องนี้”
ผมอยากบอกเซย่าว่า ตอนนี้ผมมีหมาตัวใหม่แล้วนะครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เซย่าคือ No.1 ตลอดกาลของผม เซจิมันเทียบไม่ได้หรอก (ยิ้ม)”

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร

Above เอม สรรเพชญ์ คุณากร
เสน่ห์สองพ่อ-ลูก
Tatler ปิดท้ายบทสนทนา ด้วยคอมเมนต์ของบรรดาแฟนคลับที่มักจะต่อท้ายทุกโพสต์ของว่าที่นักแสดงหนุ่ม ด้วยคำชมหวานๆ ว่า ‘หล่อ หล่อ หล่อ แล้วก็หล่อ’ เราอยากทราบว่าเจ้าตัวมองความหล่อของตัวเองว่าอย่างไร
“โห เจอคำถามแบบนี้ ผมตอบไม่ถูกเลย (ยิ้มเขิน) จริงๆ ผมก็คิดว่าตัวเองหน้าตาพอใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่า ตัวเองหล่อหรืออะไรแบบนั้น แต่คุณแม่ชอบบอกว่า ผมหน้าตาไม่ดีนะ เขาจะหาชอบหาจังหวะประมาณว่า เอ๊ะ ช่วงนี้สิวขึ้นเยอะเลยเอม ไปคลินิกมั้ย (หัวเราะ) ส่วนถ้าถามว่าผมกับคุณพ่อใครหล่อกว่ากัน ผมว่าคนละแนวนะ คุณพ่อจะเป็นแนวตี๋ๆ ส่วนผมเหรอ แนวอะไรก็ไม่รู้… (ยิ้มแก้เขิน)”





