ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

บทบาทอันน่าประทับใจของ ‘คุณพระ’ จากละครเรื่อง หนึ่งในร้อย และตัวละคร ‘หมอกันต์’ ในซีรีส์ การุณยฆาต กลายเป็นผลงานทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ ที่ทำให้หลายคนพูดถึงชื่อของ ‘ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร’ นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ผู้เคยคว้ารางวัลนาฏราชถึง 4 ครั้ง ด้วยวัยเพียง 30 ปี Tatler ชวนคุยกับเขาถึงหลักไมล์สำคัญในชีวิต บุคคลที่มีอิทธิพลต่อวิธีคิดและการเติบโต ตลอดจนเป้าหมายที่แท้จริงของการเป็นนักแสดง

ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน ต่อ ธนภพ แจ้งเกิดจากบทบาทของ ‘ไผ่’ เด็กหนุ่มเลือดร้อนในซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังแห่งยุคอย่าง ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น (Hormones The series) (2013) โดยเขาเป็นนักแสดงคนแรกๆ ภายใต้สังกัดของบริษัท นาดาว บางกอก

หลังจากนั้น ต่อก็ได้ฝากผลงานไว้มากมาย ทั้งภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็น ฝากไว้..ในกายเธอ (2014) เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ (2016) Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ (2017) เลือดข้นคนจาง (2018) หัวใจศิลา (2019) ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ (2020) โกสต์แล็บ (2021) One for the Road (2022) ใต้หล้า (2022) รวมถึงยังเคยเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ วง 9x9 (ไนน์ บาย นาย) ที่ช่วยปลุกกระแส T-POP ในเมืองไทยด้วยเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม: 'หลานม่า' ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ไขเบื้องหลังความสำเร็จภาพยนตร์ไทยแห่งปี

Tatler Asia
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

คุณพระ..ความท้าทายของ ‘ผู้ชายในฝัน’

บทบาทของ ‘คุณพระ’ จากละครเรื่อง หนึ่งในร้อย ทำให้เราได้เห็นถึงเสน่ห์และเฉดสีด้านการแสดงของ ต่อ ธนภพ ในมิติที่หลากหลายขึ้น ยิ่งเมื่อได้ประกบคู่กับนางเอกสาวสวยอย่าง ญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์ ก็ทำให้ละครแนวพีเรียดรักโรแมนติกเรื่องนี้ สามารถครองใจผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว

“สำหรับผม รอยยิ้มของคนดูคือเป้าหมายสำคัญที่สุดตอนที่ผมรับโปรเจ็กต์นี้ ผมอยากทําอะไรให้คนยิ้มออกมาจากใจ ผมว่าตัวละคร ‘คุณพระ’ มีความเป็นอุดมคติอยู่ และแม้กระทั่งตัวผมเองก็ยากที่จะทําความเข้าใจถึงความดีของคนแบบนี้ เราไม่ได้กําลังจะบอกว่า ตัวเราคือคนไม่ดีนะ แต่ผมว่าผมดีได้ไม่เท่าคุณพระหรอก วันที่ผมเล่น ผมก็ไม่เคยรู้สึกว่าเขาเหมือนผม แต่วันที่ละครออกมา จู่ๆ เราก็เริ่มดูใกล้กันขึ้นเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่รู้ เช่น ผมเพิ่งสังเกตตัวเองว่า ความจริงแล้ว ผมไม่ได้เป็นคนชอบอธิบายเหมือนกัน และผมมั่นใจว่าผมเองก็ปากจัดจ้านประมาณหนึ่งเหมือนกันนะ ที่สําคัญที่สุดเลยคือ คนรอบข้างผมไม่ค่อยรู้ตัวหรอก แต่ความจริงผมสนใจพวกเขาอยู่ตลอดเวลา แค่ผมไม่ได้อยากให้พวกเขารู้เท่านั้นเอง”

อ่านเพิ่มเติม: ออกแบบ ชุติมณฑน์ คว้ารางวัล International Emmy Awards ฉลอง 8 ปีในวงการบันเทิง

หนึ่งในร้อย ไม่เพียงแต่สร้างรอยยิ้มให้กับผู้คน แต่ละครที่สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิก ซึ่งอยู่ในลิสต์ ‘หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน’ เรื่องนี้ ยังทำให้ ต่อ ธนภพ สามารถทะลุกำแพงด้านการแสดงของตัวเองได้สำเร็จ

“ตอนแรกผมไม่มั่นใจเลยที่รับเรื่องนี้ เพราะว่าเฉดตัวละครต้องยอมรับว่า ไม่ได้มีความใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกับการเดินทางที่ผ่านมาของผมเท่าไหร่เลย ส่วนใหญ่พลังออร่าที่ผมใช้ในการแสดงมักจะไปในทางสายดําเสมอ แต่เรื่องนี้คือขาวล้วนเลย ซึ่งทุกคนที่ได้ดูก็รู้สึกได้เหมือนกัน ผมรู้สึกว่าหนึ่งในร้อยทำให้ผมโตขึ้นและหลากหลายขึ้น รวมถึงในศาสตร์การแสดงที่ผมโตมา คำว่า dark side มันหนักแน่นกว่าอยู่แล้ว แล้วผมก็ถนัดทางนั้นด้วย เพียงแต่เราอยากทําทางนี้ให้ดี เท่ากับทางที่เราถนัด จะได้เป็นหยินหยาง เท่ดี!” นักแสดงหนุ่มกล่าวและวาดมือบนอากาศเป็นสัญลักษณ์หยินหยาง พร้อมรอยยิ้ม

มุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปในวัยสามสิบ

การก้าวเข้าสู่วัยเลขสามของ ต่อ ธนภพ คือช่วงเวลาที่เขายอมรับว่าเป็น turning point ของชีวิต มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งตัวตน และความคิด โดยเฉพาะความหนักแน่นในการเลือกสวมบทบาทตัวละครแต่ละตัว

“พูดตรงๆ นะ ผมหนักใจทุกครั้งแหละเวลาที่จะรับบทอะไรสักเรื่อง แต่ความหนักใจคือเหตุผลที่ทําให้ผมทํา ผมไม่เคยเลือกตัวละครที่ผมรู้สึกว่า ผมทํามันได้ดีแน่ๆ สิ่งเดียวที่ทําให้ผมเล่น คือบทส่วนใหญ่ ณ วันที่ผมยังไม่ได้ลองกระโจนลงไปหามัน จะต้องมีเซนส์ของคําว่า ‘มันน่าจะได้แหละมั้ง’ คือต้องเป็นทั้งเป้าหมายและความท้าทาย ผมชอบทํางานบนความกดดัน ผมไม่ชอบทํางานที่สบาย ผมรู้สึกว่าการที่มนุษย์เราอยากไปข้างหน้า เราต้องกระโจนออกนอก comfort zone ของตัวเอง อะไรก็ตามที่เรามั่นใจว่าเราทําได้ นั่นแปลว่าเราคาดการณ์ผลของมันได้อยู่แล้ว ไม่เห็นคุ้มเสี่ยงเลย เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากเจออะไรใหม่ๆ เราจะไม่ได้เจอ แล้วพื้นฐานผมเป็นคนค่อนข้างดื้อด้วย ยิ่งใครพูดว่าทําไม่ได้หรอก ความคิดผมจะแบบ อื้มมม งั้นแปลว่าน่าทํา”

Tatler Asia
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ต่อ ธนภพ ยอมรับว่า หนึ่งในร้อย เป็นโปรเจ็กต์ที่เข้ามาถูกที่ ถูกจังหวะ ถูกเวลา ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัย เป็นผลงานที่เกินความคาดหมาย และทำให้เขามองเห็น ‘ความเป็นไปได้’ ด้านการแสดงของตัวเองมากขึ้น

“พอดีเพิ่ง 30 ปีแรก เลข 3 ป้ายแดง ก็เลยยังไม่ชินเท่าไหร่ (ยิ้ม) ถึงผมจะยังไม่เข้าใจทั้งหมด ณ วันนี้ แต่สิ่งที่เข้ามาย้ำเตือนผมคือว่า การที่เราเป็นไอ้ตี๋คนนึง รูปลักษณ์ เชื้อชาติ เริ่มไม่ได้มีผลกับความเชื่อมากขนาดนั้น หรือการที่หน้าตาเราดูอาจจะไม่ได้เข้ากับยุคสมัยนั้น ก็ไม่ได้ตอบว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายผลลัพธ์ของ หนึ่งในร้อย มันพาเราไปไกลกว่าที่คิดมากๆ ผมกล้าพูดเลยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมทํางานหนักจริงๆ หนักเกินวัยแบบติดกันมานานมากๆ ผมเบิร์นเอาท์หลายรอบมาก แต่ผมก็กลับมาด้วยตัวเองทุกครั้ง ผมว่าคนเรามันดีขึ้นได้เรื่อยๆ บาร์มันไม่มีสุดหรอก ถ้าเราไม่หยุดเสียก่อน ต่อให้ไม่เจอเรื่องท้าทาย เราก็จะหาเรื่องท้าทายให้ตัวเองอยู่ดี”

Tatler Asia
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ประสบการณ์ครั้งใหม่ใน ‘การุณยฆาต’

หลังจาก หนึ่งในร้อย เพิ่งออนแอร์จบไปหมาดๆ ผลงานเรื่องใหม่อย่าง การุณยฆาต ซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน ก็ทำให้เราได้เห็นบทบาทด้านการแสดงที่ท้าทายของ ต่อ ธนภพ อีกครั้ง โดยคราวนี้นักแสดงหนุ่มรับบทเป็น ‘หมอกันต์’ แพทย์ซึ่งดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย หรือผู้ป่วยประคับประคอง

“ความท้าทายที่สุดสำหรับผม คือจังหวะการเล่นแนว suspense ที่เรารู้ทุกอย่างอยู่เต็มอก เพียงแต่พูดได้ไม่หมด ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ค่อนข้างยากสำหรับผม การุณยฆาต เป็นซีรีส์ที่ปะทะกันด้วยทัศนคติ บนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ซึ่งสิ่งที่พวกเราชัดเจนตั้งแต่แรกคือ เราไม่ได้มาสอนใคร เราไม่ได้มาชี้นำใคร เรามีสิ่งที่เราอยากพูด แล้วสารนี้ก็ถูกส่งไปถึงคนดูแบบไม่บิดพลิ้ว ไม่หลงประเด็น" ต่อ กล่าว

“อย่างตัวหมอกันต์ที่ผมใส่เข้าไป คือคำว่า empathy มันคือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ที่ผมรู้สึกว่า ไม่ว่าสิ่งที่เขาเชื่อหรือเขาคิดจะถูกต้องแค่ไหน แต่คนๆ นี้ ถ้าเขาเป็นหมอ เขาไม่เห็นใจคนอื่นไม่ได้ ต่อให้เขาจะต้องดูแลผู้ป่วยประคับประคอง ต้องเจอคนเสียชีวิตแทบทุกวัน ต้องปล่อยมือคนไข้เป็นว่าเล่น แต่สุดท้ายแล้ว รู้ได้ยังไงว่า เขาไม่เสียใจ รู้ได้ยังไงว่า เขาไม่รู้สึก ผมไม่อยากให้หมอกันต์เป็นหมอที่ไร้ความรู้สึก ผมว่าตัวละครตัวนี้มีความซับซ้อนหลายชั้น เขามีความเท่ มีความคูลอยู่ภายใน และมีภายนอกที่น่ารัก เพียงแต่เวลาถ่ายทอดออกมา เขาต้องหันหลังให้คนอื่น และเก็บสิ่งที่ตัวเองเชื่อไว้ เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อ มันอาจไม่ใช่ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่”

นอกจากมุมมองและเนื้อหาอันเข้มข้นแล้ว ในด้านการแสดงก็ถือเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ ต่อ ธนภพ ได้ท้าทายตัวเอง ด้วยคาแร็กเตอร์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย โดยการประกบคู่กับนักแสดงหนุ่ม เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม

“ผมรู้สึกว่า ณ วันนี้มันไม่มีกำแพงเรื่องเพศสภาพแล้ว ไม่อย่างนั้น เราจะมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมทำไม เพียงแต่ก่อนหน้านี้ที่ผมไม่ได้รับบทนี้ เพราะรู้ตัวว่าทำไม่ได้ เรายังไม่เชื่อตัวเอง เราเลยไม่กล้าให้คนอื่นเชื่อ ซึ่งไม่ได้แปลว่าผมไม่ให้เกียรตินะ ผมให้เกียรติเสมอ และวันนี้ผมทะลุกำแพงสิ่งนี้ กล้าที่จะออกมาทำจริงๆ เราอยากทำงานดีๆ อยากสร้างความบันเทิงให้คนดู เพราะฉะนั้นถ้าคนดูสนุก เราก็ดีใจแล้ว”

(สำหรับซีรีส์การุณยฆาต ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง ONE31)

Credits

สถานที่: Cielo Sky Bar & Restaurant

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)