แคลร์ จิรัศยา ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Cover แคลร์ จิรัศยา ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
แคลร์ จิรัศยา ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)

ความงดงามของภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (FLAT girls) คือการที่หนังได้พาเราไปเห็นความทรงจำของ ‘แคลร์ จิรัศยา วงษ์สุทิน‘ ผู้กำกับดาวรุ่งเจ้าของผลงานซีรีส์ ‘One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ’ รวมถึงผู้เขียนบทภาพยนตร์ ‘โฮมสเตย์’ ซึ่งเคยเติบโต อาศัย และใช้ชีวิตอยู่ในแฟลตตำรวจมานานถึง 30 ปี แม้จะเป็นการกำกับหนังยาวเรื่องแรก แต่หนังเรื่องนี้ก็เป็นสตอรี่ที่อยู่ในใจของเธอตลอดมา

‘เราอยากเล่าเรื่องนี้มาโดยตลอด เหมือนเป็นไอเดียเดียวที่อยู่กับเรา และเป็นชีวิตของเราจริงๆ ’ ผู้กำกับสาวกล่าวด้วยแววตาที่เป็นประกาย

แคลร์ จิรัศยา เติบโต อาศัย และใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในฐานะลูกตำรวจธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ความธรรมดานั้นเอง เมื่อมองผ่านสายตาของนักทำหนังรุ่นใหม่ผู้เคยสร้างประวัติศาสตร์กวาดรางวัลชนะเลิศการประกวดหนังสั้นนิสิตนักศึกษาของมูลนิธิหนังไทย หรือรางวัล ‘ช้างเผือก’ ติดกันถึง 3 ปีซ้อน กลับถูกกลั่นกรอง เรียบเรียง และปรุงแต่ง จนเรื่องราวธรรมดาๆ กลายเป็นความพิเศษที่แสนจริงใจ และสะท้อนความเป็นตัวตนของเธอได้มากที่สุด

แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า ภาพยนตร์ดราม่าแนว coming of age เรื่องนี้ พาเราไปสำรวจการก้าวข้ามผ่านช่วงวัยในโลกที่ทุกอย่างถูกกำหนดด้วย ‘ชั้น’ ระหว่างความฝัน ฐานะ หรือแม้กระทั่งความรัก เล่าเรื่องราวของสองสาววัยรุ่นลูกตำรวจ ณ แฟลตแห่งหนึ่ง ที่แม้ทั้งคู่จะมีฐานะแตกต่างกัน แต่ความสัมพันธ์ไม่เคยมีระยะห่าง จนวันหนึ่งเมื่อมิตรภาพของพวกเธอถูกท้าทายด้วยความจริงในชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การพยายามโอบกอดก้อนความฝันและความหวังเอาไว้ให้ได้นานที่สุด น่าจะเป็นหนึ่งในรสชาติแห่งการเติบโตที่ใครหลายคนเคยเจอ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ส่วนผสมอันลงตัวของนักแสดงหลากหลายเจเนอเรชั่น ทั้ง เอินเอิน ฟาติมา เดชะวลีกุล, เจน แฟร์รี่ กิรณา พิพิธยากร, บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, น้ำฝน ภักดี, อาโป วชิรากร รักษาสุวรรณ, จอยซ์ กรภัสสรณ์ รัตนเมธานนท์ ฯลฯ ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงในแฟลตตำรวจ รวมทั้งยังถ่ายทำ ณ สถานที่จริง ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากภาพยนตร์เรื่องไหน

อ่านเพิ่มเติม: เปิดไลน์อัป 9 หนังและซีรีส์ไทยใหม่แห่งปี 2025 จาก Netflix ประเทศไทย

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)
Above ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)
ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)

แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ ‘แฟลตเกิร์ล’

สิ่งที่ เก้ง จิระ มะลิกุล และวัน วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ โปรดิวเซอร์มากฝีมือแห่งค่ายหนัง GDH มักบอกกับคนทำหนังรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้กำกับหนังยาวเรื่องแรก คือให้เลือกทำสิ่งที่ตัวเองรู้มากที่สุดและสนใจมากที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญให้ แคลร์ จิรัศยา วงษ์สุทิน ผู้กำกับสาววัย 33 ปี เลือกบอกเล่าเรื่องราวชีวิตในแฟลตตำรวจ ซึ่งเธอผูกพันมาตลอดสามสิบปีเต็ม

“แฟลตเกิร์ล เป็นเหมือนบทสรุปชีวิตของแคลร์ในช่วงที่เราเคยอยู่ที่นั่น ด้วยความที่เราเป็นลูกตํารวจ แล้วก็ไม่ได้เป็นตํารวจที่มีเงินอะไรมากมาย การเติบโตในแฟลตตํารวจทำให้เราเห็นว่า ชีวิตตำรวจชั้นผู้น้อยนั้น ถ้าฝันอยากจะมีชีวิตที่อู้ฟู่ ลำพังการทำงานเป็นแค่ตำรวจคงเป็นไปได้ยาก"

แคลร์ใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นมาพร้อมกับเพื่อนๆ ลูกหลานตำรวจวัยเดียวกันในแฟลต หลายคนมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ บางคนอยากออกไปซื้อบ้าน บางคนอยากเป็นแอร์โฮสเตส แต่พอทุกคนโตขึ้น ก็เริ่มรับรู้ว่าชีวิตจริงนั้นไม่ได้ง่ายแบบที่ฝัน

"ตอนนั้นเราแค่คิดว่า เราโคตรโชคดีเลยที่ได้เกิดมาที่นี่ ได้อยู่ด้วยกัน และเราคงจะได้อยู่กับเพื่อนๆ ไปตลอด แต่สุดท้ายก็ค้นพบความจริงว่ามันเป็นไปไม่ได้ เมื่อถึงวันนึงที่พ่อเกษียณ เราไม่มีวันจะซื้อบ้านใกล้กันขนาดนั้นได้ บ้านในกรุงเทพฯ ราคาแพงมาก โลกความจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก" 

อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์ 5 หนัง ผู้เข้าชิงออสการ์สาขา ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’ ประจำปี 2025

Tatler Asia
ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)
Above แคลร์ จิรัศยา วงษ์สุทิน ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)

แคลร์เล่าว่า สมัยเด็กๆ คนรุ่นพ่อแม่ส่วนใหญ่มักเป็นตำรวจที่ย้ายจากต่างจังหวัดมาอยู่กรุงเทพฯ มาสร้างชีวิตที่แฟลตตํารวจ มีครอบครัว มีลูก แล้วก็เลี้ยงลูกจนเกษียณ เพราะฉะนั้นเป็นช่วงที่กินเวลายาวนานมาก “อย่างพ่อแคลร์ก็คืออยู่ตั้งแต่เขาอายุ 20 จนถึง 60”

ขณะที่ตํารวจรุ่นใหม่ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีครอบครัว แล้วก็ไม่ค่อยอยากอยู่แฟลต ทำให้ชีวิตและบรรยากาศในแฟลตตำรวจเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก

"ยุคหลังๆ แฟลตตำรวจค่อนข้างเงียบมาก คนรุ่นแคลร์เริ่มแยกย้ายกันออกไป ทุกคนพยายามไปมีคอนโด พยายามไปมีชีวิตที่อื่น ไม่เหมือนกับตอนที่เราเคยเติบโตมา เราเคยรู้สึกว่าเรารักที่นี่มาก ผูกพันกับที่นี่มาก และเราอยากอยู่ที่นี่ไปตลอด แต่พอหลังๆ เราเริ่มเห็นแล้วว่า บางทีสิ่งต่างๆ ก็ไม่ได้สวยงามเหมือนที่เราคิด ก็เลยเป็นประเด็นที่แคลร์อยากจะเล่าในแฟลตเกิร์ล เหมือนเราได้มองย้อนกลับไปในที่ที่เราเคยเติบโตมา"

อ่านเพิ่มเติม: รวมซีรีส์วายใหม่ที่หลายคนตั้งตารอในปี 2025

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Tatler Asia
ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
ภาพยนตร์ 'แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า' (ภาพ: GDH)

ความท้าทายครั้งใหม่กับหนังยาวเรื่องแรก

การเดินทางของ แคลร์ จิรัศยา นักทำหนังดาวรุ่งที่เคยฝากผลงานการกำกับไว้ในซีรีส์ One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ (2019) รวมถึงเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ โฮมสเตย์ (2018) และซีรีส์ DELETE (2023) สู่การกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกใน แฟลตเกิร์ล (2025) ที่แม้จะมีเค้าโครงจากประสบการณ์ชีวิตจริง แต่แคลร์ก็ยอมรับว่านี่เป็นงานที่ยากและท้าทายสำหรับเธอ

“แต่ก่อนเราจะทำอะไรไปตามเซ้นส์ (sense) ของเรา และเราคิดว่าถ้าเราเชื่อในเซ้นส์ของตัวเอง มันจะออกมาดีเสมอ แต่พอมาทําเรื่องนี้ เหมือนเราเพิ่งรู้สึกว่ามีอะไรให้เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ เรายังต้องพัฒนาตัวเอง และต้องเก่งกว่านี้ให้มากๆ เราต้องเป็นคนทําหนังที่ดีกว่านี้ในทุกขั้นตอน”

หนึ่งในความท้าทายสำหรับเธอคือระยะเวลาในการเล่าเรื่องสำหรับภาพยนตร์ที่ค่อนข้างแตกต่างจากซีรีส์ เธออธิบายว่า ซีรีส์จะมีเวลาให้เล่าเรื่องได้เยอะ ทั้งเส้นเรื่องหลักและเส้นเรื่องรอง ค่อยๆ เล่า 40 นาทีจบในตอน ไม่ต้องตรึงคนดูให้อยู่สองชั่วโมงในทีเดียว ขณะที่รูปแบบของหนังสั้นคือการเล่าเรื่องแค่หนึ่งไอเดียหรือหนึ่งโมเมนต์เท่านั้น

“หนังยาวเหมือนเป็นแกรมม่าใหม่ที่เรายังต้องเรียนรู้อยู่ คือคนทำหนังเรื่องแรกมักจะทำแล้วยาวนิดหนึ่ง (หัวเราะ) อย่างแฟลตเกิร์ลก็มีการตัดอะไรออกไปเยอะเหมือนกัน ด้วยความที่เรื่องมีหลายตัวละคร หลายประเด็น พอถึงขั้นตอนการตัดต่อ เราค่อนข้างต้องเลือกดีนิดหนึ่งว่า อะไรสําคัญและอะไรไม่สําคัญ ไม่อย่างนั้นหนังจะยาวเกินไป”

สำหรับความยากที่สุดในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับเธอ คือการดึงตัวเองออกจากประสบการณ์ชีวิตจริง และมองผ่านเลนส์ของการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์

“มีหลายครั้งมากตอนที่ทำหนังเรื่องนี้ที่เราตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่าง โดยที่เราเผลอคิดไปว่าเราคือเด็กคนนั้นที่อยู่ในแฟลต แต่การทำหนังสำหรับแคลร์ เราต้องมองหนังให้มันเป็นหนัง ไม่ใช่มองหนังแบบมองชีวิต บางทีเส้นแบ่งระหว่างหนังกับชีวิตจริงค่อนข้างเบลอ (blur) มากสำหรับเรา เราพยายามเอาตัวเองออกมาและมองแบบคนนอก มองผ่านสายตาของคนที่เคยเจอสิ่งเหล่านี้มา เรามีความคิดเห็นอะไรเมื่อมองย้อนกลับไป และเราอยากจะบอกอะไรให้คนอื่นฟัง”

Tatler Asia
Above แคลร์ จิรัศยา วงษ์สุทิน ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)

ความเรียบง่ายที่สร้างแรงสั่นสะเทือน เมื่อ ‘หนังก็ทำแบบนี้ได้นะ’

หลายคนที่เคยติดตามผลงานของ แคลร์ จิรัศยา ตั้งแต่แจ้งเกิดจากการเป็นมือรางวัลหนังสั้นระดับประเทศ ที่เคยคว้ารางวัลช้างเผือกติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน คงจะคุ้นเคยกับลายเซ็นอันเด่นชัดของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าสังเกตโมเมนต์ชีวิตคนสองคนผ่านบทสนทนายาวๆ หรือความสัมพันธ์อันซับซ้อนของตัวละคร โดยเฉพาะมิติเรื่องเพศ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่และยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงในยุคนั้น 

ไม่ว่าจะเป็นผลงานอย่าง กลับบ้าน (2011), เด็กสาวสองคนในสนามแบดมินตัน (2012), วันนั้นของเดือน (2014) โดยหนังสั้นเรื่อง ‘วันนั้นของเดือน’ (That Day of The Month) ยังได้รับรางวัล Jury Mention จากเทศกาลภาพยนตร์สั้น Clermont-Ferrand International Short Film Festival ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์สั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

“ตอนเด็กๆ หนังดูเป็นอะไรที่ไกลตัวสำหรับเรา เรารู้สึกว่าดาราหรือคนทําหนังคนทําละคร เขาดูมีชีวิตที่อู้ฟู่ แล้วก็ดูเป็นงานที่ยาก เพราะเขามักจะเล่าเรื่องอะไรที่ดูใหญ่กว่าชีวิตจริง หรือมีความแฟนตาซีไปเลย จนวันหนึ่งเราบังเอิญได้ดูหนังที่เล่าเรื่องชีวิตคนธรรมดาๆ แบบหนังของ Céline Sciamma (นักเขียนบทและผู้กำกับหนังชาวฝรั่งเศส) ที่ทำภาพยนตร์เรื่อง Portrait of a Lady on Fire (2019) ซึ่งเขาทําหนังเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงมาตั้งแต่แรกเลย เราก็รู้สึกว่า อุ๊ย! มีหนังแบบนี้ด้วยเหรอ หนังที่ไม่ได้มีพล็อตที่ฉูดฉาดมากนัก หนังที่โฟกัสที่คนธรรมดาอย่างเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเหมือนเราได้เห็นตัวเองในนั้น ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดี และทำให้เรารู้ว่า หนังก็ทําแบบนี้ได้นะ”

แคลร์ เล่าถึงภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธออย่าง Once (2007) ที่แม้จะถ่ายด้วยกล้องธรรมดาๆ เล่าเรื่องคนคุยกันไปเรื่อยๆ แต่กลับทำให้เธอ ‘รู้สึก’ ถึงความรักความสัมพันธ์ของตัวละครได้มาก หรือ ‘Before’ Trilogy (1995 - 2013) ที่แม้เส้นเรื่องจะเป็นโมเมนต์ของคนคุยกัน แต่ก็เหมือนเราได้เห็นชีวิตเขาทั้งชีวิตแล้ว

“มันเป็นอะไรที่เรารู้สึกเชื่อมโยง (relate) ได้ เพราะว่าชีวิตคนจริงๆ ก็แบบนี้แหละ เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันอยู่ในใจเรามากกว่า และพอได้เห็นหนังแบบนี้เยอะๆ ก็ยิ่งทําให้เห็นความเป็นไปได้ที่เราจะสามารถทำหนังแบบนี้ได้เหมือนกัน (ยิ้ม)” 

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)

เล่าเรื่องให้เป็นเรื่อง เล่าให้ไกลกว่าเรื่องตัวเอง

แม้เรื่องราวเล็กๆ ของคนธรรมดาจะเป็นสิ่งที่ แคลร์ จิรัศยา ให้ความสนใจ แต่เธอยอมรับว่าเมื่อโตขึ้น ได้เริ่มทำงานและมีประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้น เธออยากเล่าเรื่องให้ไกลกว่าเรื่องของตัวเอง

“แต่ก่อนเรารู้สึกว่า เราอยากเล่าอะไร เราก็เล่า มันเป็น voice แบบเด็กวัยรุ่นมากๆ แต่พอเราโตขึ้น มันมีความรู้สึกว่า อยากเล่าเรื่องให้เป็นเรื่องมากขึ้น เราแคร์ในสิ่งที่เราพูดมากขึ้น ไม่ใช่แค่พูดถึงชีวิตฉัน ไม่ใช่พูดอะไรก็ได้ แต่มีเรื่องบางเรื่องที่เราอยากจะบอกคนดู”

มายด์เซ็ตที่เปลี่ยนแปลงไปนี้เอง ทำให้แคลร์พยายามใส่หลากหลายประเด็นที่เธอได้เรียนรู้และตกตะกอนจากชีวิตในแฟลตตำรวจ เข้าไปในภาพยนตร์เรื่อง ‘แฟลตเกิร์ล’

“เราไม่อยากให้มองว่า แฟลตเกิร์ลเป็นแค่หนังเกิร์ลเลิฟ เพราะมันมีประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ในนั้นเยอะมาก หนังเรื่องนี้พูดถึงอะไรที่กว้างกว่านั้นมาก มันคือการเติบโตของเด็กผู้หญิงสองคน มันคือชีวิตของตัวละครที่อยู่ในแฟลตตํารวจจริงๆ ที่เขาต้องเผชิญกับปัญหา และมากระทบกับความฝัน ความสัมพันธ์ และความเป็นอยู่ของพวกเขา รวมถึงเรื่องราวของตัวละครอีกหลายตัวที่พยายามดิ้นรนเพื่อจะมีชีวิตที่ดี เราอยากเป็นกระบอกเสียงเล็กๆ ที่ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้คนดูได้รับรู้อีกแง่มุมหนึ่งของชีวิตในแฟลตตํารวจ ที่ค่อนข้าง unique และไม่เคยได้รับรู้มาก่อนอย่างแน่นอน”

สำหรับความคาดหวังต่อผลงานภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของแคลร์ในฐานะผู้กำกับ เธอก็ตั้งใจที่จะพา ‘แฟลตเกิร์ล’ เดินทางไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งโรงภาพยนตร์ในไทยและเทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศ

“เราอยากรู้มากๆ ว่าคนไทยที่ได้ดู เขาจะรีแอ็กกับหนังเรื่องนี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ พอหนังเรื่องนี้จบลง จะมีหนึ่งคําถามที่ทุกคนอยากรู้ คําถามที่หนังไม่ได้ตอบ เพราะเราอยากให้คนดูตอบเอง และเราอยากฟังเหมือนกันว่า แต่ละคนมีความคิดเห็นต่อคําถามที่ว่านี้อย่างไร...”

ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)
Tatler Asia
Above ภาพยนตร์ ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ (ภาพ: GDH)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)