จาฟาร์ ปานาฮี (Jafar Panahi) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิหร่าน คว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง ปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2025 สำหรับผลงานล่าสุด It Was Just an Accident ภาพยนตร์ที่ได้รับการยืนปรบมือ (standing ovation) นานถึงแปดนาทีในรอบปฐมทัศน์
นี่คือรางวัลสำคัญที่ทุกคนรอคอย สำหรับ ปาล์มทองคำ (Palme d'Or) รางวัลสูงสุดของเทศกาลหนังเมืองคานส์ ซึ่งมีการมอบมาอย่างยาวนานกว่า 70 ปี ตั้งแต่ปี 1955 และเป็นรางวัลที่ เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยหนึ่งเดียวเคยได้รับจากภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) เมื่อปี 2010
สำหรับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 ในปีนี้ ชื่อของ จาฟาร์ ปานาฮี (Jafar Panahi) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิหร่าน กลายเป็นผู้คว้ารางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าว จากผลงาน It Was Just an Accident (2025) ที่ไม่เพียงเปี่ยมด้วยคุณภาพ แต่ยังรวมถึงเบื้องหลังการสร้างที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ ความกล้าหาญ และความเจ็บปวด
ปานาฮี คือหนึ่งในผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดของอิหร่าน เขาเคยคว้าทั้งรางวัลหมีทองคำ (Golden Bear) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน จากผลงาน Taxi (2015) รวมถึงรางวัลสิงโตทองคำ (Golden Lion) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส จากผลงาน The Circle (2000) ซึ่งถือเป็นสองเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติชั้นนำ เคียงคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์
ก่อนหน้านี้ ผู้กำกับชาวอิหร่านเคยถูกจับกุมจากการสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน เขาต้องเผชิญกับการกดขี่ทางการเมืองและถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศมาอย่างยาวนาน โดยนี่นับเป็นการปรากฏตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติครั้งแรกของเขาในรอบ 15 ปี

Above ภาพยนตร์เรื่อง It Was Just an Accident (2025) เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d'Or) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2025 (ภาพ: festival de cannes)

Above ผลงานภาพยนตร์ ‘The Circle’ (2000) ของจาฟาร์ ปานาฮี เจ้าของรางวัลสิงโตทองคำ (Golden Lion) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส (Venice Film Festival)

Above ผลงานภาพยนตร์ ‘Taxi’ (2015) ของจาฟาร์ ปานาฮี เจ้าของรางวัลหมีทองคำ (Golden Bear) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน (Internationale Filmfestspiele Berlin)
เรื่องเล่าจากบาดแผลในอดีต
ภาพยนตร์เรื่อง It Was Just an Accident (หรือ Un Simple Accident) พาผู้ชมดำดิ่งสู่เรื่องราวของ ‘วาฮิด’ (Vahid) อดีตนักโทษการเมืองที่ได้พบกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาเชื่อว่าเคยเป็นผู้ทรมานเขาในคุก วาฮิดจึงรวบรวมผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เพื่อร่วมกันเปิดโปงความจริง และเพื่อสะสางความคับแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ พวกเขาต้องเผชิญกับความซับซ้อนทางศีลธรรม ที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความยุติธรรมและการแก้แค้นเลือนลาง นี่คือการตั้งคำถามถึงความหมายของการให้อภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เรื่องราวที่เข้มข้นของภาพยนตร์ และการกำกับอันยอดเยี่ยม ทำให้ จาฟาร์ ปานาฮี ได้รับการยืนปรบมือ (standing ovation) ยาวนานถึงแปดนาทีในรอบปฐมทัศน์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025 และกลายเป็นหนึ่งในโมนเมนต์ที่ซาบซึ้งที่สุดของเทศกาลในปีนี้
“ถึงเวลาแล้วที่จะเราจะวางความขัดแย้ง ความแตกต่าง และปัญหาทั้งหลายไว้ข้างหลัง สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ประเทศของเรา และเสรีภาพในประเทศของเรา ขอให้พวกเรารวมพลังกัน ไม่มีใครควรมาสั่งสอนว่าเราควรสวมใส่อะไร ควรทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไรบ้าง” ถ้อยคำจากปานาฮี ถึงพี่น้องชาวอิหร่าน เรียกเสียงปรบมืออันกึกก้องจากผู้คนมากมายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์แห่งนี้
อ่านเพิ่มเติม: “ใช้ชีวิตให้เหมือนสายน้ำ” ข้อคิดจากผู้กำกับสี่รางวัลคานส์ ‘เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ กับเส้นทาง 25 ปี แห่งความสำเร็จ

Above จาฟาร์ ปานาฮี (Jafar Panahi) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิหร่าน คว้าอันทรงเกียรติอย่างปาล์มทองคำ (Palme d'Or) ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025 (Photo by Pascal Le Segretain/Getty Images)
จากผู้ต้องขังสู่เวทีโลก และน้ำตาแห่งชัยชนะ
ความสำเร็จของปานาฮีไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ หนำซ้ำเขายังต้องเผชิญกับขวากหนามและข้อจำกัดเรื่องสิทธิเสรีภาพมากมาย ผู้กำกับชาวอิหร่านเคยถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำหนัง เดินทาง หรือให้สัมภาษณ์เป็นเวลานานถึง 20 ปี แต่เขาไม่เคยหยุดสร้างงาน ปานาฮีแอบถ่ายทำภาพยนตร์ It Was Just an Accident แบบลับๆ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางการอิหร่าน แถมยังละเมิดกฎของรัฐด้วยการไม่ให้ตัวละครหญิงสวมฮิญาบ นี่จึงไม่ใช่เป็นเพียงการเล่าเรื่องราวผ่านภาพยนตร์ แต่คือการท้าทายระบบด้วยงานศิลปะ
ภาพยนตร์ It Was Just an Accident เป็นผลงานร่วมผลิตโดยอิหร่าน ฝรั่งเศส และลักเซมเบิร์ก เนื้อหาบางส่วนได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวของปานาฮี ขณะอยู่ในเรือนจำ โดยเฉพาะการได้พบเจอกับผู้คนที่นั่น ได้ฟังเรื่องราวและภูมิหลังของพวกเขา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียสำคัญในหนังเรื่องนี้
โมเมนต์แห่งประวัติศาสตร์ที่ผู้กำกับวัย 64 ปี ก้าวขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัลปาล์มทองคำ เขาพูดด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า
“ผมจะยินดีกับรางวัลได้อย่างไร ในเมื่อยังมีผู้กำกับ นักแสดง และศิลปินในอิหร่านอีกมากมาย ที่ถูกห้ามไม่ให้สร้างงานศิลปะ พวกเขาคือผู้ที่สมควรจะยืนอยู่ที่นี่ด้วยกัน”
คำพูดของเขากลายเป็นเสียงสะท้อนให้กับศิลปินที่ยังถูกกดขี่ทั่วโลก และตอกย้ำว่ารางวัลนี้ไม่ใช่เพียงรางวัลของเขา แต่เป็นชัยชนะของเสรีภาพในการแสดงออก เขาคือผู้กำกับที่แม้จะถูกบังคับให้เงียบ แต่เสียงของเขากลับยิ่งดังผ่านโลกของภาพยนตร์
ชัยชนะของจาฟาร์ ปานาฮี คือเครื่องยืนยันว่า ‘ภาพยนตร์’ มิได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับความอยุติธรรม เป็นแสงสว่างในความมืด และเป็นพลังที่ไม่มีใครสามารถจะปิดกั้นได้

Above จาฟาร์ ปานาฮี ขึ้นรับรางวัลปาล์มทองคำ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘It Was Just an Accident’ ในพิธีปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 (ภาพ: Andreas Rentz/Getty Images)
Above ตัวอย่างภาพยนตร์ It Was Just an Accident (2025)





