Cover ปิ๊ง ชญาภา จูตระกูล ผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่แห่งแวดวงลักซ์ชูรี ผู้ก่อตั้ง Directions Group (Thailand) และหนึ่งใน Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ปิ๊ง ชญาภา จูตระกูล ผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่แห่งแวดวงลักซ์ชูรี ผู้ก่อตั้ง Directions Group (Thailand) และหนึ่งใน Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 กับเป้าหมายสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย ไปสู่ Luxury Hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สาวสวยสุดแอ็คทีฟ ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่รอบรู้ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ธุรกิจ และความคิดสร้างสรรค์ แม้จะเติบโตและคลุกคลีอยู่ในแวดงวงรีเทลและลักซ์ชูรีมาตั้งแต่เด็ก แต่ปิ๊งกลับสนใจเลือกเรียนต่อในสาขา Mass Media and Communication ก่อนจะคว้าปริญญาโทด้าน Applied Analytics จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย หนึ่งในไอวีลีกใจกลางมหานครนิวยอร์ก กับความใฝ่ฝันที่จะทำงานในสาย data scientist

แต่จังหวะและโอกาสก็นำพาให้เธอได้เกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย นับตั้งแต่สตูดิโอ 2x4 ที่ New York และ McCann Worldgroup กับการรับผิดชอบดูแลแบรนด์ระดับโลก ก่อนจะออกมาช่วยธุรกิจกลุ่มสยามพิวรรธน์ ในการวางแผนกลยุทธ์ด้านดิจิทัล การตลาด และการพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนช่วยเนรมิตให้ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ในขณะนั้นปรากฏสู่สายตาชาวโลก

นอกจากนี้ ปิ๊งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง The Pink Lab บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ การตลาด และการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาธุรกิจ รวมถึงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งลักซ์ชูรีไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้อย่าง JAI by ONESIAM อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: เปิดลิสต์ Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 ผู้นำแห่งอนาคต ที่ช่วยกำหนดอนาคตของเอเชีย

Tatler Asia
Above ปิ๊ง ชญาภา จูตระกูล ผู้ก่อตั้ง Directions Group (Thailand) และหนึ่งใน Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงลักซ์ชูรี

แม้เธอจะมีหลากหลายบทบาทและความสนใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ทายาทสยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญและทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปลุกปั้นมาตั้งแต่แรก คือโปรเจ็กต์ Directions Group (Thailand) เอเจนซีผู้เชี่ยวชาญด้านลักซ์ชูรี ซึ่งเธอนั่งหัวเรือใหญ่ในตำแหน่ง Executive Director

“ตอนนั้นเรามองเห็นว่าตลาดของแบรนด์ลักซ์ชูรีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจึงอยากจะนําประสบการณ์ดีๆ รวมถึง insight ต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ยกระดับขึ้นไปสู่ global practice เราจึงร่วมทุนกับทางสิงคโปร์ โดยที่เราเป็นคน lead ในการสร้าง บริษัท Directions Group (Thailand) ขึ้นมา”

ปิ๊ง เล่าว่า Directions Group (Thailand) ประกอบด้วยบริการสามส่วน ได้แก่ หนึ่งคือการทำ PR & Communication ให้กับแบรนด์ลักซ์ชูรี สองคือการทําอีเวนต์ รวมถึงออกแบบประสบการณ์ในรูปแบบต่างๆ และสุดท้ายคือการเป็นที่ปรึกษาด้าน CRM (customer relationship management) โดยช่วยแนะนำวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

อ่านเพิ่มเติม: ซีเค เจิง ซีอีโอหนุ่มแห่ง Fastwork กับเป้าหมายใหญ่ พาคนไทยบุกโลกด้วยแพลตฟอร์มบริการ

Tatler Asia
Above ปิ๊ง ชญาภา จูตระกูล ผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่แห่งแวดวงลักซ์ชูรี ผู้ก่อตั้ง Directions Group (Thailand) และหนึ่งใน Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

บทเรียนจากแบรนด์ระดับโลก

ประสบการณ์จากการทำงานกับแบรนด์ระดับโลกสมัยอยู่เอเจนซี และการมีโอกาสได้สัมผัสกับผู้คนในหลากหลายคอมมูนิตี้ชั้นนำ ทำให้เธอซึมซับและเข้าใจภาพใหญ่ของโลกลักซ์ชูรีได้อย่างชัดเจน

“ปิ๊งมองว่า attention to detail คือสิ่งสําคัญสำหรับความเป็นลักซ์ชูรี การเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สามารถสร้างความแตกต่างในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีได้ ไม่ว่าจะในรูปแบบของการสื่อสาร การสร้างอีเวนต์ หรือแม้กระทั่งวิธีการดูแลลูกค้า และนำไปสู่ส่วนที่สอง คือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ต้องเป็น high quality และเป็นมรดก (heritage) สำคัญที่ทางแบรนด์อยากจะส่งมอบให้กับลูกค้า สุดท้ายคือความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกคัดกรองมาอย่างละเอียดลออ เพื่อนําเสนอสิ่งที่แตกต่าง แหวกแนว และสามารถบุกเบิกตลาดได้”

นอกเหนือจากการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแล้ว การจะก้าวไปสู่ผู้นำตลาดลักซ์ชูรีที่ดีได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับคุณภาพและบริการต่างๆ ให้เป็นมาตรฐานโลก

“เราไม่ได้ทํางานหรือพัฒนาบุคลากร เพื่อตอบสนองเพียงโจทย์ของประเทศไทยเท่านั้น แต่เราต้องทำให้วิธีการทํางานต่างๆ มีความเป็นมืออาชีพระดับโลก เป็น global standard ซึ่งการทำงานกับแบรนด์ลักซ์ชูรีต่างๆ ได้ให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่กับปิ๊งว่า การที่เราจะมาดูแลแบรนด์เขาในประเทศไทย เขามีความคาดหวังสูง และเราจะต้อง deliver ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่านั้น”

ตอบสนองความต้องการด้วย “ข้อมูล”

ผู้บริหารหญิงแห่ง Directions Group (Thailand) เผยว่า หนึ่งในความท้าทายของการสื่อสารแบรนด์ระดับโลกให้ประสบความสำเร็จ คือการทำความเข้าใจกับลักษณะและความต้องการของตลาดให้มากที่สุด

“จริงๆ ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีอรรถรสในทุกรูปแบบเลย ลูกค้ามีทั้งความซับซ้อน (sophisticated) มีความเข้าใจเรื่องลักซ์ชูรีมากพอ และมีความต้องการในหลายรูปแบบที่ประเทศอื่นๆ ไม่ได้ต้องการ เพราะฉะนั้น จะทำอย่างไรให้การทํา global practice นั้น ตอบสนองความต้องการของตลาด (local demand) ซึ่งหัวใจสำคัญคือการค้นหาข้อมูลที่เป็นอินไซต์สำคัญของลูกค้า” และเป็นสิ่งที่ปิ๊งกล่าวอย่างภูมิใจว่า นั่นคือจุดแข็งสำหรับคนที่มีแบ็กกราวนด์ในด้านข้อมูลอย่างเธอ

“เราเชื่อว่า ข้อมูลเป็นเหมือนอัตลักษณ์ชนิดหนึ่งที่พลิกแพลงวงการ ไม่ใช่เพียงแค่แบรนด์ลักซ์ชูรี แต่ทุกวงการ เราอาจมีข้อมูลหลายแบบ ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ (quantity) อย่างยอดขาย หรือเอ็นเกจเมนต์ เช่น ยอดไลก์ คอมเมนต์ บนโซเชียลมีเดีย รวมถึงข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative) ที่แปรมาจากฟีดแบ็กของลูกค้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสําคัญต่อการตัดสินใจ หรือการสร้างกลยุทธ์ให้กับแบรนด์”

Tatler Asia
Above Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow 2025 (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ยกระดับประเทศไทยสู่ luxury hub ของอาเซียน

แม้สมรภูมิการแข่งขันในโลกแห่งความหรูหราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่เธอกลับมองเห็นโอกาสและความพร้อมของประเทศไทยที่จะก้าวไปได้ไกลมากกว่านี้

“การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ทุกอย่างเป็นโอกาส ในวันที่ตลาดไม่อยู่ในช่วงที่ดี ก็เป็นโอกาสที่เราจะมองเห็นธุรกิจหรือวิธีการทํางานใหม่ๆ อย่างเช่นวันนี้ที่ทั้งโลกดูเหมือนจะผันผวน แต่ประเทศไทยก็ยังมีความต้องการในสินค้าประเภทต่างๆ เช่น นาฬิกา จิลเวลรี ที่เป็นโอกาสให้เราต่อยอดได้”

สิ่งสำคัญที่สุด คือเธอเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่พร้อมสำหรับการเป็น luxury hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีองค์ประกอบที่สำคัญสามประการ ที่จะทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้

“อย่างแรก คือประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี อย่างที่สอง เรามีเซเลบริตี้ และ KOL ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แทบจะแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปหาอินฟลูเอนเซอร์อื่นๆ เพื่อมากระตุ้นตลาดในบ้านเรา ในฐานะที่ปิ๊งเองอยู่ในวงการนี้ เราได้ร่วมมือกับศิลปินคนดังเยอะมาก และเห็นได้ชัดว่าแบรนด์ต่างๆ ก็อยากจะร่วมงานกับศิลปินไทย รวมถึง thought leaders ในเซ็กเมนต์อื่นๆ ของไทยมากขึ้น”

ส่วนสุดท้ายที่เป็นความโดดเด่นอย่างมากของประเทศไทย คือมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งงานฝีมือ (craftmanship) หลากหลายแขนงที่เต็มไปด้วยความงดงาม

“เรามี heritage ค่อนข้างเยอะ ทั้งในแง่ของฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นทิศทางที่สำคัญและมีบทบาทอย่างมากสำหรับแวดวงลักซ์ชูรีในอนาคต ในฐานะ Gen.T Leaders of Tomorrow เราอยากให้สังคมไทยมีการส่งเสริมในเรื่องความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ปิ๊งเชื่อว่า creativity ของคนรุ่นใหม่จะทำให้เกิดอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกเยอะมาก และสิ่งเหล่านี้เองที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย ไปสู่การเป็น luxury hub ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง”

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)