ประสบความสำเร็จสูงสุดในรอบห้าปี Christie’s โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2026 โต 71 เปอร์เซ็นต์ คนรุ่นใหม่และตลาดเอเชียร่วมดันตลาดประมูลโลกกันคึกคัก
สถาบันประมูลชั้นนำระดับโลกอย่าง Christie’s (คริสตีส์) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1766 โดย James Christie ได้รายงานผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 อย่างน่าประทับใจ โดยทำสถิติยอดขายแข็งแกร่งที่สุดในรอบห้าปี ด้วยมูลค่ารวมสูงถึง 4.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.14 แสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 71 เปอร์เซ็นต์ (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพรวมของตลาดศิลปะและวัตถุสะสมมูลค่าสูงที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
อ่านเพิ่มเติม: ประภาวดี โสภณพนิช หัวเรือใหญ่แห่ง ‘คริสตีส์’ (Christie’s) หนึ่งในผู้ผลักดันศิลปะไทยสู่เวทีโลก

Above Christie's Thailand จัดเสวนาพิเศษกับสองผู้ร่วมก่อตั้ง ปัญญชลี เพ็ญชาติ และเยาวณี นิรันดร ร่วมด้วย ประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie's Thailand ในโอกาสครบรอบ 40 ปี Christie's Asia เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา สาระสำคัญช่วงหนึ่งระบุว่า บทบาทของสถาบันการประมูลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อขาย แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน art ecosystem (ภาพ: Christie's Thailand)
พลังนักสะสมรุ่นใหม่ดิจิทัลและคอลเล็กชั่นทุบสถิติ
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการตื่นตัวของกลุ่มนักสะสมรุ่นใหม่ โดยพบว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าใหม่ของ Christie’s คือกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z นอกจากนี้ ช่องทางออนไลน์ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถดึงดูดผู้ซื้อหน้าใหม่เข้ามาได้มากถึง 63 เปอร์เซ็นต์ ในด้านประสิทธิภาพการประมูลนั้น Christie’s มีอัตราการขายสำเร็จ (sell-through rate) สูงถึง 91 เปอร์เซ็นต์ และมียอดซื้อจากลูกค้านอกพื้นที่เพิ่มขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนราคาประมูลสิ้นสุดต่อราคาประเมินขั้นต่ำขยับขึ้นไปอยู่ที่ 124 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้น 12 จุดเปอร์เซ็นต์ (YoY)
ไฮไลต์สำคัญระดับโลกในครึ่งปีแรกคือการประมูลคอลเล็กชั่น Masterpieces ระดับตำนานอย่าง “The Collection of S.I. Newhouse” ที่จัดขึ้น ณ นครนิวยอร์กในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งสร้างยอดขายรวมได้สูงถึง 630.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.06 หมื่นล้านบาท โดยมีผลงานชิ้นเอกที่ทำสถิติโลก ได้แก่

Above ผลงานสีน้ำมันและสีเคลือบบนผ้าใบ ‘Number 7A’ (1948) ของ Jackson Pollock (1912-1956) ขนาด 35 x 131 ½ นิ้ว (88.9 x 334 ซม.) (ภาพ: Christie's)
● ผลงานภาพวาด Number 7A, 1948 ของ Jackson Pollock สามารถทำยอดประมูลสูงถึง 181.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.94 พันล้านบาท

Above ผลงานประติมากรรม ‘Danaïde’ (ประมาณปี 1913) ของ Constantin Brancusi (1876-1957) ลงชื่อและประทับตราโรงหล่อ 'BRANCUSI C. VALSUANI CIRE PERDUE' (ด้านข้างคอ) ทำจากทองสัมฤทธิ์ ประดับด้วยแผ่นทองคำเปลวและเคลือบสีดำ ความสูง (ไม่รวมฐาน): 10 7⁄8 นิ้ว (27.1 ซม.) (ภาพ: Christie's)
● ผลงานประติมากรรม Danaïde ของ Constantin Brancusi ทำสถิติยอดขายไว้ที่ 107.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.53 พันล้านบาท
ตลาดเอเชียและฮ่องกงยังคงเป็นแกนนำสำคัญ
ภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดโลก โดยฮ่องกงสามารถครองแชมป์ผู้นำตลาดประมูลได้ติดต่อกันเป็นฤดูกาลที่ห้า ในงานประมูล “20th Century Spring Auctions” ช่วงเทศกาล Hong Kong Art Week สามารถทำยอดขายรวมได้กว่า 8.88 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 3.71 หมื่นล้านบาท ด้วยอัตราการขายสำเร็จสูงถึง 94 เปอร์เซ็นต์
อ่านเพิ่มเติม: Christie’s Hong Kong ฉลอง 40 ปีสุดปัง! ปิดดีลประมูลงานศิลปะกวาดรายได้ทะลุ 3 พันล้านบาท

Above Rahul Kadakia ประธาน Christie’s Asia Pacific และประธานกลุ่ม Global Luxury Group นำสร้อยคอหยก “The Ethereal Jadeite Necklace” ออกประมูลที่ฮ่องกง
ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่มีมูลค่าสูงที่สุดที่ขายได้ในเอเชียในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ในราคา 200.20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (25.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 844.51 ล้านบาท) (ภาพ: Christie's)
ที่น่าสนใจคือนักสะสมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการใช้จ่ายเพื่อการสะสมเติบโตขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ (YoY) ในขณะที่ตลาดจีนก็ยังคงทำหน้าที่เป็นกำลังหลักที่สำคัญของภูมิภาค สะท้อนภาพเอเชียที่กำลังขยายอิทธิพลต่อทิศทางการประมูลระดับโลกอย่างชัดเจน
ศิลปินไทยส่องประกาย สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก
ความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียยังสะท้อนผ่านบทบาทที่แข็งแกร่งของ Christie’s ประเทศไทย ที่เดินหน้าผลักดันผลงานของศิลปินไทยเข้าสู่เวทีประมูลระดับโลก “20/21st Century Art Sales” ที่ฮ่องกง โดยสามารถสร้างสถิติที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2021–2024 ดังนี้

Above ผลงานสีน้ำมันบนผ้าใบ ‘Shore Scene with Boats, Rocks and Scaffold-Like Poles’ (1961) ของ ดำรง วงศ์อุปราช (1936-2002) ขนาด 31 1⁄4 x 58 1⁄8 นิ้ว (79.5 x 147.5 ซม.) (ภาพ: Christie's)
ปี 2024 (งานเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ The Henderson): ผลงาน Untitled (1963) ของ จ่าง แซ่ตั้ง ปิดประมูลที่ราคา 1,638,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 6,869,601.65 บาท) และผลงาน Shore Scene with Boats, Rocks and Scaffold-Like Poles (1961) ของ ดำรง วงศ์อุปราช ปิดประมูลที่ราคา 1.51 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 6.34 ล้านบาท

Above ผลงานสีน้ำมันบนผ้าใบ ‘Scream of Sorrowful’ (1968) ของ ถวัลย์ ดัชนี (2482-2557) ขนาด 78 3⁄4 x 92 7⁄8 นิ้ว (200 x 236 ซม.) (ภาพ: Christie's)

Above ผลงานสีน้ำมันบนผ้าใบ ‘The Symphony of the Universe’ (1971) ของ ประเทือง เอมเจริญ (1935-2022) ขนาด 56 ¼ x 52 ⅜ นิ้ว (143 x 133 ซม.) (ภาพ: Christie's)
ปี 2023: ผลงาน Scream of Sorrowful (1968) ของ ถวัลย์ ดัชนี และ The Symphony of the Universe (1971) ของ ประเทือง เอมเจริญ สามารถทำสถิติตัวเลขประมูลสูงถึงชิ้นละ 6.05 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 25.36 ล้านบาท

Above ผลงานสีน้ำมันบนผ้าลินิน ‘God’ (2011) ในกรอบไม้ของตัวศิลปิน นที อุตฤทธิ์ (1970-) ขนาดภาพ 78 3⁄4 x 126 นิ้ว (200 x 320 ซม.) ขนาดกรอบ 93 3⁄4 x 141 นิ้ว (238 x 358 ซม.) (ภาพ: Christie's)
ปี 2022: ผลงาน God (2011) ของ นที อุตฤทธิ์ ทำสถิติมูลค่าประมูลสูงถึง 4.03 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 16.91 ล้านบาท

Above ผลงานสีน้ำบนผ้าใบ ‘The Garden’ (1978) ของ Tawee Nandakwang (1925-1991) ขนาด 38 ⅜ x 28 1⁄8 นิ้ว (97.5 x 71.5 ซม.) (ภาพ: Christie's)
ปี 2021: ผลงานระดับ Old Master ของไทยได้รับการตอบรับจากนักสะสมอย่างคับคั่ง เช่น The Garden (1978) ของ ทวี นันทขว้าง ที่ปิดประมูลด้วยราคา 812,500 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 3.41 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผลงานชิ้นสำคัญจาก ปรีชา เถาทอง, ประเทือง เอมเจริญ, สุรสิทธิ์ เสาว์คง และ สวัสดิ์ ตันติสุข เข้าร่วมสร้างสถิติด้วย
ท้ายที่สุด Ada Tsui หัวหน้าแผนกศิลปะศตวรรษที่ 20 ของ Christie’s Asia Pacific ได้ให้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า นักสะสมในภูมิภาคเอเชียมักให้ความสำคัญกับผลงานที่มีความเป็นเลิศ มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งตัวเลขการเติบโตและสถิติใหม่ๆ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 นี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างชัดเจนว่า ตลาดการประมูลระดับโลกกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านช่องทางดิจิทัล ฐานนักสะสมรุ่นใหม่ และการซื้อขายข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมการสะสมในทุกระดับราคา




