A penguin walking on the frozen beach (photo: Wirestock / Freepik)
Cover ผู้ประกอบการมีบทบาทสำคัญในการสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความยั่งยืน โดยพัฒนาธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (ภาพ: Wirestock / Freepik)
A penguin walking on the frozen beach (photo: Wirestock / Freepik)

ผู้ประกอบการทั่วโลกกำลังหาวิธีจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และความคิดสร้างสรรค์ ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่งกำลังผงาดขึ้นมา ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจที่ไม่ใช่เพียงเพื่อผลกำไรอย่างเดียว แต่ยังมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าต่อความเป็นอยู่ที่ดีของโลก ซึ่งผู้ประกอบการเชิงนิเวศและนักต่อสู้เพื่อโลกสีเขียวเหล่านี้กำลังใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อสร้างธุรกิจที่เข้ามาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ตั้งแต่เรื่องขยะและมลภาวะ ไปจนถึงการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก และการใช้ทรัพยากรที่ลดลง

เนื่องในวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ผู้คนบนโลกนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ เราจึงขอแนะนำ 10 ผู้ประกอบการดาวเด่นที่อยู่หัวแถวธุรกิจที่เป็นพลังสำคัญในการพลิกฟื้นพื้นที่สีเขียวให้กับโลกของเราอย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม: 10 ปี EEC Thailand ภารกิจสร้างนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ของ อเล็กซ์ เรนเดลล์

1. Bengt Rittri (Blueair & Blue): ผู้พิทักษ์อากาศบริสุทธิ์

Bengt Rittri ผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนที่อุทิศชีวิตเพื่อให้ทุกคนได้หายใจอากาศที่สะอาด เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Blueair ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจด้านการฟอกอากาศภายในอาคาร และต่อมาได้ก่อตั้ง Blue ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนเพื่อเป็นสะพานเชื่อมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

2. Boyan Slat (The Ocean Cleanup): เด็กหนุ่มที่ท้าทายมหาสมุทร

Boyan Slat ผู้ประกอบการอายุน้อยแต่ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาล ในวัย 19 ปีเขาได้ก่อตั้ง The Ocean Cleanup ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่พัฒนาระบบเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อดึงพลาสติกที่ปนเปื้อนออกจากมหาสมุทรและแม่น้ำของโลก วิสัยทัศน์อันทะเยอทะยานและความสามารถทางวิศวกรรมของเขาเป็นความหวังในการรับมือกับหนึ่งในวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่มองเห็นได้ชัดเจน

3. Christoph Gebald และ Jan Wurzbacher (Climeworks): นักล่าคาร์บอน

บริษัทสัญชาติสวิสซึ่งนำโดยสองผู้ร่วมก่อตั้ง Christoph Gebald และ Jan Wurzbacher แห่งนี้ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีการดักจับอากาศโดยตรง (Direct Air Capture : DAC) เพื่อกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศโดยตรง แนวทางที่เป็นนวัตกรรมของพวกเขาเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยทำงานเพื่อลดความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกอย่างแข็งขัน และเป็นความหวังในการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

4. Eben Bayer และ Gavin McIntyre (Ecovative Design): จอมยุทธ์ไมซีเลียม

Ecovative Design บริษัทผลิตวัสดุซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรีนไอส์แลนด์ รัฐนิวยอร์ก และร่วมก่อตั้งโดย Eben Bayer และ Gavin McIntyre กำลังปฏิวัติธุรกิจบรรจุภัณฑ์และวงการวัสดุโดยใช้เส้นใยไมซีเลียม (โครงสร้างรากของเห็ด) ที่เก็บเกี่ยวจากฟาร์มและโปรตีนเพื่อลดการใช้การเกษตรกรรมแบบปศุสัตว์ สร้างทางเลือกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพแทนพลาสติก ผลงานของพวกเขาส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการนำเสนอวัสดุที่ยั่งยืนและย่อยสลายได้สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ

5. Iseult Ward และ Aoibheann O'Brien (FoodCloud): นักสู้กับขยะอาหาร

สองผู้ร่วมก่อตั้งชาวไอริชคู่นี้ได้พัฒนา FoodCloud ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมโยงธุรกิจที่มีอาหารส่วนเกินกับองค์กรการกุศลในท้องถิ่น ด้วยการส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้ดี นับเป็นการสร้างปาฏิหาริย์ที่อาหารไม่เพียงแต่ไม่กลายเป็นขยะ แต่ยังช่วยแก้ปัญหาความหิวโหยอีกด้วย

6. James Rogers (Apeel Sciences): จอมเวทย์แห่งการถนอมอาหาร

James Rogers ผู้หมกมุ่นอยู่กับการพลิกอารยธรรมให้เข้าสู่ยุคที่ทำให้เรามอง ‘ยุคพลาสติก’ เป็นเหมือนกับ ‘ยุคหิน’ หลังจากได้รับปริญญาเอกจาก UCSB สาขาวัสดุ Rogers ได้ก่อตั้งธุรกิจ Apeel Sciences ร่วมกับเพื่อนบัณฑิตวิทยาลัยอีกสองคน นำเสนอผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิวยืดอายุอาหารที่ปลอดภัยและรับประทานได้เพราะสกัดมาจากธรรมชาติ โดย Apeel ใช้สารที่พบในธรรมชาติเพื่อสร้าง ‘เปลือก’ ที่มองไม่เห็นบนผักและผลไม้ ซึ่งช่วยให้มีอายุยืนยาวขึ้น 2-3 เท่า ทำให้ลดปริมาณขยะอาหารจากฟาร์มสู่มือผู้บริโภคได้อย่างมาก และมีส่วนช่วยให้ระบบอาหารมีความยั่งยืนมากขึ้น รวมถึงยังช่วยลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอีกด้วย

7. Stella McCartney (Stella McCartney Fashion): นักรบเพื่อสิ่งแวดล้อม

ในฐานะนักออกแบบแฟชั่นชื่อดัง Stella McCartney ได้แสดงบทบาทอย่างเปิดเผยและกระตือรือร้นในการสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานที่ยั่งยืนและมีจริยธรรมภายในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ขึ้นชื่อในเรื่องการสร้างมลพิษ แบรนด์ของเธอใช้วัสดุนวัตกรรมใหม่ที่ปราศจากสัตว์ ยึดหลักการออกแบบแบบหมุนเวียน และสนับสนุนแนวทางที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นต่อการผลิตและการบริโภคในวงการแฟชั่น

อ่านเพิ่มเติม: Stella McCartney จากวันที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘ยัยเพี้ยนบ้าสิ่งแวดล้อม’ สู่การเป็น ‘นักรบเพื่อสิ่งแวดล้อม’

 

 

8. Tobias Fox (Newark Science and Sustainability, Inc.): ศิลปินเกษตรกรรมในเมือง

นักประพันธ์เพลงมากฝีมือที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรในเมือง Tobias Fox สานฝันให้เมืองเต็มไปด้วยพืชผักและพื้นที่สีเขียว Newark Science and Sustainability ของเขาพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แค่เริ่มจากชุมชนของเราก็เพียงพอแล้ว

9. Tom Szaky (TerraCycle & Loop): นักมายากลแห่งการรีไซเคิล

Tom Szaky คือจอมยุทธ์ผู้ทำสงครามกับขยะโลก ด้วยธุรกิจ TerraCycle เขาได้คิดค้นวิธีการรีไซเคิลสิ่งของที่ทุกคนคิดว่า “รีไซเคิลไม่ได้” ไม่ว่าจะเป็นก้นบุหรี่ แคปซูลกาแฟ หรือถุงขนมที่เราทิ้งทุกวัน แต่ความอัจฉริยะของเขาไม่หยุดแค่นั้น โครงการ Loop ล่าสุดของเขากำลังปฏิวัติวิถีการบริโภค ด้วยการสร้างระบบบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ จนเกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง

10. Yvon Chouinard (Patagonia): นักต่อสู้ที่สั่นสะเทือนโลก

เมื่อพูดถึงธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม Yvon Chouinard คือชื่อที่โดดเด่นที่สุดในธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน ผู้สร้าง Patagonia อาณาจักรเสื้อผ้าเอาท์ดอร์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบต่อโลก จากการบุกเบิกการใช้วัสดุรีไซเคิลและผ้าฝ้ายออร์แกนิก ไปจนถึงการอุทิศหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของยอดขายให้กับองค์กรสิ่งแวดล้อม ล่าสุดยังมีการโอนกรรมสิทธิ์บริษัททั้งหมดให้แก่ทรัสต์เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และทำให้เขาได้เขียนนิยามใหม่ของ “ความสำเร็จทางธุรกิจ” ไปอย่างสิ้นเชิง