Tatler+
“เพราะคนไทยยังมีความเข้าใจผิดเรื่องรีไซเคิลอยู่มาก” คือเหตุผลสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้ ‘ภวินท์ ชยาวิวัฒน์กุล’ พัฒนาหนึ่งในวงจรรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพที่สุดในประเทศไทยขึ้นมาภายใต้แบรนด์ Aluminium Loop
ท่ามกลางกระแสโลกที่ทุกภาคส่วนมุ่งเน้นด้านความยั่งยืน การมาถึงของ Aluminium Loop จึงถือเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมรีไซเคิลในการนำบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมกลับมารีไซเคิลใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ โดยยังคงคุณสมบัติเดิมของบรรจุภัณฑ์ ด้วยกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน Aluminium Loop ได้ก้าวขึ้นมาเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
“คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่กลับมองข้ามความยั่งยืนในระยะยาว พอเข้าไปศึกษาอย่างจริงจัง ผมพบว่ากระป๋องอลูมิเนียมเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนที่สุด เพราะสามารถรีไซเคิลได้ 100% และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ ในขณะที่คุณภาพของบรรจุภัณฑ์ยังคงเดิมแม้จะผ่านการรีไซเคิลก็ตาม จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง Aluminium Loop ให้เป็นวงจรรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุดในโลก” ภวินท์ ชยาวิวัฒน์กุล ผู้พัฒนาและก่อตั้ง Aluminium Loop ในประเทศไทย กล่าว
อ่านเพิ่มเติม: 5 หนังสือสะท้อนแนวคิดสังคมและประเด็นร้อนของโลกที่ Bill Gates แนะนำให้คุณอ่าน
Aluminium Loop เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างกระบวนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมระบบปิดแบบครบวงจรที่สุดในประเทศไทย บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมที่ใช้แล้วถูกเก็บกลับมาเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์ใบใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ ทุกกระบวนการโปร่งใสและตรวจสอบได้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสี่ประเทศในเอเชียที่มีศักยภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนา Aluminium Loop ให้ทุกกระบวนการสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในรัศมี 400 กิโลเมตร
ความสำเร็จของ Aluminium Loop มาจากความร่วมมือของ 4 ภาคส่วน ได้แก่
- ผู้ผลิต: บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด (TBC) ผู้นำการผลิตบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมในอาเซียนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมได้กว่า 5,000 ล้านใบต่อปี
- ผู้เก็บรวบรวมคัดแยกและเก็บกลับ: ในประเทศไทยการเก็บบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมส่งขายให้โรงงานรีไซเคิล สามารถสร้างรายได้สูงกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น จึงเกิดเป็นการสร้างรายได้ และอาชีพให้กับผู้เก็บ
- โรงงานรีไซเคิล: คัดแยกสิ่งแปลกปลอม เช่น โลหะชนิดอื่นๆ เพื่อทำการบด และเตรียมพร้อมสำหรับการหลอมเป็นอลูมิเนียมอีกครั้ง
- โรงงานรีดอลูมิเนียม: นำวัสดุที่ได้จากโรงรีไซเคิลมารีดเป็นม้วน หรือที่เรียกว่า “Aluminium Coil” เพื่อนำไปขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมใหม่อีกครั้ง
"ในประเทศไทย มีอัตราการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมมากถึง 90% เนื่องจากมีมูลค่าขายต่อในราคาสูงถึง 0.80-1 บาทต่อใบ ทำให้เกิดความคุ้มค่าในกระบวนการรีไซเคิลมากกว่าการผลิตขึ้นใหม่ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมยังคงคุณสมบัติเหมือนเดิมได้ 100% ซึ่งต่างจากวัสดุอื่นที่สามารถรีไซเคิลได้เพียงไม่กี่ครั้งแล้วคุณสมบัติของวัสดุจะลดลง ซึ่ง Aluminium Loop ขับเคลื่อนการใช้บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลสูงถึง 80% จึงทำให้ Aluminium Loop สามารถสร้างความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม" ภวินท์อธิบายเพิ่มเติม
ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน ภวินท์มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสื่อสารองค์ความรู้ให้สังคมมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรีไซเคิล ทั้งประชาชน ผู้บริโภค คู่ค้า และลูกค้า โดยการทำให้ผู้คนเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิล ให้เป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะในมิติของสิ่งแวดล้อมที่ลดการเกิดขยะเหลือทิ้ง ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ในเชิงเศรษฐกิจ การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชน สร้างอาชีพใหม่ในสังคมเกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สำหรับบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มที่ใช้บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงจรความยั่งยืนให้เกิดขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ได้ช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนด้วย

Above ภวินท์ ชยาวิวัฒน์กุล ผู้พัฒนาและก่อตั้ง Aluminium Loop ในประเทศไทย (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ภวินท์ตั้งเป้าหมายว่าจะเร่งผลักดันการใช้บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมในประเทศไทยให้มากขึ้น รวมถึงขยายการเก็บกลับ จากประมาณ 750 ล้านใบ เป็น 5,000 ล้านใบ ซึ่งเท่ากับจำนวนบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมทั้งหมดที่ใช้ในประเทศไทย
นอกจากนี้ภวินท์ยังมุ่งมั่นที่จะยกระดับความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมในประเทศไทย โดยสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อผลักดันการใช้บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมที่สะดวกต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยในปี 2025 Aluminium Loop จะเปิดตัว Aluminium Solar บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมที่ผลิตด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โดยภวินท์กล่าวว่า "เป็นการกระตุ้นพาร์ทเนอร์ของเราให้เพิ่มการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น"
ขณะที่หลังจากปี 2025 เขาวางแผนเปิดตัวบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมที่มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) นอกจากนี้ยังอยากที่ให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเภทของบรรจุภัณฑ์และกระบวนการรีไซเคิล ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านมาตรฐานและการประเมินคุณภาพของบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมที่มีอยู่ในตลาด เพื่อลดการฟอกเขียว (Green Washing) และส่งเสริมภาคเอกชนให้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: Combined with Three Generations: ถอดบทเรียนเมื่อสามเจเนอเรชั่นในครอบครัว สุโกศล ร่วมงานกันที่ เดอะสยาม
ภวินท์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและนโยบายที่ชัดเจน ในการเป็นปัจจัยกระตุ้นและส่งเสริมหลักปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน ลดความเข้าใจผิด และสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
"ในฐานะคนรุ่นใหม่ และอยู่ในครอบครัวที่ทำธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะและอลูมิเนียมมากกว่า 60 ปี ผมมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ และภูมิใจที่จะนำเสนอองค์ความรู้ที่มีคุณค่านี้สู่สังคม เพราะบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมเป็นธุรกิจที่มีคุณค่า จึงริเริ่มวงจรรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่าง Aluminium Loop ขึ้น เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ" ภวินท์กล่าว
"แต่สิ่งที่ยังคงต้องเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนให้คนในสังคมเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือการให้ความรู้ในด้านการเลือกบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิลที่ยั่งยืน ผมตั้งใจที่จะทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุด พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างมีวินัย ซึ่งถือเป็น DNA ของตัวเองที่ถูกส่งต่อมาจากครอบครัว ที่มีความมุ่งมั่น มีวินัยในการทำงาน ซื่อสัตย์ และทำจริง พร้อมนำความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาองค์กรอยู่เสมอ เพื่อดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง" เขากล่าวปิดท้าย




