อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงหนุ่มหัวใจสีเขียว และทูตสันถวไมตรี UNEP คนแรกของประเทศไทย กับสิบปีเต็มที่ปลุกปั้น EEC Thailand ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน ซึ่งใช้ห้องเรียนจริงในธรรมชาติ เป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืน เพื่อสร้าง global citizen ที่ดีให้กับโลกใบนี้

หลายคนรู้จัก อเล็กซานเดอร์ ไซม่อน เรนเดลล์ หรือ อเล็กซ์ เรนเดลล์ ในฐานะนักแสดงหนุ่มผู้คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุสี่ขวบ ด้วยผลงานมากมาย ทั้งละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ ซิทคอม ฯลฯ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 60 เรื่อง แต่อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 35 ปีผู้นี้ คือการเป็นนักอนุรักษ์ และนักสื่อสารด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนับเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ ที่อเล็กซ์ได้ร่วมก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย หรือ Environmental Education Centre Thailand (EEC Thailand) ภายใต้แนวคิด ‘Let Nature Be Our Classroom’ เพราะเขาเชื่อว่า ‘การศึกษา’ คือการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนที่สุด

อ่านเพิ่มเติม: บทเรียนที่ท้าทายของร้านอาหารไทยในต่างแดน ผ่านมุมมองของเชฟอิ้น ดาลัด กำภู

Tatler Asia
อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
อเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ก่อตั้ง EEC Thailand (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)

จากงานอดิเรก สู่ก้าวแรกของ EEC Thailand

การเติบโตมาในเส้นทางนักแสดงตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้อเล็กซ์ใฝ่ฝันที่จะทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการบันเทิงมาโดยตลอด

“จำได้เลยว่า ตั้งแต่อายุ 12-13 เราก็ท่องแต่นิเทศ จุฬาฯ นิเทศ จุฬาฯ พอมาอยู่ตรงนี้จริงๆ ก็เหมือนได้ค้นพบอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเอง จนเกิดความคิดว่าน่าจะลองหาสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาทั้งชีวิตบ้าง ผมรู้สึกว่าวงการบันเทิงในตอนนั้น ไม่ได้มีพื้นที่ให้เราได้เป็นตัวของตัวเองมากขนาดนั้น เราต้องแมสเท่านั้นถึงจะอยู่ได้ แต่เราไม่ได้เป็นคนที่มีความคิดแมสขนาดนั้น บางครั้งก็เหมือนเราฝืนตัวเองอยู่เหมือนกัน”

หลังจากเรียนจบ อเล็กซ์ก็ออกมาทำกิจกรรมเรื่องช้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชอบและเคยทำตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก่อนจะเปิดเป็นองค์กร EEC Thailand โดยตั้งใจว่าจะทำเป็นงานอดิเรกเท่านั้น เพราะวงการบันเทิงเป็นสิ่งที่เขารักอยู่แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า โปรเจ็กต์นี้ดำเนินไปได้ด้วยดี มีคนสมัครเข้ามาหลายร้อยคน จากที่ตั้งใจว่าจะทำ 1-3 ค่าย สุดท้ายต้องทำถึงแปดค่าย

นับเป็นก้าวแรกที่สดใสของ EEC Thailand ที่เกิดจากตัวตนของอเล็กซ์ ทั้งความเป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง และชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อเล็กซ์จึงลองนำต้นทุนและประสบการณ์ในวงการบันเทิง มาผสมผสานกับองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน เพื่อทำให้การสื่อสารกลายเป็นเรื่องสนุก

“ในโลกของเอนเทอร์เทนเมนต์ เรารู้ดีว่าถ้าคอนเทนต์มันน่าเบื่อ ไม่สนุก คนจะไม่อิน สุดท้ายเขาก็จะไม่เข้าใจเรื่องความสำคัญของความยั่งยืน ทุกวันนี้เวลาอยู่ในค่าย เราจะเริ่มต้นจากการร้องเพลงเพื่อเปิดความคิดของคน เราร้องเพลงเพื่อให้เขาร้องไปกับเรา และทำให้เขาอินกับเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เราตั้งใจสื่อสารมากขึ้น”

อ่านเพิ่มเติม: 30 ปี เบเกอรี่ มิวสิค กับลิสต์บทเพลงสุดไอคอนิกจาก ‘บอย โกสิยพงษ์’

Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)

แรงบันดาลใจสำคัญ เมื่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีเพียงความสวยงาม

อเล็กซ์เล่าให้เราฟังถึงเหตุการณ์ที่เปลี่ยนความคิดของเขา และทิศทางของ EEC Thailand โดยย้อนกลับไปเมื่อประมาณเกือบสิบปีก่อน เขาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนในการพูดเกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (resilience to natural disaster from climate change) ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งที่นั่นเอง เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสูญเสียสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดจากเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นครั้งใหญ่ในฟิลิปปินส์ มีเพียงเธอคนเดียวที่รอดชีวิต

“เธอเล่าให้ฟังว่า นี่ไม่ใช่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เป็นผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรที่มากเกินไปของมนุษย์ มันทำให้ผมเข้าใจเลยว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ เราเคยคิดว่ามีแต่มิติของความสนุก เราไปศึกษาเรื่องสัตว์ ไปรู้จักพะยูน ไปดูเต่ามะเฟืองที่เราชอบ แต่ตรงหน้าของเรา คือสายตาของคนที่เพิ่งเจอกับความสูญเสียที่หนักหนาสาหัสมาก เราเพิ่งเข้าใจว่าทำไมถึงต้องมีเวทีการประชุมระดับโลกขนาดนี้ เพราะนี่คือชีวิตของคนจริงๆ ที่เรากําลังดีลอยู่ เรารักษาชีวิตสัตว์เพื่อสร้างความสมดุลให้กับโลก เพื่อที่จะรักษาชีวิตคนอีกทีนึง สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันกลับมาที่ตัวเรา และเหตุการณ์เหล่านี้มันจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้”

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มายด์เซ็ตของอเล็กซ์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาเริ่มมองเห็นมิติใหม่ๆ ของความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อชีวิตคนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงความสวยงามของธรรมชาติอย่างเดียว และทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการสื่อสาร เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

Tatler Asia
เข้าร่วมกิจกรรมขององค์การสหประชาชาติ ในฐานะทูตสันถวไมตรี UNEP (ภาพ: United Nations)
Above เข้าร่วมกิจกรรมขององค์การสหประชาชาติ ในฐานะทูตสันถวไมตรี UNEP (ภาพ: United Nations)
เข้าร่วมกิจกรรมขององค์การสหประชาชาติ ในฐานะทูตสันถวไมตรี UNEP (ภาพ: United Nations)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)

เรียนรู้…เพื่อเป็นผู้รู้ที่แท้จริง

แม้จะเริ่มต้นจากความชอบความสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อเขาต้องเป็นกระบอกเสียงที่สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสังคม นักแสดงหนุ่มหัวใจสีเขียวจึงตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท ในสาขา Environmental Social Sciences จากมหาวิทยาลัยมหิดล

“บอกตามตรงว่า เหตุผลที่ผมไปเรียนต่อ เพราะวงการนี้เป็นวงการที่มีแต่ผู้รู้ทั้งนั้น เราไม่อยากเป็นคนที่ไม่รู้อยู่คนเดียว ไม่อยากเป็นดารา เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้องจนมีทัวร์มาลง ก็เลยพยายามทํายังไงก็ได้ให้ตัวเองมีความรู้ทางด้านนี้จริงๆ”

อเล็กซ์เล่าว่า สิ่งสำคัญที่เขาได้จากการเรียนในครั้งนี้ คือมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ ความยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่เรื่องของป่าเขาและทะเล แต่ยังมีเรื่องของกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงผลกระทบของสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและสังคม รวมถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมศึกษา และโมเดลความยั่งยืนจากหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่สามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้

นอกจากนั้น ความโชคดีของการเป็นนักแสดงก็มีส่วนช่วยให้เขาได้เรียนรู้มุมมองด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ

“ส่วนใหญ่หน่วยงานจะชอบชวนผมไปปลูกป่า งานในห้างสบายๆ ไม่ค่อยมีหรอก (หัวเราะ) มีแต่แบบเข้าป่า ขึ้นเหนือ ล่องใต้ แต่ก็ทำให้เราได้เห็นโมเดลการพัฒนาในหลายที่ ทั้งการจัดการน้ำ การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ทั้งที่เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา สตูล ฯลฯ”

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนองค์ความรู้ที่สำคัญ และเมื่อไรถึงจังหวะที่ใช่ เขาก็สามารถกลับไปค้นลิ้นชักแห่งความทรงจำ เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์และถ่ายทอดให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น

Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)

ห้องเรียนจริงจากธรรมชาติ

EEC Thailand เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้ห้องเรียนจริงในธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่พัฒนาขึ้นโดยทีม EEC Thailand รวมถึงการร่วมมือกันออกแบบโปรแกรมใหม่ๆ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา

สำหรับกิจกรรมหลักๆ ที่ผ่านมา ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ค่ายป่า (wild life) อย่างเช่น ค่ายช้าง ค่ายเดินป่า ค่ายขุดฟอสซิล ค่ายดูนก ฯลฯ รวมถึงค่ายทะเล (marine life) เช่น ค่ายเต่า ค่ายฉลาม ค่ายปลา ค่ายปะการัง ฯลฯ โดยแต่ละค่ายมีกลุ่มอายุของผู้เข้าร่วมที่แตกต่างกัน เริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียงสามขวบ เพื่อเป็นการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความรักและความเข้าใจธรรมชาติตั้งแต่เยาว์วัย

“ปีนี้เรามีกิจกรรมใหม่ คือค่ายของนกกระเรียน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีความ unique มาก รวมถึงค่ายที่เรากำลังสำรวจอยู่ คือบริเวณแก่งกระจาน และกุยบุรี ที่เราอยากให้คนได้ไปในสัมผัสและเรียนรู้ในพื้นที่ที่มีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม อย่างโมเดลกุยบุรีมีความน่าสนใจมาก เพราะเขาใช้การท่องเที่ยวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน รวมถึงยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติในป่าเขา ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก”

นอกจากนั้นทาง EEC Thailand ยังได้จัดทำหลักสูตร SD Program (Sustainable Development Program) โดยคัดเลือกจากเด็กที่เคยผ่านการเข้าค่ายและเริ่มโตขึ้น เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แห่งสหประชาชาติ ผ่านโมเดลความยั่งยืนต่างๆ เช่น การสำรวจพื้นที่ดอยตุง เพื่อเรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการปลูกกาแฟและพืชสำคัญต่างๆ แทนการปลูกฝิ่น โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นผู้ผลักดันการสร้างฐานข้อมูลบางอย่าง เพื่อจะเป็นประโยชน์ให้กลุ่มนักวิชาการสามารถนำไปใช้พัฒนาประเทศได้ต่อไป

Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)

หนึ่งในโครงการใหญ่ที่แสนภูมิใจ

ในรอบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา EEC Thailand มีโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมดีๆ มากมายที่สร้างอิมแพ็คให้กับสังคม โดยหนึ่งในโครงการที่เป็นไฮไลต์และเป็นโปรเจ็กต์ที่ใหญ่ที่สุดในปี 2024 คือ Mizuiku: Water Education ร่วมกับบริษัทด้านเครื่องดื่มจากญี่ปุ่นที่ต้องการให้มีกิจกรรมการศึกษาและเข้าใจการจัดการน้ำ จนเกิดเป็นโปรแกรม 3 วัน 2 คืน ณ จังหวัดระยอง โดยมีเยาวชนผู้เข้าร่วม 500–600 คน แบ่งเป็น 15 โรงเรียนจากจังหวัดระยอง และอีก 15 โรงเรียนจากจังหวัดชลบุรี และยังเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มากมาย ทั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ

สำหรับกระบวนการที่สำคัญหลังจากการเข้าค่าย คือการนำองค์ความรู้กลับไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำที่โรงเรียนของตนเอง โดยมีคณะกรรมการเข้าไปประเมินผล และผู้ที่ได้คะแนนมากที่สุดสองโรงเรียนจะได้เดินทางไปทัศนศึกษาด้านการจัดการน้ำที่บริษัทแม่ของ Mizuiku ที่ประเทศญี่ปุ่น

“ความน่าสนใจคือการวัดผลที่เป็นอิมแพคจริงๆ โดย 30 โรงเรียนที่เข้าร่วมทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในแนวทางของตนเองได้ทั้งสิ้น นี่คือการสร้าง community ที่แข็งแรง ที่จะช่วยสร้าง global citizen ที่ดีให้กับสังคมต่อไป”

“ยิ่งพอเราได้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น และได้ไปเห็นว่าเขามีวิธีคิดและวิธีการจัดการน้ำอย่างไรให้ยั่งยืน มันเหมือนเราได้เห็นองค์กร EEC ที่เป็นระดับโลก ซึ่งเขามีป่าเป็นของตัวเอง มีมิวเซียมเป็นของตัวเอง มีสื่อการเรียนการสอนเป็นของตัวเอง แล้วเราก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียนของเรา”

หนึ่งในบทเรียนสำคัญ คือการได้เห็นวิธีการทำงานขององค์กรญี่ปุ่น ที่ใช้วิธีการพาร์ทเนอร์กับโรงเรียนต่างๆ เพื่อให้แต่ละโรงเรียนสามารถหยิบองค์ความรู้ไปใช้ได้เองผ่านหลักสูตรที่ถูกสร้างเอาไว้ โดยที่องค์กรไม่จำเป็นต้องลงไปสอนเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรใหญ่ๆ ที่ระบบที่ดีมีผลอย่างมากต่อการขับเคลื่อนสังคม และจะเป็นผลดีมากขึ้น หากแต่ละองค์กรสามารถทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญได้แบบ long-term เช่น องค์กรนี้ทำเรื่องน้ำ องค์กรนี้ทำเรื่องป่าโกงกาง อีกองค์กรทำเรื่องปะการังฟอกขาว ไม่ใช่แค่เป็นแคมเปญสั้นๆ 3 เดือนจบ แล้วปีหน้าก็เปลี่ยนไปทำเรื่องอื่น ถ้าแต่ละองค์กรรับผิดชอบไปคนละประเด็นในระยะยาว ผลลัพธ์จากบริษัทนับพันแห่งในสังคมก็จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาลจริงๆ

Tatler Asia
กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
Above กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
Above กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
Above กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)
กิจกรรมทัศนศึกษาต้นแบบโครงการมิซุอิกุ ณ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพ: EEC Thailand)

เป้าหมายคือการสร้างพลเมืองโลกที่ดีและยั่งยืน

อเล็กซ์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในโลกที่หมุนมาให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้จากช่วงเวลาที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากคอยเป็นกำลังใจและสนับสนุนสิ่งที่ EEC Thailand ทํามาโดยตลอด ด้วยแรงใจเช่นนี้เองต่อให้มีความเหน็ดเหนื่อยหรือต้องเผชิญอุปสรรคหนักหนาสาหัสขนาดไหน “ก็ไม่มีอะไรในชีวิตที่เรารู้สึกว่าอยากทํามากไปกว่านี้แล้ว” อเล็กซ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“ความฝันของเรายังเพิ่งเริ่มต้น และเราหวังว่าจะสามารถต่อยอดและทําในสิ่งที่รักต่อไปได้ ผมเชื่อเสมอว่าสิ่งแวดล้อมศึกษา (environmental education) เป็นการลงทุนระยะยาวที่สำคัญกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายของเราต่อจากนี้ คือการพา EEC Thailand ไปสู่ระดับโลก เราอยากให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาเรียนรู้ที่ประเทศไทย เพราะทรัพยากรบ้านเราคือที่สุดในโลกแล้ว

“และที่สำคัญ เราอยากสร้างเยาวชนไทยที่จะเติบโตไปเป็น Global Citizen ที่ดีและมีความรับผิดชอบ เพราะพวกเขาเหล่านั้น คือความหวังที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้ไปสู่ความยั่งยืน”

Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Tatler Asia
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
Above บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)
บรรยากาค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับเยาวชน EEC Thailand (ภาพ: EEC Thailand)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)