จากนักแสดงที่ได้เห็นสถานการณ์วิกฤติของป่าไม้เมื่อปี 2011 จนเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเต็มตัว และเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคม (social enterprise) แบรนด์สิริไทและโปรเจ็กต์ “little big green”
“คนที่ทำงานตรงนี้ไม่ได้คาดหวังว่า สิ่งที่เราทำจะอยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่ เชอรี่เชื่อว่าอย่างนั้นค่ะ เมื่อมีคนมองเห็นก็รู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณมากๆ ค่ะ”
เชอรี่ เข็มอัปสร กล่าวกับ Tatler ถึงการได้เป็นหนึ่งใน Asia’s most influential 2024 ผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมด้านธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน
สำหรับนักแสดงสาวคนนี้ เธอเริ่มต้นจากความตั้งใจที่อยากเห็นผืนป่ากลับมาสมบูรณ์เขียวขจีอีกครั้ง จากนั้นต่อยอดสู่การช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมทั้งระบบนิเวศด้วยการทำงาน social enterprise ที่มีกระบวนการผลิตที่รบกวนสิ่งแวดล้อมน้อย ช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าว และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลกให้กับผู้บริโภค ทั้งหมดล้วนใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
อ่านเพิ่มเติม: เชอรี่ เข็มอัปสร ในวันที่จังหวะชีวิตนำพาให้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และกลับมาแสดงละครให้คนหายคิดถึง
เสียงตอบรับที่ดีจากเกษตรกรชุมชน
“เชอรี่ทำแบรนด์สิริไทมาสี่ปีได้ ผลิตภัณฑ์มีทั้งข้าวอินทรีย์ สบู่เหลว ล่าสุดมีไอศกรีมวีแกน ที่ผ่านมาก็ได้ทำงานร่วมกับแบรนด์อื่นๆ ด้วยค่ะ การที่แบรนด์ของเราเป็นที่มองเห็นของคนนอก เป็นสิ่งที่ภูมิใจมาก
เมื่อได้รับการตอบรับที่ดี เกษตรกรก็ผูกพันกับเรามากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เราลงชุมชน เรารู้สึกว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากคนท้องถิ่น ไม่ใช่เพราะเราเป็นลูกค้ารายใหญ่ แต่เขามองเห็นความจริงใจและความตั้งใจที่จะทำงานกับพวกเขาในระยะยาว เพราะต้องยอมรับว่าช่วงแรกที่ทำงานด้วยกันนั้นเป็นเหมือนการประคองให้ผ่านพ้นช่วงโควิด-19 ชาวนาเลยอาจยังลังเล ไม่แน่ใจว่าเราจะไปกับเขานานแค่ไหน”
อ่านเพิ่มเติม: คุยกับ เชอรี่-เข็มอัปสร เรื่องไลฟ์สไตล์คนรักธรรมชาติ และการทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม

Above เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ และไอศกรีมวีแกนแบรนด์สิริไท (ภาพ: Instagram / @cherrykhemupsorn)

Above ไอศกรีมวีแกนหนึ่งในผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแบรนด์สิริไท ซึ่งเชอรี่ เข็มอัปสร เป็นผู้คิดค้นรสชาติไอศกรีม (ภาพ: Instagram / @cherrykhemupsorn)
เสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและแบรนด์ต่างๆ ทำให้ เชอรี่ เข็มอัปสร มองเห็นโอกาสแห่งความเติบโตของธุรกิจว่าสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ทั้งสามส่วน
“พอเราลงมือทำแล้วได้รับเสียงตอบรับที่ดีก็เป็นความสุข ความภูมิใจค่ะ และเหมือนว่ายิ่งเราทำงานตรงนี้ก็ยิ่งเหมือนเข้าใจกับปัญหามากขึ้น และรู้ว่าควรใช้วิธีไหนแก้ไขจึงจะได้ผลดี เพราะถ้าไปไม่รอด เราจะไม่สามารถช่วยใครอีกได้
เชอรี่พูดเสมอว่าการทําธุรกิจเพื่อสังคมให้ยั่งยืนต้องยั่งยืนทั้งสามทาง คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และกิจการ สิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่เราเชื่อและต้องการแก้ปัญหา การแก้ไขคือกลับไปที่ชุมชนโดยแก้ให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้สุดท้ายการเงินของธุรกิจเราไปต่อได้ โดยไม่ต้องระดมทุนเพื่อความอยู่รอด ตอนนี้ธุรกิจที่เชอรี่ทำก็เรียกได้ว่าพอเริ่มยืนได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันก็กำลังวางแผนผลิตสินค้าใหม่ๆ ค่ะ”
Social enterprise ธุรกิจที่ต้องใช้ความตั้งใจและความต่อเนื่อง

Above เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ (ภาพ: Instagram / @cherrykhemupsorn)
เกือบ 10 ปีที่ เชอรี่ เข็มอัปสร ผันตัวมาทำงานสิ่งแวดล้อมเป็นหลักจนหลายคนยกให้เป็นแบบอย่างของการทำงานเพื่อความยั่งยื่น โดยเฉพาะการทำธุรกิจเพื่อสังคมที่ไม่ใช่เรื่องง่าย Tatler เป็นตัวแทนเจ้าของธุรกิจสังคมและคนที่มีความฝันที่จะเดินบนเส้นทางนี้ เพื่อขอคำแนะนำจากเธอ
“อย่างแรกก็คงอยากยื่นผ้าเช็ดหน้าเพื่อซับทั้งเหงื่อและน้ำตา เพราะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันไม่ง่าย นอกจากส่งกำลังใจให้แล้ว ก็อยากบอกว่าถ้าคิดว่าทำสิ่งที่ดีก็ให้ทำเลย เพราะทุกอย่างต้องอาศัยความตั้งใจและความต่อเนื่อง โดยเราต้องมองรอบด้านด้วยว่าสิ่งนั้นดีเพราะอะไร มีความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจไหม หากตอบคำถามเหล่านี้ได้ก็ลงมือทำเลยค่ะ”





