Cover เมย์ ธนิดา ดลธัญพรภคภพ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ira ผลิตภัณฑ์เพื่อคนแพ้ง่ายที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

คำว่า 'Ira' มีความหมายในภาษาสันสกฤตว่า ‘โลกหรือผู้ดูแลโลก’ และเป็นชื่อแบรนด์ไทย ก่อตั้งโดย เมย์ ธนิดา ดลธัญพรภคภพ

120,000 ล้านชิ้น คือจำนวนบรรจุภัณฑ์จากอุตสาหกรรมความงาม โดย 95% ของจำนวนนี้ไม่ถูกนำไปรีไซเคิลและจะกลายเป็นขยะที่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติก (microplastics) ปนเปื้อนในทะเลและสิ่งแวดล้อม

คงไม่มีใครคาดคิดว่าอุตสาหกรรมความงามจะสร้างขยะบนโลกได้มากเพียงนี้ แต่หากย้อนกลับไปแปดปีที่แล้วมีนักศึกษาปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คนหนึ่ง คิดว่าคนไทยควรได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ห่างไกลสารเคมีและสามารถอนุรักษ์ธรรมชาติไปด้วยพร้อมๆ กัน

“ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เมย์เคยผลิตลิปบาล์มกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงที่ไม่มีปิโตรเลียมเจลลี ไม่มีสารพาราเบนวางขายที่ร้านอาหารของเพื่อนแล้วขายดีมาก ตอนนั้นยังจ้างผลิตสินค้า พอใกล้เรียนจบก็เห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิกในตลาดอยู่พอสมควร แต่ยังเป็นการนำเข้า และราคาสูง เราก็รู้สึกว่าทำไมของที่เป็นออร์แกนิกถึงแพงจังเลย จะทำยังไงให้คนไทยได้ใช้ของที่เป็นธรรมชาติ เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่เราเริ่มทำผลิตภัณฑ์ของ Ira (ไอรา) ขึ้นมา” เมย์ ธนิดา เล่าย้อนถึงจุดตั้งต้นของการสร้างแบรนด์

อ่านเพิ่มเติม: คิม วิสุทธารมณ์ เล่าถึงชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ การพิมพ์ผ้าใบไม้ ดอกไม้ และการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

Tatler Asia
Above เมย์ ธนิดา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ira ผลิตภัณฑ์เพื่อคนแพ้ง่ายที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นับหนึ่งจากแรงเสียดทาน

ช่วงแรกของการเปิดตัว Ira ได้รับเสียงตอบรับดีในด้านความปลอดภัยจากการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ แต่ได้รับคำวิจารณ์จากการใช้แพ็กเกจจิ้งกระดาษที่นับว่าเป็นแบรนด์แรกในไทยที่ผลิตออกมา ความตั้งใจดีจึงกลายแรงเสียดทานเช่นกัน

“ตอนนั้นเป็นช่วงปีที่ 3 ของแบรนด์ค่ะ ตอนแรกทุกคนคิดว่าลิปสติกแบบแท่งของเราถึงจะเป็นออร์แกนิกแต่ก็คงเป็นแท่งพลาสติก พอเราใช้แพ็กเกจจิ้งที่เป็นแท่งกระดาษทุกคนว้าว ฮือฮามาก แต่ก็เจอความลำบากเหมือนกัน ด้วยความที่วัตถุดิบของลิปสติกเราไม่ผสมสารเคมี ทำให้ตัวลิปสติกไม่สามารถคงรูปได้เหมือนลิปสติกทั่วไป เมื่อหมุนแท่งลิปสติก หากหมุนขึ้นมามากเกินไป จะหมุนลงไม่ได้ ต้องหมุนขึ้นมานิดเดียว หรือบางรุ่นจะเป็นแบบดันแท่งลิปสติกขึ้นมาจากข้างใต้ ซึ่งในเว็บไซต์ด้านความงามจะเห็นรีวิวที่ไม่ดีเลย ทุกคนจะบอกว่าใช้ยาก บางคนบอกว่ารักษ์โลกแต่ไม่รักลูกค้าเลย”

เราไม่ได้หันมารักธรรมชาติเพราะโลกบังคับให้เราเปลี่ยน แต่เราทำด้วยใจที่รักษ์โลกจริงๆ

- ธนิดา ดลธัญพรภคภพ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ira -

จุดยืนที่ไม่แปรเปลี่ยน

ความตั้งใจที่จะทำบรรจุภัณฑ์ปราศจากการเคลือบพลาสติก และย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติได้ 100 เปอร์เซ็นต์จึงกลายเป็นเรื่องท้าทาย เพราะย้อนไปแปดปีก่อนหน้านี้ ความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้บริโภคยังต่างจากปัจจุบันมากนัก แต่ความมุ่งมั่นจริงจังคือสิ่งที่ทำให้ Ira คือแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่ยึดมั่นในหลักการนี้

“จริงๆ เรารักลูกค้ามากนะคะ แต่เราก็มีจุดยืนในเรื่องสิ่งแวดล้อม เราอยากทำเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วยตัวตนเราเอง เราไม่ได้หันมารักธรรมชาติเพราะโลกบังคับให้เราเปลี่ยน แต่เราทำด้วยใจที่รักษ์โลกจริงๆ ยอมรับว่าในช่วงแรกมีคำถามเข้ามาเยอะ เช่น ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ มีแพ็กเกจจิ้งที่ง่ายกว่านี้ ทำไมไม่เลือกใช้ แต่เมย์รู้สึกว่าถ้าจะทำดีมันต้องฝืนใจกันนิดหนึ่ง”

“อากาศ น้ำ ไฟที่ทุกคนใช้ เราได้ฟรีจากธรรมชาติมาตลอด ดังนั้นถ้าเราจะคืนอะไรให้สิ่งแวดล้อมก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ผู้คนเริ่มเข้าใจ และเห็นแล้วว่าธรรมชาติ เช่น อากาศ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกคนห่วงใยสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมย์เองก็ดีใจที่คนเปิดรับ เพราะเราคุ้นเคยกับเรื่องนี้มาแปดปีแล้ว”

อ่านเพิ่มเติม: ผ้าอนามัยออร์แกนิก ทางเลือกใหม่ที่ดีต่อเราและโลก

DNA แห่งความรักธรรมชาติ

ขณะที่เรื่องสิ่งแวดล้อมฟังดูไกลตัวสำหรับคนส่วนใหญ่ในครั้งก่อน แต่สำหรับเมย์เราอาจพูดได้ว่า เธอมีแนวคิดที่มาก่อนกาล Tatler จึงถามถึงสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังในตัวเธอ

“ต้องเกริ่นว่าเมื่อไม่นานมานี้ เมย์ไปเจอเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมา เพื่อนๆ บอกว่าเมย์ยังเหมือนเดิมเลย ก็งงว่าเหมือนเดิมยังไง เพื่อนบอกว่าความสนใจของเรา ยังเป็นเรื่องเดิมเหมือนสมัยที่เรียนหนังสือ ก็คือเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องธรรมชาติ เลยได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว

“พอมองย้อนกลับไปก็คือใช่ เราเป็นคนที่ละเอียดอ่อนกับธรรมชาติ ชื่นชมธรรมชาติรอบตัว เราสามารถมีความสุขได้ง่ายๆ อย่างบางวันขับรถผ่านแล้วเห็นพระอาทิตย์ตก ต้นไม้ไหว เราก็รู้สึกสวยงามจังเลย เป็นคนที่อินกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ประกอบกับตอนเรียนมหาวิทยาลัยมีวิชาเรียนที่ทำให้เราได้ไปเก็บและแยกขยะ เราก็ติดนิสัยแยกขยะมาตั้งแต่ตอนนั้น หรือตอนเรียนที่ตึกคณะ 5 ชั้น เมย์ไม่ใช้ลิฟต์ จะเดินขึ้น ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย ได้ประหยัดไฟ อะไรที่เราพอทำได้เราก็ทำ”

Tatler Asia
Above เมย์ ธนิดา และผู้เข้าร่วมกิจกรรม One day with Ira (ภาพ: FB / Ira Natural Products)

ปัจจุบัน Ira ต่อยอดแบรนด์ทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ และการสร้างชุมชนคนรักสิ่งแวดล้อม ที่ตระหนักว่าการร่วมกันลดขยะและมลพิษสู่ธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัว

“ช่วงโควิดมีคำถามว่าลิปสติกของเราติดแมสก์ไหม เราบอกว่าติด เพราะไม่ได้ผสมสารเคมี สีของเราคือแร่ธาตุธรรมชาติ เราคิดว่าถ้าลูกค้าอยากได้ เราทำให้ได้ ทีมงานจึงโพสต์ทางโซเชียลมีเดียว่า ถ้าขอใส่สารเคมีหนึ่งชนิด เพื่อให้สีลิปสติกติดทน ลูกค้าจะโอเคไหม ถ้าโอเคกด 1 ไม่โอเคกด 2 ผลคือ กด 2 เยอะมาก หลายคนคอมเมนต์ว่าแบรนด์อื่นทำอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเอง เมย์เลยเห็นว่าโอเคทุกคนต้องการให้เรายึดมั่นกับหลักการของเรา”

“ตอนนี้เราจึงต่อยอดแบรนด์ให้มีมากกว่าลิปสติก ล่าสุดคือแป้งที่ไม่ผสมทัลคัม (Talcum) เพราะผงทัลคัมมีอนุภาคเล็กมาก งานวิจัยบอกว่าเราสามารถหายใจเอาสิ่งที่ต่ำกว่า 10 ไมครอนเข้าไปในปอดได้ ปกติทัลคัมที่อยู่ในแป้งจะประมาณ 5 ไมครอน และเราเปลี่ยนจากแป้งข้าวโอ๊ตเป็นแป้งข้าวโพดเกรดเครื่องสำอาง”

“ส่วนแพ็กเกจจิ้งของแป้ง เราใช้พลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled Plastic) ซึ่งเป็นพลาสติกที่เคยถูกใช้แล้ว เอากลับมารีไซเคิลขึ้นรูปใหม่เป็นตลับแป้ง เหมือนการให้โอกาสชีวิตพลาสติกอีกรอบหนึ่ง แต่ต้องบอกก่อนว่าพลาสติก PCR จะรีไซเคิลไม่ได้ เราจึงต้องทำให้เป็นตลับแป้งที่รีฟิลได้ เรายังเคยไลฟ์ให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและจัดกิจกรรม One Day with Ira คือพาลูกค้าไปทำกิจกรรมเดือนละครั้ง ได้รับการตอบรับดีมาก จนกลายเป็น community ของคนรักธรรมชาติด้วย”

ธุรกิจที่คำนึงถึง 3Ps: ผู้คน ผลกำไร และโลกที่เราอาศัย

Tatler Asia
Above เมย์ ธนิดา ในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ira ขณะขึ้นรับรางวัล SILVER Excellence in Marketing Leader of the Year จากงาน Marketing excellence awards 2023 (ภาพ: FB / Ira Natural Products)

ด้วยความยึดมั่นในการทำธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ปัจจุบัน Ira จึงดำเนินงานภายใต้บริบท 3Ps คือ การคำนึงถึงผู้คน (people) ผลกำไร (profit) และโลกที่เราอาศัย (planet)

“เมย์ยอมรับว่าการทำธุรกิจต้องอาศัยความไว เช่น อยากทำกระเป๋าเครื่องสำอางเป็นของแถมให้ลูกค้า ก็แจ้งทีมงานหาผู้ผลิตจากอินเทอร์เน็ตเลย แต่พอฉุกคิดได้ว่าทำไมตัดสินใจง่ายๆ โดยไม่มี detail ทั้งๆ ที่รอบตัวเรามีพี่ๆ ที่เป็นดีไซเนอร์คนไทยร่วมทำงานกับชุมชน สุดท้ายเราได้ร่วมงานกับ Piset Pisut แบรนด์ไทยที่นำผ้าทอซาโอริจากเชียงใหม่มาเป็นวัตถุดิบ โดยมีน้องๆ ที่เป็นออทิสติกเป็นคนทอผ้า เพราะน้องๆ ต้องทอทุกวันเพื่อฝึกกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้บังคับน้องว่าต้องทอลวดลายอะไร แค่จัดสีใส่ไว้ในตะกร้าแล้วน้องๆ จะหยิบขึ้นมาทอเอง พอได้เป็นผ้ามาก็เอามาทำเป็นกระเป๋าเครื่องสำอาง ราคาอาจสูงกว่าโรงงานทั่วไป แต่เมย์รู้สึกว่าทุกครั้งที่เราจ่ายเงินออกจะมีใครบางคนที่ได้ประโยชน์”

Tatler Asia
Above เมย์ ธนิดา แบ่งปันความรู้ในการสร้างแบรนด์ Ira ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะการจัดการการโรงแรม มหาวิทยาลัยหอการค้า (ภาพ: FB / Ira Natural Products)

“ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของ Ira รวมถึงของแถมพรีเมียมต่างๆ เราคิดภายใต้บริบท 3Ps ซึ่งแน่นอนว่า profit คือสิ่งที่ต้องได้ แต่จะทำยังไงให้ planet มีความยั่งยืน แล้ว people ซึ่งเป็นคนในชุมชนหรือเกษตรกรได้ด้วย ล่าสุดเราร่วมกับแบรนด์ Korkok (กอกก) ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งยังมีแม่ครูอายุ 60-70 ปียังทอเสื่อกกอยู่ เรานำเสื่อกกมาทำเป็นกระเป๋า พยายามคิดว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะยกระดับ ได้แสดงความเป็นไทย และสนับสนุนชุมชนด้วย”

อนุรักษ์ธรรมชาติ เรื่องใกล้ตัวที่เริ่มได้ง่าย

กล่าวได้ว่าในฐานะผู้ประกอบการ เธอมีปณิธานการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน Tatler จึงถามเธอในฐานะบุคคลทั่วไปบ้าง ว่ามีวิธีใดบ้างที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“หลายคนอาจบอกว่าเรื่องรักษ์โลกเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่จริงๆ เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ได้เลย อย่างกินข้าวให้หมดจาน แค่นี้ก็ช่วยโลกได้แล้ว เพราะอาหารที่เหลือทิ้ง หรือ food waste จะถูกหมักย่อยกลายเป็นก๊าซมีเทนลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ จากนั้นขยับเป็นการพกถุงผ้า ไม่รับถุงพลาสติก และแยกขยะ”

สิ่งที่เราทำในวันนี้ เป็นการส่งต่อสภาพธรรมชาติที่ดีให้คนรุ่นต่อไป

- ธนิดา ดลธัญพรภคภพ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ira -

“เมย์เชื่อว่าทุกคนทำได้ ซึ่งบางทีเราต้องฝืนใจทำ แต่การดูแลสิ่งแวดล้อมนั้น สิ่งที่เราทำในวันนี้ถือเป็นการส่งต่อสภาพธรรมชาติที่ดีให้คนรุ่นต่อไปจริงๆ เราอาจเคยได้ยินว่าวันหนึ่งมัลดีฟส์หรือสิงคโปร์จะจมน้ำ เมย์ว่าพอเราไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตา คือถ้าวันหนึ่งมันใกล้ตัวมากๆ ทุกคนคงตระหนักได้ว่ารอไม่ได้แล้ว ก็อยากฝากทุกคนฝืนใจตัวเองนิดหนึ่ง แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น สวยงามมากยิ่งขึ้นค่ะ”

คำตอบของเมย์ ธนิดา ถือเป็นการเน้นย้ำว่า เราทุกคนสามารถส่งแรงกระเพื่อมยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ได้ เพียงเริ่มลงมือทำแม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับเราทุกคน


อ่านเพิ่มเติม:

เมื่อผิวส่งสัญญาณเรื่องสุขภาพ คุณค่าความสมดุล และเคล็ดลับสำหรับผู้นำหญิงจากผู้อำนวยการระดับโลกของ Tata Harper

หลากหลายกิจกรรมเพื่อสุขภาพบนเกาะพะงัน

เคล็ดลับสไตล์ "สวยหรู ดูแพงแบบไม่ตะโกน" จาก Carolina Cucinelli แห่งแบรนด์หรู Brunello Cucinelli

Topics

Panit Tanasuk
Features Editor, Tatler Thailand
Tatler Asia

ผานิต ธนะสุข เป็นบรรณาธิการ Features Editor ประจำ Tatler Thailand ดูแลเนื้อหาบทความเชิงลึกตั้งแต่บทสัมภาษณ์เจาะลึกบุคคลที่น่าสนใจ เรื่องราวของความยั่งยืน ผู้หญิงแถวหน้าในหลายแวดวง และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เธอมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์มากว่า 10 ปี