Cover ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ CEO แห่ง Wind Energy Holding และ Executive Director ของ Stella X

ชิว ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ซีอีโอแห่ง Wind Energy Holding และ Executive Director ของ Stella X ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มองไกลกว่าการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า สู่ฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันพลังงานสะอาดให้กลายเป็นความมั่นคงระยะยาวของประเทศ

ในวันที่ธุรกิจพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องราวของตัวเลขและผลประกอบการ หากคือรากฐานของเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ตลอดจนมรดกที่เราจะส่งต่อให้คนเจเนอเรชั่นถัดไป คุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ จึงหมายถึงวิธีคิดบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศและโลกใบนี้

“ผมว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง”

ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ในวัย 35 ปี คือผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานลมรายใหญ่ที่สุดของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง Wind Energy Holding (WEH) เขาย้ำถึงตัวแปรสำคัญในการแก้โจทย์ใหญ่ของประเทศ ด้วยการทำให้ทุกภาคส่วนมองเห็นตรงกันว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ใช่เพียงทางเลือกเสริม แต่คือการลงทุนครั้งสำคัญเพื่ออนาคตระยะยาวของประเทศ

“Game Changer ตัวจริงไม่ใช่แค่การผลิตไฟฟ้า หากคือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้พลังงานสะอาดเกิดขึ้นได้อย่างมีเสถียรภาพ คุ้มค่า น่าเชื่อถือ และก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในวงกว้าง”

อ่านเพิ่มเติม: บทสนทนาครั้งแรกในประเทศไทยของ Tatler Front & Female “Give to Gain” พลังของผู้หญิงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

Tatler Asia
Above ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ CEO แห่ง Wind Energy Holding และ Executive Director ของ Stella X

ก้าวแรกในโลกธุรกิจ

ก่อนจะเข้ามารับบทบาทที่ Wind Energy Holding ณัฐพศินตัดสินใจต่อยอดความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมา ด้วยการเริ่มต้นก้าวสู่โลกธุรกิจในฐานะที่ปรึกษาบริษัทชั้นนำ และกลายเป็นความบังเอิญเมื่องานส่วนใหญ่ที่เขาถูกมอบหมายล้วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน

“ผมดูแลในด้านของการปรับโครงสร้างองค์กร การทำ turnaround strategy และ change management ทั้งในไทยและต่างประเทศ และมักจะถูกดึงไปทำพาร์ทของ execution ไม่ใช่แค่คิด strategy คือต้องลงไปดูด้วยว่าทำอย่างไรถึงจะเกิดขึ้นได้จริง”

จากนั้นเขาจึงบินลัดฟ้าไปคว้าปริญญาสองใบจากสหรัฐอเมริกา ทั้งด้านการเงินและการบริหารนโยบายรัฐ ด้วยเห็นว่า โลกธุรกิจนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องของการบริหารผลประกอบการ แต่ยังถูกขับเคลื่อนภายใต้กรอบนโยบายและกลไกที่สำคัญบางประการ

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ธุรกิจของ Wind Energy Holding เปลี่ยนผ่านการกุมอำนาจบริหารมาสู่ฝั่งของณัฐพศิน และกลายเป็นเสมือน commitment ที่จำเป็นต้องหาใครสักคน ซึ่งพร้อมเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้

“ทุกคนก็คุยกันและตกลงกันว่าเป็นเรา ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะต้องขึ้นมาบริหารด้วยซ้ำ เพราะผมเข้ามาในหมวกของ Deputy CEO มาเรียนรู้งานกับซีอีโอ ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่าน” แม้จะอายุเพียง 29 ปีในตอนนั้น แต่ประสบการณ์ที่เคยทำมาสมัยเป็นที่ปรึกษา ล้วนอยู่กับโครงการขนาดใหญ่ๆ ทั้งสิ้น

เป้าหมายพลังงานที่มั่นคง

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 2009 ที่แทบไม่มีใครพูดถึงพลังงานลมในประเทศ Wind Energy Holding ถือเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมนี้ ด้วยกำลังการผลิตเดิม 717 เมกะวัตต์ จนเพิ่งได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA: Power Purchase Agreement) เพิ่มอีก 299 เมกะวัตต์ ในยุคที่ณัฐพศินก้าวขึ้นมาบริหาร หลังจากเว้นช่วงมาอย่างยาวนาน

สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นเพียงตัวเลขทางธุรกิจ แต่สำหรับเขา นี่คือหมุดหมายสำคัญของการพิสูจน์ว่า Wind Energy Holding ยังเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการเติบโต ไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จในอดีต

เป้าหมายต่อไปของเขา คือการผลักดันกำลังการผลิตภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ให้แตะ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจและวางโรดแมปสำหรับทศวรรษหน้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่เขาอยากเห็นประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ณัฐพศิน มองว่า ในวันที่โลกเผชิญกับความผันผวนทั้งจากราคาพลังงาน และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานสะอาดจึงไม่ใช่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่เป็นความจำเป็นของประเทศ

“ทุกคนพูดตรงกันว่า ถ่านหินและแก๊สธรรมชาติกำลังจะหมดลง คำถามสำคัญคือ เราจะขับเคลื่อนไปสู่ clean energy ที่ยั่งยืนสำหรับเจเนเรชันต่อๆ ไปได้อย่างไร”

สำหรับเขา energy security ไม่ได้หมายถึงการมีไฟฟ้าใช้สำหรับวันนี้เท่านั้น แต่คือการสร้างระบบที่มั่นคง เพียงพอ และไม่ผูกติดกับทรัพยากรที่มีวันหมดหรือราคาที่ผันผวนรุนแรง พลังงานหมุนเวียนจึงไม่ใช่เพียงคำตอบด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นคำตอบเชิงเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม: กมลา สุโกศล ในวัย 89 ปี กับบทเรียนตลอดชีวิตที่ “หากไม่ Live… ก็ไม่ Learn”

Tatler Asia
Above ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ CEO แห่ง Wind Energy Holding และ Executive Director ของ Stella X

กลไกปลดล็อก สู่อนาคตที่ยั่งยืน

เมื่อพูดถึงความท้าทายของพลังงานลมและพลังงานสะอาดในประเทศไทย เขามองว่าภาครัฐ คือหัวใจสำคัญของโจทย์นี้ นั่นเพราะโครงสร้างพลังงานไทยยังเป็นระบบรวมศูนย์ การผลิตพลังงานสะอาดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรามีแสงแดด มีลม มีเทคโนโลยีที่พร้อมหรือเงินลงทุนมากพอหรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับว่า ระบบของเราเปิดทางให้พลังงานเหล่านั้นเข้าสู่ตลาดได้มากเพียงใด

“ถ้าภาครัฐบอกมาว่าอยากทำ เอกชนก็พร้อมจะลงทุน” ซีอีโอหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจ “หากภาครัฐบอกว่า อยากเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปีไหน ทุกคนก็พร้อมจะช่วยให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานของประเทศ”

“ความท้าทายมันไม่ใช่ว่า มีคนอยากซื้อพลังงานสะอาด แล้วคนขายจะขายได้เลย แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างระบบที่ต้องอาศัยการปรับตัวไปพร้อมกัน”

สำหรับณัฐพศิน หนึ่งในกลไกที่อาจปลดล็อกอุตสาหกรรมได้คือ Corporate PPA หรือการเปิดให้ภาคเอกชนผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากันได้โดยตรง โดยรัฐทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกลาง

“ผมไม่ได้มองว่าต้องแปรรูป (privatize) ทั้งระบบ แต่ควรเปิดให้เกิดกลไกตลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถคุยกันได้เอง โดยที่รัฐเป็น service provider ให้ทุกคนใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน”

หากเกิดขึ้นจริง กลไกนี้อาจไม่เพียงเพิ่มทางเลือกให้ภาคธุรกิจ แต่ยังช่วยเร่งให้ประเทศไทยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ผลิต ผู้ส่งออก และนักลงทุนต่างชาติได้รวดเร็วขึ้นด้วย

ผู้นำที่ถ่อมตัว แต่ชัดเจน

หนึ่งในคุณสมบัติที่คนรอบข้างมักกล่าวถึงซีอีโอหนุ่มแห่ง Wind Energy Holding คือความถ่อมตัว แม้กระนั้น ภายใต้บุคลิกที่สุภาพและเป็นกันเอง เขาเป็นคนที่มีความชัดเจนเมื่อเข้าสู่เรื่องงาน

“ผม humble ก็จริง แต่ when it comes to business เราก็ต้องพิจารณาที่เนื้อหาสาระ ถ้าเรื่องไหนต้องประนีประนอม ผมก็ทำให้ได้ แต่ถ้าเป็น core value ที่ยอมไม่ได้ ก็คือยอมไม่ได้”

ในโลกธุรกิจไทยที่ความสัมพันธ์และคอนเน็กชั่นยังมีบทบาทสูง การเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องเจรจากับผู้ใหญ่ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ณัฐพศินเลือกใช้ความเข้าใจในบริบทเป็นเข็มทิศ เขาเชื่อว่าความถ่อมตัวไม่ใช่การลดทอนความสามารถของตนเอง แต่คือวิธีการวางตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความแม่นยำของเนื้องานและความชัดเจนในการตัดสินใจ

“ผู้ใหญ่ไม่มีใครชอบผู้นำเด็กที่ไม่ humble” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “แต่พอถึงเวลาคุยกันในเรื่องที่จริงจัง เขาก็ต้องเห็นว่าเราคือตัวจริง”

สำหรับเขา เด็กรุ่นใหม่ไม่ควรมีเพียง self-awareness แต่ต้องมี context-awareness ด้วย ต้องรู้ว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ควรวางตัวอย่างไร และจะสร้างคุณค่าให้กับบริบทนั้นได้อย่างไร

นี่คือบทเรียนที่สะท้อนทั้งตัวตนและเส้นทางของเขาเอง ตั้งแต่เด็กเศรษฐศาสตร์ที่หันเข้าสู่โลกธุรกิจ ที่ปรึกษาที่ต้องลงมือทำจริง ผู้บริหารหนุ่มที่ถูกโยนเข้าสู่วิกฤต และผู้นำที่กำลังนำพาองค์กรพลังงานลมไทยให้ไปไกลกว่าแค่ตัวเลขหรือกำไร

Tatler Asia
Above ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ CEO แห่ง Wind Energy Holding และ Executive Director ของ Stella X

ความหมายของ Legacy ที่แท้จริง

เมื่อพูดถึงภาพอนาคต ณัฐพศินยอมรับว่า การทำธุรกิจพลังงานสะอาดทำให้เขามองโลกด้วยความรับผิดชอบมากขึ้น

“ทุกโครงการที่เราพัฒนา ไม่ใช่เพียงเพื่อผลประกอบการวันนี้ แต่คือคุณภาพชีวิตในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในวันที่ลูกของผมเติบโตขึ้น ผมอยากให้เขาเห็นว่า ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจสามารถเดินควบคู่ไปกับการดูแลโลกได้อย่างสมดุลจริงๆ”

เขาเชื่อว่า ‘ความสำเร็จที่แท้จริง’ ไม่ได้วัดจากขนาดของธุรกิจหรือผลประกอบการในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่คือความสามารถในการสร้างองค์กรที่มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และยืนหยัดได้ในระยะยาว

ภารกิจของณัฐพศิน จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ Wind Energy Holding เป็นเพียงบริษัทพลังงานที่ใหญ่ขึ้น หากคือการทำให้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ขององค์กร กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประเทศ

“หากสิ่งที่เราสร้างขึ้นสามารถสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือ Legacy ที่มีความหมายที่สุด”

เพราะสำหรับเขา พลังงานสะอาดไม่ใช่เทรนด์ ไม่ใช่ทางเลือก และไม่ใช่เรื่องของวันพรุ่งนี้ หากคือสิ่งที่ต้องเริ่มทำวันนี้ เพื่อให้คนรุ่นต่อไปไม่ต้องแบกรับต้นทุนของการตัดสินใจที่ล่าช้าในอดีต และสามารถใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างน่าภาคภูมิ

Tatler Asia
Above ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ CEO แห่ง Wind Energy Holding และ Executive Director ของ Stella X
Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)