Cover เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กับการพลิกโฉมมรดกตระกูลสู่โปรเจ็กต์ระดับโลก Aman Nai Lert Bangkok (ภาพ: Termsit Siriphanich)

เล็ก ณพาภรณ์ ทายาทรุ่น 4 แห่งปาร์คนายเลิศ กับวิสัยทัศน์ที่มุ่งสืบสานลมหายใจประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไทยให้คงอยู่ พร้อมก้าวสู่ตำนานบทใหม่ ณ Aman Nai Lert Bangkok

ท่ามกลางป่าคอนกรีตที่พลุกพล่านของกรุงเทพมหานคร การก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ของ “ปาร์คนายเลิศ” เปรียบเสมือนการหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง ความเงียบสงบ ความร่มรื่นของแมกไม้ และมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมไทย ไม่ใช่เพียงแค่ความงามทางกายภาพ แต่คือลมหายใจของประวัติศาสตร์ที่ยังคงเต้นอยู่ในทุกอณู และผู้ที่ทำหน้าที่พิทักษ์ลมหายใจนี้ให้ยังคงอยู่และส่งต่อไปสู่อนาคต คือผู้หญิงที่มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งปาร์คนายเลิศ

ปีที่ผ่านมา วงการ hospitality ต่างจับจ้องมาที่พื้นที่ไข่แดงใจกลางเพลินจิตแห่งนี้ เมื่อมีการประกาศเปิดตัวโครงการ Aman Nai Lert Bangkok ความร่วมมือระดับปรากฏการณ์ระหว่างเครือโรงแรมอัลตราลักซ์ชูรีอย่าง Amanและตำนานอันเก่าแก่ของไทยอย่าง นายเลิศ กรุ๊ป สำหรับคนภายนอก นี่คือโปรเจ็กต์ใหญ่ทางธุรกิจ แต่สำหรับ เล็ก ณพาภรณ์ นี่คือภารกิจแห่งจิตวิญญาณในการเติมเต็ม “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ตามคำสั่งเสียของคุณยาย (ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ) ให้สมบูรณ์

Tatler Asia
Above เครื่องแต่งกาย Saint Laurent, เครื่องประดับ Boucheron (ภาพ: Termsit Siriphanich)

When Heritage Meets Ultra-Luxury

“สำหรับเล็ก เล็กมองว่าทั้งแบรนด์นายเลิศและแบรนด์ Aman มีดีเอ็นเอหลายอย่างที่คล้ายกัน น่าจะบาลานซ์และเสริมกันด้วยดี” เล็ก ณพาภรณ์ เริ่มต้นบทสนทนาถึงความท้าทายในการผสานความเก่าแก่ของตระกูลเข้ากับความทันสมัยของแบรนด์ระดับโลก เธอมองว่าสิ่งที่คุณทวด (พระยาภักดี นรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร) และคุณยายสร้างไว้ แม้ดูเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับซ่อนรายละเอียดและรสนิยมไว้ลึกซึ้ง ซึ่งสิ่งนี้ไม่มีเส้นแบ่งกั้นกับความเป็น Aman เลย

“การที่มีปาร์คนายเลิศอยู่พื้นที่ใจกลางเมืองตรงนี้ เป็นที่เก่าแก่ มีบ้านปาร์คนายเลิศเป็นพระเอกอยู่ เราได้ Aman เข้ามา ก็ช่วยเสริมกันอย่างชัดเจน เป็น synergy ที่มาเติมเต็มให้กัน” ความลงตัวนี้พิสูจน์ได้จากชื่อของโรงแรมที่ใช้คำว่า Aman Nai Lert Bangkok โดยปกติแล้วโรงแรม Aman ที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ เขาจะตั้งชื่อเริ่มต้นด้วย Aman และลงท้ายด้วยชื่อเมืองนั้นๆ อาทิ Aman Tokyo และ Aman New York แต่สำหรับ Aman Nai Lert Bangkok ซึ่งเป็น city hotel ในเครือ Aman แห่งที่ 3 ของโลก ทาง Aman ได้เห็นความสำคัญของตำนานและประวัติที่ยาวนานของนายเลิศ จึงให้เกียรติพื้นที่แห่งนี้ ด้วยการนำชื่อ นายเลิศ มาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อโรงแรม จึงเป็นที่มาของชื่อ Aman Nai Lert Bangkok

Tatler Asia
Above เครื่องแต่งกาย Saint Laurent, เครื่องประดับ Boucheron (ภาพ: Termsit Siriphanich)

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ไม่ใช่เรื่องราวชั่วข้ามคืน เล็ก ณพาภรณ์ เล่าว่าโรงแรมอยู่ในสายเลือดของเธอมาตลอด ตั้งแต่สมัยที่ครอบครัวมีโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพฯ เมื่อขายกิจการส่วนนั้นไป พื้นที่ตรงนี้จึงขาดองค์ประกอบสำคัญ “คุณยายบอกเล็กไว้เสมอว่าต้องให้ครบนะ การกินอยู่ หลับนอนของวิถีชีวิตผู้คน พอเราขายตรงนั้นไป มันขาด ‘การหลับนอน’ เล็กฝังใจกับคำพูดคุณยาย เลยตั้งใจจะนำโรงแรมกลับมาให้ครบ eco system”

กระบวนการเฟ้นหาพันธมิตรจึงเกิดขึ้น “เล็กคิดว่าแบรนด์ Aman อยู่ในใจเล็กมาตลอด และมีอะไรที่คล้ายกับปาร์คนายเลิศ เลยติดต่อไป” นับตั้งแต่วันนั้นจวบจนถึงวันที่โรงแรมเปิดตัวใช้เวลาร่วมหกปี ผ่านช่วงเวลาท้าทายอย่างโควิด-19 โดยมีการลงเสาเข็มฤกษ์ดีในวันที่ 5 ธันวาคม 2020 และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 “นายเลิศคงจัดสรรมาแล้วมั้งคะ” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “มันเป็น good timing ไม่นานเกินไป ไม่สั้นเกินไป และเป็นดีเอ็นเอที่เข้ากันที่สุด”

Tatler Asia
Above เครื่องแต่งกาย Saint Laurent, เครื่องประดับ Boucheron (ภาพ: Termsit Siriphanich)

The Soul of Service

ในยุคสมัยใหม่ คำว่า heritage มักถูกตีความไปในทางของเก่า โบราณ หรือความเชย แต่สำหรับซีอีโอหญิงแห่งปาร์คนายเลิศ heritage คือ “Living DNA” หรือพันธุกรรมที่มีชีวิต “ความเป็น heritage ของเล็กไม่ได้อยู่แค่วัตถุ หรือสถานที่ แต่มันคือ way of life คือวิถีชีวิต การที่เรายังไหว้กันอยู่ นี่ก็คือ heritage อย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ต้องเป็นการไหว้ที่ถูกต้อง ถูกวิธี”

เธอเชื่อว่าในโลกยุคคอนเทนต์ที่ทุกคนพยายามสร้างตัวตนใหม่ๆ การมีรากเหง้าที่แข็งแรงกว่าร้อยปี คือความได้เปรียบ “เล็กนำสิ่งต่างๆ ที่ครอบครัวเคยสร้าง เคยใช้ชีวิต การอยู่การกิน กลับมาเล่าเรื่องใหม่” ความเป็นมรดกนี้ถูกถ่ายทอดลงในความทันสมัยของ Aman Nai Lert Bangkok อย่างแนบเนียน ทั้งในงานดีไซน์ กลิ่นอาย ยูนิฟอร์ม หรือแม้แต่งานศิลปะชั้น 9 บริเวณล็อบบี้ ที่ดึงเอาธรรมชาติ เปลือกไม้ และสวนปาร์คนายเลิศมาเป็นแรงบันดาลใจ “ชื่อของที่นี่คือ Aman Nai Lert Bangkok เพราะฉะนั้นเราจึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวของสถานที่นี้ให้กับแขกที่มาพักได้เข้าใจ แน่นอนว่าบ้านปาร์คนายเลิศคือจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์นี้ จิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของบ้านปาร์คนายเลิศที่มีอายุ 111 ปี ได้ถูกแฝงเอาไว้ในทุกรายละเอียดของโรงแรมนี้ และเมื่อแขกของโรงแรมได้มาชมบ้านปาร์คนายเลิศ ซึ่งเป็นหนึ่งใน cultural experience programme ที่เรามอบให้ ทุกคนก็จะเข้าใจถึงรากเหง้า และที่มาที่ไปของ Aman Nai Lert Bangkok”

เมื่อพูดถึงหัวใจของการบริการ เล็ก ณพาภรณ์ ย้ำชัดว่า “การต้อนรับ” คือดีเอ็นเอของครอบครัว แต่ต้องเป็นการต้อนรับที่ “มาจากใจ” ไม่ใช่แค่การยิ้มแบบหุ่นยนต์ “ใครๆ ก็ต้อนรับได้ แต่เล็กอยากให้พนักงานรู้สึกว่าที่นี่เหมือนบ้านของเขา แล้วความศรัทธา ความภูมิใจ และความประทับใจ มันจะส่งต่อไปถึงแขก” สิ่งที่เธอเน้นย้ำกับทีมงานเสมอ คือการเป็นคนช่างสังเกต “ช่างสังเกตที่ไม่ได้ไปก้าวก่ายเรื่องของเขานะคะ (หัวเราะ) แต่คือการใส่ใจในรายละเอียด จดจำว่าแขกท่านนี้ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร” และที่สำคัญ เธอห้ามพนักงานเรียกผู้มาเยือนว่า “ลูกค้า” แต่ให้เรียกว่า “แขก” เสมือนเป็นแขกของบ้าน แขกของครอบครัว ความใส่ใจนี้สร้างบรรยากาศพิเศษที่สัมผัสได้ทันทีที่ก้าวเข้ามา “มันเงียบสงบมาก มันคือ energy ที่ grounding แขกอาจอารมณ์เสีย โมโหมาจากข้างนอก แต่พอเข้ามาที่นี่ เขาจะรู้สึกสงบลง เหมือนได้กลับบ้าน”

ความเป็น heritage ของเล็กไม่ได้อยู่แค่วัตถุ หรือสถานที่ แต่มันคือ way of life คือวิถีชีวิต

- Lek Naphaporn Bodiratnangkura -

Tatler Asia
Above เครื่องแต่งกาย Saint Laurent, เครื่องประดับ Boucheron (ภาพ: Termsit Siriphanich)

Leading with Compassion

ภาพลักษณ์ภายนอกของเล็ก ณพาภรณ์ คือความสมบูรณ์แบบ มาตรฐานสูง และความเป็น perfectionist ซึ่งเธอยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังจากคุณยาย คุณแม่ และคุณป้า “ทุกคนเป๊ะหมด เล็กก็เป๊ะในแบบฉบับของเล็ก” แต่ในบทบาทผู้นำ เธอผสมผสานความเด็ดขาดเข้ากับหลักธรรม “พรหมวิหารสี่” ได้อย่างน่าสนใจ

“โลโก้นายเลิศคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เล็กใช้สี่ข้อนี้แหละค่ะ มันอยู่ในสายเลือด” เธออธิบายสไตล์การบริหารงานว่าเธอเป็นคน “ชัดเจน” มาก แต่ความชัดเจนต้องมาคู่กับ “ความเมตตา” เสมอ “ถ้าชัดเจนอย่างเดียวแต่ไม่มีเมตตา มันจะกลายเป็นคนหยาบคาย เฮ้ย! ทำแบบนี้ได้ไง ถ้าเขาทำผิด เล็กจะถามเขาก่อนว่าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจงานหรือเปล่า ถ้าเขาบอกเข้าใจดี แต่วันนี้หนูทะเลาะกับแฟนมา เล็กจะบอกเลยว่างั้นเธอกลับไปเคลียร์ตัวเองที่บ้าน วันนี้เลิกงานไปเลย พรุ่งนี้ค่อยกลับมารีเซ็ตใหม่” แม้คุณเล็กจะยอมรับว่าพนักงาน “กลัว” เธอ แต่ไม่ใช่ความกลัวแบบหวาดผวา เป็นความ “เกรงใจ” และไม่อยากทำให้เธอผิดหวัง

ในการทำธุรกิจ ย่อมหนีไม่พ้นปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะหน้างานที่ไม่เป็นตามแผน หรือเหตุสุดวิสัย วิธีรับมือของ เล็ก ณพาภรณ์ คือการแยกแยะ “ปัญหามีสองประเภท คือ ที่แก้ได้ กับที่แก้ไม่ได้อย่างแรกเราต้อง calm ก่อน ตั้งสติ อย่าบ่นไปเรื่อยๆ อย่าจมอยู่กับมัน จากนั้นค่อยหาโซลูชั่นว่าทางออกไหนดีที่สุด” เธอย้ำเตือนถึงกับดักของธุรกิจครอบครัวว่า หลายคนพลาดเพราะใช้ “อารมณ์” ในการตัดสินใจ “เล็กพยายามจะไม่ใช้อารมณ์ ถ้าตัดสินใจไม่ได้ เล็กจะทิ้งไว้ก่อน ออกไปวิ่ง ไปเล่นกีฬา แล้วค่อยกลับมาใหม่ ทุกปัญหามีทางออก แต่ต้องใช้ปัญญาตัดสินใจ ไม่ใช่อารมณ์”

Tatler Asia
Above เสื้อเชิ้ต Aman Essential, กระโปรง Prada, เครื่องประดับ Boucheron, รองเท้า Fendi (ภาพ: Termsit Siriphanich)
Tatler Asia
Above เสื้อเชิ้ต Aman Essential, กระโปรง Prada, เครื่องประดับ Boucheron (ภาพ: Termsit Siriphanich)

แม้เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามามีบทบาททุกวงการ แต่ เล็ก ณพาภรณ์ เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า สำหรับธุรกิจบริการ หรือที่เธอเรียกว่า “people business” มนุษย์ไม่มีวันถูกแทนที่ได้ “AI อาจจะเก่ง มาช่วยงานเราได้ แต่มาเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่ม มาต้อนรับอย่างสวยงาม และมีศิลปะไม่ได้ เราจะให้หุ่นยนต์มาดูแลเราเหรอ ยังไงเล็กก็ยัง appreciate ความเป็นมนุษย์ การบริการคือเรื่องของจิตวิญญาณ คือ soul ที่ต้องส่งต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์”

นอกจากนี้ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการ เล็ก ณพาภรณ์ มองภูมิทัศน์การท่องเที่ยวไทยว่ายังคงมีเสน่ห์และมีศักยภาพมหาศาล แต่สิ่งสำคัญคือ คนทำธุรกิจต้อง “ซื่อสัตย์” และ “เคารพ” ในสิ่งที่ตนเองมอบให้ “เงิน 10 บาท  100 บาท หรือล้านบาท ก็คือเงินที่เขาเอามาให้เรา เราไม่ควร shortcut เอาของไม่ดีไปให้แขก” เธอยังมองว่า ผู้ประกอบการไทยควรร่วมมือกันมากกว่าแข่งขันกันเอง และต้องรู้จักจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง “อย่าง Aman Nai Lert Bangkok อยู่กลางกรุง มีแขกถามว่าแม่น้ำอยู่ไหน (หัวเราะ) อ้าว… เราไม่มีแม่น้ำ แต่เรามีสวน เราก็พูดสิ่งดีๆ ที่เรามีสิ เราต้องมี backbone ที่แข็งแรง ส่วนจุดด้อยเราก็ต้อง acknowledge ไม่ต้องพยายาม please everybody แต่จงทำจุดยืนของคุณให้ดีที่สุด”

Tatler Asia
Above เครื่องแต่งกาย Alaia @ Club 21, เครื่องประดับ Boucheron (ภาพ: Termsit Siriphanich)
Tatler Asia
Above เครื่องแต่งกาย Alaia @ Club 21, เครื่องประดับ Boucheron, รองเท้า Gucci (ภาพ: Termsit Siriphanich)

Designing a Legacy

เมื่อถามถึง work-life balance เล็ก ณพาภรณ์ ตอบทันทีด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “สำหรับเล็กมันไม่ใช่ work-life แต่มันคือ just life” เพราะปาร์คนายเลิศไม่ใช่ที่ทำงาน แต่มันคือชีวิต คือลมหายใจ “เล็กมีหลายบทบาทมาก เป็นลูก หลาน พี่น้อง หัวหน้า ซีอีโอ เจ้าของ แต่ทุกบทบาทเล็กทำด้วยความรักและความสนุก เล็กเป็นคน extreme เวลาทำอะไรก็สุด” เมื่อแบตเตอรี่ชีวิตของเธออ่อน วิธีชาร์จแบตฯ ของเธอคือ “ไปวิ่งที่สวนลุมฯ ตอนเช้า” หากมีเวลา ก็เลือกเดินทางไปต่างประเทศ “การเดินทางของเล็กไม่ใช่การหนี แต่คือการขยายขอบเขต ไปหาแรงบันดาลใจ ไปกินของอร่อย แล้วกลับมาด้วย energy เชิงบวก เหมือนได้รีเซ็ตตัวเอง”

แม้อายุจะเข้าเลข 45 แต่ผู้หญิงคนนี้ยังเต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นอย่างล้นเหลือ นอกจาก Aman Nai Lert Bangkok เธอยังมีแผนปรับโฉมร้านอาหาร Lady L ที่ปาร์คนายเลิศให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ รวมไปถึงพัฒนาที่ดินมรดกเก่าแก่ของคุณยายที่หัวหิน ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการตกผลึกความคิด

บทสนทนาจบลงพร้อมกับรอยยิ้ม และแววตาที่มุ่งมั่นของหญิงเก่ง ผู้แบกรับตำนานร้อยปีไว้บนบ่า ไม่ใช่ด้วยความหนักอึ้ง แต่ด้วยความภูมิใจและความสุขที่จะส่งต่อมรดกล้ำค่านี้ให้เป็น “timeless legacy” ต่อไปตราบนานเท่านาน

เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของผู้นำยุคใหม่ที่สามารถนำมรดกตระกูลมาผสมผสานกับความทันสมัย โดยไม่ทำลายความเป็นต้นตระกูล การทำงานด้วยหัวใจ ความใส่ใจในรายละเอียด และความเชื่อมั่นในคุณค่าของมนุษย์

Credits

ช่างภาพ: Termsit Siripanich
แฮร์สไตลิสต์: Alexandul
เมคอัพอาร์ทิสต์: Rattanachot Pokum
สถานที่: Aman Nai Lert Bangkok
ผู้ช่วยช่างภาพ: Nol Kerdsup, Nattapon Chawbangkrang
วิดีโอ: Worapon Teerawatvijit
Natthawut Saengchuwong
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia

ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Tatler Thailand และ Tatler GMT ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร GQ Thailand มาก่อน นอกเวลาการทำงานบริหาร เขาใช้เวลาในช่วงวันหยุดกับการสะสมและฟังแผ่นเสียง การตกแต่งบ้านและการดูแลสวนอันเงียบสงบของเขา