มหาเศรษฐี Ray Dalio และ Mark บุตรชาย ร่วมแบ่งปันปณิธานอันแรงกล้าที่มีต่อท้องทะเล พลังแห่งการเล่าเรื่อง และการเดินทางของ OceanX ลัดเลาะสู่พรมแดนสุดท้ายในเอเชีย
สัมผัสแรกที่กระทบความรู้สึกของคุณคือความมืดมิดอันล้ำลึก ณ ระดับความลึก 6,000 เมตรใต้ผิวน้ำ ที่นั่นไร้ซึ่งเส้นขอบฟ้า ไร้ซึ่งการรับรู้ถึงระยะ และปราศจากสีสัน มีเพียงความดำมืดนิรันดร์ที่ให้ความรู้สึกเก่าแก่ยิ่งกว่ากาลเวลา นี่คือ Hadal Zone ดินแดนแห่งแรงกดดันมหาศาลและอุณหภูมิที่เกือบเยือกแข็ง ซึ่งมีเพียงสิ่งมีชีวิตที่แกร่งที่สุดและยานสำรวจชนิดพิเศษเท่านั้นที่จะดำรงอยู่ได้
ภายในยานสำรวจน้ำลึกทรงกลมอะคริลิกที่กำลังดิ่งลงสู่ห้วงน้ำซึ่งมีมนุษย์เพียงไม่กี่คนเคยได้สัมผัสด้วยตาตนเอง เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) จำได้ว่าเขาปิดไฟทั้งหมดและลองกดชัตเตอร์พร้อมแสงแฟลชจากกล้อง และสิ่งที่ปรากฏขึ้นหลังจากนั้นก็น่าอัศจรรย์ราวกับภาพในตำนาน
“ทุกอย่างสว่างไสวไปหมด” เขากล่าวถึงสรรพชีวิตภายนอก “ทุกอนุภาคมีชีวิตและเรืองแสงได้ พวกมันกำลังสื่อสารกับเรา”
เพียงชั่วอึดใจก่อนหน้านั้น ภาพเบื้องหน้าดูเหมือนเพียงหิมะทะเล (marine snow) หรือเศษซากที่ล่องลอยในความว่างเปล่า ทว่าแสงแฟลชเพียงวูบเดียวได้ทำลายภาพลวงตานั้นลง เพราะอนุภาคเหล่านั้นไม่ใช่เศษขยะ แต่คือสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นระบบนิเวศทั้งระบบที่ส่องสว่างเป็นจังหวะประหนึ่งรหัสลับ เผยให้เห็นว่าพื้นที่ที่ดูเหมือนว่างเปล่านั้น แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์
อ่านเพิ่มเติม: Sylvia Earle นักสมุทรศาสตร์ผู้บุกเบิก กับการอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องหัวใจสีน้ำเงินของโลก

Above เรือดำน้ำ OceanX กำลังสำรวจแอ่งน้ำเค็ม แอ่งน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งน้ำใต้ทะเลที่เป็นอันตรายถึงชีวิตต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ (ภาพ: OceanX)
สำหรับคนส่วนใหญ่ ประสบการณ์เพียงเท่านี้ก็คงเพียงพอที่จะนำไปเล่าขานในงานเลี้ยงมื้อค่ำได้ตลอดชีวิต แต่สำหรับเรย์ นักลงทุนระดับตำนานผู้สร้าง Bridgewater Associates จนกลายเป็นเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ มาร์ค (Mark) ลูกชายของเขา นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ประสบการณ์ลึกสุดหยั่งในพื้นที่ที่ถูกสำรวจน้อยที่สุดของโลกนี้เอง ได้ตกผลึกเป็นวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม นำไปสู่การก่อตั้ง OceanX หนึ่งในโครงการสำรวจมหาสมุทรและสื่อสร้างสรรค์ที่ทะเยอทะยานที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อผสานวิทยาศาสตร์ทางทะเลล้ำสมัยเข้ากับการเล่าเรื่องที่จะทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจอย่างแท้จริง
และหากมองให้ลึกลงไป นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับมรดกทางความคิด ปณิธาน และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลกหนึ่ง ตัดสินใจออกไปสำรวจอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ในวันที่ Tatler ได้พบกับพวกเขาบนเรือ OceanXplorer ยานสำรวจที่ดูราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ของ James Cameron สองพ่อลูกดาลิโอไม่มีภาพลักษณ์ของมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งและลูกชายนักธุรกิจ แต่ดูเหมือนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกันมากกว่า “ตอนเด็กๆ ผมดูสารคดีของ ฌาคส์ คูสโต (Jacques Cousteau) และมันทำให้ผมตื่นเต้นมาก” เรย์กล่าว “จากนั้นผมก็เริ่มหัดดำน้ำและพาลูกๆ ไปด้วยจนพวกเขาก็หลงรักมันเหมือนกัน เมื่อผมมาอยู่ในจุดที่มีศักยภาพเพียงพอ ผมจึงคิดว่าเราควรจะทำในสิ่งที่ ฌาคส์ คูสโต เคยทำ นั่นคือการสร้างเรือสำรวจมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา”
อ่านเพิ่มเติม: Felix Brooks-church เจ้าของรางวัล Rolex ผู้สร้างนวัตกรรมเพื่อลดภาวะทุพโภชนาการ
โลกจะน่าอยู่ขึ้น หากเราไม่โลภและไม่ทำลายล้างกันและกันรวมถึงสิ่งแวดล้อม
สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นคือ OceanX ซึ่งเป็นทั้งมูลนิธิการกุศล ศูนย์บ่มเพาะทางวิทยาศาสตร์ และฟันเฟืองสื่อระดับโลกที่สามารถผลิตได้ตั้งแต่สารคดีพิเศษของ National Geographic ไปจนถึงภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ของ Disney พันธกิจของพวกเขานั้นฟังดูเรียบง่าย นั่นคือการสำรวจพรมแดนสุดท้ายของโลก เพราะมหาสมุทรครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยละ 70 ของโลก แต่พื้นที่ต่ำกว่าระดับ 200 เมตรลงไปกลับยังไม่ได้รับการทำแผนที่อีกเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงความเข้าใจที่มนุษยชาติมีต่อท้องทะเล “เราตระหนักว่าวิทยาศาสตร์จะมีพลังมากขึ้นเมื่อถูกบอกเล่าผ่านเรื่องราว” มาร์คกล่าว “อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงลำพังไม่อาจขับเคลื่อนความรู้สึกของผู้คนได้”
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ข้อมูลช่วยให้ความรู้ แต่เรื่องราวคือสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลง
หนึ่งในเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดคือ วิดีโอฟุตเทจภาพ “หมึกยักษ์” ครั้งแรกของโลก ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นและ Discovery Channel หลังจากที่ชุมชนวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามมานานหลายทศวรรษแต่ล้มเหลว ภาพนั้นสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก มาร์คเฝ้ามองปฏิกิริยาของคนทั่วโลก ทั้งความทึ่ง กระแสไวรัล และความสนใจในความหลากหลายทางชีวภาพใต้ทะเลลึกที่ฟื้นคืนกลับมาทันที มันยืนยันข้อสงสัยของเขาที่ว่า วิทยาศาสตร์เพียงลำพังอาจให้ข้อมูลได้ แต่เมื่อรวมกับสื่อที่มีคุณภาพ มันจะจุดประกายความสนใจจากสาธารณชนได้อย่างมหาศาล

Above ก่อนก่อตั้ง OceanX มาร์คเคยทำงานด้านการผลิตรายการสำหรับ National Geographic (ภาพ: ฌอน ลี-เดวีส์)
ครอบครัวดาลิโอย้ำชัดว่าพวกเขาไม่ใช่เพียงนักผจญภัย แต่คือ “นักยุทธศาสตร์” ทุกภารกิจของ OceanX ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ขยายผลต่อได้มากกว่าแค่บนเรือ เพื่อกำหนดทิศทางว่าผู้คนจะคิดอย่างไรต่อมหาสมุทร และจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับท้องทะเลอย่างไรในอนาคต เป้าหมายปัจจุบันของพวกเขาคืออะไร คำตอบคือ เอเชีย “เอเชียมีผืนน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก” เรย์อธิบาย “ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างทั่วถึง นั่นคือส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด”
สำหรับ OceanX เอเชียไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่ตลอดภารกิจหลายครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมา ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นสนามพิสูจน์วิสัยทัศน์ขององค์กรในการยกระดับวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการรู้เท่าทันมหาสมุทร ตั้งแต่การทำแผนที่ภูเขาใต้ทะเลและถิ่นที่อยู่ใต้ทะเลลึกในอินโดนีเซีย การค้นพบแนวปะการังในเขตแสงน้อยในมาเลเซีย ไปจนถึงการสำรวจทางทะเลที่ครอบคลุมที่สุดครั้งหนึ่งของติมอร์-เลสเต และการจัดภารกิจสำรวจทางวิทยาศาสตร์ใต้ทะเลลึกครั้งใหญ่ครั้งแรกของสิงคโปร์ ภายใต้กรอบการทำงานว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นอกเขตอำนาจศาลแห่งชาติ (BBNJ) ของสหประชาชาติ OceanX และพันธมิตรได้เร่งให้เกิดความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง
ควบคู่ไปกับภารกิจเหล่านี้ OceanX ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนและครูหลายร้อยคนได้ขึ้นมาสัมผัสประสบการณ์บนเรือ OceanXplorer นอกจากนี้ยังมอบทุนวิจัยให้กับนักวิจัยในท้องถิ่น และจัดโปรแกรมสร้างความเป็นผู้นำเพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถให้ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพด้านมหาสมุทร “เมื่อพูดถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรุ่นใหม่ คำถามคือ เราจะดึงดูดและพัฒนาผู้ที่มีศักยภาพสูงสุดให้มาใช้ทักษะของพวกเขาเพื่อมหาสมุทรได้อย่างไร เพราะมันเป็นที่ต้องการอย่างมาก” มาร์คกล่าว
การร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐบาล และพันธมิตรระดับภูมิภาค ช่วยให้ OceanX เสริมสร้างระบบนิเวศการวิจัยในท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง พร้อมสร้างองค์ความรู้ที่สามารถกำหนดนโยบายและการศึกษาไปทั่วเอเชียและที่อื่นๆ
สำหรับภูมิภาคที่พึ่งพามหาสมุทรทั้งในด้านอาหาร ความเป็นอยู่ การค้า และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความร่วมมือเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนการส่งมอบเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้คนตัดสินใจเกี่ยวกับผืนน้ำที่พวกเขาพึ่งพิงได้อย่างชาญฉลาด ที่นี่ มหาสมุทรไม่ใช่พรมแดนที่ห่างไกล แต่มันคือหัวใจหลักของชีวิตและความมั่งคั่งในอนาคต
แม้จะมีชื่อเสียงในฐานะนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่เรย์กลับพูดถึงมหาสมุทรด้วยความเคารพมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของผลตอบแทน “สำหรับผม ชีวิตคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยการผจญภัย หากคุณได้รู้จักธรรมชาติของตัวเอง และสนุกกับการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”
จิตวิญญาณนี้สะท้อนออกมาผ่านความปรารถนาที่จะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวก แม้มหาสมุทรจะงดงามและอุดมสมบูรณ์เพียงใด แต่มันกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก “เราปฏิบัติต่อมันราวกับเป็นห้องน้ำที่เราหาอาหารกินจากที่นั่นด้วย” เรย์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “มันแย่มาก... บางครั้งผมรู้สึกสะอิดสะเอียนกับการทำลายล้างที่เราเห็นในมหาสมุทร” ถึงอย่างนั้น เขาก็ปฏิเสธที่จะยอมแพ้ “เราจะแก้ไขทุกอย่างได้ไหม ผมไม่รู้หรอก” เขาตั้งคำถาม “นั่นอาจจะดูเป็นการคาดหวังที่สูงเกินไป แต่ผลลัพธ์ที่เราเห็นจากการทำงานร่วมกับสหประชาชาติ การสนับสนุนประเทศต่างๆ ในการสำรวจที่ไม่เคยทำมาก่อน มันน่าทึ่งมากที่เครือข่ายของเราเติบโตเร็วขนาดนี้”
มาร์คเชื่อว่าแม้ไม่มีองค์กรใดสามารถ “รักษา” มหาสมุทรได้เพียงลำพัง แต่พลังจากการร่วมมือกันอาจทำได้ “สิ่งที่ทำให้ผมมีความหวังคือความร่วมมือระหว่างประเทศ” เขากล่าว “ชีวิตทางทะเลไม่มีพรมแดน วิทยาศาสตร์ก็ไม่ควรมีเช่นกัน เราเริ่มเห็นแสงสว่างที่แสดงให้เห็นว่าหลายประเทศเริ่มตระหนักถึงความเร่งด่วน เข้าใจว่าการศึกษาและวิทยาศาสตร์ต้องทำร่วมกัน นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมมีแรงก้าวต่อไป”
และแน่นอนว่าสิ่งที่ OceanX กำลังสร้างขึ้นสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือนั้น “เรากำลังสร้างระบบสื่อใหม่ในรูปแบบ immersive media” มาร์คอธิบาย “Virtual Reality, Projection Mapping, ประสบการณ์พิพิธภัณฑ์แบบโต้ตอบ ไปจนถึงการแสดงผลข้อมูลด้วย Game Engine—นั่นคืออนาคต”
โปรแกรมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงผู้คนในทุกระดับ โดยการนำข้อมูลจริงจากภารกิจสำรวจมาเปลี่ยนให้เป็นประสบการณ์ที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะผ่านนิทรรศการขนาดใหญ่ หรือเครื่องมือดิจิทัล เป้าหมายคือการสร้างความเข้าใจและความผูกพันที่ยั่งยืน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาจไม่มีโอกาสได้สัมผัสมหาสมุทรด้วยตัวเอง
สิ่งที่ทำให้ผมมีความหวังคือความร่วมมือระหว่างประเทศ ชีวิตทางทะเลไม่มีพรมแดน วิทยาศาสตร์ก็ไม่ควรมีเช่นกัน
บนเรือยังมีกิจกรรม Hackathons ที่ให้นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี และนักออกแบบ ทำงานร่วมกับข้อมูลจากการสำรวจโดยตรง เพื่อสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ ในการนำเสนอภาพของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ความร่วมมือเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังโครงการ OceanX Education เพื่อให้แน่ใจว่าการเรียนรู้นั้นอ้างอิงจากวิทยาศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง “อุตสาหกรรมเกมมีมูลค่ามากกว่าดนตรี โทรทัศน์ และภาพยนตร์รวมกันเสียอีก” มาร์คกล่าว “และตอนนี้วิทยาศาสตร์ก็เริ่มนำ Game Engine มาใช้แล้ว หากเราไม่สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
นอกจากนี้ยังมีการสำรวจเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย OceanX ได้ร่วมกับสถาบันทางทะเลแห่งกาบูเวร์ดี (Cape Verde) พัฒนา SeaSwipe หรือที่มาร์คเรียกว่า “ทินเดอร์สำหรับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล” แพลตฟอร์มจดจำรูปภาพนี้เปิดให้คนทั่วไปมีส่วนร่วมในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยการช่วยระบุชนิดของสิ่งมีชีวิตทางทะเล ซึ่งแต่ละการโต้ตอบจะช่วยพัฒนาระบบ Machine Learning ให้ดียิ่งขึ้น “นั่นเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของสิ่งที่ AI สามารถทำได้” เขากล่าว

Above ด้วยความเชื่อที่ว่าไม่มีองค์กรใดสามารถปกป้องมหาสมุทรได้เพียงลำพัง OceanX จึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษา รัฐบาล และองค์กรเอกชนในเอเชียและทั่วโลก เพื่อสร้างและแบ่งปันข้อมูลที่สามารถพัฒนาวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์มหาสมุทรให้ก้าวหน้า (ภาพ: ฌอน ลี-เดวีส์)
OceanX Education ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นสะพานเชื่อมโยงการสำรวจเข้ากับการอนุรักษ์ เพื่อให้ผู้คนสัมผัสมหาสมุทรในฐานะระบบนิเวศที่มีชีวิต พร้อมตระหนักถึงวิกฤติที่ท้องทะเลเผชิญและบทบาทของตนในฐานะส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
มาร์คเล่าถึงประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นระหว่างการถ่ายทำ Realm of the Humpbacks ทีมงาน OceanX ได้เห็นเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่ง เมื่อฝูงวาฬเพชฌฆาตกำลังล่าลูกวาฬหลังค่อม โดยมีแม่วาฬพยายามปกป้องลูกอย่างสุดกำลัง เหตุการณ์เช่นนี้แทบไม่เคยถูกสังเกตเห็น และยิ่งน้อยครั้งที่จะมีการบันทึกไว้อย่างละเอียดเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาได้ “เรามีกล้องติดที่วาฬเพชฌฆาตตัวนำ มีโดรน และทีมงานใต้น้ำ มันเหมือนกับการดูการแข่งขันฟุตบอลเลย” เขากล่าว “การประสานงานของพวกมันน่าทึ่งมาก”
ฟุตเทจดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกทางวิทยาศาสตร์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่าและเหยื่อ รวมถึงพฤติกรรมทางสังคมของวาฬ “มันช่วยตอกย้ำสิ่งสำคัญ” มาร์คกล่าว “ว่ามนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกเพียงชนิดเดียวบนโลกนี้”

Above ปัจจุบัน มาร์คดำรงตำแหน่งซีอีโอร่วมของ OceanX ในขณะที่เรย์ยังคงให้คำปรึกษาแก่องค์กร (ภาพ: ฌอน ลี-เดวีส์)
แน่นอนว่าย่อมมีความท้าทาย เมื่อถูกถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขานอนไม่หลับ เรย์ตอบทันทีว่า “อัตราการเสื่อมโทรมที่เร็วกว่าอัตราการป้องกัน นั่นแหละคือปัญหา” ขณะที่คำตอบของมาร์คนั้นซับซ้อนกว่า “ความท้าทายก็คือความหวัง นั่นคือการร่วมมือกันระหว่างประเทศ แม้ว่ามันจะช้า ต้องใช้เวลา และเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เราก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง... ชีวิตจะมีค่าได้อย่างไรหากไม่มีความท้าทายให้ฟันฝ่า”
สองพ่อลูกดาลิโอทำการทำสมาธิเป็นประจำ และมองว่าโลกใต้น้ำคือ “ที่พึ่งทางจิตวิญญาณ” ที่ช่วยต้านทานความวุ่นวายของชีวิตสมัยใหม่ “เมื่อคุณดำน้ำ การหายใจจะกลายเป็นการทำสมาธิโดยธรรมชาติ” มาร์คกล่าว “คุณจะช้าลง และทุกอย่างรอบตัวจะเลือนหายไป” เรย์เสริมว่า “มันคือความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด นั่นคือจิตวิญญาณ การเชื่อมโยง และการยอมรับ ซึ่งมหาสมุทรได้มอบสิ่งนั้นให้กับเรา”
เรย์จะมีอายุครบ 77 ปีในปีนี้ แม้เขายังดูแข็งแรงและมีพลัง แต่ก็ยอมรับตามความจริงว่าเขาอยู่ในช่วงท้ายของเส้นทางอาชีพ “ผมรู้ว่าผมอยู่จุดไหนของการเดินทาง” เขากล่าว “ผมจะทิ้งอะไรไว้ให้ใคร งานการกุศลของผม ครอบครัวของผม ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น”
เห็นได้ชัดว่า OceanX ได้มอบสิ่งที่ตลาดทุนไม่เคยให้ได้ นั่นคือ “ความหมาย” ที่นอกเหนือจากตัวเลข “สำหรับผม การลงทุนในตลาดหุ้นเหมือนกับการเล่นเกม” เขากล่าว “ผมโชคดีที่สิ่งที่ผมรักให้ผลตอบแทนกับผม แต่สิ่งนี้นั้นแตกต่างออกไป”
อ่านเพิ่มเติม: Grégoire Courtine นักประสาทวิทยาผู้พลิกโฉมชีวิตผู้ป่วยอัมพาต กรุยทางสู่การฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหว
Above ชมบทสัมภาษณ์พิเศษของ Tatler กับ Ray และ Mark Dalio
มีความรู้สึกชัดเจนว่าพวกเขาเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และต้องการใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อสร้างความแตกต่าง เพื่อตระหนักถึงความสอดประสานและยอมรับว่าเราทุกคนคือส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ “โลกจะน่าอยู่ขึ้น หากเราไม่โลภและไม่ทำลายล้างกันและกันรวมถึงสิ่งแวดล้อม” เรย์กล่าวทิ้งท้าย มาร์คพยักหน้าพลางกล่าวติดตลกว่า “พ่อผมมีหลักการเต็มไปหมด และผมก็จะเดินตามทางของพ่อในเรื่องนั้น” การส่งต่อไม้ต่อนี้อาจดูเรียบง่าย แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้
แล้วพวกเขาเห็น OceanX ในอีก 10 ปีข้างหน้าอย่างไร “ผมคิดว่าเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้” เรย์กล่าว “เราจะสร้างชุมชนที่พร้อมจะทำสิ่งนี้ไปกับเรา เงินทุนจะเพิ่มขึ้น ความสนใจจะมากขึ้น มันจะเป็นพลังที่ทำให้คนหันมาปกป้อง ตื่นตาตื่นใจ และพัฒนาท้องทะเลอย่างยั่งยืน เราทำได้แน่นอน”

Above Mark และ Ray Dalio บนปกนิตยสาร Tatler ฉบับเดือนเมษายน 2026 (ภาพ: Tatler Asia)
Credits
โปรดิวเซอร์: Chong Seow Wei
บรรณาธิการร่วม: Dana Koh
ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์: Sean Lee-Davies and Zoe Yau
ช่างภาพ: Sean Lee-Davies
สไตลิสต์: Adriel Chiun
ผู้ช่วยช่างภาพ: Isaac Ho Ren Jie, Alfred Phang and Christiana Philips
วิดีโอ: Jufri Husne, Isaku Lim, Nicola Ng and Melvin Wong
วิดีโอ เอดิเตอร์: Awethentic Studio, LFG Content Co and Nicola Ng
ทีมช่างภาพ: Malik Basar and Joellyn Toh
ดูแลเครื่องแต่งกาย: Aung Keng and Wee Ming
Topics















