Cover ภาพยนตร์สารคดี ‘The Last of the Sea Women’ เตรียมฉายทาง Apple TV+ ในวันที่ 11 ตุลาคม 2024

ภาพยนตร์สารคดี “The Last of the Sea Women” อำนวยการสร้างโดยเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ Malala Yousafzai กำกับโดย Sue Kim ติดตามชีวิตของชุมชนแฮนยอ จิตวิญญาณของนักฟรีไดฟ์วิ่งหญิงแห่งเชจู ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายของวิกฤติสิ่งแวดล้อมและอนาคตที่ไม่แน่นอน

“ฉันมองหาโปรเจ็กต์ที่จะเล่าเรื่องราวที่ไม่เหมือนใครจากมุมมองของผู้หญิง กำกับโดยผู้หญิง เขียนโดยผู้หญิง และฉันคิดว่า ‘The Last of the Sea Women’ คือสิ่งที่ฉันตามหา” Malala เล่าถึงแผนผลิตภาพยนตร์ 3 เรื่องในล๊อตแรกของ Extracurricular บริษัทผลิตภาพยนตร์ใหม่แกะกล่องเพื่อเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Apple TV+

Malala ให้คำจำกัดความทีมงานสร้างของเธอว่าเป็นโครงการสร้างภาพยนตร์ที่ยึดถือแนวคิดแบบผู้หญิงเป็นใหญ่ เพราะ 90 เปอร์เซ็นต์ของทีมเป็นผู้หญิง

“ภาพยนตร์เรื่องนี้ท้าทายหลายแง่มุม ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างพลังและความเป็นอิสระของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังพูดว่าเราจะอยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนได้อย่างไร” Malala พูดถึงภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกที่เธออำนวยการสร้าง

อ่านเพิ่มเติม: 15 สารคดีสร้างแรงบันดาลใจ จากเรื่องจริงของนักกีฬาหญิงสุดแกร่ง

Tatler Asia
Sue Kim, director of The Last of the Sea Women
Above ซู คิม ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "The Last of the Sea Women"
Tatler Asia
Nobel laureate and activist Malala Yousafzai, a producer on The Last of the Sea Women (Photo: Tracy Nguyen)
Above มาลาลา ยูซาฟไซ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "The Last of the Sea Women" (ภาพ: Tracy Nguyen)
Sue Kim, director of The Last of the Sea Women
Nobel laureate and activist Malala Yousafzai, a producer on The Last of the Sea Women (Photo: Tracy Nguyen)

ผู้กำกับหญิงชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีย้อนนึกถึงประสบการณ์วัยเด็กที่เธอได้รู้จักกับแฮนยอที่เกาะเชจูเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 8 ขวบ นักฟรีไดฟ์วิ่งหญิงที่ลงไปเก็บอาหารทะเลในน้ำลึกโดยไม่ใช้ถังอากาศ ก้อนตะกั่วเพื่อถ่วงน้ำหนัก หรือแม้แต่ชุดที่ทำมาเพื่อใช้ดำน้ำ ผู้หญิงเหล่านั้นในวันนี้ มีอายุตั้งแต่ 60 ไปจนถึง 90 ปี ฟรีไดฟ์เพื่อหาหอยเป๋าฮื้อและหอยสังข์ที่เกาะอยู่ตามก้อนหิน ปลิงทะเลและเม่นทะเลที่ซ่อนตัวอยู่ลึกลงไปถึง 20 เมตร

“ฉันหลงรักและชื่นชอบแฮนยอมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น” Kim ให้สัมภาษณ์กับ Tatler หลังภาพยนตร์ของเธอฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตเมื่อต้นเดือนกันยายน

“สิ่งที่ทำให้ฉันหลงรักผู้หญิงเหล่านี้คือความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่พวกเธอทำกับภาพลักษณ์ผู้หญิงเอเชียที่เงียบขรึม พวกเธอกล้าหาญ มีความมั่นใจ พวกเธอเป็นคนเสียงดัง มีชีวิตชีวา และกล้าแสดงออกในแบบที่ไม่รู้สึกผิดเลย พวกเธอทำลายภาพจำผู้หญิงเอเชียแบบเดิม ๆ และมอบความเป็นผู้หญิงเกาหลีแบบใหม่ที่ฉันมีความทะเยอทะยานอยากจะเป็น”

เมื่อ Kim ได้มีโอกาสกลับไปเยือนเชจูอีกครั้งในฐานะคนทำภาพยนตร์ เธอต้องพบกับความจริงที่ว่ากลุ่มแฮนยอที่เธอเห็นจะเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว เธอจึงอยากจะบันทึกเรื่องราวเพื่อจดจำผู้หญิงที่น่าทึ่งเหล่านี้

ภาพยนตร์สารคดี “The Last of the Sea Women” เป็นการแสดงความเคารพต่อแฮนยอ ที่แตกต่างแบบสุดโต่งกับชื่อที่พวกเธอถูกเรียกว่าเป็นนางเงือกของเกาหลี เธอต้องการให้เห็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของผู้หญิงกลุ่มนี้

“พวกเธอเสียงดัง สนุกสนาน และโผงผาง... และนั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็น”

Above "The Last of the Sea Women" จะออกฉายทาง Apple TV+ ในวันที่ 11 ตุลาคม 2024

วัฒนธรรมหญิงเป็นใหญ่ของชุมชนแฮนยอมีความเป็นมาหลายร้อยปี และได้รับการรับรองให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO เมื่อปี 2016

มีทฤษฎีที่เล่ากันในเกาหลีใต้ ว่าย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 17 เมื่อประเทศเกาหลีเริ่มเก็บภาษีจากแรงงานผู้ชายจึงมีการส่งเสริมให้ผู้หญิงแสวงหารายได้เพื่อเลี้ยงชีพมากขึ้นอีกด้านหนึ่งก็อธิบายว่าผู้หญิงฟรีไดฟ์ได้ดีกว่าเพราะร่างกายพวกเธอมีองค์ประกอบไขมันสูงกว่าผู้ชายทำให้อยู่ใต้น้ำได้นานกว่า

แต่ไม่ว่าเรื่องราวของแฮนยอจะเริ่มแบบไหน ประเพณีของพวกเขาก็ถูกถ่ายทอดจากแม่สู่ลุกสาวมาหลายรุ่นแล้ว ทำให้แฮนยอกลายเป็นชุมชนของผู้หญิงที่มีอิสรภาพทางการเงิน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสังคมชายเป็นใหญ่ของเกาหลีใต้

“ครอบครัวของฉันทำอาชีพนี้มา 7 รุ่นแล้ว...ฉันเห็นแม่หาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินที่ได้จากการเป็นแฮนยอ” Hee Soon Lee วัย 79 เล่าให้ Tatler ฟังผ่านล่ามว่าเธอเริ่มทำอาชีพนี้ตั้งแต่อายุ 18 ปี เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ Kim ตามถ่ายทำสำหรับสารคดี

แต่ประเพณีการสืบทอดอาชีพนี้สู่รุ่นต่อไปมีให้เห็นน้อยลงเรื่อยๆ จากที่เคยมีแฮนยอที่เชจูถึงราว 30,000 คนในช่วงปี 1960 ปัจจุบันเหลือเพียง 4,000 คนเท่านั้น อย่างลูกสาวของ Hee Soon Lee เอง สุดท้ายก็เปลี่ยนอาชีพ หลังจากทำแฮนยออยู่ 10 ปี

Tatler Asia
The Last of the Sea Women
Above แฮนยอจะกลั้นหายใจครั้งละหลายนาที และสามารถดำลงไปได้ลึกถึง 20 เมตร
The Last of the Sea Women

คนบนเกาะเชจูไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาพยายามจะรักษาประเพณีนี้เอาไว้ มีการตั้งโรงเรียนเพื่อช่วยรักษาวัฒนธรรมแฮนยอและสนับสนุนผู้หญิงรุ่นใหม่ที่รุ่นแม่รุ่นยายอาจไม่ได้สอนอาชีพนี้ แต่ก็มีคนเรียนจบและไปทำอาชีพนี้ต่อน้อยมาก

“มันก็เป็นอาชีพที่ยากและท้าทายจริง ๆ” Hee Soon Lee ยอมรับ

ในขณะที่ภาพจำของแฮนยอเริ่มเปลี่ยนไป การหาเลี้ยงชีพแบบนี้ก็ยากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย เพราะจำนวนสัตว์ทะเลที่ถูกคุกคามมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนทางการเงิน ตรงกับที่ Hee Soon Lee เล่าว่าอาชีพนี้เคยทำรายได้ดีเพราะเคยมีปลิงทะเลมากกว่าทุกวันนี้

“The Last of the Sea Women” พาไปตามติดชีวิตของแฮนยอสาว 2 คนที่อาศัยอยู่ที่เกาะคอเจ ที่ห่างจากเชจูออกไปถึงกว่า 250 กิโลเมตร ทั้งสองสาวกำลังเป็นที่โดดเด่นบนแพลตฟอร์มยูทูบ กับคลิปต่าง ๆ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการฟรีไดฟ์เพื่อหาอาหารทะเล ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 43,000 ราย

Above โซฮีจินและจองมินอูแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาในฐานะแฮนยอ บนช่อง YouTube ของพวกเขา

Kim Jin และ Sohee Jin ในวัย 30 ปี เกิดความเบื่อหน่ายกับชีวิตสาวออฟฟิส จึงตัดสินใจทิ้งเมืองเพื่อออกมาทำงานกับธรรมชาติในฐานะแฮนยอ พวกเขายังมีสมาชิกอีกคนเป็นคุณแม่ลูกสามวัย 37 ปีที่เลือกประกอบอาชีพนี้เพราะความยืดหยุ่นในการทำงาน

ช่วงหนึ่งของสารคดีที่น่าจะอบอุ่นหัวใจคนดูมากที่สุดคือตอนที่แฮนยอจากสองฝั่งอายุมาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรักในอาชีพและความทุ่มเทที่พวกเธอมีต่อท้องทะเล แต่ก็เป็นเวลาเดียวกันที่มีความเจ็บปวดซ่อนอยู่

เหล่าแฮนยอรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำอาชีพนี้ได้ไม่นาน ก็ยังเห็นความเปลี่ยนแปลงของรายได้ที่ลดลงทุกๆ ปี ที่เกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม ส่งผลรุนแรงต่อชีวภาพในมหาสมุทรจนพวกเขาไม่แน่ใจว่าอนาคตของอาชีพแฮยอนจะคงอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติม: เมจิ อโณมา: บททดสอบจาก Everest Marathon ที่เปลี่ยนความคิดเธอไปตลอดกาล

Tatler Asia
The Last of the Sea Women
Above จองมินวูและโซฮีจินเป็นตัวอย่างที่หายากของแฮนยอรุ่นเยาว์
The Last of the Sea Women

Soon Deok Jang เรียนว่ายน้ำเมื่ออายุ 16 ปีและเริ่มอาชีพแฮยอนตอนอายุ 20 ปี แม้ผู้กำกับ Kim จะชื่นชมพวกเธอ แต่ Soon Deok Jang กลับรู้สึกว่าแฮยอนเป็นอาชีพที่ถูกด้อยค่าเธอตัดสินใจเข้ากรุงโซลและฝึกเป็นช่างทำผมแต่เมื่อแต่งงานแล้วย้ายกลับมาที่เชจูเธอก็กระโดดลงทะเลอีกครั้งเพราะมองว่าเป็นหนทางเดียวที่จะเลี้ยงชีพได้ดี

ปัจจุบันอายุ 72 ปี Soon Deok Jang เล่าว่าก่อนเริ่มอาชีพนี้ ครอบครัวของเธอยากจนมาก พอเริ่มทำแฮนยอ เธอหาเงินได้มากขึ้น สามีอยู่บ้านดูแลลูก ๆ เธอไปญี่ปุ่นปีละ 3 เดือนเพื่อหาอาหารทะเล “ถ้าเกิดชาติหน้าอีก ฉันคิดว่าฉันก็ยังคงทำอาชีพแฮนยอ”

ณ ตอนนี้ อาชีพแฮนยอยังคงทำรายได้ดีอยู่พอสมควร แต่ก็เป็นงานที่อันตรายและได้รับแรงสนับสนุนจากคนนอกชุมชนน้อยมาก ในระหว่างการถ่ายทำสารคดี Joo Hwa Kang วัย 63 ปี ประสบอุบัติเหตุส่งผลให้กระดูกเท้าแตกและต้องหยุดทำงาน

Tatler Asia
The Last of the Sea Women
Above แฮนยอเก็บหอยเป๋าฮื้อและหอยสังข์ที่เกาะตามหินและแตงกวาทะเลและเม่นทะเลที่ซ่อนอยู่ใต้พวกมัน
The Last of the Sea Women

ชะตาชีวิตแฮนยอขึ้นอยู่กับความปราณีของธรรมชาติ สุขภาพของท้องทะเลมักเป็นหัวข้อสนทนาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อย ๆ เพราะแฮนยอเป็นอาชีพที่อ่อนไหวต่อหลายปัจจัย ทั้งการประมงเชิงอุตสาหกรรม อุณหภูมิน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และมลพิษในทะเล ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ทะเล และแน่นอนว่ากระทบโดยตรงต่ออาชีพของพวกเธอ ทั้งเรื่องสภาพการทำงาน และด้านการเงิน

ในช่วงที่ Kim กำลังถ่ายทำสารคดี เป็นช่วงที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าจะปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่ทะเล น้ำเหล่านี้ถูกเก็บรวมรวมไว้หลังเกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเมื่อปี 2011 สารคดีของ Kim เลยได้บันทึกเรื่องราวของเหล่าแฮนยอที่ออกไปประท้วงบนท้องถนนด้วย พวกเธอเชื่อว่าการปล่อยน้ำเสีย แม้จะได้รับการบำบัดแล้ว ก็จะยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของท้องทะเลและคนที่ต้องพึ่งพาทะเลอย่างพวกเธอแน่นอน

Tatler Asia
The Last of the Sea Women
Above ใน "The Last of the Sea Women" แฮนยอทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมตัวกันเพื่อประท้วงการปล่อยน้ำเสียกัมมันตภาพรังสีหลังจากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเมื่อปี 2011 ลงในมหาสมุทร
The Last of the Sea Women

การประท้วงนำไปสู่การเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ของ Soon Deok Jang เพื่อเป็นตัวแทนกลุ่มแฮนยอกล่าวสุนทรพจน์ความยาว 2 นาทีต่อหน้าที่ประชุมสหประชาชาติ

Malala บอกว่าช่วงเวลาที่สะดุดตาเธอมากที่สุดคือเมื่อกลุ่มแฮนยอตกลงที่จะเดินทางไปเจนีวาเพื่อขึ้นพูดที่เวทีสหประชาชาติ และให้ความสำคัญกับประเด็นภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลอย่างจริงจัง

“พวกเขาต้องการให้แน่ใจว่าได้เข้าร่วมกิจกรรมกับนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่เพื่อให้การเรียกร้องเสียงดังขึ้นอีก พวกเขาหยุดงานเพื่อมาประท้วง และพูดประเด็นนี้บนแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นงานปริมาณมากสำหรับพวกเขา แต่ก็ยังลุกขึ้นมาทำ เพราะพวกเขาเข้าใจความเร่งด่วนและความสำคัญของการปกป้องสิ่งแวดล้อม ปกป้องทะเล และปกป้องชุมชนของเขา”

Tatler Asia
Hee Soon Lee , Malala Yousafzai, Sue Kim and Soon Deok Jang attend the premiere of The Last of the Sea Women at the 2024 Toronto International Film Festival
Above ฮี ซุน ลี, มาลาลา ยูซาฟไซ, ซู คิม และซุน ด็อก จัง เข้าร่วมรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Last of the Sea Women ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตปี 2024
Hee Soon Lee , Malala Yousafzai, Sue Kim and Soon Deok Jang attend the premiere of The Last of the Sea Women at the 2024 Toronto International Film Festival

“The Last of the Sea Women” คือการบันทึกเรื่องราวที่มีค่าของแฮนยอก่อนที่จะสายเกินไป สารคดีเน้นย้ำความสำคัญของการรวมตัวกันของคนในชุมชน ชี้ให้เห็นความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของผู้หญิงเหล่านี้ และเล่าถึงความเปราะบางของท้องทะเล

Malala บอกว่าวิธีที่เหล่าแฮนยอร่วมมือกันและช่วยเหลือกัน วิธีปกป้องท้องทะเล วิธีที่พวกเธอปัดทิ้งความคาดหวังที่ว่าผู้หญิงจะต้องแต่งตัวแบบไหน ทำตัวอย่างไร หรือพูดอย่างไร แล้วบอกโลกว่า ‘เรารักทะเล เราต้องการดำน้ำ นี่คือวิธีที่เราหาเลี้ยงชีพ เราต้องการแบ่งปันธรรมชาติ เราต้องการให้ทุกคนได้รับส่วนแบ่งที่เท่าเทียมกัน’ มันเป็นข้อความสำคัญที่เราทุกคนควรไตร่ตรอง

“แฮนยอเป็นหนึ่งในไม่กี่สังคมที่มีผู้หญิงเป็นใหญ่ แต่ค่านิยมที่พวกเขามีนั้นสำคัญมาก ฉันคิดว่ามีอะไรมากมายที่พวกเราทุกคนสามารถเรียนรู้จากพวกเธอได้"

Tatler Asia
The Last of the Sea Women
Above เชื่อกันว่าแฮนยอมีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ 17 เมื่อมีการเก็บภาษีแรงงานของผู้ชาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงออกไปแสวงหารายได้เลี้ยงชีพแทน
The Last of the Sea Women

“ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่นอนคือเราภูมิใจที่เป็นแฮนยอ และมีความสุขกับงาน และฉันก็หวังว่าประเพณีจะยังคงอยู่ต่อไป” Hee Soon Lee กล่าวทิ้งท้ายกับ Tatler และอยากให้ช่วยกันบอกต่อเรื่องราวของพวกเธอและภาพยนตร์เรื่องนี้

Topics