สภาวะการลงทุนในปี 2024 ที่ผ่านมาอาจไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจึงออกมาทำนายเทรนด์อนาคตว่าปัญญาประดิษฐ์ Web3 และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ จะยังคงอยู่ในความสนใจของนักลงทุนในปี 2025
สถานการณ์การระดมทุนของปี 2024 นั้นชวนให้นึกถึงวิกฤติเศรฐกิจฟองสบู่ดอทคอมเมื่อปี 2001 อย่างมาก ด้วยสาเหตุหลายปัจจัย อาทิ การระดมทุนทั่วโลกลดลงอย่างน่าตกใจ โดยเม็ดเงินลงทุนในภูมิภาคเอเชียนั้นลดลงเหลือ 13.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่สาม ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2015 แพลตฟอร์มข้อมูลสตาร์ทอัพ Tracxn ระบุในรายงานล่าสุดว่า สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ฝืดเคือง และเสริมว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องประสบกับภาวะกระแสเงินทุนลดลงอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบตลาด
สตาร์ทอัพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้รับเงินทุนรวมทั้งสิ้น 2.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 420 รอบการระดมทุน ลดลง 59 เปอร์เซ็นต์จากปี 2023
แม้จะมีภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่สิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำในภูมิภาคในปี 2024 โดยระดมทุนได้ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 67 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคส่วนสำคัญอย่างฟินเทค คลีนเทค และบล็อกเชนยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการและการทำงานของรัฐบาล
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ คำถามสำคัญคือปี 2025 จะเป็นอย่างไร Tatler ได้พูดคุยกับเหล่า Gen.T Leaders of Tomorrow และนักลงทุนในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (venture capitalist) เพื่อแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับโอกาส ความท้าทาย และอุตสาหกรรมที่ควรจับตามอง
อ่านเพิ่มเติม: อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ปลุกปั้น 'Techsauce Global Summit' สู่ประตูแห่งโอกาสของอาเซียน
Joshua Agusta กรรมการบริหารกองทุน Vertex Ventures
Joshua Agusta เป็นกรรมการบริหารที่กองทุน Vertex Ventures เขาเป็นผู้บริหารกองทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียในส่วนของกองทุนร่วมทุนด้านเทคโนโลยีและการดูแลสุขภาพระดับโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ก่อนหน้านี้เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกองทุนร่วมทุนที่ มันดิรี แคปิตอล อินโดนีเซีย (Mandiri Capital Indonesia) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของธนาคารมันดิรี (Mandiri) ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย
อ่านเพิ่มเติม: มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ผู้บริหารหญิงแห่ง Sea (Thailand) กับการต่อจิ๊กซอว์ในธุรกิจดิจิทัลไทย

Above Joshua Agusta เชื่อว่าอินโดนีเซียยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากขนาดตลาด การเติบโตทางด้านดิจิทัล และการสนับสนุนจากรัฐบาล (ภาพ: Gen.T)
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงปรับตัวได้ดี ขณะที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของตลาด
“ปี 2025 เราจะได้เห็นสถานการณ์การระดมทุนที่ผสมผสานกัน เนื่องจากขณะที่สภาวะเศรษฐกิจมหภาคมีเสถียรภาพแต่ยังคงต้องระมัดระวังกันอยู่ แม้ว่าแนวโน้มของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูงจะผ่อนคลายลง แต่ผลกระทบที่ตกค้างอยู่ อาจส่งผลต่อความเสี่ยง ทำให้นักลงทุนยอมรับได้ไม่มาก
“ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินโดนีเซีย สถานการณ์อาจแตกต่างออกไปเล็กน้อย เนื่องจากภูมิภาคนี้ยังคงปรับตัวได้ดี เนื่องมาจากฐานผู้บริโภคที่เติบโต การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว และสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มีต้นทุนค่อนข้างต่ำ
“นักลงทุนจำนวนมากจะโฟกัสไปที่ประสิทธิภาพของเงินทุน โดยเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีเส้นทางการทำกำไรที่ชัดเจนมากกว่าสตาร์ทอัพที่มุ่งการเติบโต ดังนั้นกองทุนขนาดใหญ่อาจสำรองเงินสดไว้สำหรับสนับสนุนพอร์ตโฟลิโอมากกว่าการลงทุนใหม่
“ในขณะเดียวกัน สตาร์ทอัพจะพบกับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบจะเปลี่ยนไปที่การวิเคราะห์ผลกำไรของธุรกิจโดยพิจารณาที่หน่วยเล็กที่สุด การกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของตลาด”
AI และระบบการทำงานอัตโนมัติจะครองกระแส
“นักลงทุนจะมุ่งลงทุนไปที่กองทุนที่เน้นด้าน AI เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ ฟินเทค และการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี Generative AI และระบบการทำงานอัตโนมัติจะดึงจุดสนใจจากนักลงทุนได้มาก ขณะที่เราจะได้เห็นนวัตกรรมที่เน้นหนักด้านสภาพภูมิอากาศเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากข้อกำหนดด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) ที่แพร่ขยายไปทั่วโลก
“สำหรับสตาร์ทอัพที่กำลังเร่งการระดมทุนที่มีมูลค่าสูงขึ้น คาดว่าจะได้เห็นการระดมทุนแบบระยะสั้น (Bridge funding) และการปรับแก้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น การเติบโตของการระดมทุนจะเป็นไปตามรายได้ เงินกู้ร่วมทุน และการระดมทุนจากมวลชน เนื่องจากผู้ก่อตั้งมองหาเงินทุนโดยไม่ต้องลดสัดส่วนการถือหุ้น”
“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินโดนีเซีย จะยังคงดึงดูดเงินทุนระดับโลก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง และตลาดที่ยังไม่มีใครเข้าถึง”
เศรษฐกิจโลกยังคงซับซ้อน
“เศรษฐกิจโลกยังคงมีทั้งดีและร้าย การเปิดประเทศของจีน เงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีเสถียรภาพ อาจช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดเกิดใหม่อย่างอินโดนีเซีย
“อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้ต้นทุนแพงขึ้น และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน สร้างความไม่แน่นอน และเกิดการจำกัดการลงทุนข้ามพรมแดน ความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอาจส่งผลต่อสตาร์ทอัพที่เน้นการส่งออกเช่นกัน”
4 ความท้าทายสำหรับสตาร์ทอัพที่กำลังมองหาเงินทุน
“มีความท้าทายใหญ่ๆ 4 ด้าน อย่างแรก เจ้าของธุรกิจอาจต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้การประเมินมูลค่าที่น่าพอใจ โดยเฉพาะหากพวกเขาเคยระดมทุนด้วยมูลค่าที่สูงเกินจริงในรอบก่อนหน้า จากนั้นพวกเขาต้องแสดงหลักฐานความสามารถในการขยายธุรกิจ เพราะนักลงทุนต้องการไม่เพียงแค่การเติบโต แต่ต้องเป็นการเติบโตที่มีกำไรด้วย
“นอกจากนี้ยังมีช่องว่างของการระดมทุน โดยการระดมทุนในระยะเริ่มต้นยังค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่การระดมทุนในระยะท้ายกำลังเผชิญกับช่องว่างที่มีนัยสำคัญ”
“สุดท้ายทั่วโลกจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น เนื่องจากสตาร์ทอัพในอินโดนีเซียต้องสร้างความแตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เพื่อแย่งชิงเงินทุนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์”
คำแนะนำสำหรับเจ้าของกิจการในปี 2025
“ปรับปรุงคุณค่าของสินค้าหรือบริการและมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่มีผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดในปัจจุบัน”
“แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินและการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ มีต้นทุนต่อหน่วยที่ชัดเจน และการคาดการณ์การเติบโตที่สมเหตุสมผล”
“กระจายฐานนักลงทุนและสำรวจนักลงทุนทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อลดการพึ่งพานักลงทุนในท้องถิ่นมากเกินไป”
“สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และร่วมมือกับบริษัทและผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดและความน่าเชื่อถือของคุณ”
“สุดท้าย เตรียมพร้อมสำหรับแผนธุรกิจที่ใช้เวลามากกว่าเดิม เนื่องจากการระดมทุนในปี 2025 มีแนวโน้มที่จะใช้เวลามากขึ้น เจ้าของธุรกิจจึงต้องวางแผนด้านเงินทุนที่ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น”
Sarah Chen-Spellings ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุน Beyond the Billion
Sarah Chen-Spellings ยังคงยึดมั่นที่จะลงทุนในบริษัทที่ก่อตั้งโดยผู้หญิง ในปี 2024 Beyond the Billion มุ่งลดช่องว่างด้านการระดมทุนระหว่างเพศ และขยายแคมเปญการระดมทุนเพื่อขับเคลื่อนตลาดใหม่ๆ รวมถึงอินเดีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร สำหรับสตาร์ทอัพหญิง
Sarah Chen-Spellings กล่าวว่า “เรายังคงเดินหน้าสร้างการทำงานเชิงระบบร่วมกับกองทุนพันธมิตรของเรา เพื่อเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพหญิง เราในฐานะผู้จัดสรรเงินทุนและนักสร้างนวัตกรรมได้เพิ่มความร่วมมือใหม่ๆ กับบริษัทและสถาบันต่างๆ เช่น UBS, Dell Technologies และองค์กรอื่นๆ ในเครือข่าย เพื่อเปิดโอกาสในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในแง่ของการไหลเวียนของเงินทุนไปสู่สตาร์ทอัพที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ”

Above แม้ว่าปี 2025 จะยังคงเป็นปีที่ยากลำบาก แต่ Sarah Chen-Spellings กล่าวว่า สตาร์ทอัพที่มีทีมผู้นำที่เข้มแข็งและมีแนวทางที่ชัดเจนในการทำกำไร จะประสบความสำเร็จ (ภาพ: Tatler)
การลงทุนด้าน AI ท้าทายภาวะตลาดที่ซบเซาในปี 2024
“ปี 2024 เป็นปีที่ท้าทายอย่างแท้จริง เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการปรับตัวครั้งใหญ่ในการประเมินมูลค่า อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรม AI กลับมีทิศทางที่แตกต่างออกไป และดึงดูดเงินทุนส่วนใหญ่จากนักลงทุนในปี 2024
“จากข้อมูลของบริษัทวิจัยธุรกิจและการลงทุน Crunchbase ที่วิเคราะห์โดยบริษัท EY ข้อตกลงทางธุรกิจที่เกี่ยวกับ AI คิดเป็น 37 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุน 38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่บริษัทต่างๆ ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนในไตรมาส 3 ปี 2024 โดย 4 ใน 10 ของดีลที่ใหญ่ที่สุดเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI การเพิ่มขึ้นของการลงทุนในธุรกิจ AI คาดว่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแนวโน้มในระยะยาวเท่านั้น
“ฉันเชื่อว่าปี 2025 จะยังคงมุ่งเน้นที่ธุรกิจพื้นฐานและธุรกิจที่มีคุณภาพ นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเพิ่มการลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีต้นทุนต่อหน่วยที่แข็งแกร่ง มีเส้นทางสู่การทำกำไรที่ชัดเจน และมีทีมผู้นำที่พร้อมรับมือกับความผันผวน สำหรับเจ้าของธุรกิจ แม้จะยังเป็นสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก แต่ผู้ที่ทำธุรกิจโดยสอดคล้องกับเกณฑ์เหล่านี้จะเติบโตได้ดี”
ความนิยมเกี่ยวกับ AI จะยังคงอยู่ต่อไป แต่...
“ความนิยมในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ AI ต้องประยุกต์ใช้งานได้จริงในแต่ละอุตสาหกรรม สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับฉันคือศักยภาพของ AI ในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ ที่สร้างทางออกของปัญหาที่ขยายการเติบโตได้และมีผลในระยะยาว”
การลงทุนแบบ Double Bottom Line จะได้รับความนิยมในที่สุด
“เราจะเห็นการลงทุนที่เน้นไปที่ธุรกิจที่มาพร้อมกับแนวคิดที่ชัดเจนโดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ AI เชิงสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ ฉันรู้สึกบวกกับธุรกิจประเภทนี้ แม้ธุรกิจที่เน้นเรื่อง ESG จะถูกโจมตีด้านความหลากหลายในปี 2024 นักลงทุนสถาบันยังคงมุ่งมั่นที่จะได้ผลตอบแทนแบบ double-bottom-line นั่นคือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางการเงินควบคู่ไปกับผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เรายังเห็นว่า LP (Limited Partner - นิติบุคคลหรือบุคคลที่ให้ทุนแก่ห้างหุ้นส่วน แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ) มีการคัดเลือกที่เข้มงวดมากขึ้น ในขณะที่ผลงานของธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุนโดยตลอด”
เจ้าของธุรกิจจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น
“สำหรับสตาร์ทอัพจำนวนมาก ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากนักลงทุน ยุคของการระดมทุนที่ง่ายดายโดยอาศัยเพียงการคาดการณ์การเติบโตได้ผ่านพ้นไปแล้ว ปัจจุบัน สตาร์ทอัพจำเป็นต้องแสดงให้เห็นไม่เพียงแค่วิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนด้านความสามารถในการดึงลูกค้า ประสิทธิภาพการใช้เงินทุน และความเหมาะสมกับตลาด นอกจากนี้ การแข่งขันเพื่อแย่งชิงเงินทุนที่มีจำกัดก็เข้มข้นขึ้นด้วย”
คำแนะนำสำหรับสตาร์ทอัพที่กำลังมองหาการระดมทุน
“โฟกัสไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับนักลงทุนตั้งแต่ก่อนที่คุณจะต้องการเงินทุน เตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามยากๆ เกี่ยวกับโมเดลธุรกิจ ต้นทุนต่อหน่วย และกลยุทธ์การออกจากการลงทุน (exit strategy)”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ จำไว้ว่าการระดมทุนนั้นให้ประโยชน์สองทาง นักลงทุนที่ดีที่สุดไม่ได้นำมาแค่เงินทุนเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งเครือข่าย ความเชี่ยวชาญ และคุณค่าเชิงกลยุทธ์”
Kenrick Drijkoningen หุ้นส่วนกองทุน Play Ventures
Kenrick Drijkoningen เป็นหุ้นส่วนของ Play Ventures บริษัทร่วมทุนระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านเกมในระยะเริ่มต้น โดยมุ่งเน้นที่สตูดิโอและสตาร์ทอัพด้านเกม play-to-earn และ Web3 นอกจากนี้ Drijkoningen ยังเป็นหุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง LuneX Ventures ซึ่งเป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาจาก Golden Gate Ventures ที่มุ่งเน้นด้านคริปโต โดยลงทุนในสินทรัพย์คริปโตเคอร์เรนซีและบริษัทบล็อกเชน
Play Ventures เพิ่งระดมทุนได้ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับกองทุนเกมกองทุนที่สาม ทำให้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของ Play Ventures ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นกองทุนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมเกม ซึ่งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีแนวโน้มไปสู่การเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่

Above บริษัทที่สามารถพัฒนาให้อยู่ใน web3 และเกม คือธุรกิจที่อยู่ในความสนใจของ Kenrick Drijkoningen ในปี 2025 (ภาพ: Gen.T)
ปี 2025 จะมีสัญญาณที่ดีขึ้นเล็กน้อย
“สองปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับการระดมทุนของสตาร์ทอัพ เนื่องจากปัญหาสองประเด็นคือ การเกิดขึ้นพร้อมกันของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการประเมินมูลค่าบริษัทเอกชนที่สูงในช่วงท้ายของนโยบายดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ ตลาดต้องการเวลาในการปรับตัว และผมคิดว่าเมื่อเข้าสู่ปี 2025 สถานการณ์ดูจะดีขึ้น โดยการประเมินมูลค่าสตาร์ทอัพมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น และนักลงทุนเริ่มกลับมาจัดสรรเงินลงทุนอีกครั้งอย่างช้าๆ
“เรายังคงจะเห็นการระดมทุนแบบบริดจ์ (bridge) หรือการระดมทุนในราคาเท่าเดิม (flat round) อีกมาก แต่จะหาได้ง่ายกว่าในปีที่ผ่านๆ มา”
กระแสความนิยมของ Web3 จะกลับมาอีกครั้ง
“Web3 ถูกจำกัดศักยภาพมาตลอดสี่ปีที่ผ่านมาภายใต้การบริหารที่ไม่เป็นมิตรของสหรัฐฯ สิ่งนี้กำลังจะเปลี่ยนไปตั้งแต่ปีหน้า และคาดว่าคนที่มีความสามารถทางด้านนี้และนักลงทุนจะกลับเข้ามาในวงการนี้อีกครั้ง Web3 ยังคงเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกรรมการเงินและสินทรัพย์ทั่วโลก
“เกมเป็นรูปแบบความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดโดยทิ้งห่างจากความบันเทิงอื่นๆ อย่างมาก แม้ว่าเกม web3 จะเติบโตช้า แต่ผมคิดว่าเราจะได้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ของ web3 เข้ามาในเกมมากขึ้นในปีต่อๆ ไป”
แต่ AI จะยังคงครองตลาดอยู่
“เราจะได้เห็นยุคตื่นทองของ AI ไปอีกหลายปี เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกับคริปโตและ Web3”
คิดจะลงทุน ต้องคิดให้ช้าแต่ชัวร์
“ระดมทุนน้อยลงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลดสัดส่วนการถือหุ้นมากเกินไป และค่อยระดมทุนเพิ่มในภายหลังเมื่อคุณสามารถแสดงให้เห็นว่าสินค้าหรือบริการของคุณดึงดูดตลาดได้ดี”
สิงคโปร์ยังคงดึงดูดนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
“สิงคโปร์นำเสนอโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในปี 2025 เพราะการที่จะสนับสนุนนักลงทุนสตาร์ทอัพได้คุณต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายและการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาคได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเราอยากเห็นว่าคุณมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์”
This story was originally written in English by Karishma Tulsidas.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2024 โดย Karishma Tulsidas โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
สิ่งที่ ดร. Rumman Chowdhury คิดว่าทุกคนควรรู้เกี่ยวกับการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
คุยกับ Atul Satija ผู้ปฏิวัติกว่า 100 ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อสร้างสรรค์โลกที่ปราศจากความยากจน
Topics





