ตลอดเวลาเกือบ 10 ปี ที่ 'มิหมี อรนุช เลิศสุวรรณกิจ' ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจผลักดันให้งาน Techsauce Global Summit ประสบความสำเร็จ และปีนี้นับเป็นย่างก้าวสำคัญ ที่สุดยอดงานประชุมด้านเทคโนโลยีแห่งนี้ ได้ขยายโอกาสความร่วมมือไปยังประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม กับเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็น 'Tech Gateway' ของภูมิภาคอาเซียน
'มิหมี' เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติต้มยำกุ้งปี 1997 ทำให้ชีวิตในวัยเรียนของเธอค่อนข้างลำบาก และความฝันที่อยากจะลองทำธุรกิจหลังเรียนจบต้องชะลอออกไป เนื่องจากคุณพ่อไม่อยากให้เธอต้องเจอประสบการณ์ซ้ำร้ายเหมือนกับเขา หลังเรียนจบด้านวิศวกรรม บัณฑิตสาวจึงตัดสินใจทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่เกือบ 10 ปี ก่อนจะเก็บหอมรอมริบและออกมาทำสตาร์ทอัพตามความฝัน มีทั้งที่ประสบความสำเร็จจนสามารถ exit รวมถึงที่ไม่ประสบความสำเร็จจนต้องปิดตัวลงไป
Techsauce นับเป็นธุรกิจที่สี่ในชีวิตของมิหมี ซึ่งเธอมองว่าเป้าหมายในการทำธุรกิจครั้งนี้ คือการสร้างบางสิ่งบางอย่างที่จะส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อผู้คนและสังคม
อ่านเพิ่มเติม: 'Dragonfly Summit' ความฝันครั้งใหม่ของ 'วู้ดดี้' เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน

Above อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce
จาก Local สู่ Global
จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจก่อนหน้านี้ ทำให้เธอมองเห็นว่า ‘Tech Ecosystem’ หรือระบบนิเวศทางเทคโนโลยี มีส่วนสำคัญมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากแต่ยังไม่ค่อยมีคนเข้ามาช่วยมากนัก
“เราอยากจะสร้างแพลตฟอร์มที่ทําให้คนได้มีโอกาสมาเน็ตเวิร์กกัน ได้มีโอกาสเจอกับนักลงทุน เลยเริ่มต้นจากงานเล็กๆ ก่อน ตอนนั้นมีคนแค่หลักร้อยคนเอง ไม่ได้เยอะมาก แต่พอเริ่มทําไปเรื่อยๆ คนที่มาร่วมงานก็ค่อยๆ เพิ่มจากหลักร้อย เป็นหลักพันคน”
จนมาถึงปี 2016 ที่มิหมีตัดสินใจยกระดับงาน Techsauce ไปสู่งานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับนานาชาติ (International Tech Conference) ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด
“เรารู้ว่าการจะดึงคนต่างชาติมาได้ เราจำเป็นต้องปรับมายเซ็ตใหม่ให้เป็นงานอินเตอร์เนชั่นแนลไปเลย ไม่อย่างนั้นคนต่างชาติจะไม่รู้ว่า ถ้ามาเมืองไทยแล้วเขาจะพบเจอกับโอกาสอะไร เพราะฉะนั้นเราต้องคิดให้เป็นโกลบอลและทำให้คนรู้ว่า พอพูดถึง Southeast Asia คุณต้องมองประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศหลัก เพื่อจะปักหมุดให้งาน tech conference ของไทยเข้าไปอยู่ในแผนที่โลกให้ได้”
อ่านเพิ่มเติม: 'RAVIPA' แบรนด์จิวเวลรีของไทยที่โด่งดังไกลระดับโลก

Above Techsauce Global Summit 2024 ที่กรุงเทพฯ (ภาพ: Techsauce)
ประตูบานแรกของการลงทุน
ปีนี้นับเป็นปีที่ 9 ของงาน Techsauce Global Summit กับเป้าหมายสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Tech Gateway ของภูมิภาคอาเซียน โดยงานนี้เป็นเหมือนประตูบานแรกสําหรับนักลงทุนต่างประเทศที่อยากจะขยายธุรกิจแบบ inbound เข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในอีกมุมหนึ่งก็ยังเป็นโอกาสสําหรับผู้ประกอบการไทยที่อยากจะขยายธุรกิจแบบ outbound ไปในต่างประเทศด้วยเช่นกัน
“เราอาจเคยได้ยินว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการไทยจะอยู่แค่ในไทยไม่ได้แล้วจริงๆ Techsauce ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มองว่าการปิดกรอบตัวเองและมองแค่ตลาดไทยอย่างเดียว มันไม่พอ เพราะถ้าเราอยากจะช่วยสตาร์ทอัพหรือเอสเอ็มอีให้เขาเติบโตไปสู่ระดับภูมิภาคได้ ตัวเราก็ต้อง go regional ด้วย ซึ่งหนึ่งในจุดแข็งสำคัญ คือเรามีเครือข่ายในต่างประเทศ ที่เราค่อยๆ สั่งสมมาตลอดเวลาเกือบ 10 ปี สิ่งเหล่านี้เกิดจากความเชื่อใจที่เราได้รับจากพาร์ทเนอร์ของเราทั่วโลก”

Above อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce

Above อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce
สยายปีกสู่เวียดนามและอินโดฯ
มิหมีมองว่าตลาดอาเซียนอาจไม่ได้มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาคอื่นๆ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ เราต้องมองให้เห็นภาพของความร่วมมือ (collaboration) มากกว่าภาพของการแข่งขัน (competition)
“นักลงทุนต่างประเทศ อาจมองประเทศไทยเป็นเหมือนกับ launch pad ในภูมิภาค เพราะเรามีเรื่องของค่าครองชีพที่น่าดึงดูดใจ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างสบาย แต่แน่นอนว่า เวลาเขาเข้ามาทำธุรกิจ เขาอาจไม่ได้มองแค่ตลาดไทยอย่างเดียว เราเลยมีความตั้งใจว่า อยากจะให้ Techsauce Global Summit เป็นสะพานที่เชื่อมการลงทุนระดับโลกสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยเริ่มต้นจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม" เธอกล่าว
"ถ้าคุณขยายธุรกิจมาที่นี่ เราสามารถที่จะเพิ่มโอกาสให้คุณไปที่ประเทศอินโดนีเซียหรือเวียดนามได้ด้วยนะ คือมาทีหนึ่งแล้วเชื่อมไปได้สามประเทศ หรือแม้แต่ผู้ประกอบการไทยที่อยากจะขยายธุรกิจไปยังอินโดนีเซียและเวียดนาม ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน”
การทำธุรกิจมันหลีกเลี่ยงไม่ได้เรื่องการแข่งขัน แต่บางทีเราไปด้วยกันได้นะ มันแข็งแรงกว่า
ผู้บริหารหญิงแห่ง Techsauce เล่าถึงเหตุผลในการสร้างความร่วมมือกับสองประเทศนี้ว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่ แล้วก็มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับยูนิคอร์นจำนวนมาก ส่วนเวียดนาม ก็มีจุดแข็งในเรื่องของแรงงานทักษะ (talent) ที่สนใจในด้านเทคโนโลยี ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถมองในมุมของ ‘ความร่วมมือ’ เช่น การ outsource งานบางประเภทออกไป
“การทำธุรกิจมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเรื่องการแข่งขันที่จะดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่เราพยายามที่จะแสวงหาจุดร่วมในหลายๆ มุมว่า บางทีเราไปด้วยกันได้นะ มันแข็งแรงกว่า เพราะการผนึกกำลังกับเพื่อนบ้านอาจจะทำให้ต่างชาติหันมาสนใจ และมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใน Southeast Asia มากขึ้น”

Above อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce
Topics































