ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป
Cover ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป
ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป

เบื้องหลังภาพความสำเร็จของนักธุรกิจหนุ่มวัย 35 ปี ผู้ขับเคลื่อนโลกแห่งสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา ล้วนแต่มี ‘ราคาที่ต้องจ่าย’ และหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาขอเลือกไม่ทำสิ่งเหล่านี้อีก นี่คือบทเรียนธุรกิจและชีวิตจริงของ ‘ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา’ ที่ควรค่าแก่การศึกษา

สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่น กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจให้กับบิทคับ (Bitkub) แพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (exchange) และผู้นำด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ภายในระยะเวลาเพียงเจ็ดปี บิทคับมีตัวเลขการเติบโตกว่า 1,000 เปอร์เซ็นต์ติดกันในสามปีแรก และพุ่งแตะ 2,000 เปอร์เซ็นต์ในปีที่สี่ ปัจจุบัน exchange สัญชาติไทยแห่งนี้มีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝากไว้ในระบบนับแสนล้านบาท

ขณะที่ ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป จำกัด กลายเป็นตัวแทนของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่หลายคนยกให้เป็นไอดอล เขามีภาพข่าวปรากฏอยู่ในสื่อแทบทุกฉบับ ถูกเชิญไปเป็นวิทยากรงานสัมมนาด้านธุรกิจและการลงทุนแทบทุกครั้ง แม้กระทั่งบิลบอร์ดใหญ่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิ หรือแลนด์มาร์กใจกลางมหานครนิวยอร์กอย่างไทม์สแควร์ เราก็ยังสามารถเห็นภาพของซีอีโอหนุ่มคนนี้ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม: ‘ประณัย พรประภา’ แห่ง Kaleido Group นักธุรกิจรุ่นใหม่ผู้ขับเคลื่อนแวดวง hospitality ไทย

Tatler Asia
ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก (ภาพ: Bitkub)
Above ภาพ ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา บนบิลบอร์ดย่านไทม์สแควร์ นิวยอร์ก (ภาพ: Bitkub)
ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก (ภาพ: Bitkub)
Tatler Asia
ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา (ภาพ: Bitkub)
Above ภาพ ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา บนบิลบอร์ดสนามบินสุวรรณภูมิ (ภาพ: Bitkub)
ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา (ภาพ: Bitkub)

จากประเทศไทยสู่เวทีโลก

Tatler มีนัดสัมภาษณ์ท๊อป จิรายุส ณ เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ หนึ่งในสองออฟฟิศของบิทคับ จากช่วงแรกที่มีพนักงานราว 40 คน เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันคน และขยายธุรกิจออกเป็นหกบริษัทภายใต้ บิทคับ กรุ๊ป

เราเอ่ยถามทีมงานบิทคับว่าห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มเจ้าของรางวัล FinTech CEO of the Year 2024 อยู่ตรงไหน แต่คำตอบที่ได้คือ “คุณท๊อปไม่มีโต๊ะทำงาน” นั่นทำให้เรายิ่งสนใจในตัวผู้ชายคนนี้มากขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น หัวเรือใหญ่แห่งบิทคับก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องประชุมด้วยความเร่งรีบ แม้ใบหน้าจะเปื้อนยิ้มพร้อมทักทายทุกคน แต่เราก็รู้ได้ทันทีว่า นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งวันที่ยุ่งมากสำหรับเขา

ท๊อปเล่าว่า ปี 2024 ที่ผ่านมาเป็นปีที่เขาบินไปทำงานต่างประเทศเยอะมากประมาณ 25-26 ประเทศ เฉลี่ยคือบินทุกๆ สองสัปดาห์ เขาให้เหตุผลว่าพอบริษัทเริ่มใหญ่ การปรากฏกายในเวทีระดับนานาชาติ (international presence) จึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมใหญ่ประจำปีของบรรดาผู้นำระดับโลกอย่าง World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงวาระต่างๆ ที่สำคัญของบริษัท เช่น การประชุม Board Retreat และการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder) กลุ่มต่างๆ

“ปีที่ผ่านมา รัฐบาลลาวก็เรียกเข้าไปหารือ ได้พบกับรัฐมนตรี 40 กว่าท่าน มากันเต็มห้องเลย ที่กัมพูชาก็มีคุยกับหุ้นส่วนธุรกิจ (business partner) ส่วนฮ่องกงก่อนที่เขาจะออกกฎหมาย เขาก็เชิญไปเป็นผู้ร่วมอภิปราย (panelist) นั่งติดกับเลขาธิการ ก.ล.ต. ของฮ่องกง รวมถึงมีอีกหลายประเทศที่ขอมาดูงาน เช่น แบงก์ชาติลาว, ก.ล.ต. เวียดนาม ฯลฯ ก็ไม่คิดว่าเราจะถึงขั้นที่รัฐบาลต่างประเทศเรียกเข้าไปเพื่อขอคำปรึกษา ตอนนี้ก็เลยมีเรื่องข้างนอกที่ต้องทำเยอะขึ้น ส่วนการขยายตลาดไปต่างประเทศขณะนี้กำลังมองตลาดกัมพูชา ลาว และฮ่องกงเป็นหลัก”

อ่านเพิ่มเติม: กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง อัปเดตเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2025 ในงาน Investment Outlook ‘2025 and Beyond : Power Dynamics after Trump Era’

โอกาสจากสตาร์ทอัพสู่ IPO ความเป็นไปได้ไม่ถึง 1 % หรือสตาร์อัพเป็นยูนิคอร์นก็แค่ 0.0003 % แล้วคิดดูว่าสตาร์ทอัพเป็นสถาบันการเงิน โอกาสยิ่งน้อยกว่านั้นมากๆ ก็เลยเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ

- ท๊อป จิรายุส -

จากสตาร์ทอัพ สู่ ‘สถาบันการเงิน’

สำหรับเป้าหมายของบิทคับในปี 2025 นี้คือ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และประสบความสำเร็จในการเติบโตจากสตาร์ทอัพสู่การเป็น ‘สถาบันการเงินที่น่านับถือ’ (respectable financal institution)

“เราเคยเป็นเด็กเย้วๆ ที่โตเร็วมาก เราโตมาจากสตาร์ทอัพ move fast, break things, apologize later คือถ้าพูดถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เขาเป็น ‘respectable institution’ แต่ถ้าพูดถึงบิทคับ มันมีคําว่า ‘เอ๊ะ’ ซึ่งคำๆ นี้มันต้องหายไป เรามีเงินเก็บของลูกค้าที่ฝากกับเราเกือบจะเป็นแสนล้านแล้วนะ และอีกหน่อยโลกของสินทรัพย์จะเปลี่ยนเป็นดิจิทัล เงินจะไม่ใช่กระดาษแล้ว เราก็ต้องเป็น ‘respectable institution’ ที่สร้างและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลให้ได้ ขณะเดียวกันเรากําลังอยู่ในช่วงทํา IPO เช่นกัน”

เราถามย้ำด้วยความอยากรู้ว่า ‘การเป็นสถาบัน’ มีความหมายอย่างไรบ้างสำหรับคนหนุ่มอย่าง ‘ท๊อป จิรายุส’

“โอ้ มีความหมายมากเลยนะครับ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทําได้” (เขาตอบอย่างตั้งใจ ด้วยสายตาอันแน่วแน่)

“เอาจริงๆ แค่จากสตาร์ทอัพสู่ IPO ความเป็นไปได้ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ หรือสตาร์อัพเป็นยูนิคอร์นก็แค่ 0.0003 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แล้วคิดดูว่าสตาร์ทอัพเป็นสถาบันการเงิน โอกาสยิ่งน้อยกว่านั้นมากๆ ก็เลยเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ”

ท๊อปเล่าว่า ทุกเจเนอเรชั่นจะมี ‘ตัวแทนรุ่น’ ที่เข้าใจอนาคตก่อนคนอื่นๆ แล้วออกมาสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นให้กับประเทศ อย่างรุ่นคุณปู่คุณย่าก็มีชื่อของ ‘ชิน โสภณพนิช’ นักธุรกิจ-นักการเงิน ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ในยุคที่ทุกคนยังไม่เข้าใจว่า ธนาคารสําคัญอย่างไรกับประเทศไทย ส่วนยุคคุณพ่อคุณแม่ก็มีคนที่บุกเบิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขณะที่คนในสังคมยังมีกรอบความคิดว่า ‘คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น’ คนยังไม่กล้าฝากเงินที่แบงก์ แต่เก็บเงินไว้ใต้หมอนใต้เสื่อดีกว่า

“พวกเราเองก็เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจถึงความสําคัญของสินทรัพย์ดิจิทัล และแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ (exchange) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่สําคัญของคนรุ่นเรา เรากำลังสร้างสิ่งที่จําเป็นต่อโลกอนาคตให้กับประเทศ ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้มี stepping stone ที่มั่นคงในการต่อยอดเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตต่อไปได้ เราหวังว่านี่จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศไทย”

Tatler Asia
ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา  ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา  ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

สองปัจจัยแห่งความสำเร็จ

เส้นทางกว่า 11 ปีในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัล และเจ็ดปีในการก่อตั้งบิทคับ ‘ท๊อป จิรายุส’ มองว่ามีสองสิ่งที่สำคัญในการพาตัวเขาและองค์กรมาถึงจุดนี้ หนึ่งคือวิสัยทัศน์ และสองคือความอดทนในการเป็นผู้ประกอบการ

“Vision และ direction คือสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการเป็นผู้นำองค์กร ถ้าเราทําสิ่งที่ต่อต้านกระแสโลก โอกาสสําเร็จจะยาก ต่อให้ซีอีโอที่เก่งที่สุด ถ้าต้องไปบริหารธุรกิจโทรเลขตอนนี้ ก็รอดยาก เราจึงต้องรู้ว่าลมกำลังพัดแรงในทิศทางไหน และพาตัวเองไปในทิศทางเดียวกัน ผมพูดเสมอว่า ถ้าลมพัดแรงมากจริงๆ แม้แต่หมูที่หนักๆ ยังบินได้เลย ตอนนี้ผมเป็นเหมือนหมูที่บินได้ เพราะลมพัดแรงมาก อุตสาหกรรมนี้โตแรงและโตเร็วมาก ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมาบิทคอยน์ (bitcoin) โตเกิน 1,000 เปอร์เซ็นต์ นั่นเลยทําให้ธุรกิจของบิทคับเติบโตได้เร็ว”

ท๊อปชี้ให้เห็นว่า วิสัยทัศน์ในการเข้าใจบริบทของโลก ทิศทางของโลก คือหนึ่งใน skillset ที่สําคัญมากสำหรับการเป็นซีอีโอ และไม่สามารถ outsource ได้ ซึ่งต่างจากงานประเภทอื่นๆ อย่างบัญชี การตลาด หรือ operation ฯลฯ

ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญในมุมมองของหัวเรือใหญ่บิทคับคือ perseverance ความเพียร พยายาม อุตสาหะ อดทน ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคปัญหาต่างๆ

“ผมว่าไม่มีผู้ประกอบการคนไหนที่ประสบความสําเร็จได้โดยไม่มีคําว่า ‘กัดไม่ปล่อย’ ไม่มีทางเลย ทุกคนต้องกัดไม่ปล่อยเหมือนกันหมด ต้องอึด ดื้อ ทน แกร่ง ต้องรอเวลา เมื่อทําสิ่งใหม่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ นั่นเพราะปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน รอบตัวมีแต่ความเจ็บปวดเต็มไปหมด ถ้าคนที่ไม่มีความเชื่อมั่น หรือไม่มีแพสชั่นจริงๆ ก็คงเลิกทําไปนานแล้ว”

ซีอีโอหนุ่มย้ำว่า เมื่อเจอทิศทางที่ถูกต้องแล้ว ต้องยืนระยะให้ได้ ล้มลุก ล้มลุก ล้มลุก ฯลฯ นี่คือสองสิ่งสําคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการทุกคนมีเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงไหนก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้ ‘ขนาดของความสําเร็จ’ ต่างกัน คือขนาดของ vision ใครที่ทําธุรกิจในสเกลใหญ่กว่า มีตลาดใหญ่กว่า ก็มีโอกาสสําเร็จมากกว่า หากลมอะไรที่พัดแรงกว่า ก็มีโอกาสไปได้ไกลกว่าเช่นกัน

Tatler Asia
Above ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ภาพที่เห็นผ่านสื่ออาจดูดี ดูเท่ มีแต่คนอยากจะเป็นท็อป จิรายุส ทุกคนอยากได้ผลลัพธ์เหมือนกันหมด แต่คำถามคือ are you willing to pay the price?

- ท๊อป จิรายุส -

15 ปี แห่งความเจ็บปวดที่ใครหลายคนไม่เคยรู้

เบื้องหลังชีวิตของ ท๊อป จิรายุส ไม่ได้มีแค่ความสำเร็จ แต่ยังเต็มไปด้วยบาดแผล ความเจ็บปวด และความล้มเหลว เป็นช่วงเวลาของการเติบโตที่มี 'ราคาที่ต้องจ่าย' อยู่ตลอดเวลา เขาเคยเล่าอย่างเปิดใจในงานสัมมนา Bitkub Summit ก่อนหน้านี้ว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาขอไม่ทำบริษัทนี้อีก 

“มันเจ็บปวดมากนะครับ มันเป็นอะไรที่ขอทําครั้งเดียวในชีวิตพอแล้ว ถ้าให้กลับไปทําอีกรอบหนึ่งก็ไม่เอาแล้ว สิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรง่ายเลย ภาพที่เห็นผ่านสื่ออาจจะดูดี ดูเท่ มีแต่คนอยากจะเป็น ท๊อป จิรายุส จังเลย ทุกคนอยากจะได้ผลลัพธ์เหมือนกันหมด แต่คำถามคือ are you willing to pay the price? ทุกความสำเร็จมีราคาที่ต้องแลกมาเสมอ”

ท๊อปเผยอย่างหมดเปลือกว่า จริงๆ ‘ความเจ็บปวด’ ในชีวิตของเขาเริ่มตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งเขาต้องอ่านหนังสือวันละ 12-14 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ติดกันตลอด 2 ปี เต็ม ซึ่งเขายอมรับว่าฝืนตัวเอง ทรมานตัวเองมากๆ เพราะตัวเองไม่ใช่เด็กเรียน และเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีชีวิตเลย

แต่หลังจากอดทนฝ่าฟันจนเรียนจบ มหาบัณฑิตหนุ่มก็ตัดสินใจบุกเบิกเปิดบริษัท coin.co.th และบิทคับ ด้วยความเชื่อว่า ‘crytocurrency’ จะกลายเป็นระบบการเงินใหม่ (new monetary system) ในอนาคต ขณะที่กระแสสังคมตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจ มองว่าบิทคอยน์คือการฟอกเงินและซื้อขายกันในตลาดมืด ส่วนครอบครัวเองก็ไม่มีใครเห็นด้วย ครั้นพอบิทคับเติบโตขึ้น ปัญหาใหม่ๆ ก็เยอะขึ้นตามสเกลของบริษัท 

“ผมว่ามันเป็น 15 ปีที่เจ็บปวดมากๆ ตั้งแต่อายุ 18 จนถึงตอนนี้ ผมใช้คําว่า ‘no life’ เลยดีกว่า ทั้งสามประสบการณ์มันยากหมดสำหรับผม ชีวิตมันขึ้นสุดลงสุด push ขีดความสามารถของเราตลอดเวลา แม้แต่ปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่เราโตมากที่สุดถึง 2,000 เปอร์เซ็นต์ revenue 6,600 ล้าน ก็ยังเป็นปีที่หนักที่สุดของการทํางาน และถ้าให้ย้อนกลับไปได้ ผมขอไม่กลับไปทำอีกแล้ว ขอแค่ถือบิทคอยน์เฉยๆ ดีกว่า”

Tatler Asia
ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

สุขภาพของผู้นำและการแข่งขันที่แท้จริง

นอกเหนือจากพาร์ทของการทำงานและการเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่แล้ว เราสงสัยว่างานอดิเรกและชีวิตส่วนตัวของผู้ชายที่ชื่อ ท๊อป จิรายุส เป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่านี่คือหนึ่งในคำถามที่ตอบยากที่สุด เพราะเขาทำแต่งาน จนไม่เคยทำความรู้จักกับชีวิตของตัวเองดีพอ 

“ก่อนอายุ 18 ปี งานอดิเรกของผมคือฟุตบอล ผมชอบแมนยู ชอบ Ronaldo เรามีเวลาเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป เล่นกีฬา เล่นดนตรี กีต้าร์ เปียโน เมื่อก่อนตีแบดเก่งมาก เล่นฟุตบอลเก่งมาก ติดเบอร์หนึ่งของทีมตลอด ตอนนั้นเรารู้ว่าเราชอบอะไร แต่พอเป็นชีวิตที่ ‘no life’ มายาวนาน 15 ปี เราแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ทุกวันนี้เวลาคนถามว่าสะสมอะไร ผมไม่มีแพสชั่นที่อยากจะสะสมอะไรเลย อยากสะสมบิทคอยน์อย่างเดียว (ยิ้ม)”

บทสนทนาดูเหมือนจะจบลง แต่จู่ๆ ซีอีโอหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า “ผมตอบได้แล้ว งานอดิเรกของผมตอนนี้ คือดูแลสุขภาพ”

เขาเล่าให้ฟังว่า หนึ่งในคนที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ คือโก้ ชานนท์ เรืองกฤตยา ซีอีโอ อนันดา กรุ๊ป ซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 50 ปีไปหมาดๆ 

“พี่โก้ปีนี้อายุ 50 แต่หน้าเด็กมากจนผมตกใจ เขาบอกว่าตัวเองเป็น pescatarian (เพสคาทาเรียน หรือ มังสวิรัติที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ แต่ยังรับประทานปลาและอาหารทะเลร่วมด้วย) ตั้งแต่อายุ 25 ซึ่งพี่โก้ก็ชาเลนจ์ผมเรื่องสุขภาพ และทำให้ผมรู้จัก Bryan Johnson ได้ศึกษาเรื่อง biological age, pace of aging, longevity ฯลฯ และทำให้ผมสนใจในด้านนี้มากขึ้น”

ท๊อปเล่าว่า ก่อนหน้านี้เครื่องบ่งชี้ทางชีวภาพ (biological marker) ระบุว่า อายุทางชีวภาพ (biological age) หรืออายุทางร่างกายของเขาอยู่ที่ 49 ปี เมื่อเทียบกับอายุจริงๆ ตามปฏิทิน (chronological age) ที่อายุเพียง 35 ปี เท่านั้น นั่นแปลว่า ที่ผ่านมาเขาใช้ร่างกายหนักมากๆ ทุกวันนี้เขาเลยหันกลับมาดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องการกิน การพักผ่อนและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะทุกวันอาทิตย์ที่ท๊อปจะถือว่าเป็น ‘health day’ ในการให้เวลากับตัวเองเรื่องสุขภาพ

“จากหนึ่งปีที่ผมไม่ดื่มกาแฟ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ตอนนี้อายุร่างกายของผมลดเหลือ 40 ปี ส่วนอายุผิวบนใบหน้าเหลือ 25 ปี (ยิ้ม) ผมอยากจะทำให้ทุกอวัยวะติดอยู่ในท็อป 1 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มอายุของตัวเองให้ได้ สำหรับ New Year’s resolutions ของผมในปีนี้ คือการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง จากที่เคยนอน 5 ชั่วโมงครึ่งมาตลอด และต้องเป็นการนอนที่มีคุณภาพ (deep sleep) รวมทั้งสัญญากับทุกคนว่าจะไปวิ่งมาราธอน
ให้ได้”

ซีอีโอหนุ่มเปรียบเทียบว่า ผู้บริหารก็เหมือน ‘นักกีฬา’ ถ้านักกีฬาร่างกายไม่พร้อมก็เล่นกีฬาไม่เก่ง แต่ถ้าผู้บริหารร่างกายไม่พร้อม ก็ทำงานไม่ได้ ตัดสินใจไม่ดี เราจึงต้องเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมเสมอสำหรับโลกธุรกิจ

“ผมว่าธุรกิจมูลค่าจากศูนย์ถึงพันล้าน มันเป็นการแข่งกันในสนาม ที่ต้องอาศัยความทุ่มเทและการทํางานหนัก แต่จากพันล้านเป็นหลักหมื่นล้าน มันเป็นการแข่งกันนอกสนามมากขึ้น นักกีฬาระดับโลกอย่าง Cristiano Ronaldo ซ้อมหนักมาก ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่นอกสนามเขาก็มีวินัย เขาไม่กินโค้ก ไม่ไปปาร์ตี้ เขาดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และนี่คือการแข่งขันนอกสนามที่แท้จริงสำหรับทุกคน”

Tatler Asia
Above ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ บิทคับ กรุ๊ป (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)