ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ความหลงใหลในการเดินทาง เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ ณัย ประณัย พรประภา ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งสยามกลการ บุกเบิกและต่อยอดธุรกิจครอบครัวไปสู่ Kaleido Group ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ฯลฯ ด้วยเป้าหมายสำคัญในการ Reinventing Hospitality ของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

หลายคนรู้จักเขาในฐานะทายาทตระกูล 'พรประภา' เจ้าของกลุ่มสยามกลการ (Siam Motors Group) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์และอะไหล่ซึ่งมี 70 กว่าบริษัทในเครือ 

ขณะที่อีกหลายคนรู้จักเขาในฐานะคู่ครองของนางเอกสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ซึ่งทั้งคู่เพิ่งจูงมือเข้าพิธีวิวาห์กันไปหมาดๆ ท่ามกลางแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาว

แต่อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของชายหนุ่มวัย 35 ปีคนนี้ คือการนั่งเก้าอี้หัวเรือใหญ่ Kaleido Group ซึ่งครอบคลุมทั้งส่วนของ Hospitality & Lifestyle อย่างโรงแรม SIAM@SIAM ที่กรุงเทพฯ และพัทยา รวมถึงร้านอาหารและบาร์ อาทิ TAAN, CHIM CHIM, Paradise Lost ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่มี brand identity น่าสนใจทั้งสิ้น

อ่านเพิ่มเติม: 30 ปี เบเกอรี่ มิวสิค กับลิสต์บทเพลงสุดไอคอนิกจาก ‘บอย โกสิยพงษ์’

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ออฟฟิศแห่งความสุขใจกลางกรุง

Tatler มีนัดสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้ที่ออฟฟิศใหม่เอี่ยมของ Kaleido บนชั้น 7 โรงแรม SIAM@SIAM Design Hotel Bangkok ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งประณัยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากบริษัทระดับโลก

“ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมออฟฟิศ Google ที่สิงคโปร์ เขามีโซน snack area ที่ค่อนข้างเจ๋ง มีพื้นที่ meeting space ให้คนได้มานั่งคุยกัน ปรึกษากัน ผมเองก็อยากให้คอนเซ็ปต์ออฟฟิศเรามีความเป็น communal space เราจึงไม่ได้จ้างคนที่ดีไซน์ออฟฟิศทั่วไปมาออกแบบ แต่เราให้ F&B interior มาดูแลโปรเจ็กต์นี้แทน เรามีโจทย์ว่าอยากให้เปิดเข้ามาแล้วเป็นเหมือนบาร์ มีพื้นที่ส่วนกลางเหมือน theatre ที่ทุกอย่างสามารถเคลื่อนย้ายได้หมด จะยิงโปรเจ็กเตอร์เข้าผนังเพื่อเปิดงานเป็น Townhall หรือจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับนั่งกินข้าว นั่งดื่มสังสรรค์กันก็ได้ ผมอยากให้ทีมงานทุกคนรู้สึกภูมิใจเวลาเชิญแขกมาที่ออฟฟิศเรา (ยิ้ม)”

ประณัยเล่าว่า การทำงานที่ Kaleido ให้อารมณ์เหมือนเป็นทั้ง In House Agency และ F&B studio ในเวลาเดียวกัน ปัจจุบันครอบครัวแห่งนี้มีสมาชิกราว 40 คน โดยทุกแผนกจะนั่งทำงานด้วยกัน เพื่อให้สามารถคุยแลกเปลี่ยนข้ามแผนกกันได้ และด้วยความที่มีทีมงานหลากหลายเชื้อชาติ วิธีการทำงานจึงค่อนข้างเป็น multi-cultural

“เรามีโจ๊กกันเองในองค์กรว่า Kaleido เหมือน UN (หัวเราะ) เราน่าจะมีทีมงานเกิน 10 ชาติแล้ว ซึ่งประสบการณ์และพลังงานที่ทุกคนนำมาแชร์กัน ทำให้เกิดเป็น DNA ของ Kaleido ในทุกวันนี้”

“จริงๆ เราลงทุนกับออฟฟิศเยอะมาก สำหรับผมมันต้องเป็นจุดศูนย์กลางที่ทําให้ทีมมีความสุข รู้สึก proud และอยากมาทํางานที่นี่” ประณัยกล่าว พร้อมพาเราเดินไปหยุดอยู่ที่ผนังโล่งๆ หน้าออฟฟิศ ซึ่งแต่เดิมเขาตั้งใจจะเป็นทำเป็น art wall สำหรับแสดงงานศิลปะของศิลปินดัง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเลือกที่จะโชว์อาร์ตเวิร์กดีๆ ฝีมือ internal team แทน เพราะเขาอยากสร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมงานทุกคน

อ่านเพิ่มเติม: 80 ปี เวทีมวยราชดำเนิน จุดกำเนิดมวยไทย สู่ซอฟต์พาวเวอร์โฉมใหม่ระดับโลก

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

สวมหมวกหลายใบตั้งแต่เยาว์วัย

ก่อนหน้าที่ประณัยจะเริ่มสร้าง Kaleido เขาเริ่มต้นการทำงานแรกที่บริษัทหลักทรัพย์ หลังจากคว้าปริญญาเศรษฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จากนั้นคุณพ่อ (พรพินิจ พรประภา) ก็ชักชวนให้มาลองทำบริษัท สยาม เอส แบรนด์ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น โดยให้ลูกชายคนนี้ได้มีโอกาสโชว์ฝีมือในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (MD) ตั้งแต่อายุเพียง 22 ปี 

“วิธีการสอนของคุณพ่อจะค่อนข้าง aggressive นิดหนึ่ง คือปล่อยให้เราทำเองหมดเลย (หัวเราะ) เราจะรายงานคุณพ่อแค่เดือนละครั้งเท่านั้น แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมากด้วยความที่ตอนนั้นค่อนข้างเด็ก แต่เราก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก เพราะต้องทำงานกับคนทุกแบบ”

ขณะเดียวกัน ประณัยก็ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดบริษัทซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี รวมถึงทำธุรกิจด้าน Sports Marketing ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเป็น passion ของเขาที่ได้ทำงานร่วมกับสโมสรฟุตบอลทีมโปรดอย่าง อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฯลฯ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองทำหลายอย่างมากเกินไปแล้ว เลยอยากกลับมาโฟกัสให้มากขึ้น

"ตอนนั้นคุณพ่อถามว่า กลับมาช่วยที่โรงแรมได้ไหม ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้ามาดูแลธุรกิจโรงแรมเป็นหลักนับแต่นั้นมา"

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Siam@Siam สู่ ‘ไลฟ์สไตล์ โฮเทล’

ประณัยเกริ่นให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ธุรกิจโรงแรมเป็นยุคของ design hotel ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบตกแต่งในเชิงกายภาพ (physical) จากนั้นเทรนด์จึงเริ่มเปลี่ยนเป็น lifestyle hotel ซึ่งชูเรื่องของประสบการณ์และจิตวิญญาณ (soul) ที่ผู้คนจะได้รับจากสถานที่นั้นๆ

“ผมบอกทีมงานเสมอว่า จริงๆ เราไม่ได้ขาย physical room ว่าห้องพักห้องนี้ตารางเมตรละเท่าไร สวยหรือไม่สวย เพราะความสวยมันเป็น subjective แต่ผมต้องการให้แขกที่มาพักสัมผัสได้ถึง energy และ experience ที่เราสร้างขึ้น ซึ่งมันอาจจะอยู่ในอาหารที่เราเสิร์ฟ ตัวเลือกบนเมนูที่หลากหลายในบาร์ รวมถึงบรรยากาศการพูดคุยและบริการที่ดี ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นความรู้สึกโดยรวม”

ผู้บริหารหนุ่มยอมรับว่า แนวคิดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตกผลึกมาจากประสบการณ์ในการเดินทางของเขา การได้ไปเห็น ได้ไปชิม ได้ไปสัมผัส ในสิ่งที่ถูกคิดและออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้วจาก hospitality ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เขาอยากนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาปรุงแต่งให้เกิด energy ในลักษณะเดียวกันที่ Siam@Siam 

“ผมว่าตอนนี้ความสนใจของคนมัน niched ขึ้นเรื่อยๆ มันไม่มี perfect experience สําหรับทุกคน เพราะแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ผมก็เลยให้โจทย์ว่า อย่างน้อยทุกคนต้องรู้สึก proud ในการพาเพื่อนๆ มา โปรเจ็กต์ทั้งหมดจึงเป็นความร่วมมือกันระหว่างผู้บริหารกับทีมงานทุกคน”

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ผมอยากให้ทุกๆ space มีความเป็น communal ที่อบอุ่น เป็นจุดนัดพบที่เราอยากชวนเพื่อนๆ มา ขณะเดียวกันก็อยากให้ทุกคนรู้สึก ‘เอ๊ะ’ ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนผ่านกระบวนการคิดเชิงลึกมาอย่างดีแล้ว

- ประณัย พรประภา -

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

CHIM CHIM

หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido เผยว่า มีสองแนวคิดสำคัญที่เขาใช้ในการขยายธุรกิจและปั้นโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ขึ้นมา คือสิ่งเหล่านั้นต้อง ‘inspire connection’ และ ‘spark curiosity’

“ผมอยากให้ทุกๆ space ที่เราสร้าง รู้สึกได้ถึงความเป็น communal ที่อบอุ่น เป็นจุดนัดพบ (gathering spot) ที่เราอยากอยู่ อยากชวนเพื่อนๆ มา ขณะเดียวกันก็อยากให้ทุกคนรู้สึกเอ๊ะกับสิ่งต่างๆ ที่พบเจอ สัมผัสได้ว่าสิ่งเหล่านี้ผ่านกระบวนการคิดเชิงลึก (deep thought) มาอย่างดีแล้ว ไม่ใช่แค่ตกแต่งสวยงามเพียงอย่างเดียว ซึ่งแต่ละแบรนด์ของ Kaleido ทั้ง CHIM CHIM, TAAN, Paradise Lost ต่างก็มี DNA ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง”

สำหรับ CHIM CHIM เป็น ‘sustainably driven, art-inspired social diner’ ที่มีท้ังอาหารดีๆ กาแฟดีๆ เมนูเครื่องดื่มดีๆ แล้วก็มี open space ที่สามารถมานั่งได้ยาวๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้น ยังมีผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังต่างๆ หมุนเวียนมาให้ได้ชมกันตลอด ซึ่งประณัยเองพยายามให้ความสำคัญและสนับสนุนพื้นที่แสดงผลงานแก่ศิลปินไทย ขณะที่บริเวณชั้นสองของ CHIM CHIM จะเป็นพื้นที่สำหรับการเวิร์กช็อป ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เรื่องไวน์ การจัดดอกไม้ การถ่ายรูป การวาดภาพ ฯลฯ 

“ผลงานของศิลปินที่มาแสดง เราไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น ถ้าเขาขายได้ เราก็ให้เขาไปเลย ส่วนชิ้นไหนที่เราชอบ เราก็ซื้อเก็บไว้” ประณัยเล่าระหว่างพาเดินชมนิทรรศการศิลปะของ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังชาวไทย ที่เนรมิตพื้นที่ชั้นสองให้เป็นธีม ‘Childhood memory’ ย้อนเวลากลับไปสนุกสนานกับเครื่องเล่นเกมแฟมิคอม (Famicom) รวมถึงซาวด์อะเบาท์ (Sound About) และเทปเพลงของศิลปินยุค 80-90 นับร้อยตลับ

นอกจากนั้น เขายังเล่าว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเฟอร์นิเจอร์ที่นี่เป็นของเก่าที่นำมาทำใหม่ทั้งหมด เช่น โคมไฟเก๋ๆ ที่พัฒนามาจากสุ่มไก่ หรือเศษพลาสติกเก่า รวมถึงโต๊ะเก้าอี้สีสันสะดุดตาที่เป็นผลงาน DIY จากฝีมือพนักงานที่มาช่วยกันทำในช่วงโควิด

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

TAAN / Paradise Lost / SOMA

ขณะที่ TAAN (ธาน) มาในคอนเซ็ปต์ของ Innovative Fine Dining ซึ่งเสิร์ฟอาหารและวัตถุดิบธรรมชาติจากท้องถิ่นสู่คนเมือง ด้วยการพาร์ทเนอร์กับกลุ่มเชฟที่หลงใหลในวัตถุดิบพื้นถิ่นดีๆ ของไทย และต้องการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและชาวประมงที่ใส่ใจคุณภาพในการผลิตอาหาร 

“จริงๆ เรามีวัตถุดิบที่ดีเยอะมากในเมืองไทย แต่เราส่งออกประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งดีๆ เหล่านั้น เราก็มองว่า ทําไมเราไม่ทําร้านอาหารไทยที่ inventive เพราะเรามีทั้งเชฟที่มีทักษะและประสบการณ์ทําอาหารฝรั่งเศสมา บวกกับแพสชั่นที่เขาไปเสาะแสวงหาเมนูและวัตถุดิบต่างๆ ไปดูว่าคนท้องถิ่นจริงๆ เขาย่างหมูยังไง เขาปรุงไก่ยังไง แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรามี เราอยากให้ TAAN เป็นเหมือน local guide ที่ให้คนได้มาลองสำรวจผ่านอาหารว่า วัตถุดิบที่ดีของไทยเป็นอย่างไร” ประณัยกล่าว

สำหรับ Paradise Lost เป็นรูฟท็อปบาร์สีสันสดใสตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 25 ของโรงแรม Siam@Siam ซึ่งนอกจากจะให้ทุกคนได้ดื่มด่ำบรรยากาศความงดงามของวิวมหานครใจกลางกรุงฯ แบบ 360 องศาแล้ว ยังแฝงไว้ซึ่งแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 

“เราอยากมี sustainable approach และเราก็คิดว่าถ้าโลกสมมติที่ทุกคนยังปฏิบัติกับโลกไม่ค่อยดี หน้าตาจะเป็นยังไง นั่นจึงเป็นที่มาของการออกแบบ eco-friendly drinks (เพื่อไม่ให้มีวัตถุดิบเหลือทิ้งในแก้ว) และสนับสนุน Eco Spirit system ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์แบบหมุนเวียน เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอน”

นอกจากนั้น Kaleido ยังได้ต่อยอดไปสู่แบรนด์อื่นๆ อาทิ Baked by CHIM CHIM ซึ่งเป็นการนำร้านขนมออกไปเปิดนอกโรงแรมเป็นครั้งแรกที่สยามปทุมวันเฮาส์ ขณะที่ SOMA เป็นการจับมือกันระหว่างเชฟหนุ่มจากร้าน Samuay & Sons และเชฟชาลีจากร้าน Wana Yook, Fran’s, Mickey’s Diner, 100 Mahaseth 

"อันนี้ถือเป็นหนึ่งใน vision ของการทํางานที่เราชอบ collab กับคนเก่งๆ โดยโปรเจ็กต์นี้เรามองว่า อยากจะทำให้เป็น social kitchen ที่สามารถรับประทานอาหารอร่อยๆ ได้ง่ายๆ ไม่ต้องมี sequence เหมือนเป็นแนว relax แต่ inventive เพราะเป็นฝีมือจากเชฟระดับเทพทั้งหมดเลย (ยิ้ม)"

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

เป้าหมายของ Kaleido และ Family Legacy

สำหรับเป้าหมายในปีนี้ของ Kaleido ประณัยแอบกระซิบว่า มีโปรเจ็กต์ร้านอาหารใหม่ที่คอนเฟิร์มแล้วอย่างน้อยสามโปรเจ็กต์ ส่วนโปรเจ็กต์อื่นๆในอนาคตก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสที่จะเชื่อมต่อ (plug-in) กัน โดยอาจจะเปิดบูทีคโฮเทลเล็กๆ เปิดแบรนด์ร้านอาหารหรือบาร์เพิ่มเติมนอกโรงแรม รวมถึงกำลังมองหาโอกาสที่จะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ 

"จริงๆ ผมคิดถึงต่างประเทศด้วย เพราะว่า hospitality ไทย โดยเฉพาะ F&B (Food and beverage service) ของเรานั้นแข็งแรงมาก หลายๆ อย่างที่นี่ ถ้าไปเมืองนอกน่าจะเวิร์กแน่นอน เป้าหมายของ Kaleido เราอยากจะครีเอทความเก๋ ความแตกต่าง และคุณค่าความเป็นไทยให้กับ hospitality world อยากให้ทุกคนรับรู้ได้ว่า เวลาเขาไป outlet ของเราที่ไหน เขาสามารถบอกได้เลยว่านั่นคือ Kaleido projects"

เราไม่ลืมถามผู้บริหารหนุ่มอนาคตไกลว่า อะไรคือ Family Legacy ของครอบครัว ‘พรประภา’ ที่ถูกส่งผ่านมาถึงตัวเขา

"ผมมักจะได้ยินลูกน้องคุณพ่อพูดตลอดว่า ที่พวกเขายังทำงานอยู่ เพราะคุณพ่อเป็นคนดี จิตใจดี ดูแลลูกน้อง รักลูกน้อง คุณพ่อไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่เขาเอาใจใส่และเทคแคร์ทีมงาน ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เพราะสุดท้ายงานทุกอย่างก็ต้องพึ่งทีมที่ดี ไม่เช่นนั้น vision ทั้งหมดก็ไม่มีวันเป็นจริงได้"

เป้าหมายของ Kaleido ที่ตั้งใจไว้คือ การครีเอทความเก๋ ความแตกต่าง และคุณค่าความเป็นไทยให้กับ hospitality world เวลาใครไป outlet ของเราที่ไหน เขาจะบอกได้เลยว่านั่นคือ Kaleido projects

- ประณัย พรประภา -

Tatler Asia
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ประณัย พรประภา หัวเรือใหญ่แห่ง Kaleido Group (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)