หมวกสองใบของ วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ นักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลวัย 32 ปี ที่ต้องดูแลทั้งพอร์ตธุรกิจโรงแรมของครอบครัว และพอร์ตธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเติบโตก้าวกระโดดจากธุรกิจตู้เก็บของอัตโนมัติอย่าง Lockbox สู่การนั่งแท่นหัวเรือใหญ่แห่งอาณาจักร WSOL กับบททดสอบฝีมือครั้งใหม่ที่ต้องสู้เพื่อชัยชนะ
Tatler นัดคุยกับ วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ หนึ่งใน Gen.T Leaders of Tomorrow พร้อมกับการเปิดตัวลูกชาย ‘อิทธิพุธ’ วัยสามเดือน โดยได้ชื่อจริงมาจากคุณพ่อ อิทธิชัย และคุณแม่ พราวพุทธ ลิปตพัลลภ ท่ามกลางตารางงานของเขาที่แน่นขนัดตลอดหลายเดือน ทั้งในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ Winning Solution (WSOL) ซึ่งประกอบด้วย 60 กว่าบริษัทในเครือและพนักงานอีกนับพันคน รวมถึงการดูแลกิจการโรงแรมของครอบครัวอย่าง Hyatt Regency Samui, Royal Pavilion Hua Hin และโปรเจ็กต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ คือ Hyatt Centric Bangkok กับอีกหนึ่งโรงแรมแบรนด์ Hyatt ที่จังหวัดพังงา
อ่านเพิ่มเติม: 'Dragonfly Summit' ความฝันครั้งใหม่ของ 'วู้ดดี้' เพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ซีอีโอ WSOL (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
ธุรกิจแรกต้องรอดด้วยกำไร
ย้อนกลับไปเมื่อเก้าปีก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจของผู้บริหารหนุ่ม กับการปลุกปั้นสตาร์ทอัพอย่าง ‘Lockbox’ ธุรกิจตู้ฝากของอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง หรือตู้สีเหลืองๆ ตามเส้นรถไฟฟ้าที่หลายคนคุ้นเคย จนสามารถต่อยอดสู่บริษัทมหาชนได้สำเร็จ
“มีช่วงหนึ่งที่สตาร์ทอัพในไทยบูมมากๆ ทุกคนก็มีเป้าหมายที่จะระดมทุนจากนักลงทุน แต่ปัญหาคือหลายธุรกิจไม่ได้มีกําไรอยู่จริง และตัวเลขการประเมินมูลค่าธุรกิจ (valuation) ก็สูงเกินจริง ซึ่งสำหรับผมแล้วมันไม่ยั่งยืน ถ้าธุรกิจไม่มีกําไร ยังไงก็ไม่มีทางรอด”
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าหนึ่งในวิชั่นการบริหาร Lockbox ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนเลย คือการเน้นทำกําไรตั้งแต่ปีแรก และสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี
ปัจจุบัน Lockbox มีสองผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ได้แก่ PUDO (Pickup & Drop Off service) บริการรับฝากและส่งพัสดุแบบครบวงจรภายในตู้เดียว เพื่อตอบโจทย์การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และอีกส่วนหนึ่ง คือโปรเจ็กต์ใหญ่ที่ได้รับสัมปทานจากไปรษณีย์ไทย และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)
“สิ่งที่น่าตื่นเต้น คือเรากำลังจะเปลี่ยนตู้สีแดงตู้สีเขียวบนท้องถนนนับหมื่นตู้ ให้กลายเป็นตู้ Lockbox เป็นโปรเจ็กต์สดๆ ร้อนๆ ที่เราจะเปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า”
อ่านเพิ่มเติม: อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ปลุกปั้น 'Techsauce Global Summit' สู่ประตูแห่งโอกาสของอาเซียน

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ผู้ก่อตั้งธุรกิจตู้เก็บของอัตโนมัติ Lockbox (ภาพ: Lockbox)
ซีอีโอคนใหม่กับบททดสอบครั้งสำคัญ
วินย้ำเสมอว่าทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส ในสถานการณ์ที่คนอื่นย่ำแย่ หากธุรกิจเรายังไปได้ดี ทำกําไรได้ ก็จะสามารถคว้าโอกาสบางอย่างไว้ได้
“ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าตลาดทุนในประเทศไทยค่อนข้างลำบาก และหุ้นไทยไม่ค่อยเติบโตสักเท่าไร ทำให้ Lockbox มีความแข็งแรงมากพอที่จะสามารถแลกหุ้น (share swap) เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้”
ปัจจุบัน Lockbox ถือว่าเป็นบริษัทย่อยในเครือ WSOL (ชื่อเดิมคือ Sabuy) ซึ่งเติบโตมากจากธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (vending machine) ประกอบด้วยธุรกิจหลักสามส่วน ได้แก่ B2B Solutions, B2C Solutions และ Financial Solutions ซึ่งวินเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นซีอีโอคนใหม่ของ WSOL และเป็นความหวังในการพลิกวิกฤติของบริษัทฯ ไปสู่ความยั่งยืน
“สมัยก่อนผมจะเป็นหุ้นใหญ่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ พอเป็นบริษัทมหาชนอย่าง WSOL ก็มีผู้ถือหุ้นเกือบ 2,000 ราย เพราะฉะนั้นมายด์เซ็ตและการบริหารก็จะต่างไปพอสมควร ผมจะไม่ได้ลงไปดูทุกอย่างแบบละเอียดยิบ (micro management) แบบเดิม แต่จะถอยออกมาดูภาพรวมและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น”
ขณะเดียวกัน วินเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ของ WSOL ในตอนนี้ไม่ได้ต่างจากการบินไทยในช่วงสาหัสเลย เนื่องจากตอนที่เข้าไปเทกโอเวอร์บริษัทฯ แม้จะมีทรัพย์สินอยู่ประมาณหมื่นล้าน แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่ไม่มีสภาพคล่อง และยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก
“ด้วยความที่ผมเป็น stakeholder ของบริษัทนี้เดิม และผมรู้จักธุรกิจนี้มากพอ ผมเลยคิดว่า ถ้าเราไม่เข้าไปทำเอง ก็จะไม่มีใครเข้ามาทำ เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าไปรื้อหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นมาใหม่ ก็ถือเป็นช่วงที่ท้าทายและต้องใช้พลังงานค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเราสามารถทำให้โครงสร้างการบริหารงานของ WSOL มีประสิทธิภาพได้ เส้นทางจากนี้ไปก็น่าจะสดใส เหมือนเกมการบินไทยที่พอทุกอย่างผ่านมาได้ เขาก็เพิ่งประกาศกำไรมหาศาลเป็น all-time high”

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ซีอีโอ WSOL (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
สมัยก่อนผมลงไปทำเองทุกอย่างเลย รู้ด้วยซ้ำว่า ช้อนส้อมคู่นี้ซื้อมาปีอะไร ซื้อโดยใคร จานชามถูกใบไหม ทุกอย่างผมดูเองหมด
ศิลปะและความสนุกในการทำโรงแรม
สำหรับหมวกใบที่สองของวิน คือ การบริหารพอร์ตธุรกิจโรงแรมของครอบครัว ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้ามาช่วยที่บ้านอย่างเต็มตัว วินได้มีโอกาสไปฝึกวิทยายุทธกับหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่าง พฤกษา เรียลเอสเตท นานถึงสามปี ทำให้เขาได้เรียนรู้และเข้าใจศาสตร์ของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในหลายมิติ
“ผมว่าการทำโรงแรมเหมือนการทำงานศิลปะ มันเป็นเรื่องของแพสชั่นและอารมณ์ในการทำ เราต้องรู้ว่าเราอยากจะได้อะไร แล้วสุดท้ายปลายทางจะออกมาเป็นอย่างไร สำคัญคือเราต้องคิดให้ต่าง คิดให้สนุก เพราะธุรกิจโรงแรมจะอยู่กับเราไปอีกนาน ถ้าไม่สนุก ผมว่าอย่าทำเลย ดังนั้นอะไรที่เป็นโปรเจ็กต์เดิมๆ น่าเบื่อๆ ผมจะไม่ทำ หรือเปิดมาแล้วไม่ว้าว ผมก็จะไม่ทำ”
หลายคนมักพูดติดตลกว่า สำหรับธุรกิจโรงแรม วันเปิดและวันขายคือวันที่มีความสุขที่สุด แต่สำหรับวิน สิ่งที่เขาชอบมากที่สุด คือการที่ได้พัฒนาโปรเจ็กต์ต่างๆ
“สมัยก่อนผมลงไปทำเองทุกอย่างเลย รู้ด้วยซ้ำว่า ช้อนส้อมคู่นี้ซื้อมาปีอะไร ซื้อโดยใคร จานชามถูกใบไหม ขวดเกลือ ขวดพริกไทย ทุกอย่างผมดูเองหมด ละเอียดขนาดนั้นเลย เช่นเดียวกับการเลือกโลเคชั่น ที่ดินทุกแปลงก็เป็นที่ดินซึ่งเราซื้อมาใหม่ โดยเฉพาะในช่วงปีสองปีนี้ ที่สภาวะเศรษฐกิจทำให้เราได้ที่ดินมาในราคาค่อนข้างใช้ได้ และมีโอกาสที่จะขยายไปเป็นโปรเจ็กต์ที่มีศักยภาพเป็น new s-curve ต่อไป”
ปัจจุบันมีโรงแรมในเครือที่เปิดให้บริการอยู่สองแห่ง คือ Hyatt Regency Samui ซึ่งเพิ่งได้รับการโหวตจาก Travel + Leisure ให้ได้รับรางวัล 2024 World’s Best Award และเป็น Best Resort อันดับหนึ่งของประเทศไทย ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือ Royal Pavilion Hua Hin ที่มีแผนจะรีโนเวตในอีกสองปีข้างหน้า
ขณะเดียวกันก็มีอีกสองโปรเจ็กต์ใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่ โรงแรม Hyatt Centric Bangkok และโรงแรมแบรนด์ Hyatt แห่งใหม่ที่จังหวัดพังงา เพื่อรองรับโอกาสจากการสร้างสนามบินแห่งใหม่ในอนาคต
หัวใจของไทย คือการท่องเที่ยว
เมื่อถามถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศหลังโควิด วินมองว่า โรงแรมระดับ 4-5 ดาว น่าจะกลับมาได้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว และเชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวยังเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป
“ถ้าไม่ใช่ท่องเที่ยว ผมก็ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะโตต่อไปในทิศทางไหน แต่ผมก็ไม่อยากให้เราหวังพึ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป (don’t put all eggs in one basket) จะเห็นว่า ผมก็มาทำ Wining Solution (WSOL) ซึ่งเป็นธุรกิจอีกประเภทหนึ่ง ที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ผมคิดว่าทุกที่ก็มีโอกาสของมันเอง เพียงแต่ว่าในภาพใหญ่ก็ยังเชื่อว่า การท่องเที่ยวน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด”
ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงเล่าต่อว่า ปัจจัยที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือการวิเคราะห์แต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ว่า อะไรคือสิ่งที่ขาด และควรเพิ่มเติมอะไรเข้าไป
“เรื่องโครงสร้างพื้นฐานหลักยังเป็นสิ่งสำคัญ อย่างภูเก็ต ผมคิดว่าอาจจะต้องเติมสนามบินเข้าไป เช่นเดียวกับสมุยที่วันนี้สนามบินค่อนข้างเกินขีดความสามารถที่จะรองรับได้แล้ว บางคนอาจมองว่า เราน่าจะทำสะพานลอยข้ามไปเลยดีไหม แต่ด้วยความที่เป็น luxury island ก็ต้องคิดดีๆ ว่า มันจะทำให้บรรยากาศหรือเสน่ห์ของพื้นที่ลดลงหรือเปล่า”

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ซีอีโอ WSOL (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
เกมธุรกิจ คือการวิ่งมาราธอน
ในวัย 32 ปี ของวิน อิทธิชัย เขาคือผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ทำอะไรเยอะมาก จนบางครั้งอาจดูเหมือนเยอะเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งหากเปรียบธุรกิจเหมือนการวิ่ง สิ่งที่เขาทำอยู่คงไม่ต่างกับการวิ่งมาราธอน
“แต่ละเกมของผมมันเป็น long game ทั้งนั้นเลย และการวิ่งด้วยเพซนี้ก็อาจจะเร็วไปนิดนึง แต่คิดว่ายังพอทำได้ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมต้องไปพักที่จุดไหน ผมเล็งไว้ว่าอีกสักสามเดือน พอเคลียร์ทุกเรื่องได้ ผมอาจพักดื่มน้ำ และเติมเอเนอร์จีบาร์สักหน่อย แล้วค่อยวิ่งต่อ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะวิ่งจบโดยตะคริวไม่ขึ้นหรือไม่บาดเจ็บ ไม่ว่าคุณจะซ้อมมาดีแค่ไหนก็ตาม เพียงแต่เราต้องรู้ว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ และ milestone ที่ชัดเจนของเราอยู่ตรงไหน สุดท้ายในชีวิตจริง ผมก็วิ่งเข้าเส้นชัย Tokyo marathon (World Marathon Majors) ได้สำเร็จ โดยไม่ได้ซ้อมด้วยซ้ำ (ยิ้ม)”
นอกจากความมุ่งมั่นและแรงผลักดันที่เกิดจากตัวเองแล้ว สิ่งที่ผู้บริหารหนุ่มให้ความสำคัญอย่างมาก คือการสร้างระบบ และทีมที่ดี
“คนเรามันมีแค่ 24 ชั่วโมง ผมอาจไม่ต้องเป็นคนตัดสินใจทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ถึงร้อย แต่เราจำเป็นต้องวางกรอบและทิศทางที่ถูกต้องให้กับทีม ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนที่ทํางานกับผมต้องได้รับความไว้วางใจ (earn trust) จากผมก่อน ไม่ว่าคุณจะมีโปรไฟล์มาจากไหน”
“ผมมีกฎให้กับทีมเสมอว่า ความไว้วางใจนั้นมีให้ได้ไม่เกินสามครั้ง ถ้าทำได้ คุณก็ไปต่อ แล้วผมเป็นคนขึ้นเงินเดือนคนไว ผมไม่สนว่าคุณจะเด็กแค่ไหน ผมอาจขึ้นเงินเดือนให้คุณสูงมากก็ได้ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ แม้จะอยู่กับผมมานาน ผมก็บ๊ายบายได้เหมือนกัน ผมว่าเกมธุรกิจมันคือเกมมาราธอน คุณอาจเก่งแค่สามเดือน แต่เจอไปหกเดือน คุณก็จุก เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ต้องดูกันยาวๆ ”

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ใน Tokyo Marathon (ภาพ: Instagram/ithichai.win)

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ใน Tokyo Marathon (ภาพ: Instagram/ithichai.win)
ทุกครั้งที่คุณเฟล คุณก็ทำใหม่ แค่อย่าไปยอมแพ้
ความฝันและความสำเร็จ
แม้ยังมีคำถามอีกมากมายที่เราอยากสนทนากับผู้ชายคนนี้ แต่ด้วยภาระหน้าที่ของซีอีโอหนุ่ม ซึ่งพ่วงด้วยบทบาทของคุณพ่อมือใหม่ เราจึงอยากให้เขาได้มีเวลาพักผ่อนและอยู่กับครอบครัวมากขึ้น Tatler ทิ้งท้ายด้วยคำถามสั้นๆ ว่า ความฝันของวินในวันนี้คืออะไร
“วันนี้เหรอครับ (นิ่งคิด) มาถามปีหน้าได้ไหม (หัวเราะ) พูดตรงๆ นะ ทุกวันนี้ผมยังไม่มีเวลากลับมาทบทวนเลยว่า อะไรจะเป็น milestone ถัดไป ตอนนี้ก็คงทำทุกอย่างตรงหน้าให้ดีที่สุด จริงๆ หลายอย่างที่ผมเคยตั้งเป้าไว้ว่าจะสำเร็จให้ได้ตอนอายุ 40 ตอนนี้ผมทำสำเร็จเกือบหมดแล้วนะครับ
ผมเป็นทํางานค่อนข้างเร็ว ถ้างานไม่เสร็จผมก็จะไม่นอน และผมจะจบทุกอย่างภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าถึงมือผมมันต้องจบ ภรรยาผมจะรู้ว่า ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยหยุดจนกว่าจะสำเร็จ อย่างดีล WSOL เป็นดีลที่ยากมาก แต่ทำอย่างไรให้เราผ่านขั้นตอนเหล่านั้นมาได้ คือผมแพ้ไม่ค่อยเป็น ไม่รู้ว่าเพราะชื่อของผมด้วยรึเปล่านะ (วิน และอิทธิชัย แปลว่า ชนะ) เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่คุณเฟล คุณก็ทำใหม่ แค่อย่าไปยอมแพ้”

Above วิน อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ พร้อมภรรยา-พราวพุทธ ลิปตพัลลภ และลูกชาย-อิทธิพุธ ลิปตพัลลภ พูลวรลักษณ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)












