แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารเวทีมวยราชดำเนิน
Cover แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารเวทีมวยราชดำเนิน
แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารเวทีมวยราชดำเนิน

แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ Gen.T Leaders of Tomorrow ผู้ก่อตั้ง Global Sport Ventures (GSV) กับเส้นทางเบื้องหลังความสำเร็จของเวทีมวยราชดำเนินยุคใหม่ ล่าสุดกับการเปิดตัว Immersive Muay Thai กราฟิกบนหลังคาโดมสุดตระการตาเพื่อเฉลิมฉลอง 80 ปี ‘Home of Muay Thai’ ตลอดจนความฝันที่จะผลักดันมวยไทยสู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลกให้สำเร็จ

มวยไทย เป็นศาสตร์การต่อสู้ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมายาวนานกว่าหลายศตวรรษ แต่เพิ่งได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาอาชีพ (professional sport) ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองในปี 1945 โดยรัฐบาลไทยสมัยนั้นได้จัดตั้งเวทีมวยแห่งชาติ หรือ ‘เวทีมวยราชดำเนิน’ ซึ่งเป็นเวทีมวยไทยแห่งแรกของไทยและของโลก

ประวัติศาสตร์ของมวยไทยได้เปลี่ยนผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งยุคทองในช่วงปี 1980-1990 ที่มีนักมวยชื่อดังอย่าง สามารถ พยัคฆ์อรุณ, เขาทราย แกแล็คซี่, แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นยุคที่วงการมวยไทยรุ่งเรือง และเริ่มเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ มาจนถึงช่วงขาลง ที่สนามมวยมีภาพลักษณ์ไม่ค่อยดีนัก กระทั่งช่วงโควิด ซึ่งถือเป็นยุคตกต่ำที่สุดของวงการมวยไทย จนทั้งคนในและนอกวงการต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มวยไทยได้ตายไปแล้ว’

นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (Global Sport Ventures: GSV) ในปี 2022 ซึ่งแบงค์ เธียรชัย ได้จับมือ บมจ.แพลน บี มีเดีย เข้าไปดูแลกิจการต่างๆ ในเวทีมวยราชดำเนิน 

“เราอยากทำให้มวยไทยกลับมาชีวิต เลยเริ่มเข้าไปรีโนเวทสนาม รีแบรนด์ภาพลักษณ์ และรีบิลด์การแข่งขันมวยไทย ผ่านการจัดรายการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างกระแสมวยไทยให้กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง” แบงค์กล่าว

อ่านเพิ่มเติม: ร่วมส่งแรงเชียร์ ‘บูม กษิดิศ’ นักเทนนิสดาวรุ่งในแกรนด์สแลม ‘ออสเตรเลียน โอเพ่น 2025’

Tatler Asia
แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์
Above แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์

ผมอยากให้เวทีมวยราชดำเนินเป็นเวทีแห่งความฝันและโอกาสของทั้งนักมวยและคนในวงการมวยทุกๆ คน

- แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ -

เป็น…พื้นที่สำหรับทุกคน

ในอดีต ภาพลักษณ์ของสนามมวยมักเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้คนในวงการมวย หรือเซียนมวย ไม่ใช่สถานที่ที่คนสามารถไปแฮงค์เอ้าท์ เพื่อซึมซับบรรยากาศของเกมกีฬาได้

“เรามีโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้เวทีมวยราชดำเนินเป็น Madison Square Garden ของประเทศไทยให้ได้ จะทำอย่างไรให้ที่นี่เป็น world class sport stadium เป็นศูนย์กลางที่คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ สามารถเข้ามาชมกีฬา และเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์และความบันเทิงรูปแบบต่างๆ ที่เรามอบให้”

ผู้บริหารหนุ่มวัย 36 ปี ยกตัวอย่างชีวิตของผู้คนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งคู่รักหลายคู่มักจะไปเดทกันที่สนามกีฬา เช่น สนามบาสเกตบอลหรือสนามเบสบอล เช่นเดียวกับคนยุโรปที่มักพาครอบครัวไปดูการแข่งขันฟุตบอล เป้าหมายแรกของเขาจึงเป็นการพลิกโฉมภาพลักษณ์ของสนามมวยไทยให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

เวลาผ่านไปสองปี สิ่งที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับทุกคนคือ ตัวเลขผลสำรวจผู้เข้าชม ซึ่งพบว่ากลุ่มคนที่เข้ามาดูมวย ณ เวทีมวยราชดำเนิน เปลี่ยนจากเซียนมวยที่เคยมีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นคู่รักที่มาเดทกันสูงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มเพื่อน 30 เปอร์เซ็นต์ และประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ เป็นครอบครัวและเด็ก

“นี่คือภาพที่ผมอยากเห็นมาตลอด ผมเองเกิดในค่ายมวย คลุกคลีอยู่ในวงการนี้ตั้งแต่เกิด เปิดประตูห้องนอนมาก็เจอเวทีมวยแล้ว ผมเชื่อว่ากีฬามวยไทยมันสนุกจริงๆ นะ อยากให้คนนอกวงการได้มาเห็น และตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า เราเดินมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว เวทีมวยไทยเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนจริงๆ”

อ่านเพิ่มเติม: เปิดใจฮีโร่เหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 'วิว กุลวุฒิ' กับความฝันที่ไม่เคยจางหาย

Tatler Asia
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน
Above บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน
Tatler Asia
Above บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Tatler Asia
Above บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 3 บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Photo 2 of 3 บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Photo 3 of 3 บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน

เป็น...บ้านหลังแรกของมวยไทย

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสของมวยไทยมีส่วนสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้มหาศาล นักท่องเที่ยวหลายคนอาจรู้จักมวยไทยจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง องค์บาก หรือฮีโร่ตลอดกาลของวงการมวยไทยอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ รวมถึงรายการระดับโลกอย่าง UFC (The Ultimate Fighting Championship) แต่ความพิเศษของกีฬามวยไทยอีกอย่างหนึ่งที่ควรค่าแก่กล่าวถึงคือ มวยไทยเป็นกีฬาเพียงไม่กี่ชนิดบนโลกที่มีบ้านเป็นจุดกำเนิด นั่นก็คือ ‘เวทีมวยราชดำเนิน’ นั่นเอง

“เราอยากให้เวทีราชดำเนินเป็นจุดหมายปลายทางของ ‘Muay Thai tourism’ เป็นบ้านหลังหนึ่งที่จะแสดงให้เห็นทุกแง่มุมของมวยไทย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศิลปะการต่อสู้ ศิลปะการไหว้ครู ศิลปะวงดนตรีปี่พาทย์มวยไทย หรือ Muay Thai orchestra ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์ก่อนเริ่มรายการมวยทุกครั้ง และเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้ คือคุณค่าและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หาที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว” แบงค์กล่าว

“สองปีที่ผ่านมา เวทีมวยราชดำเนินประสบความสำเร็จในการดึงดูดชาวต่างชาติ จากวันแรกๆ ที่มีเพียง 20 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันแทบทุกวัน โดยมีเป้าหมายภายในสามปีในการรองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาเยี่ยม ‘Home of Muay Thai’ แห่งนี้ให้ได้ปีละหนึ่งล้านคน”

Tatler Asia
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน
Above บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Tatler Asia
บัวขาว บัญชาเมฆ
Above บัวขาว บัญชาเมฆ (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
บรรยากาศเวทีราชดำเนิน
บัวขาว บัญชาเมฆ
Tatler Asia
Above บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Tatler Asia
Above บรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)

เป็น…รายการระดับโลก

เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV) ได้เริ่มทำรายการมวยไทยที่มีชื่อว่า ‘Rajadamnern World Series (RWS)’ โดยนับเป็นปีประวัติศาสตร์ที่มีการจัดรายการมวยไทยทุกวัน เจ็ดวันต่อสัปดาห์ รวม 360 รายการต่อปี ด้วยหลักคิดที่ต้องการสร้างรากฐานและเป็นจุดหมายปลายทางของวงการมวยไทย ซึ่งแปลว่าจะสามารถมีพื้นที่ให้นักมวยได้มากถึง 5,000 คน ได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ และยังสร้างเม็ดเงินมาช่วยหล่อเลี้ยงบุคลากรในวงการมวยได้หลายพันคนหรือนับหมื่นคนด้วยซ้ำ

นอกจากนั้น GSV ยังได้ต่อยอดไปสู่โปรเจ็กต์อื่นๆ ทั้ง ‘RWS Tournament’ ซึ่งเป็นเหมือน World Cup of Muay Thai ที่รวบรวมนักมวยที่เก่งที่สุดทั่วโลกจำนวนแปดคนจากแต่ละรุ่น มาเจอกันในรูปแบบทัวร์นาเมนต์ทุกวันเสาร์ ภายใต้โปรดักชั่นของเวทีการแข่งขันมาตรฐานระดับโลก มีความทันสมัยและตื่นตาตื่นใจด้วยแสง สี เสียง สามารถเข้าถึงผู้คนได้หลากหลาย และมีคู่มวยที่เป็น special fight อย่างเช่น บัวขาว บัญชาเมฆ vs โคตะ มิอุระ และ บัวขาว vs ยาสุฮิโร่ คิโดะ เป็นต้น

arrow left arrow left
arrow right arrow right
Photo 1 of 5 บัวขาว บัญชาเมฆ, แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ และโคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Photo 2 of 5 บัวขาว บัญชาเมฆ, แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ และโคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Photo 3 of 5 บัวขาว บัญชาเมฆ และโคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Photo 4 of 5 โคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Photo 5 of 5 บัวขาว บัญชาเมฆ (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
บัวขาว บัญชาเมฆ และโคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น
บัวขาว บัญชาเมฆ และโคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น
บัวขาว บัญชาเมฆ และโคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น
โคตะ มิอูระ นักชกชาวญี่ปุ่น
บัวขาว บัญชาเมฆ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ โครงการ ‘Road to Ratchadamnoen’ เพื่อขยายอุตสาหกรรมมวยไทยไปยังประเทศต่างๆ โดยร่วมมือกับโปรโมเตอร์มวยไทยทั่วโลกในการจัดการแข่งขันมวยไทยในหลากหลายประเทศ เพื่อเป็นเส้นทางให้กับนักมวยฝีมือดีหรือนักมวยดาวรุ่งจากประเทศต่างๆ ให้ได้มีโอกาสขึ้นชก ณ เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นความฝันของนักมวยหลายคน โดยที่ผ่านมา มีทั้งการแข่งขันที่ประเทศสโลวาเกีย (สาธารณรัฐสโลวัก) ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อังกฤษ ฯลฯ และคาดว่าจะมีโปรแกรมเพิ่มเติมที่ประเทศสเปน เช็กเกีย (สาธารณรัฐเช็ก) และออสเตรเลีย นอกจากนั้น ยังมีการจัดแข่งขันรายการใหญ่อย่าง ‘RWS International’ ไปแล้วสองครั้ง คือ RWS Japan ที่เมืองโตเกียว และเมืองชิบะ

“เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งออกมวยไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ไปทั่วโลก เราถ่ายทอดการแข่งขัน RWS ไปกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยมีพาร์ทเนอร์ระดับโลกคือ แอปพลิเคชั่น ‘ดะโซน (DAZN)’ ซึ่งเป็น sport streaming application ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของรายได้ เรายังอยากเป็นดิสนีย์แลนด์ของมวยไทย อยากเป็นหอไอเฟลของกรุงเทพฯ ถ้าวันนี้ชาวต่างชาติเดินทางมาถึงประเทศไทย อยากให้เขารู้ว่า ถ้าเขามาที่เวทีมวยราชดำเนิน เราจะมีมวยไทยให้เขาได้ดูทุกคืนอย่างแน่นอน”

Tatler Asia
Above บัวขาว บัญชาเมฆ (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)

80 ปี เวทีมวยราชดำเนิน

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการมวยไทยกับการจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ‘เวทีมวยราชดำเนิน’ พร้อมกับการเปิดตัว Immersive Muay Thai กราฟิกบนหลังคาโดมคอนกรีตขนาดยักษ์ โดยนำเทคโนโลยี Projection Mapping มาสร้างประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Experience) ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของมวยไทย นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการยกระดับเวทีมวยสู่ ‘Sport Entertainment’ สุดตระการตา ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับการชมมวยไทยยุคใหม่ ด้วยแสง สี เสียง มาตรฐานระดับโลก ซึ่งแบงค์กล่าวอย่างภูมิใจว่า “ประสบการณ์นี้มีที่เดียวในโลก” 

ไม่เพียงเท่านั้น ในงานดังกล่าวยังมีศึกมวยรายการพิเศษแห่งปีของ ‘Rajadamnern World Series (RWS)’ โดยคู่ชกไฮไลต์เป็นการหวนกลับมาเจอกันอีกครั้งของมวยคู่ประวัติศาสตร์อย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ และ หาน เหวินเป่า ยอดมวยชื่อดังจากประเทศจีน ซึ่งผลปรากฏว่า บัวขาว ตำนานนักชกชาวไทยอาศัยความเก๋า สามารถเอาชนะคะแนนไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ ภายหลังการแข่งขัน บัวขาวได้กล่าวถึงความรู้สึกดีใจที่มีโอกาสกลับมาชกที่เวทีมวยราชดำเนินอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าในปี 2025 จะยังเห็นเขาขึ้นชกอีกแน่นอน

Tatler Asia
Above Immersive Muay Thai ณ เวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Tatler Asia
Above Immersive Muay Thai ณ เวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
Tatler Asia
Above ภาพบรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)

มวยไทย สู่ซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก

กว่าสามสิบเจ็ดปีที่ แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ เติบโตและคลุกคลีอยู่ในวงการมวยตั้งแต่เด็ก กีฬาชนิดนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชีวิตเขา

“ผมเชื่อมาตลอดว่า เราทุกคนทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ในหลายรูปแบบ คนเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นหมอที่เก่งทุกคน นักธุรกิจที่เก่งทุกคน หรือครูที่เก่งทุกคน ด้วยความที่ผมโตมากับสิ่งนี้ ผมจึงเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้ ก็คือการกีฬา”

“สองปีที่ผ่านมา เราสามารถพาวงการมวยไทยก้าวขึ้นมาได้อีกก้าวใหญ่ๆ แล้ว ผมอยากให้เวทีมวยราชดำเนินเป็นเวทีแห่งความฝันและโอกาสของทั้งนักมวย วงการมวย และทุกๆ คนได้มีศักดิ์ศรีและรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น”

"ถ้าทุกภาคส่วนช่วยกันผลักดัน ผมเชื่อว่ามวยไทยน่าจะเป็นอุตสาหกรรมใหม่ ที่สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้กับประเทศไทยได้จริงๆ เหมือนที่เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการส่งออกอุตสาหกรรมบันเทิง ส่วนหนึ่งก็เพราะความร่วมมือกันของทุกฝ่าย หากเราช่วยกัน เราก็จะสามารถพามวยไทยไปเป็นซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลกได้อย่างแน่นอน”

Tatler Asia
เวทีราชดำเนิน
Above ภาพบรรยากาศเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
เวทีราชดำเนิน
Tatler Asia
แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์
Above แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ผู้บริหารเวทีมวยราชดำเนิน (ภาพ: Global Sport Ventures - GSV)
แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์

Topics

Chachanondh Limthong
Editor, Tatler Power and Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

ชชานนท์ ลิ่มทอง (เว้า) บรรณาธิการ Power and Purpose ของ Tatler Thailand ผู้หลงใหลในงานบทสัมภาษณ์ชีวิตและการพบปะผู้คน นอกเหนือจากเนื้อหาเข้มๆ เกี่ยวกับผู้นำองค์กร ธุรกิจ นวัตกรรม และบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแล้ว เขายังสวมหมวกอีกใบในการดูแลคอมมูนิตี้ต่างๆ ของ Tatler ทั้ง Tatler Gen.T Leaders of Tomorrow, Tatler Most Influential (TMI) และ Front and Female (F&F)