Tatler เผยเกณฑ์การตัดสินและกระบวนการคัดเลือกสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ 100 อันดับแรกของ Tatler Best ในเอเชีย
Tatler Best คือคู่มือแนะนำฉบับสมบูรณ์เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและยกย่องความเป็นเลิศด้านการบริการและแวดวงอาหารของเอเชีย พร้อมรายชื่อโรงแรม 100 อันดับแรก ร้านอาหาร 100 อันดับแรก และบาร์ 100 อันดับแรกในภูมิภาค รวมถึงการมอบรางวัล Best in Class จำนวน 27 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลสำหรับโรงแรม 11 รางวัล รางวัลสำหรับร้านอาหาร 9 รางวัล และรางวัลสำหรับบาร์ 7 รางวัล Tatler Best จึงถือเป็นรางวัลที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากรางวัลอื่นๆ ในแวดวงเดียวกันอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การคัดเลือกผู้เข้าชิงรางวัล จะพิจารณาจากข้อมูลเชิงลึกของผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ข้อมูลจากบรรดานักเดินทางผู้ช่ำชองการท่องเที่ยวมาแล้วทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มของเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มนักเดินทางระดับลักซ์ชูรีในภูมิภาค
ประธานร่วมคณะกรรมการตัดสินรางวัล Tatler Best ได้คัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการกว่า 400 ท่าน ประกอบไปด้วยบรรณาธิการ Tatler ไปจนถึงนักเขียนด้านอาหารที่มีชื่อเสียง นักข่าวและบรรณาธิการด้านการท่องเที่ยว อินฟลูเอนเซอร์ และที่สำคัญคือเหล่าบุคคลผู้ทรงเกียรติใน Tatler คอมมูนิตี้ทั่วเอเชีย ซึ่งมีรสนิยมและมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรงแรมที่พัก ตลอดจนร้านอาหารและเครื่องดื่ม ทั่วเอเชีย
อ่านเพิ่มเติม: เปิดตัว Tatler Best การเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ให้กับโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย
กระบวนการในการคัดเลือกโรงแรม 100 อันดับแรกของ Tatler ในเอเชีย เริ่มต้นด้วยแบบฟอร์มการลงคะแนนที่ออกแบบโดย Yona he Poda ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม แบบฟอร์มดังกล่าวจะทำการประเมินปัจจัยสำคัญต่างๆ เช่น การบริการ ดีไซน์การออกแบบ ความเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบ ความยั่งยืน อาหารและเครื่องดื่มที่นำเสนอ และประสบการณ์โดยรวมของแขก
สำหรับการคัดเลือกรางวัล Best In Class เหล่าบุคคลผู้ทรงเกียรติใน Tatler คอมมูนิตี้ที่ได้รับการคัดเลือกตามรสนิยมและความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก จะได้รับมอบหมายให้เสนอชื่อโรงแรม 2 แห่งในแต่ละประเภทรางวัล (มีทั้งหมด 10 ประเภทรางวัล) ได้แก่ Best Heritage Hotel, Best Design Hotel และ Best City Hotel การลงคะแนนแต่ละครั้งจะช่วยคัดกรองการคัดเลือกโดยคัดเหลือเฉพาะโรงแรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดตามมาตรฐานความเป็นเลิศด้านการบริการของเอเชียเท่านั้น

Above ภูมิภาคต่างๆ ในเอเชียที่เป็นตัวแทนใน Tatler Best 100
กระบวนการลงคะแนนเสียงประกอบด้วยการประเมินเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ คณะกรรมการได้ให้ข้อเสนอแนะเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับประสบการณ์ของพวกเขา ซึ่งจะมีการตรวจสอบควบคู่ไปกับคะแนนในแต่ละหมวดหมู่ โดยคะแนนในแต่ละหมวดหมู่ถือเป็นข้อบังคับ
การประเมินแบบ 2 ขั้นตอนนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้าชิงรางวัลแต่ละรายจะได้รับการคัดเลือกและประเมินอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศที่สม่ำเสมอในทุกหมวดหมู่เป็นพิเศษ จากนั้นจะนำคะแนนมารวมกัน โดยโรงแรมที่มีผลงานดีที่สุดในหลากหลายหมวดหมู่จะผ่านเข้ารอบสุดท้าย จากนั้นรายชื่อโรงแรม 100 อันดับแรกของ Tatler Best จะพิจารณาจากคะแนนรวมเหล่านี้ โดยรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Hotel of the Year จะตกเป็นของโรงแรมที่มีคะแนนรวมสูงที่สุด
สิ่งสำคัญคือ Tatler Best ไม่ใช่รางวัลที่มาจาก “การจ่ายเงิน” กล่าวคือ แบรนด์ต่างๆ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการตัดสินรางวัลโดยจ่ายค่าธรรมเนียม และไม่สามารถเสนอชื่อหรือลงรายชื่อได้โดยการจ่ายเงินในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันคณะกรรมการผู้ตัดสินจะต้องชี้แจงการถือครองหุ้นส่วนในแบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร หรือบาร์ต่างๆ อย่างชัดเจนและโปร่งใส และห้ามลงคะแนนเสียงให้กับแบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร หรือบาร์ต่างๆ ที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้การตัดสินรางวัลเป็นไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และมีจริยธรรม นอกจากนี้ แบรนด์โรงแรม ร้านอาหาร หรือบาร์ทุกแห่ง จะได้รับการตัดสินโดยพิจารณาจากคุณสมบัติของสถานประกอบการนั้นๆ เท่านั้น
Tatler Best ยึดหลักเกณฑ์การประเมินที่ทันสมัยและตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงโดยคณะกรรมการที่เข้าใจการบริการระดับสูงอย่างแท้จริง
“รางวัล Tatler Best ได้รับการรับรองว่ามาจากมุมมองและวิสัยทัศน์ของเหล่าบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมรสนิยมและเดินทางบ่อยครั้ง ทำให้รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งในแวดวงอุตสาหกรรมลักซ์ชูรี” Poda กล่าว
การบริการที่ยอดเยี่ยมถือเป็นจุดเด่นสำคัญของโรงแรมที่มีความโดดเด่น นอกเหนือจากความหรูหราแล้ว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ยังช่วยสร้างความแตกต่างให้กับโรงแรมแต่ละแห่งได้เป็นอย่างดี ดังที่ Sean Fitzpatrick ประธานบริหารฝ่ายประสบการณ์ (chief experience officer) ของ Tatler Asia และประธานร่วมคณะกรรมการ Tatler Best ได้กล่าวไว้ว่า “บ่อยครั้ง สิ่งที่ทำให้โรงแรมพิเศษอย่างแท้จริงไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่มองไม่เห็น” เช่น การใส่ใจและสังเกตความต้องการของแขกและปรับเปลี่ยนบริการตามความเหมาะสม ความใส่ใจที่ละเอียดอ่อนนี้ เมื่อทำออกมาได้อย่างสมดุล จะช่วยส่งเสริมความภักดีที่แขกจะมีต่อโรงแรม สร้างประสบการณ์การเข้าพักที่น่าประทับใจ และสร้างคำแนะนำแบบปากต่อปากได้อย่างง่ายดาย

Above เกณฑ์และขั้นตอนการประเมินที่พิถีพิถันของ Tatler Best
หลักการเดียวกันนี้ใช้กับร้านอาหารและบาร์ด้วย แม้ว่าคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่มจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ประสบการณ์โดยรวมต่างหากที่สร้างผลกระทบสูงสุด ร้านอาหารที่หรูหราจะผสมผสานอาหารชั้นยอดเข้ากับบรรยากาศและบริการอันประณีตได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ความอบอุ่นและความเป็นมืออาชีพของพนักงานไปจนถึงความละเอียดอ่อนในการออกแบบและมื้ออาหาร ทุกองค์ประกอบล้วนช่วยยกระดับประสบการณ์
ในทำนองเดียวกัน บาร์ที่ดีจะต้องมีมากกว่าเมนูค็อกเทลที่สร้างสรรค์ แต่ยังต้องสะท้อนบรรยากาศของอารมณ์ความรู้สึก แสงไฟ และพลังงานด้วยเช่นกัน ดังที่ Andy Cheng หัวหน้าฝ่าย dining ประจำภูมิภาคของ Tatler Asia และประธานร่วมคณะกรรมการตัดสิน กล่าวไว้ว่า “ร้านอาหารและบาร์ที่ยอดเยี่ยมจะโดดเด่นด้วยบริการที่พิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด ผสมผสานกับทักษะการทำอาหารที่ถักทอเรื่องราวผ่านมื้ออาหารและค็อกเทลแต่ละมื้อ สร้างความประทับใจที่ไม่รู้ลืมและเชื้อเชิญให้คุณกลับมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า”
อ่านเพิ่มเติม: ซอมเมอลิเยร์ชั้นนำของเอเชีย เผยองค์ประกอบที่ทำให้ไวน์ลิสต์สมบูรณ์แบบ
การรวบรวมรายชื่อร้านอาหารและบาร์ 100 อันดับแรกในเอเชียของ Tatler Best นั้นต้องผ่านกระบวนการที่ละเอียดถี่ถ้วน โดยใช้ความประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านความเป็นเลิศของ Tatler Dining มาเป็นเวลากว่า 40 ปี รายชื่อหลักหรือ Master List นั้นจะได้รับการคัดเลือกโดยบรรณาธิการด้าน Dining ระดับภูมิภาคของ Tatler ก่อนที่จะส่งต่อให้คณะกรรมการตัดสินลงคะแนน สมาชิกคณะกรรมการสามารถลงคะแนนได้เฉพาะร้านอาหารและบาร์ที่พวกเขาได้ประเมินด้วยตัวเองในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาเท่านั้น
ทั้งนี้ ร้านอาหารและบาร์ 20 อันดับแรกที่ได้รับคะแนนสูงสุด จะรวมอยู่ในรายชื่อร้านอาหารและบาร์ 20 อันดับแรกของ Tatler Best ในแต่ละตลาด โดยร้านอาหารและบาร์เหล่านี้จะผ่านการคัดเลือกให้รวมอยู่ในรายชื่อร้านอาหารและบาร์ 100 อันดับแรกของ Tatler Best ในเอเชียตามลำดับ และชื่อเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์ในการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best in Class โดยชื่อที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลจะได้รับการลงคะแนนอีกครั้งโดยคณะกรรมการเพื่อตัดสินผู้ชนะเพียงรายเดียวในแต่ละหมวดหมู่
Tatler Best ทำหน้าที่เป็นคู่มือแนะนำที่เชื่อถือได้สำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ทั่วเอเชียที่มีความโดดเด่น สำหรับเหล่านักเดินทางและผู้ที่คลุกคลีในแวดวงลักซ์ชูรี เพื่อช่วยให้ก้าวทันอุตสาหกรรมการบริการของเอเชียที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนทำความรู้จักสถานที่พัก กินและดื่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในภูมิภาค
มาร่วมเฉลิมฉลองให้กับเหล่าโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ที่ยอดเยี่ยมและเจิดจรัสที่สุดในเอเชีย รวมถึงยุคใหม่แห่งความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการบริการ ในงาน Tatler Best of Asia ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ในวันที่ 24 และ 25 พฤศจิกายนนี้
เกณฑ์การคัดเลือก
โรงแรม
-
บริการที่เป็นเลิศ: โรงแรมที่ดีที่สุดจะมอบบริการที่เป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวในทุกระดับของประสบการณ์ของผู้เข้าพัก โดยคาดการณ์ถึงความต้องการของผู้เข้าพักโดยไม่รบกวน
-
การออกแบบที่โดดเด่น: สถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในที่โดดเด่นสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา คุณจะบอกได้ว่าโรงแรมเหล่านี้ไม่ใช่โรงแรมหรูหราทั่วๆ ไป แต่มีเสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้แตกต่าง นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการจัดแสงและภูมิทัศน์ด้วย
-
ความเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบ: โรงแรมที่ดีไม่เพียงแต่เน้นความสวยงาม แต่ยังเน้นสร้างความเชื่อมโยงที่มีความหมายระหว่างแขกกับวัฒนธรรมและชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งมักทำได้ด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่ใส่ใจและประสบการณ์เฉพาะที่แท้จริง
-
ความยั่งยืน: นักเดินทางระดับ high-net-worth ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น โดยเลือกโรงแรมที่ยึดหลักปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน เช่น การลดขยะ ระบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดหาที่ยั่งยืน และบูรณาการแนวทางเหล่านี้เข้ากับประสบการณ์ของผู้เข้าพักได้อย่างลงตัว
-
ความเป็นเลิศด้านอาหารและเครื่องดื่ม: ที่พักเหล่านี้มีห้องอาหารและบาร์คุณภาพเยี่ยมที่ช่วยเสริมประสบการณ์โดยรวมของผู้เข้าพัก
-
สิ่งอำนวยความสะดวก: สิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะของโรงแรม มีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์สุขภาพที่ทันสมัยหรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว
-
ความหรูหราในทุกระดับ: ความรู้สึกหรูหราเกิดขึ้นทั่วทั้งโรงแรม ตัวอย่างเช่น ห้องพักทุกประเภทมีมาตรฐานความหรูหราและความสะดวกสบายในระดับสูงเท่ากัน แม้โรงแรมดังกล่าวอาจมีตัวเลือกห้องพักอย่าง ห้องพักสวีท ที่โดดเด่นกว่าห้องพักประเภทอื่น แต่ทุกห้องพักต้องอยู่ในระดับมาตรฐานยอดเยี่ยมเท่ากัน
ร้านอาหารและบาร์
-
บรรยากาศและการตกแต่ง: บรรยากาศโดยรวม การออกแบบ และไวบ์ที่ดีของสถานที่ สร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายและน่าดึงดูด ซึ่งช่วยเสริมประสบการณ์โดยรวมให้ดียิ่งขึ้น
-
ความเป็นเลิศด้านอาหารและเครื่องดื่ม: รสชาติ การนำเสนอ และคุณภาพโดยรวมของอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม
-
ไวน์และสุรา: มีไวน์และสุราให้เลือกมากมาย และมีพนักงานที่มีความรู้คอยให้คำแนะนำแก่แขก
-
นวัตกรรม ความหลากหลาย และความยั่งยืน: เมนูควรประกอบไปด้วยอาหารที่สร้างสรรค์และสมดุลที่เสริมเครื่องดื่มและสะท้อนถึงแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน
-
การบริการและการต้อนรับ: มีพนักงานที่เอาใจใส่และมีความรู้คอยให้บริการแขกอย่างราบรื่นและสุภาพ
รางวัล Best in Class
โรงแรม: Best Boutique Hotel, Best City Hotel, Best Design, Best Heritage Hotel, Best Innovation, Best New Hotel, Best Resort, Best Wellness Retreat, Best Destination Hotel, Best Service, Hotel of the Year
ร้านอาหาร: Best Design, Best Innovation, Best New Restaurant, Best Pastry Chef, Best Service, Best Sommelier, Legacy Award, Rising Star, Restaurant of the Year
บาร์: Best Design, Best Innovation, Best New Bar, Best Service, Legacy Award, Rising Star, Bar of the Year
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ Tatler Best ซึ่งนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดในเอเชียสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ รางวัล Tatler Best จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับ TUMI, Dusit Thani Bangkok, Mastercard, The Macallan และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถไปที่เว็บไซต์ media.tatlerasia.com/list/best
This story was originally written in English by Natalya Xavier.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2024 โดย Natalya Xavier โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
รู้จักหัวใจแห่ง "องค์ประกอบ" กว่าจะเป็นโรงแรม "ยอดเยี่ยม" ต้องมีอะไรบ้าง
นักออกแบบระดับโลกเผยเคล็ดลับการออกแบบโรงแรมที่จับใจนักเดินทาง




