Jeremy Jauncey ผู้ก่อตั้ง Beautiful Destinations พูดคุยถึงประสบการณ์แรกเกี่ยวกับการไม่คุ้นชินทางวัฒนธรรมในต่างบ้านต่างเมือง พลังโซเชียลมีเดียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และบทบาทใหม่ในฐานะประธานร่วมของการมอบรางวัล Tatler Best of Asia Awards
Jeremy Jauncey ใช้ชีวิตวัยเยาว์แบบชาวชนบทในฟาร์มแห่งหนึ่งของสกอตแลนด์ กระทั่งอายุได้ 18 ปี ก็ได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในผู้เล่นรักบี้ชั้นแนวหน้าของนิวซีแลนด์
เมื่อมาถึงเรื่องการท่องเที่ยว กล่าวได้ว่า Jeremy เข้าสู่วงการช้าไปสักหน่อย โดยเขาเล่าว่าจุดแรกเริ่มที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ มีที่มาจากการแวะพักที่สิงคโปร์
“จำได้ว่าตอนอยู่ในสนามบินชางงีครั้งแรก ผมรู้สึกทึ่งมากๆ เพราะผมไม่เคยเห็นสนามบินที่ใหญ่ขนาดนั้นมาก่อน” Jeremy เล่า
“ขณะที่มองดูกระดานเที่ยวบินขาเข้า ผมเห็นเที่ยวบินที่มาจากอิตาลี ออสเตรเลีย แล้วพบว่าเมืองต่างๆ ที่อยู่บนกระดานเหล่านั้นไม่เคยอยู่ในเรดาร์ของผมมาก่อนเลย ตอนนั้นเองที่ผมตระหนักว่า ‘เรายังไม่เห็นอะไรๆ บนโลกนี้เลยจริงๆ และไม่มีประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้ด้วย’ จนผมรู้สึกเหมือนกำลังพลาดอะไรไป”
อ่านเพิ่มเติม: เปิดตัว Tatler Best การเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ให้กับโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย
หลังก้าวออกจากสนามบินชางงี เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น ขณะเที่ยวไปทั่วนครแห่งสิงโตเมอร์ไลอ้อน พร้อมการสังเกตบรรยากาศเมืองและวิถีชีวิตที่ต่างจากที่เขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง
“การเข้าไปอยู่ในใจกลางของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่และกินอาหารริมทาง ซึ่งจริงๆ แล้วการนั่งกินตามท้องถนนกับคนอื่นๆ แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราทำกันในสกอตแลนด์เลย และยิ่งไม่ใช่ในฟาร์มที่ห่างไกลเข้าไปใหญ่” เขาหัวเราะ
“นั่นทำให้ผมตื่นเต้นมากกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง ซึ่งถ้ามองในแง่บวก มันช่างมีสีสันและมีชีวิตชีวามากเลย”
และการไล่ตามความรู้สึกทึ่งนั้นก็นำมาสู่อะไรบางอย่างที่ Jeremy ได้สลักเสลาให้เป็นรูปเป็นร่างจนสร้างความสำเร็จในอาชีพได้อย่างมาก นั่นคือการก่อตั้ง Beautiful Destinations เมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบันนี้
จากจุดเริ่มต้นที่ Jeremy ได้แชร์ภาพถ่ายของสถานที่ที่มีทัศนียภาพดึงดูดใจและน่าทึ่งที่สุดในโลกบน Instagram ได้พัฒนามาสู่การเป็นคอนเทนต์สตูดิโอเชิงกลยุทธ์ ที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์และเนื้อหาที่ได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงการเป็นหนึ่งในชุมชนการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
“อุตสาหกรรมอย่างแฟชั่นและความงามสามารถนำพลังของโซเชียลมีเดียมาใช้ได้รวดเร็วมาก แต่กับการท่องเที่ยวมันไม่ได้ถูกนำมาใช้สักเท่าไหร่” เขากล่าว “ผมเชื่อมั่นมาตลอดว่าเรามี ‘อะไรพิเศษ’ ที่ลูกค้าจะมาหา หมายถึงถ้าเรายังอยู่จนถึงช่วงที่เรากำลังสร้างธุรกิจนะ และก็ต้องขอบคุณเพราะนี่ไง ธุรกิจที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่ตอนนี้”
แล้ว Jeremy ปลุกปั้นธุรกิจขึ้นมาด้วยวิธีใด
“การมีความสุภาพนอบน้อมอยู่ตลอดเวลา” เขากล่าว “นั่นเป็นเวทมนตร์ที่ผมนำมาปฏิบัติตลอดชีวิต เพราะในฐานะผู้ประกอบการคุณจะต้องผ่านการถูกปฏิเสธ และไม่ใช่แค่การเป็นผู้ประกอบการ แต่การถูกปฏิเสธคือส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าคุณยอมจำนน หรือปล่อยให้มันเป็นเรื่องของชะตากรรม คุณก็จะไปไม่ถึงไหน ส่วนผมนั้นมักรู้สึกเหมือนเรารุดหน้าอยู่เสมอ และวันหนึ่งผู้คนจะเข้าใจว่าการไม่ยอมจำนนเป็นเรื่องสำคัญ”
ความไม่ท้อถอยของ Jeremy สัมฤทธิ์ผลในปี 2014 เมื่อ Beautiful Destinations เข้าถึงลูกค้ารายแรก นั่นก็คือคณะกรรมการการท่องเที่ยวดูไบ และโรงแรมสุดหรูเบิร์จอัลอาหรับ (Burj Al Arab) ในดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในดูไบและทำให้โรงแรมมีชื่อติดอยู่ในตลาดสำคัญ Jeremy ได้คัดเลือกคอนเทนต์ครีเอเตอร์ระดับหัวแถว ที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียรวมกัน 12.3 ล้านคนด้วยตัวเอง และพาพวกเขาไปเยี่ยมชมโรงแรมและตัวนครดูไบ
การโพสต์เรื่องราวการท่องเที่ยวของอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ช่วยให้เบิร์จอัลอาหรับมีผู้ติดตามใน Instagram เมื่อสิ้นสุดแคมเปญเพิ่มขึ้นจาก 4,000 คน (ก่อน Jeremy เข้ามามีส่วนร่วม) เป็น 65,000 คน ยิ่งไปกว่านั้นทางโรงแรมยังมียอดจองออนไลน์เพิ่มขึ้นอีก 38 เปอร์เซ็นต์ด้วย
อ่านเพิ่มเติม: รู้จักหัวใจแห่ง "องค์ประกอบ" กว่าจะเป็นโรงแรม "ยอดเยี่ยม" ต้องมีอะไรบ้าง
บริการการท่องเที่ยวในเอเชียอยู่เหนือภูมิภาคอื่นๆ ระดับหนึ่ง และเป็นเช่นนี้มานานหลายทศวรรษหรือไม่ก็หลายร้อยปีมาแล้ว
ตอนนั้นเองที่คำบอกกล่าวล่วงหน้าของ Jeremy ที่ว่าจุดหมายปลายทางที่สวยงามจะเป็น ‘สิ่งพิเศษ’ ก็ได้เข้ามาเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจ
“ช่วงนั้นการท่องเที่ยวดูไบก้าวหน้าขึ้นมากและมองเห็นแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันว่าอนาคตจะเป็นยุคของมือถือ กลุ่มสังคม และการขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์” Jeremy ซึ่งปัจจุบันทำงานร่วมกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำของโลกหลายแห่ง เช่น One & Only และ Marriott Luxury Collection รวมถึงแบรนด์แฟชั่นและนาฬิกาอย่าง Panerai, Tod’s และ Brunello Cucinelli กล่าว
“ทุกวันนี้หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ถ้าไม่มีเรื่องคอนเทนต์หรือโซเชียลมีเดียอยู่ในกลยุทธ์ทางการตลาดแล้วละก็ มันจะดูประหลาดมาก”
ช่วงเวลาต่อมา หลังจากใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์ในลอนดอนและนิวยอร์กซิตี้เป็นเวลาสั้นๆ ในปี 2023 Jeremy ซึ่งเพิ่งวิวาห์กับ Pia Wurtzbach นางแบบและอดีตมิสยูนิเวิร์สประจำปี 2015 ก็ได้ย้ายไปอยู่ดูไบ
“ถ้ามองในมุมธุรกิจ ดูไบเป็นเมืองที่มีการเติบโตและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีบริษัทที่น่าตื่นเต้นมากมายย้ายมาที่นี่ เพราะมันมีอะไรเยอะแยะที่คอยสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของเมือง โดยเฉพาะหากคุณเป็นหนุ่มสาวหรือกำลังเริ่มต้นครอบครัว” เขากล่าว “หรือมองในแง่ทำเลที่ตั้ง ดูไบนับเป็นศูนย์กลางที่ยอดเยี่ยม การเชื่อมต่อจากดูไบไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลกก็ไม่เป็นรองใคร”
Jeremy สมรสกับภรรยาเมื่อเดือนมีนาคมปี 2023 โดยเป็นงานแต่งเล็กๆ แบบเป็นกันเองบนเกาะส่วนตัวในประเทศเซเชลส์ ตามด้วยการฮันนีมูนรอบโลก จึงเป็นเวลาปีครึ่งที่ค่อนข้างวุ่นวายในเรื่องการเดินทาง ซึ่งรวมถึงการแวะไปพักผ่อนที่ฮ่องกงด้วย
“ก่อนแต่งงาน ผมกับภรรยามีเดตครั้งที่สองที่ฮ่องกง และเป็นที่ที่เราตกหลุมรักกัน” Jeremy รำลึกความหลังด้วยแววตาที่เอ่อล้นด้วยความรัก และเสริมว่าครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันในลอนดอน พวกเขาต่างอยู่กันคนละซีกโลก
“การเดตครั้งที่สอง ผมบินไปคุยธุรกิจในฮ่องกง ซึ่งบังเอิญเธอก็ไปที่นั่นเหมือนกัน หลังอยู่ด้วยกันสามวัน เราก็ตัดสินใจลองคบกันดู”

Above ชุด Brunello Cucinelli กระเป๋าเดินทาง Tumi 19 Degree Frame

Above ชุด Fendi แว่นกันแดด Brunello Cucinelli
นับตั้งแต่นั้นทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตในแบบที่เรียกได้ว่าเป็นชีวิตในฝัน นั่นคือการเดินทางไปยังสถานที่ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนที่ทะเลสาบโคโมของอิตาลี การเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ ชมอาทิตย์อัสดงในทะเลทรายโมร็อกโก หรือหลีกหนีความวุ่นวายแล้วไปพักผ่อนที่รีสอร์ตบนเกาะสุดหรูในมัลดีฟส์
ทุกวันนี้แม้การท่องเที่ยวจะดูเหมือนเป็นธุรกิจสำหรับ Jeremy แต่ความสำเร็จของ Beautiful Destinations นั้นนับว่าเกิดจากอัจฉริยภาพในการสัมผัสถึงความมหัศจรรย์และความสนใจใคร่รู้ของเขาอย่างแท้จริง ด้วยการมองโลกผ่านเลนส์แบบเดียวกันกับวันที่เท้าเขาแตะพื้นสนามบินชางงีเป็นครั้งแรก
เมื่อไม่นานมานี้ Jeremy ยังได้เดินทางไปตุรกี ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางลำดับต้นๆ ในลิสต์สิ่งที่เขาอยากทำมานานหลายปี
“ผมชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และผู้คนในอดีตที่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จำได้ว่าผมอ่าน The Silk Road (เส้นทางสายไหม, สนพ. Bookscape, 2020) ของ Peter Frankopan ซึ่งพูดถึงการเติบโตของอารยธรรมทั่วโลกเสียใหม่ และพูดถึงวิธีการที่อิสตันบูลตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัสที่เชื่อมต่อสองทวีป ประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมทั้งหมดของที่นี่ มีรากฐานมาจากการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่หลากหลาย ความเข้าใจในความเชื่อและความศรัทธาที่แตกต่างกัน รวมทั้งภูมิหลังและมุมมองชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งยังคงส่งเสียงแห่งความจริงมาจนถึงทุกวันนี้ และผมก็แค่หลงรักมันจริงๆ” เขากล่าว “ผมจะกลับไปอีกในเร็วๆ นี้”

Above ชุด Brunello Cucinelli กระเป๋าเดินทาง Tumi 19 Degree Frame
สถานที่แห่งหนึ่งที่เขาและภรรยากลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวลาต่อมาคือประเทศบ้านเกิดของฝ่ายหญิงในฟิลิปปินส์
“ผู้คนจำนวนมากไม่ได้ตระหนักว่าชายหาดในฟิลิปปินส์นั้นมีคุณภาพสูงมาก ซึ่งบางแห่งผมคิดว่าดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้” Jeremy ผู้ขอแต่งงานกับ Pia ที่รีสอร์ตบนเกาะสุดเอ็กซ์คลูซีฟในอมันปูโลของฟิลิปปินส์เผย
“ความสะอาดและความใสของน้ำในสถานที่อย่างเกาะปาลาวันและบริเวณรอบๆ เกาะโครอนไม่เป็นรองใครเลยจริงๆ ชาวบ้านมีความเป็นมิตรมาก และให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง ทั้งยังเปิดกว้างต่อวัฒนธรรมและผู้คนที่แตกต่างกัน พวกเขาทำให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร”
Jeremy กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “บริการการท่องเที่ยวในเอเชียอยู่เหนือภูมิภาคอื่นๆ ระดับหนึ่ง และเป็นเช่นนี้มานานหลายทศวรรษหรือไม่ก็หลายร้อยปีมาแล้ว”
และในปีนี้เขาจะพิสูจน์ให้เห็นด้วยตัวเอง โดยในเดือนพฤศจิกายนเขาจะทำหน้าที่เป็นประธานร่วมของรางวัล Best of Asia ของ Tatler Asia ซึ่งเป็นกิจกรรมที่รวบรวมรายชื่อและการเฉลิมฉลองให้กับบริษัทชั้นนำด้านการบริการในเอเชีย ซึ่งรวมถึงการมอบรางวัลในระดับภูมิภาค อันได้แก่ Best Restaurants, Best Bars และการเปิดตัวรางวัล Best Hotels อีกด้วย
“การรวมตัวของผู้คนระดับหัวกะทิในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในสเกลระดับนี้ ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” Jeremy กล่าว “ผมคิดว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะโลกกำลังร่วมเฉลิมฉลองให้กับวัฒนธรรมเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ การที่เราสามารถนำธุรกิจด้านการบริการที่ดีที่สุดในภูมิภาค ให้มาอยู่แถวหน้าได้ คือสิ่งที่ผมตื่นเต้นที่สุด”
This story was originally written in English by Coco Marett.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2024 โดย Coco Marett โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
อ่านเพิ่มเติม:
เดวิด เบ็คแฮม นั่งคุยกับ Tatler ถึงชีวิตครอบครัว, สารคดีในเน็ตฟลิกซ์ "เบคแฮม" และแผนในอนาคต
Love in Paradise: 6 รีสอร์ตสุดโรแมนติกในบาหลีที่จะพาคุณหนีความวุ่นวายไปผ่อนคลายกับคนรัก
Credits
ช่างภาพ: Daniel Asater
สไตลิสต์: Cherry Mui and Alix Lefebvre
สถานที่: One & Only Royal Mirage, Dubai, UAE








