Tatler พาไปสำรวจการสร้างประสบการณ์โรงแรมที่น่าประทับใจว่าต้องเริ่มจากอะไรบ้าง
ในยุคที่ประสบการณ์การเดินทางถูกคัดสรรและแบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย ศิลปะแห่งการออกแบบโรงแรมจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ตสุดหรูหรือรีสอร์ตในเมืองเล็กๆ พื้นที่ที่เราเลือกพักผ่อนไม่ใช่แค่เตียงนอนแสนสบายและห้องน้ำที่สะอาดอีกต่อไป นักเดินทางท่องเที่ยวต่างคาดหวังว่า โรงแรมต่างๆ ในปัจจุบันจะมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น และมอบช่วงเวลาควรค่าแก่การบันทึกลงในโซเชียลมีเดียในทุกโอกาส
อ่านเพิ่มเติม: รีวิวโรงแรม: พักผ่อนกับพูลวิลล่าหรูดีไซน์มินิมอล บนหาดนาจอมเทียนที่ Mason
คำถามที่ตามมาคือ 'การออกแบบโรงแรมที่ยอดเยี่ยมต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง' Tatler ได้พูดคุยกับบริษัทออกแบบชื่อดังสามแห่งเพื่อสำรวจแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่โรงแรมที่มอบความสุข แรงบันดาลใจ และความประทับใจที่ทำให้แขกอยากกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฟังก์ชันครบ แต่ความสวยงามก็ต้องเป็นเลิศ
Bill Bensley นักออกแบบผู้สร้างสรรค์รีสอร์ตชื่อดังในเอเชียหลายแห่งได้ฝากผลงานน่าประทับใจมากมายไว้ในวงการโรงแรม ผลงานที่หลากหลายของเขามีทั้งโรงแรม Shinta Mani Mustang อันงดงามในเนปาล โรงแรม Shinta Mani Wild ที่เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในกัมพูชา และโรงแรม The Siam Bangkok ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบอาร์ตเดโค
นอกจากนี้ ผลงานของ Bensley ยังโดดเด่นจากโรงแรม Capella Ubud ในบาหลีที่ได้รางวัลโรงแรม Capella Hanoi ที่มีธีมโรงมโหรสพโอเปร่า และโรงแรม InterContinental Khao Yai สุดแปลกตาที่สร้างขึ้นจากโบกี้รถไฟที่นำมาดัดแปลงและปรับปรุงใหม่
นักออกแบบชื่อดังเน้นย้ำว่า ฟังก์ชันและการใช้งานเป็นรากฐานสำคัญของการออกแบบโรงแรมที่ประสบความสำเร็จทุกแห่ง
“สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงของทุกโครงการคือเรื่องของการใช้งาน” Bill Bensley อธิบาย “ถ้าคุณพลาดเรื่องนี้ ดีไซน์สวยงามแค่ไหนก็ลบล้างความผิดพลาดนี้ไปไม่ได้"
แต่ Bensley ไม่ได้หยุดอยู่แค่การใช้งานเท่านั้น เขาเชื่อในการออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและแม้กระทั่งให้ความรู้แก่แขก
“สำหรับโรงแรมของผม ผมมักมองหาแง่มุมที่น่าสนใจของละแวกใกล้เคียงหรือวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อนำมาถ่ายทอดให้กับแขกของเราได้รับรู้” เขากล่าว แนวทางนี้ไม่เพียงแต่สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในการกลับมาพักซ้ำอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: รวบรวมโรงแรมดีไซน์โดดเด่นจากทั่วโลกในสไตล์มินิมอล แบบที่คุณชื่นชอบ
ปรัชญาของ Bensley ขยายไปถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่โรงแรม Shinta Mani ของเขาในกัมพูชา แขกสามารถมีส่วนร่วมในโครงการชุมชนท้องถิ่นและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“ถ้าแขกได้มีโอกาสเรียนรู้อะไรใหม่ๆ พวกเขามักจะมีความทรงจำที่ดีกับโรงแรมและมีแนวโน้มว่าจะกลับมาพักอีก" เขากล่าวเน้นย้ำ ประสบการณ์เปลี่ยนการเข้าพักในโรงแรมธรรมดาๆ ให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตและสร้างผลกระทบที่ดีทางสังคม
New luxury = ความมีเอกลักษณ์และความสงบผ่อนคลาย

Above โรงแรม Toranonmon Hills โตเกียว โดย Space Copenhagen (ภาพ: Joachim Wichmann)

Above โรงแรม Toranonmon Hills โตเกียว โดย Space Copenhagen (ภาพ: Joachim Wichmann)
Peter Bundgaard Rützou และ Signe Bindslev Henriksen แห่ง Space Copenhagen มีชื่อเสียงในด้านการสร้างพื้นที่อันเงียบสงบและทันสมัยที่ผสมผสานความหรูหราแบบสมัยใหม่ในงานออกแบบ ผลงานของพวกเขาครอบคลุมทั่วโลก ตั้งแต่ 11 Howard ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสแกนดิเนเวียในนิวยอร์กซิตี้ ไปจนถึง Hotel Toranomon Hills ที่เพิ่งเปิดตัวในโตเกียว ที่ปรับปรัชญาการออกแบบของพวกเขาให้เข้ากับวัฒนธรรมและค่านิยมแบบญี่ปุ่น
Space Copenhagen ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับความหรูหราโดยยืนยันว่า “ความหรูหราในรูปแบบดั้งเดิมนั้นตายไปแล้ว” และหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่อันเงียบสงบเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนที่ห่างไกลจากโลกอันวุ่นวายภายนอก
ปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า Slow Aesthetics เน้นที่คุณภาพ ความคงทน และความเข้าใจถึงความต้องการของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
“เราตระหนักดีว่าเมื่อเราสร้างโครงการโรงแรมเสร็จ กิจกรรมต่างๆ จะเริ่มเกิดขึ้นและดำเนินไปภายในพื้นที่นี้” นักออกแบบทั้งสองอธิบาย แนวทางที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นอันดับแรกนี้ส่งผลต่อทุกแง่มุมของการออกแบบ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เลยทีเดียว
แนวทางการออกแบบของ Space Copenhagen เป็นสิ่งที่ฝังรากลึกในวิถีการออกแบบของชาวสแกนดิเนเวีย ซึ่งพวกเขาอธิบายว่า "มีรากฐานที่ลึกซึ้งในการตีความและทำความเข้าใจการดำเนินชีวิตของมนุษย์" พวกเขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับองค์ประกอบปลีกย่อยที่ทำให้พื้นที่ของโรงแรมดูเป็นส่วนตัวและเชื้อเชิญขึ้น
"วัสดุ แสง และสีเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดโทนสีและอารมณ์ของพื้นที่โดยรวม" พวกเขาระบุ
อ่านเพิ่มเติม: 5 ภาพยนตร์ กับ 5 สถานที่ได้แรงบันดาลใจจาก Wes Anderson
นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ที่ทำให้แขกรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน โดยเน้นที่ “ กิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำเพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เป็นระเบียบ ปลอดภัย อบอุ่น หรือเพียงแค่รู้สึกดีขึ้นและมีความสุขเท่านั้น” ซึ่งอาจรวมถึงสิ่งของส่วนตัว แสงไฟที่ส่องสว่าง หนังสือ หรือต้นไม้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้แขกรู้สึกผ่อนคลายและได้รับแรงบันดาลใจระหว่างที่เข้าพัก
การออกแบบที่เน้นการเล่าเรื่อง

Above The Riviera Maya EDITION at Kanai ประเทศเม็กซิโก โดย Rockwell Group (ภาพ: Nikolas Koenig)

Above The Riviera Maya EDITION at Kanai ประเทศเม็กซิโก โดย Rockwell Group (ภาพ: Nikolas Koenig)
Greg Keffer หุ้นส่วนและหัวหน้าสตูดิโอของ Rockwell Group ได้สร้างประสบการณ์โรงแรมที่น่าจดจำที่สุดแห่งหนึ่งทั่วโลก ผลงานของสตูดิโอประกอบด้วย EDITION Hotels ซึ่งกำหนดนิยามใหม่ของความหรูหราแบบบูติก และ Moxy Times Square ที่มีชีวิตชีวาในนิวยอร์กซิตี้ โปรเจ็กต์ล่าสุดของพวกเขาคือ The Riviera Maya EDITION ที่เมืองคาไน ประเทศเม็กซิโก ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตูดิโอในการสร้างประสบการณ์สุดหรูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่น
Keffer เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่าเรื่องในการออกแบบโรงแรมว่า “เราเริ่มออกแบบแต่ละโครงการด้วยการค้นคว้าอย่างละเอียดเกี่ยวกับลูกค้า พื้นที่ บริบท และโปรแกรม จากนั้นจึงสร้างเรื่องราวที่ช่วยให้เราบอกเล่าเรื่องราวของโครงการนั้นๆ ได้” Keffer อธิบาย
แนวทางการเล่าเรื่องรูปแบบนี้ยังช่วยให้แต่ละโรงแรมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในขณะที่ยังคงรักษาภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกันทั่วทั้งโรงแรม
“ถ้ามีเรื่องราวที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของเราในแต่ละพื้นที่ของโรงแรม ก็จะเกิดความสมดุลและความกลมกลืนขึ้นในการออกแบบ” Keffer กล่าว
แนวคิดของ Rockwell Group ในเรื่องความหรูหรา สอดคล้องกับเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงของนักเดินทางยุคใหม่
“ผู้คนกำลังมองหาการออกแบบที่ให้ความรู้สึกว่าทุกสิ่งต่างๆ มีความหมาย บอกเล่าเรื่องราว และสื่อถึงความเอาใจใส่และความตั้งใจ” Keffer กล่าว “ความหรูหราเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงและการตอบสนองความใคร่รู้เกี่ยวกับชีวิต มากกว่าความเอ็กซ์คลูซีฟและการเข้ามาเช็กอินพักผ่อนเฉยๆ”
บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนได้ด้วย ซึ่ง Keffer กล่าวว่า "ผู้คนต้องการพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของวันด้วย" ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้โรงแรมสามารถตอบสนองความต้องการและความชอบของแขกได้หลากหลาย ซึ่งสามารถช่วยยกระดับประสบการณ์โดยรวมได้
อ่านเพิ่มเติม: You Wood Love It Here กับ 4 โรงแรมหรูในป่า ชวนไปเที่ยวรับปีมังกรไม้
การน้อมรับวัฒนธรรมท้องถิ่นและความยั่งยืน
บริษัทออกแบบทั้งสามแห่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเข้าไว้ในการออกแบบ ผลงานของ Space Copenhagen ในโครงการ The Largo ในเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส เป็นตัวอย่างของแนวทางนี้
“เราต้องการนำแนวคิดในการร้อยเรียงเรื่องราวเข้าไปในการออกแบบเพื่อแสดงประวัติศาสตร์ของเมืองปอร์โตผ่านการผสมผสานงานฝีมือทั้งเก่าและใหม่” พวกเขาอธิบาย
ส่วน Rockwell Group ก็ใช้แนวทางที่คล้ายคลึงกัน โดยมักจะทำงานร่วมกับศิลปินและช่างฝีมือในท้องถิ่นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และเป็นธรรมชาติ
“เราสามารถนำแนวความยั่งยืนไปใช้กับโรงแรมเก่าที่นำไปปรับปรุงใหม่ได้” Keffer ชี้ให้เห็น โดยเน้นย้ำว่าการนำกลับมาใช้ใหม่นั้นเป็นมิตรทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและคุณค่าทางวัฒนธรรม แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: รีวิวโรงแรม: เผยโฉมใหม่ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง
Bensley ก้าวไปอีกขั้นด้วยการใช้การออกแบบโรงแรมเป็นแพลตฟอร์มด้านการศึกษาและสร้างผลกระทบทางสังคม ที่โรงแรม Shinta Mani ของเขาในกัมพูชา แขกสามารถมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและความพยายามในการอนุรักษ์ ซึ่งทำให้การเข้าพักของแขกมีความหมายมากกว่าแค่การพักผ่อน
"การมีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ ทำให้แขกรู้ว่าการเข้าพักโรงแรมของพวกเขาสามารถสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง" Bensley อธิบาย ซึ่งช่วยเน้นย้ำถึงศักยภาพของโรงแรมในการเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก
อนาคตของการออกแบบโรงแรม
เพราะความคาดหวังของแขกนั้นเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาแล้ว การออกแบบโรงแรมจึงต้องเปลี่ยนแปลงไม่หยุดตามไปด้วย Bensley แนะนำว่าโรงแรมไม่ควรทำตามกระแสนิยม แต่ควร "เริ่มต้นใหม่กับทุกๆ โปรเจ็กต์" แนวทางนี้จะช่วยให้โรงแรมสามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวและเอกลักษณ์ของโรงแรมแต่ละแห่งอย่างแท้จริง
Space Copenhagen ก็ให้ความสำคัญมากขึ้นในการสร้างพื้นสงบที่ช่วยฟื้นฟูจิตใจในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วนี้ โดยระบุว่า “ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความต้องการพื้นที่อันเงียบสงบเพื่อพักผ่อนและผ่อนคลายมากขึ้น” การเน้นที่ การดูแลสุขภาพ และฟื้นฟูจิตใจนี้จึงมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการออกแบบโรงแรมในอนาคต
ด้าน Rockwell Group มองเห็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่พื้นที่ที่มีความหมายและยืดหยุ่นมากขึ้น Keffer พยากรณ์ถึงโรงแรมที่สามารถ “ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่แตกต่างกันในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของวัน” เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางยุคใหม่ เขายังสังเกตเห็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโรงแรมที่เอื้อสำหรับกิจกรรม "ทั้งที่วางแผนล่วงหน้าและเกิดขึ้นตามความต้องการเดี๋ยวนั้น” โดยผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับลักษณะเฉพาะตัวของโรงแรม
สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ การออกแบบโรงแรมที่ดีไม่ได้มีเพียงสุนทรียศาสตร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการสร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและมีเอกลักษณ์ที่ตรงกับรสนิยมและความต้องการแขกที่มาพักในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่นักเดินทางแสวงหาสิ่งที่มากกว่าสถานที่พักผ่อนค้างคืน นักออกแบบก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสรรค์พื้นที่ที่มีทั้งเรื่องราวและเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเองด้วย
This story was originally written in English by Jennifer Choo.
ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2024 โดย Jennifer Choo โปรดคลิกที่นี่เพื่อดูเวอร์ชันภาษาอังกฤษ
บทความนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์บทความที่เจาะลึกเรื่องราวความเป็น "ที่สุดของเอเชีย" ประกอบด้วยร้านอาหาร บาร์ และโรงแรม Tatler Best of Asia ได้รับการสนับสนุนโดย Tumi และ Dusit Thani Bangkok
























