เดินทางเข้าสู่โลกของความหัศจรรย์ของ Wes Anderson กับ 5 สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ที่ Tatler อยากให้คุณได้สัมผัส
ทันทีที่พูดถึงเวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson) สิ่งที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ผู้กำกับในโทนสีพาสเทล ภาพที่มีความสมมาตรจนน่าประหลาดใจ กับตัวละครหน้าตายที่เป็นเอกลักษณ์ และการเล่าเรื่องที่มีความเสียดสี ประเด็นทางสังคม ความขบถ ปัญหาทางชนชั้น และลงลึกในประเด็นเรื่องของจิตใจ จะเห็นได้ว่าเส้นเรื่องของเขากับภาพที่สื่อสารนั้นมีความย้อนแย้งและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับการเล่าเรื่องในแบบจอแก้วที่มีข้อกำหนดอื่นๆ อีกมากมาย
การที่จะทำความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ในโลกของ Wes Anderson นั้น จำเป็นต้องมีส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยเล่าเรื่องราวของเขา ซึ่งก็คือ ‘สถานที่ถ่ายทำ’ ที่เป็นคำตอบ รวมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์ใช้เทคนิคเรื่องภาพ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลากหลายผลงานของเขาถึงกลายเป็นผลงานที่ได้รับการกล่าวถึง ทั้งในระดับรางวัลและกระแสบนโลกออนไลน์
Tatler ขอพาคุณไปสำรวจสถานที่ถ่ายทำที่เป็นฉากหลังในภาพยนตร์ของ Wes Anderson ที่เราอยากให้คุณได้ไปสัมผัส
อ่านเพิ่มเติม: ชวนรู้จัก 10 มิกโซโลจิสต์ชั้นนำ ที่เตรียมมาร่วมงานค็อกเทลแห่งปี Tatler Cocktail Festival
The Grand Budapest Hotel (2014)

Above ภาพโรงแรม The Grand Budapest ภายในเรื่อง The Grand Budapest Hotel ผลงานการกำกับของ Wes Anderson (ภาพ: IMDb)

Above ห้างสรรพสินค้า Görlitz Warenhaus ห้างเก่าภายในเมืองกอร์ลิทซ์ สถานที่ถ่ายทำเรื่อง The Grand Budapest Hotel ผลงานการกำกับของ Wes Anderson (ภาพ: conde nast traveller)
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนรู้จักผลงานของ Wes Anderson จากเรื่อง The Grand Budapest Hotel ที่ว่าด้วยเรื่องราวของคดีฆาตกรรมหญิงสูงอายุภายในโรงแรม และปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าโรงแรมสีชมพูขนาดใหญ่บนโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทำหน้าที่ดึงดูด สร้างคำถาม ข้อสงสัย และภาพที่ติดตาจนคุณต้องกลับไปค้นหาว่า โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ไหน และมันสีชมพูแบบนี้จริงๆ หรือไม่
ณ กอร์ลิทซ์ (Görlitz) เมืองเล็กๆ บริเวณชายแดนประเทศเยอรมนี คือโลเคชั่นในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้ว่าโครงสร้างอาคารสีชมพูจะเป็นฉากจำลองที่มีความสูงขนาดสองเมตร เพื่อใช้ในการถ่ายทำ แต่ภายในโรงแรม The Grand Budapest นั้น ใช้สถานที่ห้างสรรพสินค้าเก่าอย่าง Görlitz Warenhaus เป็นฉากหลังทั้งสองช่วงยุค ตั้งแต่การตกแต่งในยุครุ่งเรืองกับศิลปะสกุลอาร์ตนูโวที่โอ่โถงและหรูหรา จนถึงช่วงที่โรงแรมปรับรูปโฉมตามกาลเวลาเข้าสู่ยุคโมเดิร์นที่ลดทอนความฟุ่มเฟือยลง และไปเน้นที่จุดประสงค์ของการใช้งานแทน
ถ้าคุณเป็นแฟนพันธ์ุแท้ภาพยนตร์เรื่องนี้ เราอยากให้คุณลองเดินลัดเลาะเที่ยวใน Görlitz ที่คุณจะได้พบโลเคชั่นภายในภาพยนตร์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์เก่าตั้งแต่ปี 1234, อาคารสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance), ศาลากลางเก่า, สถานีรถไฟ และอีกหลากหลายมุมภายในเมือง ที่คุณเคยผ่านตาบนจอเงินมาก่อน
The Royal Tenenbaums (2001)

Above ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง The Royal Tenenbaums ผลงานการกำกับของ Wes Anderson

Above โรงแรม Waldorf Astoria New York (ภาพ: Waldorf Astoria)
ภาพยนตร์ตลกร้ายอีกหนึ่งเรื่องของ Wes Anderson ที่เล่าถึงปมปัญหาของครอบครัว นำโดย รอยัล เทนเน็นบราม คุณพ่อลูกสาม ที่แต่ละคนต่างมีปมปัญหาที่ต้องจัดการเป็นของตนเอง โดยมีฉากหลังเป็นครอบครัวเศรษฐีผู้มีอันจะกินในมหานครนิวยอร์ก
ในเรื่อง The Royal Tenenbaums เราจะได้เสพสุนทรียภาพของความหรูหราในแบบ Old Money สไตล์นิวยอร์ก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตตั้งแต่การกินดื่ม งานอดิเรก ปาร์ตี้สังสรรค์ การแต่งตัว จนไปถึงไลฟ์สไตล์งานอดิเรกอย่างการตีเทนนิส ขี่ม้า และบัลเล่ต์ เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ใครหลายคนต่างฝันถึง
ภาพการใช้ชีวิตในภาพยนตร์ยังคงชัดเจนและเด่นชัดที่ The Waldorf Astoria หนึ่งในโลเคชั่นของเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านมาบ้างตามกาลเวลา จากความหรูหราและสุนทรียภาพในแบบยุคทองของนิวยอร์ก ส่งต่อถึงยุคโมเดิร์นในปัจจุบัน ด้วยสถาปัตยกรรรมที่ทรงพลังในสไตล์อาร์ตเดโค มนต์ขลังที่แฝงอยู่ในทุกอณูของโรงแรมจากอดีตแขกผู้เข้าพักที่ล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญของโลก ที่ไม่สามารถพบได้จากโรงแรมใดในโลก ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่แฟนหนังของ Wes Anderson ต้องไปให้ได้
อ่านเพิ่มเติม: พอล สิริสันต์ “Curator แห่งความบันเทิง” ที่มุ่งมั่นให้ไทยเป็น entertainment hub ของภูมิภาค
The Darjeeling Limited (2007)

Above ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง The Darjeeling Limited ผลงานการกำกับของ Wes Anderson (ภาพ: Old Man Dan's adVentures)

Above ภาพบรรยากาศภายในขบวนรถไฟ Palace on Wheels (ภาพ: Palace on Wheels)
จะมีสถานที่ไหนที่สามารถเข้าถึงหัวข้อเรื่องจิตวิญญาณ ตัวตน ความเปลี่ยนแปลง ได้ดีไปกว่าประเทศอินเดีย และ Wes Anderson ก็เลือกโลเคชั่นนี้จับคู่กับภาพยนตร์เรื่อง The Darjeeling Limited ในเมืองจอดปูร์ (Jodhpur) นครสีฟ้าในรัฐราชสถาน ผ่านเส้นเรื่องที่เป็นการเปิดใจของสามพี่น้อง หลังเหตุการณ์สะเทือนใจที่กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ลุกลามไปถึงความเชื่อใจของกันและกัน การสำรวจบาดแผลในจิตใจของพี่น้องทั้งสามคน โดยมีรถไฟสาย The Darjeeling Limited เป็นเหมือนสัญญะแทนการเดินทางของจิตใจของตัวละครภายในเรื่อง
แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ารถไฟสาย The Darjeeling Limited เป็นขบวนรถไฟที่สมมติขึ้นมา อย่างไรก็ดี ทางทีมงาน ได้ใช้ตู้โดยสารขบวนรถไฟ Royal Rajasthan on Wheels ในบางฉาก ความน่าสนในของขบวนรถไฟนี้ มาจากความสำเร็จของ Palace on Wheels รถไฟสุดหรูของอินเดียที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนเกิดการร่วมทุนกันระหว่างการรถไฟของอินเดียและการท่องเที่ยวรัฐราชสถาน เป็นเส้นทางรถไฟที่มีจุดหมายมากกว่า 70 เมืองทั่วอินเดีย ตั้งแต่ดินแดนทะเลทราย ป้อมและพระราชวัง และภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ อีกหนึ่งเส้นทางการเดินทางที่คุณจะได้สัมผัสทั้งความสวยงามของประเทศอินเดีย และความรู้สึกจากภาพยนตร์ในเรื่อง
Asteroid City (2023)

Above ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง Asteroid City ผลงานการกำกับของ Wes Anderson

Above โรงแรม Amangiri ตั้งอยู่ที่ Canyon Point ลึกเข้าไปในหุบเขาของเขตอนุสรณ์สถานแห่งชาติ Grand Staircase - Escalante รัฐยูทา สหรัฐอเมริกา (ภาพ: aman)
คงไม่มีโรงแรมไหนดูเหมาะสมและเข้ากันกับภาพยนตร์เรื่อง Asteroid City ที่เล่าถึงการค้นพบอุกกาบาตในเมืองร้างกลางทะเลทราย ไปได้ดีกว่า Amangiri รีสอร์ตหรูกลางทะเลทรายยูทาห์ในสหรัฐอเมริกาที่ปรากฏเป็นฉากหลังของเรื่อง
ฝุ่นทรายที่พัดไปมา ความเวิ้งว้างที่มองไปทางไหนก็เหมือนจะไม่พบจุดสิ้นสุด ต้นไม้สีเขียวที่อยู่รอดท่ามกลางสภาวะอันโหดร้าย และยังมีหินทรายสีแดงตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทาง ซึ่งบรรยากาศทั้งหมดนี้คุณสามารถพบได้ที่ Amangiri
สำหรับการพักผ่อนภายในโรงแรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเครือ Aman แห่งนี้นั้น ทางผู้ให้บริการคงไม่ปล่อยให้แขกผู้เข้าพักต้องประสบความลำบากอย่างแน่นอน เห็นได้จากหลากหลายห้องพักที่เราสามารถเลือกได้ โดยไฮไลต์อยู่ที่ Camp Sarika ที่จะมอบประสบการณ์ให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติท่ามกลางภูมิทัศน์ที่แปลกตาของหินสีขรุขระและทรายสีชาด ที่เป็นเอกลักษณ์ของรัฐยูทาห์
และถ้าพอจะมีเวลา เราก็อยากให้คุณได้ไปเที่ยวหลุมอุกกาบาตและหอดูดาวขนาดใหญ่ใน Asteroid City ด้วย!
The Wonderful Story of Henry Sugar (2024)

Above ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง The Wonderful Story of Henry Sugar ผลงานการกำกับของ Wes Anderson

Above บรรยากาศภายในรถไฟ Venice Simplon-Orient-Express (ภาพ: Belmond)
ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ Wes Anderson ที่หยิบเอาหนังสือที่เป็นผลงานของ Roald Dahl มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อีกครั้งหลังประสบความสำเร็จจากเรื่อง Fantastic Mr. Fox โดยเราได้หยิบมาเพียงบางฉากจากภาพยนตร์เกี่ยวกับชายผู้ร่ำรวยที่พยายามฝึกฝนทักษะพิเศษให้ช่ำชองเพื่อโกงพนัน มาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับการพักผ่อน กับฉากพูดคุยของเฮนรี่ ชูการ์ ในพื้นหลังสีฟ้าเข้ม ที่ชวนให้นึกถึง Venice Simplon-Orient-Express (VSOE) อีกหนึ่งขบวนรถไฟของ Belmond ที่พาคุณข้ามยุโรปด้วยการเดินทางโดยหัวรถจักร พร้อมพาคุณกลับสู่ยุคทองของการเดินทางในช่วงปี 1920s กับเส้นทางรถไฟกว่า 60 สายพาดผ่านไปทั่วทั้งยุโรป เชื่อมต่อเมืองสำคัญ เมืองท่องเที่ยว เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมกว่าพันปีของยุโรปที่ยังคงค้างอยู่ในสถาปัตยกรรมต่างๆ ในระหว่างการเดินทาง
ความโดดเด่นของ VSOE อยู่ที่การตกแต่งภายในด้วยสีน้ำเงินเข้มและเดินเส้นสีทอง ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกันกับฉากในภาพยนตร์ ที่เรารับรองได้เลยว่านอกจากบรรยากาศที่คล้ายคลึงกับฉากแล้ว คุณจะได้สัมผัสถึงความอู้ฟู่ของมิสเตอร์ชูการ์ มหาเศรษฐีภายในเรื่อง ผ่านการเดินทางโดย VSOE ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม โดยสามารถติดตามชมภาพยนตร์ได้ที่ Netflix




