ด้วยความรักและความตั้งใจให้กับการแสดงของ อัด อวัช รัตนปิณฑะ ที่เขาพยายามมาตลอดหลายปี พบกับเรื่องราวของเขาได้ที่นี่
กับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์ ดอยบอย (Doi Boy) ที่ทำให้เขาสามารถคว้ารางวัลนักแสดงดาวรุ่งจาก Marie Claire with BIFF Asia Star Award 2023 พร้อมกับรางวัลอื่นๆ ตามมาอีกมากมายในปีนี้ น่าจะพอการันตีฝีมือและความสามารถทางการแสดงของเขาได้ไม่มากก็น้อย พร้อมกันนี้ในปีเดียวกัน เขายังมีโปรเจ็กต์งานภาพยนตร์เทอม 3 และอีกหลายเรื่องที่รอให้เราได้ติดตาม
แม้ว่าช่วงแรกของการทำงานบนถนนสายบันเทิงสำหรับอวัช จะขรุขระคดเคี้ยว แต่เพราะไม่เคยท้อและไม่ยอมถอย จากวันเวลาที่ย่ำเท้ามาไกล วันนี้เขาพร้อมแล้วสำหรับการเป็นนักแสดงที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
อ่านเพิ่มเติม: GEN.T INTERVIEW: 'RAVIPA' แบรนด์จิวเวลรีของไทยที่โด่งดังไกลระดับโลก

Above อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง และหนึ่งใน ‘Gen.T Leaders of Tomorrow 2024’ ประเทศไทย (ภาพ: Tatler Thailand)
รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับเลือกให้เป็น Gen.T ในครั้งนี้
ดีใจครับ ตอนที่ได้รับการติดต่อมาก็ยังไม่คิดว่าตัวเองจะ ได้รับเลือกจริงๆ ซึ่งพอไม่คาดคิดก็รู้สึกมีกำลังใจ ว่ามีคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำและเห็นเป้าหมายของมัน
มองว่าความสำเร็จที่ผ่านมาเป็น milestone อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นการรับรองว่าอวัชมาถูกทางแล้วไหม
สำหรับผม รางวัลคือโบนัสของความตั้งใจ เพราะเป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่คาดหวัง ไม่ใช่เป้าหมายของการทำเรื่องต่างๆ ให้สำเร็จ แต่ผมมองว่าคือผลพลอยได้จากความทุ่มเทในอาชีพและผลงาน ไม่ใช่ milestone ที่ต้องตามเก็บให้ครบ เวลาได้รับรางวัล เลยรู้สึกดีที่มีคนเห็นผลงานและความพยายามมากกว่า จนทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกขอบคุณอยู่เลยครับ

Above อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง และหนึ่งใน ‘Gen.T Leaders of Tomorrow 2024’ ประเทศไทย (ภาพ: Tatler Thailand)

Above อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง และหนึ่งใน ‘Gen.T Leaders of Tomorrow 2024’ ประเทศไทย (ภาพ: Tatler Thailand)

Above อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง และหนึ่งใน ‘Gen.T Leaders of Tomorrow 2024’ ประเทศไทย (ภาพ: Tatler Thailand)

Above อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง และหนึ่งใน ‘Gen.T Leaders of Tomorrow 2024’ ประเทศไทย (ภาพ: Tatler Thailand)
บนโลกที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว มองว่าการทุ่มเทเวลาไปกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่เป็นเรื่องน่ากลัวหรือเปล่า
ผมมองว่าการลงมือทำอะไรสักอย่าง เราไม่มีทางที่จะได้แต่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่มีสิ่งที่เราต้องสูญเสียไปด้วย เพียงแต่ว่าถ้าตัดสินใจที่จะทุ่มเทแล้ว ต้องยอมรับผลที่ตามมา ไม่ว่าสุดท้ายแล้วมันจะสวยงามหรือไม่ก็ตาม
เราต้องเคารพทุกการตัดสินใจของตัวเองในอดีต ไม่รู้สึกเสียใจในภายหลัง ผมบอกตัวเองเสมอว่ามันไม่มีทางที่ลงมือทำร้อยอย่างแล้วผลลัพธ์จะออกมาดีทั้งหมด เพราะเราไม่ใช่ตัวแปรเดียวของความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือเราเต็มที่กับมันแล้วต่างหากมากกว่า
คิดว่าอยากเป็นที่จดจำในฐานะอะไร
ณ เวลานี้ผมอยากถูกจดจำในฐานะนักแสดงกับศิลปิน คิดว่าเป้าหมายหลักของตัวเองคือการได้ไปสู่ระดับโลกในฐานะนักแสดง อยากให้ทุกคนยอมรับเราที่เป็นอย่างนั้น แต่ขณะเดียวกันผมก็ชอบงานศิลปะแขนงอื่น เช่น การถ่ายรูป กับศิลปะการแสดงสด (performance art) ผมเลยมี 2 คำที่ใช้นิยามตัวเอง ซึ่งก็คือนักแสดงและศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ถึงไม่ได้เรียนจบมาตรงสาย แต่ก็มีแพสชั่นมากพอที่จะทุ่มเทหาความรู้ ไม่ว่าจะตั้งใจด้วยตัวเองหรือไปเข้าคลาสเรียน อยากให้ทุกคนจดจำผมที่เป็นแบบนั้นครับ
อ่านเพิ่มเติม: GEN.T INTERVIEW: 'โด่ง' อิทธิกร เทพมณี จากวิกฤติอาหารของโลก สู่แรงบันดาลใจขนมสุนัข JAIKLA

Above อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดง และหนึ่งใน ‘Gen.T Leaders of Tomorrow 2024’ ประเทศไทย (ภาพ: Tatler Thailand)
มีอะไรอยากจะแชร์กับคนรุ่นถัดไป เกี่ยวกับสิ่งที่ได้มาจากเส้นทางการเป็นนักแสดงของอวัชบ้างไหม
ผมรู้สึกว่าการทำความเข้าใจว่าเราอยากนิยามตัวเองแบบไหน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา มันคือการค้นหาและค่อยๆ เรียนรู้ความเป็นตัวเอง ซึ่งก็แล้วแต่คนนะครับ บางคนมั่นใจตั้งแต่ต้นว่าเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้ แต่ระหว่างการเดินทางก็จะเกิดคำถาม อุปสรรค และสิ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง เราจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทางที่เดินนี้มันใช่แล้วหรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเลย เราแค่ต้องใช้ชีวิตต่อไปเพื่อที่จะค้นพบว่ามันใช่หรือไม่ใช่
แม้ในวันที่มั่นใจว่าใช่แล้ว แต่ต่อไปก็อาจเปลี่ยนแปลง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องยึดติดกับความคาดหวังของสังคมที่อยากให้เราเป็นอะไร คิดแค่ว่าในโมเมนต์นี้ ด้วยอายุเท่านี้ สิ่งนี้แสดงออกถึงความเป็นตัวเราหรือเปล่า ผมถามตัวเองว่าภูมิใจไหมที่จะพูดว่า “ฉันคือนักแสดง” ใครจะไปรู้ อีกสิบปีผมอาจไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการแสดงเลยก็ได้




