Cover Keemala is perched on a hilltop above Phuket’s Kamala Beach

Tatler อยากชวนทุกคนมาเริ่มต้นปีมังกรไม้กันด้วยการเปิดจักรราศี เพื่อโอบรับพลังดีๆ จากมนต์ขลังแห่งผืนป่า

ไม่ว่าจะเป็นวิลล่ารังนกสไตล์ชนเผ่า หรือสระน้ำอินฟินิตี้พูลที่ไร้ขอบเขตราวเป็นหนึ่งเดียวกับป่าฝนเก่าแก่ที่สุดในโลก โรงแรมที่พักหลากหลายแห่งทั่วโลกที่โอบล้อมไปด้วยพลังงานดีๆ จากธรรมชาติจะช่วยให้เราสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และค้นพบตัวตนได้ชัดเจนถ่องแท้ยิ่งขึ้น

ตั้งแต่ Forestis ในเมือง Brixen ประเทศอิตาลี ไปจนถึงเมือง Amanemu ในเมือง Mie ประเทศญี่ปุ่น สถานที่พักผ่อนสุดหรูเหล่านี้จะทำให้แขกที่มาเยือนได้พักผ่อน ชาร์จพลังกายและใจ ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีในปี 2024 นี้

อ่านเพิ่มเติม: 4 สถานที่ Digital Detox ที่ชวนให้ลองถอดปลั๊ก แล้วพาตัวเองออกไปสัมผัสกับธรรมชาติอีกครั้ง

1. Forestis, Brixen, อิตาลี

โรงแรมฟอเรสตีส บริกเซ็น อิตาลี ตั้งอยู่กลางเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) ในอิตาลี ซึ่งสูง 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ราวกับ Forestis ล่องลอยอยู่เหนือป่าสนและยอดเขาน้ำแข็ง ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นสถานพยาบาลผู้ป่วยวัณโรค โดยความเชื่อว่าน้ำแร่ อากาศบริสุทธิ์และแสงแดด จะช่วยเยียวยารักษาโรคได้

การบำบัดรักษาด้วยสปายังคงได้รับการสืบสานต่อไปที่ Forestis โดยมีทรีตเมนต์ ‘forest tree circle ceremony’ เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จาก ‘ไม้บำบัด’ (healing woods) ทั้งสี่ ได้แก่ สนภูเขา สนสปรูซ สนลาร์ชและสนหิน ซึ่งหาได้จากป่าสนในแถบนั้น โดยระหว่างการทรีตเมนต์จะมีเสียงดนตรีเคล้าคลอล้อเสียงสนแห่งโดโลไมท์ขับกล่อมไปด้วย

ห้องสวีทของ Forestis มีหน้าต่างบานสูง พื้นไม้สีทองและอ่างอาบน้ำทรงลึกที่ทำจากหินโดโลไมท์ การออกแบบของโรงแรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีค่าคาร์บอนเป็นกลาง ผลงานของ Armin Sader สถาปนิกจากเซาท์ทีโรลของอิตาลี ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในโรงแรมแห่งนี้ เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดและแสดงความเคารพต่อธรรมชาติให้มากที่สุด

2. Keemala, ภูเก็ต ประเทศไทย

โรงแรมกีมาลา ภูเก็ต ที่สัมผัสแรกของผู้ไปเยือน ‘กีมาลา’ ราวกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเราออกมา อาจเป็นเพราะการออกแบบสไตล์ Avatar ซึ่งเนรมิตบรรยากาศคล้ายที่พักกลางป่าน่าพิศวง

ภาพตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นบ้านต้นไม้หรูหราน่านอน ไปจนถึงวิลล่าหลังคามุงจากร่มรื่นท่ามกลางต้นไม้สูงตระหง่าน เส้นทางเดินที่สร้างสรรค์ผ่านพรรณไม้สดใส หรือน้ำตกระหว่างทาง ล้วนชวนให้เพลิดเพลินได้ทั้งสิ้น

กีมาลาตั้งอยู่บนยอดเขาเหนือหาดกมลาของภูเก็ต ที่ผู้ไปเยือนจะได้สัมผัสบริการที่เป็นธรรมชาติที่หลากหลายแตกต่าง และมีประโยชน์เมื่อเทียบกับรีสอร์ตหรูริมชายหาดทั่วไป เห็นได้จากผักผลไม้และสมุนไพร ซึ่งปลูกในพื้นที่ของโรงแรมเอง และนำผลิตผลคุณภาพเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหารเสิร์ฟแขกของโรงแรม ที่น่าสนใจคือกีมาลายังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยชีวิตสัตว์ทั้งหลาย อาทิ นก แพะ และควาย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าชื่นชม

สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการไปใช้บริการที่ Mala Spa ที่ออกแบบราวกับหมู่บ้าน 8 หลังบนเนินเขา รวมถึงบริการซาวน่าและอบไอน้ำรวมอยู่ด้วย

Tatler Tip: เราชื่นชอบวิลล่ารังนก (Keemala’s Bird’s Nest Villas) เป็นพิเศษ เนื่องจากมีการออกแบบให้เป็นห้องพักคล้ายรังนกที่ทำจากไม้สาน มีผนังเป็นกระจกมองออกไปเห็นป่าฝน ภูเขาและทะเลอันดามัน ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ดังกล่าวจากสระว่ายน้ำส่วนตัวได้เช่นกัน

3. Amanemu, มิเอะ (Mie), ญี่ปุ่น

โรงแรมอามะเนะมุ มิเอะ ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติอิเสะชิมะ (Ise-Shima National Park) ของญี่ปุ่น ซึ่งล้อมรอบด้วยป่าอันศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญที่เป็นมรดกโลกของยูเนสโก การเดินทางไปโรงแรมแห่งนี้ใช้เวลาขับรถ 3 ชั่วโมง หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์เพียง 25 นาที จากท่าอากาศยานนานาชาติชูบุ เซ็นแทรร์ ในเมืองนาโกย่า (Nagoya’s Chubu Centrair International Airport)

ไฮไลต์โดดเด่นของโรงแรมชื่อดังแห่งนี้ นอกจากตั้งอยู่ใกล้กับอ่าว Ago ที่มีความสำคัญแล้ว ยังมีทัศนียภาพมุมกว้างจากริมสระน้ำและวัฒนธรรมการดําน้ำงมหาหอยมุกอันเป็นประเพณีเก่าแก่กว่า 3,000 ปีของภูมิภาคนี้อีกด้วย รวมถึงเมนูอาหารจานเด็ดที่นําเสนอวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น เนื้อมัตสึซากะซึ่งเป็นเนื้อวากิวที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในท้องตลาด รวมทั้งสมุนไพรและอาหารทะเลจากน่านน้ำใกล้เคียง อาทิ กุ้งมังกร หอยเป๋าฮื้อ และปลาโอ เป็นต้น

Kerry Hill สถาปนิกผู้ซึ่งล่วงลับได้ฝากผลงานอันลือลั่นไว้ที่ Amanemu เป็นศาลาเดี่ยวหลังใหญ่ตกแต่งด้วยไม้ย้อมสีถ่าน โดยแนวหลังคาได้รับแรงบันดาลใจจากกระเบื้องมินกะ (Minka) ของญี่ปุ่น Amanemu ประกอบด้วยห้องสวีท 24 ห้องและวิลล่า 2 ห้องนอน จำนวน 6 หลัง ซึ่งทำด้วยไม้ซีดาร์สีดํา หลังคาสูงชัน เพื่อเป็นการแสดง ความเคารพต่อ Ise Jingū ศาลเจ้าชินโตซึ่งเป็นที่เคารพนับถือมา

4. Silky Oaks Lodge, Mossman, ออสเตรเลีย

โรงแรมซิลกี้ โอ๊คส์ ลอดจ์ โรงแรมหรูหราแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางป่าฝนเดนทรี (Daintree Rainforest) ซึ่งเก่าแก่ที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก เปิดให้บริการในปี 1985 โดยมีการรีโนเวทอีกครั้งด้วยงบประมาณ 20 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย เมื่อราวหนึ่งปีที่ผ่านมานี้

Silky Oaks Lodge ประกอบด้วยห้องสวีทในรูปแบบบ้านต้นไม้ จำนวน 40 หลังที่ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดออกสู่ระเบียงส่วนตัว ห้องพักที่เราชื่นชอบคือ Daintree Pavilion ขนาด 3,400 ตารางฟุต มีห้องโถงกว้างขวางสวยงามพร้อมสระว่ายน้ำแบบ อินฟินิตี้พูลที่มองเห็นทิวทัศน์ของป่าฝนโดยรอบ   

ยิ่งไปกว่านั้น แขกที่เข้าพักยังได้สูดกลิ่นหอมของดอกกระดังงาและฟังเสียงดนตรีธรรมชาติจากป่าฝนที่บรรเลงโดยนกและจั๊กจั่น รวมทั้งเสียงกรอบแกรบจากกิ้งก่าและตัวพอสซัมที่อาศัยอยู่ในป่า ตลอดจนเสียงไหลรินของแม่น้ำ Mosman ด้วย 

ห้องอาหารของบ้านต้นไม้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ ใช้วัตถุดิบจากสวนบริเวณกว้างขวางที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งรวมถึงผักผลไม้เขตร้อนในท้องถิ่น เช่น ใบเตยและมะนาวนิ้วมือ และหากผู้ไปเยือนมีความประสงค์จะท่องเที่ยวที่อื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากเส้นทางเดินโดยรอบที่พักแล้ว ยังมีโปรแกรมเดินป่าพร้อมไกด์นำทางมืออาชีพด้วย

Tatler Tip: สําหรับทริปการเดินทางที่ผ่อนคลายอย่างแท้จริง ทางโรงแรมมีบริการเฮลิคอปเตอร์รับส่งจากสนามบินแคร์นส์ ซึ่งนับว่าคุ้มค่าเมื่อได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์เหนือพื้นที่ป่าฝนเดนทรี (Daintree) จากมุมมองทางอากาศ

Topics

Nongnath Kamalasana Na Ayudhya
Editor-in-Chief, Tatler Thailand
Tatler Asia