จากสุดปลายแหลมถึงใจกลางมหานคร ตั้งแต่เครือโรงแรมระดับโลกถึงโรงแรมเฉพาะกลุ่มที่มีเพียงแห่งเดียว ลิสต์โรงแรมทั้งหมดนี้ต่างพร้อมใจพาเราเข้าสู่การพักผ่อนแบบมินิมอลด้วยดีไซน์ในแบบของตัวเอง
"Less is More" - Ludwig Mies van der Rohe หนึ่งวลีอมตะจากสถาปนิกชาวอเมริกัน-เยอรมัน ผู้เป็นบิดาแห่งความเรียบง่ายหรือความมินิมอลที่เราเรียกจนติดปาก กับการออกแบบที่ใช้ส่วนประกอบเพียงเท่าที่จำเป็น ลดทอนความไม่สำคัญออกจากผลงาน การสื่อสารแบบตรงไปตรงมา รวมถึงเน้นความสวยงามของวัสดุ การออกแบบ และตัวโครงสร้างเป็นสำคัญ
ความมินิมอลนี้ ยังรวมไปถึงการสร้างบรรยากาศภายในสถานที่ กับการใช้สีที่น้อยลง เหลือเพียงสีพื้นๆ หรือสีเดียว โดยสำหรับงานออกแบบนั้น การดีไซน์สกุลใดสกุลหนึ่ง ไม่อาจอยู่ได้แบบเดี่ยวๆ โดยไม่ยึดโยงกับงานดีไซน์ใดๆ ได้ Tatler พาคุณไปทำความรู้จักกับ 5 โรงแรมในสไตล์มินิมอล ที่ผสมผสานการออกแบบตั้งแต่สกุลบรูทัลลิสต์ (Brutalist) จนไปถึงสกุลเบาเฮาส์ (Bauhaus)
อ่านเพิ่มเติม: นาฬิกาเรือนบาง ที่บางที่สุดในโลก ตั้งแต่ Richard Mille จนถึง Bulgari
Hotel Marcel (New Haven, Connecticut, สหรัฐอเมริกา)

Above โรงแรม Hotel Marcel (ภาพ: Hotel Marce)

Above โรงแรม Hotel Marcel (ภาพ: Hotel Marce)
ภายในตัวอาคารสไตล์บรูทัลลิสต์ (brutalist) ขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง New Haven ที่เคยเป็นโรงงานผลิตยางรถยนต์ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงและตกแต่งให้กลายเป็น Marcel โรงแรมขนาดใหญ่ ที่รวบรวมเอาการออกแบบตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะสกุล Bauhaus อันโด่งดัง
หากใครพอจะคุ้นเคยกับศิลปะประเภท Bauhaus คงจะคุ้นกับชื่อโรงแรมอยู่ไม่น้อย เพราะที่มาของชื่อนี้มาจาก Marcel Breuer ศิลปิน นักออกแบบชาวฮังการี-เยอรมัน ที่เป็นหัวหอกคนสำคัญในกลุ่มของ Bauhaus เขาเป็นผู้ออกแบบเก้าอี้ Cesca ที่โด่งดัง และเป็นอาจารย์ของสถาปนิกชื่อดังอีกหลายท่านอย่าง IM Pei และ Paul Rudolph ด้วย
การออกแบบภายในโรงแรม แน่นอนว่าต้องเป็นสไตล์ Bauhaus ที่เลือกใช้ไม้หลากหลายประเภทสำหรับกรุผนัง ตั้งแต่วอลนัท มะฮอกกานี และ มะเกลือ (ebony) ตกแต่งด้วยเก้าอี้ Cesca ผลงานดีไซน์ของ Marcel Breuer เน้นการออกแบบแปลนห้องที่สมมาตร และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบแบบเรขาคณิต คัดสรรและจัดวางเท่าที่จำเป็น เช่น ไฟหัวเตียงทรงกลม บนหัวเตียงที่ถูกกรุด้วยผืนหนังสี่เหลี่ยมผืนผ้าแผ่นใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของงานดีไซน์แนวนี้ โดยทั้งหมดถูกคำนึงถึงอรรถประโยชน์ของการใช้งานจริงเป็นหลัก
Singapore Edition (Orchard Road, สิงคโปร์)

Above โรงแรม Singapore Edition (ภาพ: Singapore Edition)

Above โรงแรม Singapore Edition (ภาพ: Singapore Edition)
หลังจากได้เดินทางไปถึง Shanghai, Tokyo และ Dubai ก็ถึงเวลาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ The Edition มาปักหมุดล่าสุด นั่นคือสิงคโปร์
เราคงไม่ต้องแนะนำตัวกันมาก สำหรับโรงแรมที่เปิดตัวมาแล้วกว่า 17 โลเคชั่นทั่วโลก โดยคุณสามารถพบความมินิมอลได้ตั้งแต่เดินเข้าไปภายในโรงแรม ซึ่งเป็นบันไดฉาบสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากสีขาวโพลน ยังตกแต่งด้วยสีโทนอุ่นอย่างสีเบจ และเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาล ส่วนโถงกลางแซมด้วยต้นไม้กว่า 300 ต้น ที่ถูกจัดวางไว้โดยคำนึงถึงแสงพระอาทิตย์ที่ตกกระทบผ่านเพดานเรือนกระจก เกิดเป็นแสงเงา สร้างบรรยากาศในการสัมผัสธรรมชาติเสมือนจริงที่พบได้ทั่วสิงคโปร์
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องพรีเมียร์ คุณจะได้สัมผัสพื้นปูด้วยไม้โอ๊ก พรมสีขาว เก้าอี้ 2-3 ตัว และเตียงนอน แม้จะฟังดูมินิมอลจนน่าตกใจ แต่ด้วยมาตรฐานของ The Edition เราจะได้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด ความประณีตในการออกแบบ ความซับซ้อนของการแบ่งพื้นที่ห้องซึ่งถูกดีไซน์ให้เข้าใจได้ง่าย ที่เพียงแค่ปิดประตูบานเดียว ก็จะได้พื้นที่ห้องส่วนตัวแบบคาดไม่ถึง ยังไม่นับรวมเครื่องใช้ต่างๆ และอุปกรณ์ในห้องน้ำที่ได้รับการคัดสรรด้วยคุณภาพ ที่ทำให้หวนคิดว่า กว่าจะได้ความมินิมอล ที่มีเพียงแค่ความจำเป็นนั้น ผู้ออกแบบอย่าง Ian Schrager จะต้องหัวหมุนกับการตัดทอนความฟุ่มเฟือยอะไรออกไปบ้าง
Janu (Tokyo, ญี่ปุ่น)

Above โรงแรม Janu Tokyo (ภาพ: Janu Tokyo)
Janu ในภาษาสันสกฤตแปลว่า จิตใจ โดย Janu Tokyo เป็นอีกหนึ่งโรงแรมในเครือ Aman ที่ตั้งอยู่ในมหานครโตเกียว เมื่อก้าวเข้าสู่โรงแรม เราจะสัมผัสถึงความเป็น Aman ได้ในทันที กับโถงกว้างสูง พื้นที่ถูกใช้อย่างกว้างขวาง พร้อมไฟส่องสว่างเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของโรงแรมในเครือขนาดใหญ่เมื่อตัดสินใจเข้ามาตั้งในประเทศญี่ปุ่น นั่นคึอการผสมผสานวัฒนธรรมความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น เข้ากับตัวตนของแบรนด์ โดย Janu ได้สตูดิโอออกแบบภายใน Denniston Architects ภายใต้การดูแลโดย Jean-Michel Gathy ที่ร่วมงานกับ Aman มาอย่างยาวนาน มาร่วมรังสรรค์องค์ประกอบภายในโรงแรมให้ ที่ Janu Tokyo เราจะไม่ได้เห็นฉากบังตา ลายผ้า หรือเสื่อทาทามิ ที่ถูกจับใส่มาแบบโจ่งแจ้งแต่อย่างใด แต่เราจะได้เห็นวิธีการผสานแนวคิดความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่นเข้าไปในการออกแบบ แอบกระซิบนิดหนึ่งว่า เขาและทีมก็เป็นทีมที่ดูแลการออกแบบภายในของ Aman Nai Lert อีกด้วย
โทนสีที่เลือกใช้ในห้องพักจะเป็นโทนครีม เทา สร้างความผ่อนคลาย การเลือกใช้ปูนพลาสเตอร์ฉาบสร้างมิติบนพื้นผิว มิติการจัดวางที่สมมาตร เครื่องดินเผาประดับตกแต่ง และประตูบานเลื่อนในสไตล์ญี่ปุ่น กับวิวหอคอยโตเกียว ก็ให้ประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร
อ่านเพิ่มเติม: 7 โรงแรมจุดหมายปลายทางที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นในเอเชีย
Paradero Hotel (Todos Santos, เม็กซิโก)

Above โรงแรม Paradero (ภาพ: Paradero)

Above โรงแรม Paradero (ภาพ: Paradero)
จุดประสงค์ของการออกแบบในสไตล์มินิมอลนั้น อาจมีเหตุผลประกอบเบื้องหลังอยู่หลายประการ แต่สำหรับ Paradero Hotel การออกแบบในสไตล์มินิมอล แนว Brutalist ที่เป็นปูนเปลือย แนวปูนถูกเซาะร่องผสานเป็นผืนเดียวกันกับระแนงไม้ ที่กลืนเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว และภายในห้องนั้นจะมีเพียงเตียงนอน โซฟา และของใช้เพื่อการใช้ชีวิตเท่านั้น
เหตุผลเบื้องหลังการออกแบบนี้ เพราะทางโรงแรมอยากให้ผู้เข้าพักออกมาทำกิจกรรมภายในโรงแรมที่จัดเตรียมเอาไว้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานและเดินเขายามเช้า ฟิตเนส โยคะแบบเอาท์ดอร์ หรือเรียนทำอาหาร ทำฟาร์ม นอนพักผ่อนริมทะเล เล่นเซิร์ฟ หรือไปให้สุดทางกับการออกไปล่องเรือในมหาสมุทรแปซิฟิก ก็ได้ทั้งหมด
การออกแบบด้วยความตั้งใจที่เอื้อให้การเดินทางไปพักผ่อนที่ Paradero โฟกัสไปที่การออกไปทำกิจกรรมภายนอก กับสารพัดประสบการณ์ที่ตอบรับตามทุกความต้องการ ทำให้โจทย์ของการหยิบคำว่ามินิมอลมาใช้นั้นแตกต่างออกไป แต่บนปรัชญาของการดีไซน์ Paradero ยังคงทำได้อย่างดี และเข้าถึงความงามได้อย่างยอดเยี่ยม
Sumei Skyline Coast Boutique Hotel (Hainan, จีน)

Above โรงแรม Sumei Skyline Coast (ภาพ: Sumei Skyline)
นับเป็นหนึ่งในที่สุดของคำจำกัดความคำว่า ‘Less is more’ กับงานดีไซน์ผลงานการออกแบบของ GS Interiors อาคารสีขาวโพลน ตั้งอยู่ริมชายหาด หลอมเอาพรายฟองคลื่นน้ำทะเลที่พัดเข้าฝั่งเข้ากับท้องฟ้าสีครามด้วยตัวอาคารขนาด 7 ชั้น โดยช่องด้านหน้าของอาคารถูกออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากเกลียวคลื่นที่พัดเข้ามาในฟอร์มที่แตกต่างกันไปในแต่ละระลอกคลื่น
การออกแบบและตกแต่งภายในนั้น ได้หยิบเอารูปทรงเรขาคณิตมาใช้งานบนพื้นที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งมีทั้งความท้าทาย ความแปลกใหม่ โดยอาศัยการออกแบบที่วางซุ้มโค้งไว้บนพื้น หรือสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบฟรีฟอร์มที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละห้อง ซุ้มหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมมน ที่สร้างความแปลกใจและแปลกใหม่แก่ผู้เข้าพักได้อย่างไม่รู้จบ
ส่วนของอาคารสีขาว มีความตั้งใจให้เป็นเสมือนผืนผ้าใบว่างเปล่า ปล่อยให้ธรรมชาติได้แต่งแต้มสีสันได้ตามความต้องการ ในยามเที่ยงที่แดดแรงจัด ท้องฟ้าโปร่งสีฟ้าจะสะท้อนความขาวสะอาดของพื้นผิวให้ได้เห็น หรือในวันที่ฝนตก อาคารจะเปื้อนไปด้วยสีของเมฆเทาที่ครึ้มในอากาศปิด แม้แต่ยามเย็นที่พระอาทิตย์กลายเป็นสีส้ม อาคารก็จะแปรเปลี่ยนไปตามสีสันของธรรมชาติ
สำหรับโรงแรมนี้เราคงเห็นคำว่า less ด้วยสายตาผ่านภาพที่สวยงาม แต่ความ more ที่อยู่ในการออกแบบนั้น เป็นสิ่งที่คุณต้องเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง
God is in the details.
Topics




