หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้จัดงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการและอุตสาหกรรมเกมของไทย ด้วยการยกระดับสู่ระดับเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือกับ gamescom asia ผู้ทรงอิทธิพลของอีเวนต์ธุรกิจวงการเกมระดับโลกจากโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) ประเทศเยอรมนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Cover หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้จัดงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการและอุตสาหกรรมเกมของไทย ด้วยการยกระดับสู่ระดับเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือกับ gamescom asia ผู้ทรงอิทธิพลของอีเวนต์ธุรกิจวงการเกมระดับโลกจากโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) ประเทศเยอรมนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้จัดงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการและอุตสาหกรรมเกมของไทย ด้วยการยกระดับสู่ระดับเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือกับ gamescom asia ผู้ทรงอิทธิพลของอีเวนต์ธุรกิจวงการเกมระดับโลกจากโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) ประเทศเยอรมนี (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

จากตัวเลขติดลบ 3 ล้านบาทในปีแรก สู่การผนึกกำลังกับงานเกมอันดับหนึ่งของโลก เพื่อก้าวสู่ตำแหน่ง “หัวแถวเกมโชว์แห่งเอเชีย” ในปี 2025

ในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังกลายเป็นภาษาสากลของยุคสมัย ชายคนหนึ่งพยายามเชื่อมโยงศิลปะการแสดงกับโลกแห่งเกมดิจิทัล ซึ่งนอกจากการเป็นพิธีกรด้านไอที ผู้บริหารสื่อออนไลน์ทั้งเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อันเป็นที่รู้จักอย่าง BTbeartai (แบไต๋) ชื่อของ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ยังได้รับการจารึกในวงการเกมไทยในฐานะผู้สร้าง Thailand Game Show (TGS) มหกรรมเกมโชว์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาตลอด 18 ปี

ทว่า สำหรับเจ้าตัวแล้ว ความสำเร็จที่วัดได้ด้วยจำนวนผู้เข้าชม 180,000 คนในแต่ละปีนั้น เป็นเพียงก้าวแรกของความฝันที่ใหญ่กว่านั้น และในปี 2025 สิ่งนั้นกำลังจะกลายเป็นจริง ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรที่ทรงพลังในงาน gamescom asia x Thailand Game Show ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการและอุตสาหกรรมเกมของไทย และของภูมิภาคอาเซียน อัปสเกลไประดับโลก โดยเนรมิตศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ให้กลายเป็น World of Gaming ในระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคมนี้บนพื้นที่กว่า 3 ฮอลล์

อ่านเพิ่มเติม: Black Myth: Wukong & Wuchang: Fallen Feathers สองนักรบเกม RPG ที่พลิกวงการ

 

Above gamescom asia x Thailand Game Show มหกรรมเกมโชว์ที่ยกระดับสู่สากลอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อเสียงปรบมือจากลอนดอนกลายเป็นมหกรรมเกมโชว์ที่ยิ่งใหญ่

แรงบันดาลใจในการสร้าง TGS ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ ไม่ได้มาจากเกมโดยตรง แต่มาจากความหลงใหลในละครเวที ซึ่งหนุ่ย พงศ์สุข เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลละครเพลงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผลงานของ Andrew Lloyd Webber ที่มีผลงานอมตะ เช่น The Phantom of the Opera, Evita, Jesus Christ Superstar, Joseph and the Amazing Technicolor Dreamcoat ซึ่งในวันสัมภาษณ์เขาชี้ให้เราดูเสื้อสูทสีม่วงเข้มที่ชวนให้นึกถึงเสื้อคลุมสีสันแสนวิเศษของโจเซฟซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง และ Cats ที่หนุ่ย พงศ์สุข บอกว่าเป็นเรื่องที่สร้างความประทับใจให้เขาอย่างลึกซึ้งในพลังของการแสดงสด โดยเฉพาะในช่วงฟินาเล่ที่เป็นแรงบันดาลใจโดยตรงต่อการจัดงาน Thailand Game Show

“ตอนนั้นปี 1996 ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย ผมไปลอนดอน ได้ดูละครเพลงที่ถือเป็น Big 4 ของวงการ แล้วเรื่องสุดท้ายที่ไปชมครั้งนั้นคือ Cats ซึ่งต่างจากเรื่องอื่นๆ ตรงรูปแบบเวทีเป็น round theatre แล้วมีนักแสดงแมวตัวหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่เพื่อรอฟินาเล่ แล้วอยู่ด้านที่เราชม ผมปรบมือ ตอนนั้นด้วยความตื่นเต้น ผมหันไปมองหน้าเขา แล้วนักแสดงแมวคนนั้นก็พยักหน้า การสื่อสารขณะนั้นเรารู้สึกเหมือนเขาที่เห็นเราเป็น Asian boy คนนึง ก็ขอบคุณนะที่เดินทางไกลมาดู มาจาก Asian country อยู่ๆ เหมือนเขาขอบคุณเรา ผมเองก็หลงใหลละครเวที… แล้วสิ่งที่ทําวันนี้คือ Thailand Game Show ก็เพื่อเสียงปรบมือนั่นแหละ”

อ่านเพิ่มเติม: Andrew Lloyd Webber คีตกวีพันล้าน สะกดโลกด้วยเสียงเพลงจากเงามืด The Phantom of the Opera

 

การเดิมพันที่แลกด้วยบทเรียนมูลค่าสูง

ประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้หนุ่ย พงศ์สุข ตระหนักถึงความสำคัญของ “ประสบการณ์ตรง” ที่ผู้ชมต้องสัมผัสด้วยตนเอง ต่อมาเมื่อเขาไปศึกษาดูงาน Tokyo Game Show ที่ญี่ปุ่นในปี 2005 และปี 2006 ซึ่งเห็นลักษณะการจัดงานที่ปิดไฟเล่นแสงสีในฮอลล์ ทำให้งานดูยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมวิสัยทัศน์ที่จะสร้างบรรยากาศราวกับผู้ชมได้ก้าวเข้าไปใน “โลกแห่งเกมที่แท้จริง” เขาจึงตัดสินใจลงทุนทุ่มสุดตัวกับการจัดงาน Thailand Game Show ในปี 2007 แม้จะแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพงในตอนนั้นก็ตาม

“ปีแรกงานประสบภาวะขาดทุนสูงถึง 3 ล้านบาท” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน TGS ย้อนความหลังถึงการจัดงานครั้งแรก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “แม้จะมีผู้เข้าชมถึง 40,000 คนตลอดสามวันของการจัดงาน ซึ่งในมุมมองของผู้จัดมือใหม่ถือว่ายังน้อยเกินไป” แต่เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการท่านหนึ่งชี้ให้เห็นว่า 40,000 คนนั้นเทียบเท่ากับการขายบัตรเต็มสนามศุภชลาศัยทำให้เขามีพลังที่จะสู้ต่อ

ดังนั้น แม้ผลประกอบการของงานในปีแรกจะขาดทุน แต่ก็ถือเป็นยาเสริมภูมิต้านทานในการเรียนรู้ที่จะตั้งรับ เตรียมใจ และเสริมความเชื่อมั่น ซึ่งนำมาสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้งานเริ่มมีกำไรในปีที่ 4 ความมุ่งมั่นในช่วงเวลานั้นได้สร้าง TGS ให้เป็นงานที่เติบโตจาก 40,000 คน สู่ 180,000 คน และพร้อมแล้วสำหรับความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่า

Tatler Asia
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

ฝันไกลไปถึง: เมื่อ gamescom เข้าร่วมวง

เป้าหมายสูงสุดของหนุ่ย พงศ์สุข คือการยกระดับ TGS สู่การเป็น “World Event” และกำลังจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคม 2025 นี้ โดยการผนึกกำลังกับ gamescom อีเวนต์ธุรกิจวงการเกมจากโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะผู้จัดงานเกมระดับโลก และเป็นเวทีเปิดตัวเกมระดับโลกที่ทรงอิทธิพล จึงถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของ TGS อย่างแท้จริง

“gamescom เป็นงานเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคนทุกปี ก่อนหน้านี้เขาเคยไปร่วมกับทางสิงคโปร์มาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากเท่า TGS ซึ่งมีถึง 180,000 คน” พงศ์สุขเผยถึงเบื้องหลังการเจรจา ดังนั้นการที่ Thailand Game Show สามารถดึงดูดผู้จัดงานเกมโชว์ระดับโลกมาเข้าร่วมด้วยในครั้งนี้ จึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่าฐานแฟนเกมชาวไทยที่ TGS สร้างขึ้นมาตลอดหลายปีคือขุมพลังที่ gamescom ต้องการ และยังส่งผลให้งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 ยกระดับไปสู่การเป็นอีเวนต์ระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ World of Gaming ที่รวมทุกมิติของโลกเกมไว้ในที่เดียว ทั้งธุรกิจ เทคโนโลยี อีสปอร์ต และความบันเทิงครบวงจร

Tatler Asia
Above gamescom asia x Thailand Game Show 2025 งานที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้ทดลองเล่นเกมใหม่ๆ จากค่ายเกมยักษ์ใหญ่ก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็น Bandai Namco, Capcom, Konami, Mytona, Stika และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมความสนุกในแต่ละบูท (ภาพ: Thailandgameshow.com)

สำหรับไฮไลต์ของงานหนุ่ย พงศ์สุข บอกว่า จะแตกต่างและโดดเด่นกว่ามหกรรมเกมที่ผ่านๆ มา นั่นคือการผสานความสนุกแบบเกมเมอร์ เข้ากับโซนธุรกิจเกมที่เปิดพื้นที่ให้เกมไทยได้โชว์ศักยภาพให้กับนักลงทุนและนักพัฒนาเกมต่างชาติ และยังเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมในที่เดียวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำแนวคิดของเขาที่ว่า เกมและอุตสาหกรรมเกมไทยไม่ได้เป็นเพียง “กิจกรรมยามว่าง” แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแพสชั่น

โดยปีนี้ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ไม่เหมือนกับปีไหนๆ ทั้งยังได้ทดลองเล่นเกมใหม่ๆ จากค่ายเกมยักษ์ใหญ่ก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็น Bandai Namco, Capcom, Konami, Mytona, Stika และอื่นๆ อีกมากมาย หรือกิจกรรมความสนุกในแต่ละบูท การได้พบเจอกับเกมเมอร์ เกมแคสเตอร์ สตรีมเมอร์ และยูทูเบอร์สายเกมที่เป็นที่ชื่นชอบ ส่วนกิจกรรมไฮไลต์บน main stage ที่เป็นซิกเนเจอร์ของงานก็ยังมีครบครัน อย่าง Lifetime Achievement Award, Cosplay Contest, Zone Zean Game, Thailand Game Awards

“เราขยายจากสองฮอลล์ (20,000 ตร.ม.) เป็นสามฮอลล์ (30,000 ตร.ม.) วางเป้าหมายผู้เข้าชมจาก​ 180,000 เป็น​ 200,000 คน​ และจะมีบริษัทเกมชั้นนำกว่า 50 แห่งจากยุโรป อเมริกา และอเมริกาใต้ เข้าร่วมเพื่อเจรจาธุรกิจ (business matching) ยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าเกมในภูมิภาค​ โดยอนาคตเรามุ่งมั่นที่จะเป็นงานเกมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แซงหน้า Tokyo Game Show ให้ได้”

Tatler Asia
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ให้ความมั่นใจถึงจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่จะมากกว่า 200,000 คน (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

สร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมเกมไทย

นอกจากเป้าหมายด้านการจัดงานแล้ว วิสัยทัศน์ของหนุ่ย พงศ์สุข ยังครอบคลุมถึงการยกระดับวงการพัฒนาเกมไทยให้ก้าวสู่สากล ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการเข้าถึงตลาดโลก

หนุ่ย พงศ์สุข ชี้ว่าจุดอ่อนสำคัญของนักพัฒนาไทยคือการติดกับดักทางวัฒนธรรม​ “เรามักติดกับดัก Thai culture เวลาทําเกมไทย​ คือมันต้องใส่โจงกระเบน ต้องมีลายไทย​ จริงๆ​ เราไม่จำเป็นต้องอิงธีมไทยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ทําให้มันเป็นลายเส้นสากล น่าจะเหมาะมากกว่า”

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย โดยเฉพาะในยุค cloud gaming ที่กำลังเติบโต เพราะไทยมีโครงข่าย 5G ที่ติดอันดับโลก และต่างชาติมองไทยเป็น “สวรรค์” ที่อยู่ง่าย กินง่าย มีน้ำใจ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดบุคลากรดิจิทัลจากทั่วโลก

ความฝันไกลไปถึงของพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ จึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้ใหญ่ที่สุด แต่เป็นการสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมเกมไทยเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก โดย “เป้าหมายสูงสุดของ TGS คือการสร้างพื้นที่ดีๆ​ ให้ผู้คนดีๆ​ มาเจอกัน แล้วก่อเกิดผลงานที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่วันนี้”

เป้าหมายสูงสุดของ TGS คือการสร้างพื้นที่ดีๆ​ ให้ผู้คนดีๆ​ มาเจอกัน แล้วก่อเกิดผลงานที่ดีกว่าสิ่งที่มีอยู่วันนี้

- พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ -

Tatler Asia
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
Above พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กับความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าเกมในภูมิภาค​ และงานเกมโชว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แซงหน้า Tokyo Game Show (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)
พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (ภาพ: Worapon Teerawatvijit)

Topics

Usanisa Wongmongkolrit
Assistant Editor, Power & Purpose, Tatler Thailand
Tatler Asia

อุษณิษา ว่องมงคลฤทธิ์ ผู้ดูแลเนื้อหาด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการสินทรัพย์ พร้อมขยายพรมแดนความมั่งคั่งไปยังพื้นที่แห่งความสุข เช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ ด้วยความเชื่อว่าความรื่นรมย์อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต และสามารถสร้างพลังงานใหม่ๆ ให้กับผู้คนได้ไม่สิ้นสุด